ตอนที่ 5 (1)
เจี่ยนอินอยู่ในห้อง พอหิวก็กินพายสับปะรด กินพายสับปะรดเพียงอย่างเดียวก็สามารถอิ่มท้องได้ แต่ไม่มีน้ำจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร จนกระทั่งทนต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาจึงเอาผ้าห่มมาห่อตัวพลางกอดกล่องพายสับปะรดแล้วค่อยๆ ย่องออกจากห้องนอนรับแขกไปเหมือนกับขโมย
ตอนแรกที่มองจากในลานบ้าน เขานึกว่าที่นี่เป็บ้านพักเรือนสามประสานที่มีเพียงชั้นเดียวเท่านั้น แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเขากลับอยู่บนชั้นสอง
ตอนที่เห็นบันไดและเดินลงไปจนถึงชั้นล่างแล้วนั่นเอง เจี่ยนอินก็อดไม่ได้ที่จะขยี้ตา เพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังฝันอยู่
ตกลงแล้วที่นี่เป็สถานที่มหัศจรรย์อะไรกันแน่ ทุกอย่างล้วนสามารถทำลายกรอบความคิดดั้งเดิมได้ เขาเห็นไม้กวาดไม้ไผ่ด้ามหนึ่งกำลังขยับกวาดเอง โดยมีที่โกยขยะะโกระเด้งตามอยู่ข้างๆ
แล้วยังมีไม้ปัดขนไก่ลอยอยู่ในอากาศปัดทำความสะอาดตรงนั้นตรงนี้ ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีฝุ่นเลยสักนิด แต่ไม้ปัดขนไก่ดูเหมือนจะปัดอย่างมีความสุขมาก แถมยังหมุนเป็วงกลมรอบหนึ่งอีกด้วย...
เจี่ยนอินคิดว่าเห็นผีเข้าแล้ว แต่เมื่อคิดถึงว่าที่นี่คือบ้านของปีศาจระดับสูง ทุกอย่างก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมา
เจี่ยนอินเปิดปากพูดด้วยเสียงกระซิบ “ขอโทษครับ มีใครอยู่ไหม”
ไม่มีใครตอบเขา ดังนั้นเขาเลยค่อยๆ หา ในที่สุดก็พบห้องครัว เขาจึงเดินเข้าไปข้างใน
เขาหยิบแก้วมาหนึ่งใบ แล้วเปิดก๊อกน้ำของเครื่องกรองน้ำระบบ RO เพื่อเติมน้ำลงในแก้ว จากนั้นก็ดื่มช้าๆ พลางเดินออกมา
ห้องโถงของที่นี่ใหญ่และกว้างขวางมากอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ด้านหน้าเป็โซฟาไม้ไผ่ที่สานจากไม้ไผ่และหวาย โดยบนโซฟาวางเบาะรองนั่งสีอ่อนไว้ เจี่ยนอินเดินไปนั่งแล้วเงยหน้ามองไปรอบๆ
สถานที่นี้ไม่มีบรรยากาศของที่พักอาศัย มันค่อนข้างเหมือนออฟฟิศมากกว่า ด้านหลังเป็ตู้เก็บหนังสือทั้งแถบ และหนังสือบนตู้นั้นแทบจะเย็บเล่มด้วยด้ายทั้งหมด หน้าหนังสือเป็สีเหลืองและส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัวของหนังสือโบราณผสมปนเปไปกับกลิ่นหอมของหมึก ่ยุคสมัยของมันน่าจะนมนานมาก ไม่แน่ว่าอายุของหนังสืออาจจะมากกว่าตนเองเสียอีก
สิ่งที่สะดุดตาที่สุดในห้องรับแขกก็คือแผ่นป้ายอันใหญ่ที่ทำจากวัสดุไม่ทราบชนิด บนหัวใช้รูปแบบตัวอักษรสวยๆ เขียนสามคำว่า ‘ร้านหมั้นหมาย’ มันสว่างไสว และเปล่งแสงสีแดงจางๆ
มองดูแล้วไม่เหมือนกับสิ่งของบนโลกมนุษย์ สีและความวาวของมันระยิบระยับน่ามองมาก ซึ่งไม่ใช่เอฟเฟกต์ที่แสงไฟนีออนหรือแสงใดๆ จะสามารถสร้างออกมาได้เลย
ตอนที่เจี่ยนอินเงยหน้าขึ้นชื่นชมแผ่นป้ายมหัศจรรย์นั่นเอง ไม้ปัดขนไก่ก็ผ่านหน้าเขาไปพอดี แล้วปัดผ่านใบหน้าของเขาไป
“ฮัดชิ่ว!” เจี่ยนอินจาม พร้อมกันท้องก็ส่งเสียงโครกครากด้วยความหิวโหยออกมาอย่างไม่รู้จักเวล่ำเวลา
ไม้ปัดขนไก่หยุดอยู่ตรงหน้าของเจี่ยนอิน จากนั้นก็ลอยไปที่ด้านหลัง วินาทีต่อมา อุปกรณ์ที่กำลังทำความสะอาดห้องรับแขกทั้งหมดก็หายไป และจู่ๆ มนุษย์ด้ายดำจิ๋วก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเจี่ยนอิน
“อ๊ะ!” ดวงตาของเจี่ยนอินสว่างไสวขึ้น “คุณถวนถวน! ไม่เจอกันนานเลย!”
นานมากแล้วจริงๆ เจี่ยนอินอดทนเก่งมาก เขาอยู่ในห้องสำหรับแขกชั้นบนมาสองวันแล้ว กระทั่งกระหายน้ำจนทนไม่ไหวถึงได้คลำทางลงมาหาน้ำดื่ม
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วยืนนิ่งอยู่กับที่เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากนั้นไม่นาน ก็เดินเข้าไปในห้องครัวที่เจี่ยนอินเพิ่งจะออกมา
เมื่อได้เห็นมนุษย์ด้ายดำจิ๋วที่ไม่ได้เจอกันนาน เจี่ยนอินก็มีความสุขมาก เขาเดินตามมนุษย์ด้ายดำจิ๋วเข้าไปในห้องครัว เหมือนกับหางเล็กๆ ที่ติดอยู่ตรงด้านหลังของอีกฝ่าย
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วเปิดตู้เย็นแล้วก็ยืนนิ่งไม่ขยับ ผ่านไปสักพักก็หยิบแครอทและขึ้นฉ่ายออกมา มองดูของสองอย่างนี้ แล้วหมุนกายเอาไปวางที่เคาน์เตอร์ครัว จากนั้นก็หยิบมีดทำครัวออกมาแล้วทำไม้ทำมือ แต่กลับไม่ลงมือสักที
“ขอโทษนะครับ คือคุณ้าจะทำอาหารใช่หรือเปล่า” เจี่ยนอินถาม
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วหันศีรษะไปมองเจี่ยนอินทันที การเคลื่อนไหวเร็วมากจนทำให้เจี่ยนอินตกตะลึงไปครู่หนึ่ง
มนุษย์ด้ายดำจิ๋ววางมีดทำครัวลงแล้วทำไม้ทำมือไปทางเจี่ยนอิน
เจี่ยนอินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ชี้ที่ตัวเองแล้วพูดว่า “ผมเหรอ ผมมีพายสับปะรดกิน แต่แค่กระหายน้ำนิดหน่อย ก็เลยลงมาหาน้ำดื่มโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต ผมรบกวนคุณถวนถวนแล้วหรือเปล่า ขอโทษนะครับ”
เจี่ยนอินก้มหัวลงพลางเกาหัวไปด้วยอย่างอายๆ
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วเหม่อ ผ่านไปสามวินาทีถึงได้สติกลับมา จากนั้นเส้นด้ายสีดำบนตัวของเขาก็บินออกมา และพันกันเป็ตัวอักษรในอากาศว่า ‘หิว’ ‘กระหายน้ำ’ ‘ต้องพูด’
เจี่ยนอินมองตัวอักษรเ่าั้ด้วยความตื่นตะลึงเล็กน้อย “สามารถสื่อสารกันแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย!” จากนั้นก็กล่าวต่อว่า “ขอโทษนะครับที่รบกวนคุณ พวกคุณคงจะยุ่งมากใช่ไหม ผมได้ยินพวกตำรวจพูดกัน!”
เส้นด้ายสีดำของมนุษย์ด้ายดำจิ๋วบินร่อน ตอนแรกเพราะไม่คุ้นชิน จึงพันเป็ตัวอักษรได้ค่อนข้างช้า ต่อมาพอคุ้นชินแล้วก็บินเร็วขึ้น ‘ไม่ยุ่ง’ ‘ว่าง’