และสิ่งที่อยู่ในมืออีกข้างของเขาไม่ใช่สิ่งอื่นใดแต่เป็นกางเกงในของนาง!
นางซื้อชุดชั้นในชุดนี้มาจากเสียนอวี๋มีคนซื้อมาเยอะเกินไปจึงนำมาแบ่งขาย
โลหิตทั่วร่างหลินหวั่นชิวไหลมากองที่ใบหน้าทันทีนางพุ่งตัวเข้าไปแย่ง แต่น่าเสียดายที่เจียงหงหย่วนตัวสูงใหญ่เขาชูมือขึ้นแค่นิดเดียว นางก็เอื้อมไม่ถึงเสียแล้ว
น่าโมโหชะมัด!
“เอาคืนมานะ!” หลินหวั่นชิวพูดหน้าแดงก่ำ
เจียงหงหย่วนหรี่ตา ภรรยาตัวน้อยอายขนาดนี้ มันคือกระไรกันแน่?
“เป็นเด็กดี บอกข้ามาว่าคือกระไร แล้วข้าจะคืนให้” บุรุษหน้าไม่อายนี่ยังจะมีหน้ามาใช้เท้าเกี่ยวประตูให้ปิดและหันไปลงสลักอีก
“ข้า…ข้าไม่เอาแล้ว!” หลินหวั่นชิวหันไปนั่งที่เตียงด้วยความโมโห ไม่มองเจียงหงหย่วน
แรงอยู่กันคนละระดับ หากเขาไม่ยอมคืนนางก็อย่าหวังว่าจะแย่งมาได้
“ไม่เอาแล้วหรือ…” เจียงหงหย่วนชำเลืองตามองหลินหวั่นชิวที่นั่งหันหลังให้ตัวเองอยู่ที่เตียงมุมปากเขายกโค้ง “งั้นข้าจะเอาไปถามที่ร้านผ้าแพรว่ามันคือกระไรดูว่าขายได้เงินหรือไม่ พวกเราไม่ควรสิ้นเปลืองใช่หรือไม่”
“ท่าน…ห้ามไปนะ” หลินหวั่นชิวโมโหจนลุกขึ้นยืน โมโหจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงทำเอาเจียงหงหย่วนมองแล้วคอแห้ง
“เช่นนั้นเจ้าก็บอกมาเถิดว่ามันคือกระไร?” เจียงหงหย่วนเดินมาใกล้ ไล่ต้อนให้นางนั่งลงที่เตียง
เขาถือโอกาสล้มตัวลงใส่นาง สายตามองนางด้วยความเร่าร้อน
ปลายจมูกทั้งคู่ห่างกันแค่คืบหลินหวั่นชิวหันหน้าหนีไปทางอื่น กัดฟันตอบว่า “ชุดชั้นในของข้า”
“หืม? ชุดชั้นใน?”
ผ้าขาดๆ นี่คือชุดชั้นใน?
หลินหวั่นชิวคิดว่าเจียงหงหย่วนไม่เข้าใจพูดเหมือนพลีชีพว่า “ก็คือเสื้อตัวน้อยเสื้อด้านใน เข้าใจหรือไม่ เอาคืนมา!”
พูดจบก็เอื้อมมือไปคว้าแต่กางเกงในตัวน้อยถูกเจียงหงหย่วนเกี่ยวไว้ในมือ นางแย่งไม่ได้
เจียงหงหย่วนขมวดคิ้ว “ถึงบ้านเราจะจนเพียงใดแต่ก็ไม่ขาดแคลนผ้าแค่สองฉื่อ เจ้าไม่ต้องประหยัด”
ประหยัดบ้านเจ้าสิ!
“อืม” หลินหวั่นชิวขี้เกียจเถียงกับเขาอยากรีบไล่เจ้าหมอนี่ออกไปโดยเร็ว
แต่เจียงหงหย่วนก็ต้องเสียใจทันทีที่พูดจบผ้ายิ่งน้อย ส่วนที่เผยออกมาก็ยิ่งมาก หากถอดเสื้อผ้าชั้นนอกของภรรยาตัวน้อยออกสิ่งที่อยู่ด้านใน…
ให้ตายเถอะสวรรค์!
หลินหวั่นชิวแอบด่าในใจหนึ่งประโยคทว่าร่างกายกลับแข็งทื่อ ไม่กล้าขยับเขยื้อน
“ช่างเถิด เจ้าชอบเช่นไรก็ทำไปเถิด” เพื่อความสุขในวันข้างหน้า เจียงหงหย่วนกลับคำภายในเสี้ยววินาที
ภรรยาตัวน้อยหันหน้าหนีไปทางอื่น ลำคอขาวของนางทำให้ดวงตาเจียงหงหย่วนร้อนผะผ่าวลูกกระเดือกขยับขึ้นลง สุดท้ายก็อดใจก้มลงไปจูบไม่ได้
บุรุษหนุ่มทั้งกัดทั้งเลียเบาๆราวกับตรงหน้าคืออาหารรสเลิศ เขาไม่กล้าตะกละตะกลาม กลัวกินไม่กี่คำแล้วจะหมดกล้าแค่ชิมรสชาติทีละนิด
หลินหวั่นชิวตัวชาทันที ร่างกายอ่อนระทวยอย่างควบคุมไม่ได้
“ภรรยาจ๋า…” เสียงเจียงหงหย่วนทุ้มต่ำ แหบแห้งและมีแรงดึงดูด
นี่ก็คือเสียงที่ทำให้หูตั้งท้องได้ในตำนานสินะ
หลินหวั่นชิวคิด
“ไท่ไท่ข้าจ่ายตลาดกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
บุรุษหนุ่มกำลังจะได้ลิ้มรสริมฝีปากของภรรยาตัวน้อยแต่เสียงของยายสวีกลับดังขึ้นมาจากลานบ้าน
หลินหวั่นชิวรีบผลักอกเขาแล้วตะโกนไปด้านนอก “วางไว้ที่ครัวท่านเด็ดผักก่อนเถิด”
“เจ้าค่ะ ไท่ไท่”
หลังจากอยู่กับหลินหวั่นชิวมาสองวันรู้ว่านางเป็นไท่ไท่ที่ไม่เรื่องมากก็ค่อยๆ ผ่อนคลาย ไม่บีบเสียงเวลาพูดอีก
แต่พอเลิกบีบเสียงก็กลายเป็นเสียงดัง!
เจียงหงหย่วนโมโหมาก
เขาหน้าดำทะมึนทันที สายตามองต่ำลงไปด้านล่าง มองไปที่หน้าอกของหลินหวั่นชิวจินตนาการถึงภาพหลังจากถอดเสื้อผ้าออก สุดท้ายก็สัมผัสอย่างไม่ยอมใจหนึ่งทีแล้วหลีกทางปล่อยนางออกไป
เขานอนบนเตียงหลินหวั่นชิวเหมือนท่านชายหลับตาสูดดมกลิ่นของนาง
หลินหวั่นชิวรีบจัดรูปลักษณ์ตัวเองคิดแต่จะรีบไปห้องครัวเพื่อจะได้ไม่ต้องเจอบุรุษหน้าไม่อาย ลืมไปว่ากางเกงในตัวเองยังอยู่ในมือเขาแม้แต่ยกทรงยังถูกนางลืมทิ้งไว้บนเตียง
ประโยชน์จึงตกเป็นของเจียงหงหย่วน ภรรยาตัวน้อยไม่เอาไปเก็บเองเช่นนั้นเขาจะช่วยเก็บให้
เจียงหงหย่วนเก็บเข้าอกเสื้อแล้วลุกขึ้นกลับห้องตัวเอง(เจ้าคนหน้าไม่อาย!)
หลินหวั่นชิวที่กำลังทำอาหารในห้องครัวไม่รับรู้ถึงพฤติกรรมนี้ของเจียงหงหย่วนแม้แต่น้อย
ล้างทำความสะอาดขาหมูที่ซื้อมาเสร็จ หลินหวั่นก็โยนใส่ลงไปตุ๋นกับเครื่องพะโล้ในหม้อตอนที่นางอยู่คนเดียวก่อนหน้านี้ นางชอบซื้อเครื่องพะโล้สำเร็จรูปมาตุ๋นกับเนื้อวัวตีนไก่ ตีนเป็ดกินบ่อยๆ คิดไม่ถึงว่าทะลุมิติมาแล้วจะสามารถหาซื้อเครื่องพะโล้ได้จากเสียนอวี๋แม้จะใกล้วันหมดอายุแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงวัน เพื่อความอร่อยแล้ว นางไม่มัวมาถือสา
ฝีมือการทำอาหารของยายสวีธรรมดา แต่ฝีมือการใช้มีดถือว่าดีทีเดียวหลินหวั่นชิววางแผนว่าจะทำปลากระรอก[1]แค่บอกยายสวีว่าต้องหั่นปลาอย่างไรอีกฝ่ายก็หั่นปลาให้ตามนางที่บอกเสร็จอย่างรวดเร็ว
หลินหวั่นชิวหมักเนื้อปลาก่อน หมักไปด้วยสอนยายสวีไปด้วย
อาหารทำเสร็จเร็วมากหลินหวั่นชิวกับยายสวีช่วยกันเตรียมของให้พร้อมเรียบร้อย สิ่งใดที่ควรหั่นเป็นเส้นก็หั่นเป็นเส้นสิ่งใดควรหั่นเป็นชิ้นก็หั่นเป็นชิ้น
นางให้ยายสวีสับเป็ดที่เชือดแล้วเป็นชิ้นๆจากนั้นใส่ลงในน้ำเดือดพร้อมกับเหล้าเล็กน้อยรอให้เลือดในเนื้อเป็ดลอยออกมาหมดจึงตักขึ้น ล้างกระทะเทน้ำมัน ใส่ต้นหอม ขิงกระเทียมและฮวาเจียวลงไปผัดจนหอมแล้วเทเป็ดลงไป โรยพริกหยวกจานใหญ่ลงไปผัดด้วยไฟแรง พอเริ่มส่งกลิ่นหอมให้ใส่น้ำ
ผ่านไปสักพักกลิ่นหอมที่เข้มข้นกว่าเดิมโชยออกจากกระทะ หลินหวั่นชิวใส่เครื่องปรุงทีละอย่างแปะปิ่งจื่อแป้งขาวไว้รอบขอบกระทะ
“โอ้ หอมมากเลย!” เหลียงหู่ถือเหล้าโถหนึ่งเข้ามาในบ้าน กลิ่นหอมนี้ชวนให้เขาน้ำลายไหลยิ่งนัก
เชิงอรรถ
[1] ปลากระรอก(松鼠鱼) หรือที่รู้จักกันในชื่อปลาเปรี้ยวหวาน เป็นอาหารในมณฑลเจียงซู โดยจะหั่นปลาเป็นชิ้นดอกไม้ทอดออกมาแล้วเนื้อปลาจะฟูเหมือนหางกระจอก