ณ เมืองแห้ฝือ
ภายในห้องลับของจวนเ้าเมือง กวนอูและบิต๊กนั่งเผชิญหน้ากันโดยมีโต๊ะกั้นกลาง
“ท่านที่ปรึกษาบิต๊ก เื่สัญญาหมั้นหมายระหว่างน้องสาวท่านกับโตซางเป็อย่างไรบ้าง วันก่อนพี่ชายข้าถามถึงเื่นี้อีกครั้ง เขาตั้งตารอให้ท่านที่ปรึกษาบิต๊กได้เกี่ยวดองเป็ทองแผ่นเดียวกันยิ่งนัก” กวนอูลูบเคราอันงดงาม ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยขณะเอ่ยถาม
บิต๊กขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางถอนหายใจ “ข้าเองก็หวังว่าจะให้น้องสาวแต่งงานกับเ้าเมืองโดยเร็ว ทว่าวันก่อนตระกูลบิของข้าส่งคนไปยังไห่ซีเพื่อขอถอนหมั้นกับโตซาง ใครจะคาดคิดว่าเขานอกจากจะปฏิเสธแล้ว ยังสั่งให้ลูกน้องทุบตีบิฮองน้องรองของข้าด้วย”
“โตซางไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?” ดวงตาหงส์ของกวนอูเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย แววตาที่ทระนงปรากฏร่องรอยของความโกรธเคือง
ทว่าบิต๊กกลับยิ้มแล้วกล่าวว่า “แต่ท่านแม่ทัพกวนไม่ต้องกังวลไป ตระกูลบิของข้ามีวิธีจัดการเอง ภายในครึ่งปีนี้ ข้าจะทำให้ท่านเล่าปี่สามารถต้อนรับน้องสาวข้าเข้าบ้านได้อย่างถูกต้องตามทำนองคลองธรรมแน่นอน”
เมื่อได้ยินดังนั้น กวนอูจึงสลายความโกรธและพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงความพึงพอใจ
ในขณะนั้นเอง ข้าในตระกูลบิคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาและยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้แก่บิต๊ก
ใบหน้าของบิต๊กยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม เขาเปิดจดหมายออกอย่างไม่รีบร้อน ทว่าเมื่อกวาดสายตาอ่านคร่าว ๆ รอยยิ้มก็หายวับไปทันที แววตาเต็มไปด้วยความตระหนก
“ท่านที่ปรึกษาบิต๊ก เกิดเื่อะไรขึ้น?” กวนอูเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
หลังจากตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง บิต๊กจึงได้สติและกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า “มีข่าวส่งมาจากไห่ซี เมื่อไม่กี่วันก่อนโจรทะเลซีเซ่งนำกำลังโจรทะเลห้าร้อยนายบุกโจมตีไห่ซี แต่กลับถูกโตซางตีจนต้องหนีไปอย่างทุลักทุเล”
“มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ!” ดวงตาหงส์ของกวนอูเบิกกว้างทันที “ซีเซ่งผู้นี้แม้จะเป็เพียงพวกสุนัขรับใช้ไร้ค่า แต่ก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง เหตุใดจึงพ่ายแพ้แก่โตซางได้?”
บิต๊กจึงเล่าเหตุการณ์การรบที่ไห่ซีให้กวนอูฟัง แต่ได้ปกปิดเื่ที่ตระกูลบิเป็ผู้จ่ายเงินจ้างซีเซ่งให้ไปโจมตีไห่ซีเอาไว้
“แค่ดึงตัวนักแสดงงิ้วมาคนหนึ่ง เปลี่ยนชื่อเป็คนโบราณ แล้วก็เอาชนะซีเซ่งได้เนี่ยนะ?” กวนอูถามกลับด้วยความสงสัย
แม้ใบหน้าของบิต๊กจะมีความลังเล แต่ก็ได้แต่ถอนหายใจ “ข้าเองก็รู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก ทว่าข้อเท็จจริงเป็เช่นนี้ บางทีโตซางอาจแอบรวบรวมเหล่ายอดฝีมือพเนจรให้มาทำงานรับใช้ มิเช่นนั้นคงไม่มีทางที่ซีเซ่งจะพ่ายแพ้ได้”
คิ้วของกวนอูขมวดมุ่น แววตาฉายความเข้าใจบางอย่าง ดูเหมือนเขาจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดทหารคนสนิทสามสิบนายของจางกุ้ยจึงไม่สามารถลอบสังหารโตซางได้ แต่กลับถูกฆ่าตายจนหมดสิ้น
เมื่อคิดได้ดังนี้ จิตสังหารก็ผุดขึ้นในดวงตาของกวนอู เขาแค่นเสียงเย็น “โตซางผู้นี้ถึงกับแอบเลี้ยงยอดฝีมือ ดูท่าเขาคงไม่ยินยอม และยังหมายปองตำแหน่งเ้าเมืองซีจิ่วอยู่สินะ”
“ท่านเล่าปี่มีเมตตาไร้ผู้เปรียบ เป็ที่รักของราษฎร อีกทั้งท่านโตผู้ล่วงลับยังได้มอบตำแหน่งเ้าเมืองให้ด้วยตนเองก่อนสิ้นใจ ต่อให้โตซางไม่ยินยอมก็ไร้ประโยชน์” บิต๊กรีบแสดงความจงรักภักดี
กวนอูพยักหน้าเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “ถึงจะเป็เช่นนั้น แต่โตซางก็ยังเป็ภัยที่ซ่อนอยู่ ท่านที่ปรึกษาบิต๊กเห็นว่าควรจัดการอย่างไร?”
บิต๊กครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากปรากฏรอยยิ้มเ้าเล่ห์แล้วกล่าวว่า “แม้โตซางจะชนะซีเซ่ง แต่ส่วนใหญ่เป็เพราะซีเซ่งทะนงตนเกินไป หากสามารถบุกตีเมืองได้โดยตรง โจรทะเลห้าร้อยนายย่อมเพียงพอที่จะกวาดล้างไห่ซีให้ราบคาบ ข้ามีอุบายหนึ่ง ขอเพียงท่านเล่าปี่ออกคำสั่งทหารเพียงฉบับเดียว ย่อมกำจัดโตซางที่เป็ภัยนี้ได้อย่างง่ายดาย”
จากนั้น บิต๊กจึงค่อย ๆ อธิบายแผนการของเขา
ใบหน้าสีแดงที่มักจะเรียบตึงของกวนอู ในที่สุดก็ปรากฏรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจออกมาให้เห็นเป็ครั้งแรก
หลายวันต่อมา ณ เมืองไห่ซี
บนลานฝึกทหาร ชายฉกรรจ์สี่ร้อยนายกำลังฝึกซ้อมค่ายกลอย่างหนักจนเหงื่อโทรมกาย
บนปะรำพิธี โตซางยืนเอามือไพล่หลัง กวาดสายตามองเหล่าทหาร ใบหน้าเยาว์วัยฉายแววพึงพอใจ
เงินหลายล้านอีแปะที่ตระกูลบิส่งมา ทำให้เขามีเบี้ยเลี้ยงทหาร อีกทั้งชัยชนะจากการรบกับโจรทะเลครั้งก่อน ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาในไห่ซีเพิ่มพูนขึ้น เมื่อมีทั้งเงินและชื่อเสียง พอติดประกาศรับสมัครทหาร ผู้คนจึงแห่กันมาสมัครอย่างล้นหลาม
ภายในเวลาเพียงสิบวัน โตซางก็รวบรวมชายฉกรรจ์ได้สี่ร้อยนาย
แม้ห้วนกุ๋ยและฮวาหมู่หลานจะมีค่าการบัญชาการไม่สูงนัก แต่ก็ยังเข้าใจเื่การฝึกทหารมากกว่าโตซาง เขาจึงมอบทหารใหม่สี่ร้อยนายให้ทั้งสองคนฝึกซ้อมทั้งกลางวันและกลางคืน เพียงไม่กี่วันก็เริ่มเห็นผล
“รายงาน คำสั่งทหารจากเ้าเมืองเล่าแห่งเมืองแห้ฝือมาถึงแล้ว” ม้าเร็วควบตะบึงเข้ามา พร้อมส่งคำสั่งทหารที่ประทับตราประจำตำแหน่งเ้าเมืองให้ถึงมือโตซาง
โตซางเปิดอ่านและกวาดสายตามองเพียงครู่เดียว มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มเยาะ ในใจคิดว่า ‘เป็ไปตามที่ข้าคาดไว้ไม่มีผิด ตระกูลบิไม่ยอมรามือจริง ๆ ครั้งนี้ถึงกับใช้อำนาจของเล่าปี่ บีบให้ข้าะโลงหลุม ดูท่าถ้าพวกเ้าไม่กำจัดข้าให้สิ้นซากคงไม่ยอมเลิกราสินะ..’
รอยยิ้มหายวับไปทันที โตซางสะบัดมือแล้วประกาศเสียงดัง “ท่านเ้าเมืองมีคำสั่ง ให้พวกเรากำจัดโจรทะเล ส่งคำสั่งลงไป ให้กองทัพเคลื่อนพลทันที ไปตั้งค่ายพักแรมที่ชายทะเล”
เมื่อคำสั่งประกาศออกไป ทหารใหม่ทั้งสี่ร้อยนายต่างหน้าถอดสี เกิดความวุ่นวายขึ้นทั่วลานฝึกทันที
แม้ซีเซ่งจะพ่ายแพ้ในครั้งก่อน แต่ก็ไม่ได้าเ็สาหัส เขายังมีโจรทะเลฝีมือดีอีกสี่ร้อยนาย ซึ่งเป็กำลังที่ไม่ควรดูแคลน
กองกำลังของพวกเขา แม้จะมีจำนวนเท่ากับโจรทะเล แต่ทั้งหมดเป็ทหารใหม่ที่เพิ่งรับสมัครมา ยังไม่มีสมรรถภาพในการรบ และไม่คุ้นเคยกับการรบทางเรือ จะไปสู้กับโจรทะเลที่ดุร้ายได้อย่างไร
แม้แต่ห้วนกุ๋ยที่กำลังแทะน่องไก่อยู่ ก็ยังใกับคำสั่งของโตซาง เขารีบเดินเข้ามาหาพลางเคี้ยวเนื้อเต็มปากแล้วโวยวายว่า “ข้าเรียนนายท่าน ไม่ใช่ว่าข้าห้วนกุ๋ยพูดให้เสียกำลังใจนะ แต่ถ้าสู้กันตัวต่อตัว ไอ้โจรทะเลแซ่ซีในสายตาข้ามันก็แค่ผายลม แต่ท่านจะใช้พวกทหารใหม่หัดเดินพวกนี้ออกทะเลไปปราบโจรทะเล มันก็ไม่ต่างจากการต้อนแกะเข้าปากเสือ ไปตายเปล่าชัด ๆ ”
“นายท่าน ทหารของเราเพิ่งรับสมัครมา การฝึกยังไม่สมบูรณ์ ข้าน้อยเห็นว่ายามนี้ไม่ควรเคลื่อนทัพ ขอให้นายท่านโปรดไตร่ตรองอีกครั้ง” ฮวาหมู่หลานเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ความยากลำบากที่ทั้งสองกล่าวมา โตซางมีหรือจะไม่รู้ เล่าปี่ใช้อำนาจในนามเ้าเมืองบังคับให้เขาไปปราบโจร หากเขาไม่เคลื่อนไหว ก็เท่ากับขัดคำสั่งทหารอย่างเปิดเผย ซึ่งมีโทษถึงตาย เมื่อนั้นเล่าปี่ย่อมสามารถกำจัดเขาที่เป็ภัยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
และในตอนนี้โตซางมีทหารเพียงสี่ร้อยนาย กำลังยังไม่ถึงขั้นที่จะกล้าแตกหักกับเล่าปี่ได้
การออกศึกยังพอมีความหวัง แต่การขัดคำสั่งมีแต่ทางตายเท่านั้น
“คำสั่งของท่านเ้าเมือง จะขัดได้อย่างไร ข้าตัดสินใจแล้ว พวกเ้าไม่ต้องเกลี้ยกล่อมอีก ปฏิบัติตามคำสั่งเถิด” โตซางโบกมือ สั่งการอย่างเด็ดขาด
ห้วนกุ๋ยและฮวาหมู่หลานไม่มีทางเลือก ได้แต่ทำตามคำสั่ง ในวันนั้นจึงนำทหารใหม่สี่ร้อยนายออกจากเมืองไปสิบกว่าลี้ มุ่งหน้าสู่ชายทะเล
เมื่อโตซางนำทัพถึงชายทะเลและตั้งค่ายเสร็จสิ้น ด้านหนึ่งเขายังคงฝึกซ้อมทหารต่อไป อีกด้านหนึ่งได้สั่งเกณฑ์เรือประมงตามแนวชายฝั่งเพื่อใช้ในการออกทะเล
ภายในเจ็ดวัน โตซางรวบรวมเรือประมงขนาดเล็กใหญ่ได้กว่าห้าสิบลำ ซึ่งเพียงพอสำหรับทหารสี่ร้อยนายของเขา
เมื่อเรือพร้อม ทหารใหม่หลายร้อยนายต่างกระวนกระวายใจ เตรียมตัวลงเรือออกทะเล เพื่อติดตามท่านนายอำเภอของพวกเขา ‘เข้าปากเสือ’
ทว่าใครจะคาดคิดว่าโตซางตั้งค่ายทหารอยู่หลายวัน แต่กลับนิ่งเฉยไม่เคลื่อนไหว เพียงแต่ส่งคนออกไปปล่อยข่าวอย่างต่อเนื่อง โดยอ้างว่าครั้งก่อนเป็เพียงความโชคดีที่ซีเซ่งหนีไปได้ การออกศึกครั้งนี้ เขาจะต้องสับซีเซ่งเป็หมื่นชิ้นด้วยมือตนเองให้ได้
ในเย็นวันหนึ่ง โตซางยืนอยู่บนสะพานไม้ มองออกไปยังเส้นขอบฟ้าที่กับทะเล
“นายท่าน ท่านไม่ออกทะเลไปปราบโจรทะเลหรือไง พวกเราตากแดดอยู่ที่ชายทะเลนี่มาสิบวันแล้ว ท่านยังนิ่งเฉยอยู่อีก รีบออกศึกจะได้รีบตายรีบไปเกิด ให้เหล่าสหายได้จบเื่จบราวเสียที รอความตายแบบนี้มันทรมานเหลือเกิน” ห้วนกุ๋ยยืนอยู่ด้านหลัง บ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบห้าว
“ข้าบอกว่าจะปราบโจรทะเล แต่ข้าพูดตอนไหนว่าต้องออกทะเลไปปราบ?” โตซางหันกลับมาถาม พร้อมกับรอยยิ้มเ็าที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมในดวงตา