เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 72

    "มะขิงเดินกลับมาพร้อมแก้วชาเขียวในมือ เธอนั่งลงบนเก้าอี้ ก่อนยกขึ้นดูดอึกใหญ่ราวกับหิวกระหาย
    “ค่อย ๆ ดูดสิ เดี๋ยวก็สำลักหรอก” ผมบอกพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ

    มะขิงเหลือบมองซ้ายขวา ก่อนจะเอนตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากแชมพูของเธอลอยมาแตะจมูก แล้วกระซิบเสียงเบา

    “ไม่ค่ะ ชอบดูดแรง ๆ” เธอหัวเราะเบา ๆ เอนตัวกลับ แล้วก็ยกชาเขียวขึ้นดูดอีกที แก้มทั้งสองข้างขึ้นสีชมพูจางๆ ราวกับพยายามกลบเกลื่อนความเขิน

    ผมเห็นท่าทางของเธอก็หัวเราะในลำคอ เบา ๆ พร้อมจิบกาแฟแล้วพูดออกไปว่า "เหรอ... พี่ไม่เชื่อหรอกนะ"
    เธอเม้มริมฝีปาก แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอใช้ขาเตะขาผมเบา ๆ แล้ว จ้องมองผม "จะลองดูไหม ล่ะคะ" ทันทีที่พูดจบรอยยิ้มยั่วก็ปรากฏบนใบหน้า


    “กลัวทำไม่เหมือนที่ว่ามาน่ะสิ” ผมพูดหยอกเธอกลับไป


    “หื้ม...คอยดูแล้วกัน”


    “เดี๋ยวนี้พูดเก่งขึ้นเยอะเลยนะ” ผมแหย่เธอกลับ


    “กับคนอื่นก็ไม่เป็นแบบนี้ หรอกค่ะ” เธอพูดเสียงเรียบแล้วยกชาเขียวขึ้นมาดูดต่อ “หนูสนิทกับใคร หนูก็จะพูดมากแบบนี้แหละ”


    ทันใดนั้นเอง จอโปร่งแสงก็เด้งข้อความขึ้นมา 


    [ระดับความสนิทของคุณมะขิง: เพิ่มขึ้น → ระดับ 3]


    [หากทำกิจกรรมอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง จะได้รับค่าตอบแทนจากเธอคูณ 6]


    หลังจากอ่านข้อความบนหน้าจอ ผมก็แอบยิ้มในใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “มะขิงหิวข้าวไหม พอดีพี่หิวข้าวมาก ๆ เลย”


    “ก็เริ่มหิวแล้วค่ะ ตอนเช้าเข้ามายังไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากขนมปังชิ้นเดียว” เธอตอบพร้อมยิ้มบาง ๆ


    “งั้นไปหาอะไรกินกันไหม ตอนบ่ายมีเรียนหรือเปล่า?” ผมถามพลางลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย


    “บ่ายไม่มีแล้วค่ะ” เธอตอบพร้อมรอยยิ้มสดใส


    ผมหรี่ตาแกล้งทำเสียงเข้ม “โกหกรึเปล่าเนี่ย ทำไมยิ้มแบบนั้น... ขอดูตารางเรียนหน่อยสิ” ผมพูดพลางยื่นมือออกไป


    “ไม่ได้โกหก....” มะขิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกดหน้าจอโทรศัพท์ แล้วหันมาโชว์ให้ผมดูอย่างภาคภูมิใจ


    ผมก้มมองอยู่ครู่หนึ่ง ก็พบว่าเธอพูดความจริง “โอเค ๆ” ผมพยักหน้าพร้อมหัวเราะเบา ๆ “โอ้... แต่พรุ่งนี้เรียนทั้งวันเลยแฮะ”


    มะขิงได้ยินแล้วก็ถอนหายใจยาว “ไม่อยากเรียนเลยพรุ่งนี้... มีแต่วิชาปวดหัวทั้งนั้น” เธอพูดพร้อมทำหน้ามุ่ยอย่างน่ารัก


    “เอาน่า เดี๋ยวก็จบแล้ว... ตอนเรียนเนี่ยแหละมีความสุขที่สุดแล้ว พอจบไปจะรู้เอง” ผมพูดพลางยิ้มกว้าง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่... ไปกินอะไรกันดี?”


    “ไปดูที่ห้างใกล้ ๆ นี้ก่อนไหมคะ เผื่อเดินผ่านแล้วเห็นร้าน เดี๋ยวก็อยากกินเอง ไม่ต้องมานั่งคิดให้ปวดหัว”


    ผมยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “โอ... แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน”


    หลังจากนั้น ผมกับมะขิงก็ออกจากมหาวิทยาลัย มุ่งหน้าไปยังห้างใกล้ ๆ ผ่านไปพักใหญ่ รถผมก็แล่นมาจอดที่ชั้นใต้ดินของไอคอนสยาม


    ระหว่างดับเครื่อง ความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัว เอารถของโรงพยาบาลออกมาแบบนี้ จะผิดกฎไหมนะ ถึงจะมีตราสัญลักษณ์ของโรงพยาบาลติดอยู่ แต่ก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก... คงไม่มีใครสังเกตหรอกมั้ง


    ผมกับมะขิงเข้าตัวอาคารแล้วเดินทอดน่องไปตามทาง ท่ามกลางไอเย็นเบา ๆ และผู้คนที่เดินสวนไปมา ร้านค้าสองฝั่งทางเรียงรายอยู่เป็นระยะ จนในที่สุดเราก็มาถึงโซนร้านอาหาร แถวนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารนานาชาติต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย


    หนึ่งในร้านเหล่านั้นคือร้านสุกี้ตี๋น้อย ที่ปันปันกับธามมักทำงานพาร์ทไทม์ ในช่วงเวลานี้พวกเขาคงเรียนอยู่หรือไม่ก็อาจนอนตื่นสาย เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการไปเที่ยวมาเมื่อวาน 


    ขณะนั้น มะขิงเอ่ยขึ้นชวนเบา ๆ “พี่...ไปกินสุกี้ตี๋น้อยไหมคะ? หนูไม่ได้กินนานแล้ว”


    "เอาสิ พี่กำลังคิดอยู่พอดีเลย" ผมรับคำ แล้วนำมะขิงเดินไปยังร้านอาหาร เนื่องจากร้านเพิ่งเปิด จึงไม่มีคิวรอ แต่ จู่ ๆ สายตาผมก็ชะงักเมื่อเหลือบไปเห็นปันปัน กำลังเดินวนอยู่ในร้าน


    ผมรีบคว้าแขนมะขิงไว้แน่น แล้วรีบพาเธอหมุนตัวเดินออกไป สีหน้าของมะขิง เต็มไปด้วยความสงสัยและความงุนงงอย่างเห็นได้ชัด


    ผมรีบหันไปมองซ้ำเพื่อยืนยัน แต่ไม่ผิดคนอย่างแน่นอน ความทรงจำของผมยังชัดเจน หัวใจผมเต้นระรัว ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่ในเวลานี้ได้

    ผมประเมินผิดพลาดไปถนัด นึกว่าถ้าเธอไม่มีเรียนก็คงจะพักผ่อนอยู่ที่บ้าน


    เสียงเรียกของมะขิง ดึงผมกลับสู่โลกความจริง "พี่คะ...เป็นอะไรเหรอ...ทำไมเดินออกมา" มะขิงเงยหน้าสบตาผม คิ้วเธอผูกกันด้วยความสงสัย

    "อืม... พี่นึกได้ว่า อยากกินอาหารญี่ปุ่น มากกว่า" ผมยิ้มให้เธอ เพื่อคลายความกังวล "ไปกันเถอะ" พูดจบผมก็โอบไหล่เธอ แล้วเดินไปตามทางอย่างไม่มีทิศทาง


    ไม่นานต่อมา ผมก็นำมะขิงเดินมาถึงร้าน โออิชิ บุฟเฟต์ แต่จังหวาะที่กำลังจะเข้าร้าน มะขิงกลับดึงแขนผมให้ชะงัก แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลว่า "พี่คะ... ร้านนี้ราคาแอบสูง ไปหน่อยหรือเปล่าคะ" 


    "มื้อนี้พี่เลี้ยงเอง พอดีพี่เพิ่งถูกหวยมาน่ะ" ผมตอบแบบกระซิบพร้อมหัวเราะ แต่ในใจก็รู้สึกแปลก เพราะมะขิงก็มีฐานะ หากเป็นเธอ ไม่น่าจะลังเลที่จะทานอาหารราคาเท่านี้ แต่การที่เธอใส่ใจเรื่องนี้ ก็ทำให้ผมรู้สึกประหลาดใจ คงเป็นเพราะผมที่ทำงานเป็นคนขับรถเธอเลยคิดแทนผม


    มะขิงสีหน้าเปลี่ยนทันที แต่ยังยิ้มบาน “จริงเหรอคะพี่…?”


    “จริงสิ...” ผมหันไปตอบเธอ ก่อนจะชี้ไปที่ป้ายหน้าร้าน “งั้นเรากินแพ็กเก็ตที่ 3 กันเถอะ มีเมนูให้เลือกตั้ง 180 รายการ แค่ 800 กว่าบาทเอง”


    มะขิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างตื่นเต้น “ตั้ง 800 เลยนะพี่คะ...พี่ถูกหวยกี่บาท บอกหนูหน่อยสิคะ!” เธอพูดพลางทำตาเป็นประกายราวกับกำลังลุ้นโชคใหญ่

    “ความลับ ๆ” ผมพูดพลางก้าวเข้าไปในร้าน พนักงานเดินเข้ามาทักทันที ก่อนเอ่ยถามเสียงสุภาพ “มาสองท่านใช่ไหมครับ?”


    ผมพยักหน้าแต่ไม่ได้ตอบอะไร


    “เอาเป็นแพ็กเก็ตบุฟเฟ่แบบไหนดีครับ” พนักงานยื่นแผ่นป้ายมาให้ดู


    ผมไม่ต้องคิดนาน เพราะเลือกไว้เรียบร้อยแล้ว ผมชี้นิ้วไปที่แพ็กเก็ตที่สามทันที


    พนักงานพยักหน้าแล้วจดคำสั่ง ก่อนจะเดินไปจัดเตรียมของให้


    แววตาของมะขิงเป็นประกายยิ่งกว่าเดิม ผมหัวเราะในลำคอแล้วดันตัวเธอเบา ๆ "เข้าไปกินกันเถอะ กินเสร็จแล้วเราก็จะ..." ผมหยุดพูดเพื่อให้เธอคาดเดา


    "แล้ว...จะทำอะไรต่อ เหรอคะ" เธอยิ้ม จนแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ


    ผมโน้มตัวไปกระซิบเสียงแผ่ว "ก็ไปหาอะไรทำกันต่อเล็กๆน้อยๆ จะได้ช่วยย่อยอาหาร อย่างเช่น... การออกกำลังกายในที่ร่ม"


    มะขิงสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ พร้อมยิ้มอาย ๆ ก่อนจะนั่งประจำที่ และจัดระเบียบผม ให้เข้าที่ "จะเชื่อได้ไหมนา..." เธอทำน้ำเสียงหยอกล้อ

    ผมยิ้มมุมปาก อย่างมีเลศนัย แล้วตอบกลับ "พี่แค่อยากพิสูจน์ว่า... มะขิงจะดูดได้แรงสมคำโม้ ที่พูดไว้หรือเปล่า ก็...เท่านั้น”


    มะขิงขบเม้มริมฝีปาก ด้วยความหมั่นไส้ เธอกวาดตามองรอบตัว ก่อนจะเอนกายเข้ามาใกล้ จากอีกฝั่งของโต๊ะ แล้วกระซิบว่า "วันนั้นมันแค่เบาๆ ของจริงน่ะ จะได้เห็นกันหลังจากนี้ต่างหาก"


    เธอหัวเราะลั่นแต่ก็ไม่ได้ดังมากทันทีที่พูดจบ ราวกับสนุกกับสิ่งที่ตัวเองพูด


    พอคุยกันเรียบร้อย พวกเราก็เริ่มเลือกเมนู ซูชิ แต่ละเมนูดูน่าทานทั้งนั้น พลิกดูทุกหน้า ก็เจอแต่ รายการอาหารที่ดึงดูดใจ 


    เมนูดูน่าทานไปเสียทุกอย่าง เห็นทีจะเลือกยาก ผมจึงเลือกสั่งเมนูแนะนำ ของร้านมาลองก่อน ส่วนมะขิงก็เลือกเมนูโปรดของเธอไป โดยที่ผม ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียด ว่าเธอสั่งอะไรบ้าง


    ไม่นานนัก อาหารญี่ปุ่นของเราก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะ อย่างรวดเร็ว มะขิงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ เช่นเดียวกับผม อาหารแต่ละจาน ดูสวยงามน่าถ่าย จนผมเผลอลืมตัวไปว่า ไม่ควรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้กังวลมากนัก เพราะที่คาเฟ่ ก่อนหน้านี้ ผมก็ใช้มันต่อหน้าเธอ ไปแล้วนับว่าโชคดี ที่ตอนนั้นเธอไม่ได้ใส่ใจ


    "หู้ย... พี่ใช้ iPhone 17 เหรอคะ ทำไมหนูเพิ่งเห็น" มะขิงอุทาน ด้วยความประหลาดใจ


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน