ฟางโม่ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง เพราะจากการที่มีแสงจ้าปรากฎไปทั่วทิศทาง ทำให้เข้าต้องใช้เวลาซักพักในการปรับสายตาให้ชินการแสงที่ส่องมากระทบสายตาเข้าตอนนี้
เมื่อสายตาของเขากลับมาเห็นเห็นได้ปกติแล้ว เขาถึงรู้ว่าตอนนี้ตัวเขากำลังนอนอยู่ในห้องของตัวเอง ดูจากสภาพของหนังสือและม้วนวิชามากมายที่เขาสะสมเอาไว้เพื่อฝึกแล้ว ยิ่งเป็ตัวยืนยันได้ว่า ตอนนี้เหยา ฟางโม่ได้กลับมาอยู่ในโลกขอตัวเองแล้ว
ชายหนุ่มรีบเช็คดูร่างกายของตัวเองทันทีว่าสามารถมองทะลุได้หรือเปล่า เหมือนเห็นว่าร่างของเขาปกติดีแล้ว ก้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโล่งใจ
เื่ราวมากมายที่เขาพบเจอมากว่าเก้าร้อยปี ยังคงอัดแน่นอยู่ในหัวของชายหนุ่มทุกเื่ แม้ว่าเขาอยากจะลืมเื่ในส่วนท้ายของอาเธอร์ที่ได้กลายเป็จอมมารไปมากแค่ไหน แต่เื่ราวทั้งหมดก็ยังคงอยู่ครบไม่หายไปไหน
ฟางโม่มั่นใจว่าสิ่งที่เขาเห็นมาตลอดนั้นไม่ใช่ความฝัน แล้วอาเธอร์ก็คือตัวของเขาในชาติที่แล้วที่ได้ทำการตกลงอะไรซักอย่างกับเทพองค์นั้นแน่นอน
สิ่งที่เป็ตัวยืนยันเื่ทั้งหมดดีที่สุดก็คงจะเป็ ตัวอักษรที่สะกดเป็ชื่อของเขา ที่ปิดท้ายด้วยคำว่าเลเวลหนึ่ง และตัวอักษรบรรทัดต่อมาที่เขียนฉายาของเขาซึ่งก็คือขยะ ที่อยู่ตรงหนุ่มขวาของระยะสายตา ไม่ว่าจะเคลื่อนหน้ามองไปทางไหน ตำแหน่งของตัวอักษรนั้นก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนกับเกมที่อาเธอร์เคยเล่นในสมัยที่อยู่ในโลกของวิทยาศาสตร์ไม่มีผิด
ฟางโม่ถึงจะไม่รู้ในสิ่งที่อาเธอร์คุยกับเทพทั้งหมด แต่เขาก็พอจะเดาเื่ราวต่อจากนั้นได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป และเข้าใจถึงความหมายของคำทำนายแล้ว
ในตอนแรกเขาก็สับสนเล็กน้อยว่าว่าตัวเองเป็ใคร แต่ไม่นานเขาก็ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วว่าเขาคือเหยา ฟางโม่ แม้ความทรงจำของอาเธอร์เขาจะรับรู้เื่ราวทุกอย่างเกี่ยวกับมันแล้วก็ตาม แต่ตอนนี้เขายืนอยู่บนโลกที่เขาเกิดออกมาและใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ และคงต้องบอกว่าโชคดีที่เื่ราวของอาเธอร์เขาเป็เพียงแค่ผู้เฝ้าดูเท่านั้น ถ้าเข้าต้องเข้าไปอยู่ในร่างของอาเธอร์ขึ้นมา ตอนนี้เื่นั้นคงต้องทำให้เขาสับสนในตัวตนมากแน่นอน
“ถ้าอย่างนั้น”
ฟางโม่เริ่มตั้งท่าทำสมาธิรวบลองผสานรมปราณ แต่ก้ล้มเหลวอีกเช่นเคย เข้ายังคงไม่สามารถที่จะััถึงลมปราณได้เลยแม้แต่น้อย
คราวนี้เข้าลองเปลี่ยนวิธีจากการรวบรวมลมปราณมาเป็ปล่อยพลังเวทย์เหมือนที่อาเธอร์เคยทำออกมา ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีฟ้าก็ก่อตัวขึ้นเป็ลูกบอลเพลิงอยู่บนฝ่ามือของชายหนุ่ม
ฟางโม่หัวเราะออกมาอย่างซะใจในความสำเร็จที่ทำเพิ่งทำได้ออกมาเบา ๆ
สิ่งที่เป็คำถามค้างคาในใจของของมานานหลายปีในตอนนี้ได้ถูกเฉลยออกมาแล้ว
เหตุผลที่เขาไม่สามารถใช้พลังปราณออกมาได้เลยนั้น ก็เป็เพราะว่าตัวเขาไม่ใช้คนของโลกนี้ และจากสิ่งที่เขารู้มาในชาติที่แล้ววิธีที่จะสามารถเพิ่มระดับเลเวลของเขาให้สูงขั้นได้นั้นก็คือ การออกไปล่าสัตว์อสูร ที่ผู้คนบนโลกออกล่าเพื่อที่จะใช้หาวัตถุดิบเพียงแค่นั้น
“ฟางโม่ลูกตื่นแล้วใช่มั้ย”เสียงของประมุขเหยาดังขึ้นมาก่อนที่จะเปิดประตูเข้ามาเสียงอีก เมื่อผู้เป็พ่อที่เห็นลูกชายที่ลุกขึ้นมาหนังได้แล้ว ก็รีบตรงเข้าไปโอบกอดร่างของผู้เป็ลูกอย่างดีใจ “พ่อกลัวว่าลูกจะไม่ตื่นมาเหลือเกิน”
ฟางโม่อมยิ้มเล็กน้อย
“ผมสบายดีครับพ่อ”เมื่อได้ยินเสียงตอบรับของลูกชายผู้เป็พ่อก็เงยหน้าขึ้นมามองลูกชายของเขา “มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เปล่าหรอกลูก”ผู้เป็พ่อลูบหัวของฟางโมอย่างเอ็นดู “พ่อคิดถึงลูกเหลือเกินรู้มั้ย”
“ผมหลับไปนานมากขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
“นับั้แ่ตอนนั้นก็ราวเดือนกว่า ๆ เห็นจะได้”
เด็กหนุ่มรู้สึกใเล็กน้อยกับจำนวนเวลาที่เขาหลับไป เขาไม่คิดเลยว่าจะใช้เวลานานขนาดนั้น แต่พอคิดถึงเื่ราวตลอดเก้าร้อยปีที่เขาเจอ บางทีระยะเวลาขนาดนี้อาจถือว่าเร็วแล้วก็ได้
“นานเหมือนกันนะครับเนี่ย ถึงว่ารู้สึกจะขยับร่างกายไม่ถนัดเลย”ฟางโม่บิดี้เีเล็กน้อย พลางคิดถึงอะไรบางอย่างที่เหมือนกับว่าเขาจะลืมมันไป
“แล้วเื่การเดิมพัน จะให้พ่อใช่เื่ที่ลูกป่วย ในการเลือนระยะเวลาไปก่อนมั้ย”
คำพูดของพูดเป้นพ่อช่วยเตือนความจำในสิ่งที่พยายามนึกมาได้พอดี
“ไม่ต้องหรอกครับ เอาตามเวลาปกติเลย”
“แต่มันเหลืออีกไม่ถึงสองอาทิตแล้วนะ”ประมุขเหยาะโออกมาอย่างใ
“เท่านั้นก็มากเกินพอแล้วล่ะครับ”
ฟางโม่ลุกขึ้นจากที่น้อยก่อนจะเริ่มสะบัดร่างกายที่ไม่ได้ใช้งานมาเดือนกว่า เพื่อปรับร่างกายให้เข้าที่เล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากประตูไปทั้ง ๆ อย่างนั้น
“นั้นลูกจะไปไหนน่ะ”
“เดินเล่นนะครับ ขืนอยู่ในห้องต่อไปได้ป่วยตายกันพ่อดี”
พูดจบฟางโม่ก็ยิ้มยิ้มไปให้พ่อของตนก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป
ตลอดเส้นทางที่เดินผ่านพวกข้ารับใช้ต่างมองมาทางเขาด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจถึงความหมายของมัน แต่ที่แน่ ๆ ต้องไม่ใช่ความหมายที่ดีแน่
ฟางโม่เดินผ่านสายตาเ่าั้อย่างไม่สนใจเหมือนอย่างเคย แต่ที่แปลกก้คือตัวของเขาเองที่ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยกับสายตาเ่าั้ ปกติแล้วการแสดงท่าทางเฉยเมยเช่นนี้มันก็เป็เพียงแค่การสวมเกราะ เท่าเป็ไม่รุ้สึกอะไรเพื่อไม่ทำให้ตัวตนข้างในต้องเ็ป แต่ครั้งนี้ต่อให้ไม่ต้องใส่เกราะ ก้ไม่ทำให้เขารู้สึกเจ้บปวดเลยแม้แต่น้อย
“ฟื้นขึ้นมาแล้วเหรอเ้าขยะ”เสียงที่แสนคุ่นเคยที่ไม่ได้ยินมาเสียนาน ทำให้ชายหนุ่มต้องหันไปหาลูกศิษย์ร่างอ้วนกลมประจำสัมนักที่คอยมาแกล้งเขาอยู่เป็ประจำ
“มีธุระอะไรเฉาก๊วย”ฟางโม่ตอบกลับไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ข้าเฉาซางโว้ย”
“โทษที เห็นร่างที่อ้วน ๆ ของแกแล้วมันชวนให้นึกถึงของกินนะ ถ้าแกไม่มีอะไร ข้าของตัว”
สีหน้าที่เรียบเฉยของฟางโม่สร้างความโมโหให้กับเฉาซางเป็อย่างมาก
“จะหนีไปไหน”เฉาซางดึงตัวของฟางโม่ที่กำลังเดินหันหลังให้กลับมามองเขาอีกครั้ง “อยากตายมากใช่มั้ยเ้าขยะ”
เมื่อมันเฉาซางได้สบตากับฟางโม่อีกครั้ง สีหน้าของมันก็ถอดสีไปเลยทันที ความมั่นใจของมันที่เคยมีมาในตอนนี้ได้ถูกสายตาของความโกรธของชายหนุ่มสะกดเอาไว้หมดแล้ว
“มีอะไร”ฟางโม่พูดด้วยเสียงที่ทุ้มตัว ยิ่งทำให้ผู้ที่มาขัดจังหวะการเดินเล่นของเขาหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
“ขะ ข้า”เฉาซางพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก แต่พอมันมองไปที่พักพวกที่กำลังยืนดูมันอยู่ ถ้าจะมายอมเสียหน้าแบบนี้เขาคงทำไม่ได้ “คอยดูเถอะ ข้าจะรอให้ถึงวันเกิดของเ้า จำไว้ว่านั้นจะเป็วันสุดท้ายที่เ้าจะได้มายืนอยู่ในสำหนักตระกูลเหยาแห่งนี้”
“แกจะรออะไรก็เื่ของแก วันนี้ข้าจะออกไปเดินเล่นข้างนอกซักพัก แล้วบางทีอาจกลับมาวันที่นัดเดิมพันกันพอดี ฝากไปบอกทุกคนด้วย และ”ฟางโม่หยุดพูดไปซักพัก เขาเดินเข้ามาแตะไหล่ของเฉาซางเบา ๆ พร้อมส่งสายตาที่แสนดุร้ายที่พร้อมจะฆ่าทุกสรรพสิ่งให้หายไปจากโลกนี้ให้หมด “เมื่อข้ากลับมาที่นี้อีกครั้ง ข้าจะขอเอาคืนสิ่งที่แกทำทั้งต้นทั้งดอกเลย”
พูดจบฟางโม่ก้เดินจากไปทิ้งให้เฉาซางยืนตัวสั่นจนไม่สามารถที่จะขยับไปไหนได้ แม้ตัวเฉาซางจะมั่นใจมากว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นมีมากกว่าฟางโม่หลายเท่า แต่ไม่รู้ทำไม เมื่อมองดวงตาของชายหนุ่ม เหมือนกับว่าฟางโม่จะสามารถฆ่าเขาได้จริง ๆ
ฟางโม่ยังคงเดินต่อไปเรื่อย ๆ ในหัวของเขาก้นึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นกับเฉาซาง
เขาเองก้ไม่เข้าใจในสิ่งที่ทำลงไปเหมือนกัน ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะบอกถึงเื่ที่เข้า้าจะหายตัวไปซักพักเท่านั้น แต่เมื่อเห็นหน้าของเฉาซางความโกรธที่เคยมีมาจากการที่ถุกเขาแกล้งมันก็ปะทุออกมา
ดูเหมือนว่าเื่ราวชีวิตของอาเธอร์จะเปลี่ยนแปลงตัวเขาไปไม่มากก็น้อย แม้ตัวเขาจะยังคงไม่รู้ถึงความต่างอะไร เพราะใน่เวลาเก้าร้อยปีที่อยู่ในชีวิตของอาเธอร์ เขาอยู่กับตัวเองเพียงลำพัง และสำหรับคนภายนอกก็จะเห็นเพียงร่างกายของเขาที่หลับไปเป็เดือนเท่านั้น ถึงไม่รู้ว่าตัวเขาเองเปลี่ยนไปมากแค่ไหน แต่นี้ก็คือตัวตนของเขา เพราะฉนั้นก็ไม่จำเป็ที่จะต้องมาคอยระวังอะไรกับคอนรอบข้างก้คงไม่เป็ไร