ที่หน้าประตูใหญ่ของโรงเรียน ใบสนแห้งร่วงหล่นจากต้น ปลิวลงบนหลังคาที่มุงบังแดดบังฝนบนแผ่นป้ายโรงเรียน พอลมพัดก็กระพือเอาใบแห้งที่กองเต็มจนล้นปลิวหล่นลงมาบนพื้น
กิ่งสนแห้งเล็ก ๆ กิ่งหนึ่งร่วงลงมาพร้อมใบสนแห้ง ปลิวละลิ่วเป็ควงสว่านกลางอากาศ ลงบนกองสนแห้งบนพื้น ใบสนแห้งเส้นซี่เล็กเบาถูกลมพัดกวาดมากองกันเป็หย่อมๆ บนพื้นหน้าประตูใหญ่ที่ลุงคมสันต์เปิดออกไว้แต่เช้ามืด
ยามเช้าของโรงเรียน อากาศเย็นสบาย เสียงลมเสียดสีกับทิวสนเอนลู่ไปมา กลิ่นหญ้าที่เพิ่งถางดาย สายน้ำไหลเอื่อย ๆ ในคูเล็ก ๆ หน้าโรงเรียน ยามเดินข้ามสะพานที่ทอดจากถนนหน้าประตูโรงเรียน ทำให้แฮ็มกะแป็งรู้สึกสดชื่นในเช้าวันเสาร์ที่ไม่ต้องเรียนหนังสือนี้ยิ่งนัก
แฮ็มกะแป็งมาเช้า แต่ไม่เช้าเท่าวันอื่น วันนี้ทั้งพ่อและแม่พาแฮ็มกะแป็งหาอาหารเช้าทานที่ใกล้ๆ โรงเรียนก่อนแวะมาส่ง พอมาถึงโรงเรียนก็มองเห็นอาจารย์หลายคนทยอยเดินเข้าห้องประชุม แฮ็มกะแป็งเดินตรงไปที่ตึกทิศใต้ห้องกิจกรรม เสียงวิ่งเหยาะของใครคนหนึ่งตามหลังมา
“เรามาพร้อมกันเลยนะวันนี้” เสียงบุ๋นทักมาแต่ไกล
“มาแล้วหรือบุ๋น? วันนี้มาเช้าดีนะ” แฮ็มกะแป็งยิ้มให้
ในขณะนั้น เด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่งวิ่งเล่นกันอยู่สี่ห้าคน พากันส่งเสียงดังอย่างสนุกสนานอยู่ที่สนามหญ้า แฮ็มกะแป็งจำได้ว่าเด็กสามคนเป็นักเรียนเข้าใหม่ชั้น ม. 4 มีคนหนึ่งถักผมเปียมาร่วมงานที่ห้องกิจกรรมเมื่อบ่าย อีกสองคนเป็ลูกของอาจารย์ที่โรงเรียน น่าจะเพิ่งเข้าชั้น ม.1 คงจะตามพ่อแม่มาประชุม ทั้งหมดเป็นักเรียนใหม่เพิ่งเข้าเรียนปีนี้
พอดีลุงคมสันต์เดินอยู่บริเวณนั้น แฮ็มกะแป็งจึงถามขึ้นว่า
“ลุงคมสันต์ เด็กนักเรียนใหม่ชั้น ม.4 ใช่ไหมครับ? แล้วนั่นลูกอาจารย์ใช่ไหมลุง?”
“ครับ พวกตัวเล็กเป็ลูกอาจารย์ประเสริฐคนหนึ่ง เป็ลูกอาจารย์นิรมลคนหนึ่ง อีกสามคนบ้านอยู่แถวนี้ เห็นประตูเปิดเลยนัดกันมาวิ่งเล่น เดี๋ยวประชุมอาจารย์เลิกตอนเที่ยง ผมจะปิดประตู ค่อยเรียกให้กลับบ้าน”
ลุงคมสันต์หน้าไม่มีรอยยิ้ม พอตอบคำถามของแฮ็มกะแป็งเสร็จ เขาก็เดินจากไป
บุ๋นแอบกระซิบ “แหม ลุงคมนี่หน้าโฮ้ดโหด เวลาไล่เด็กกลับบ้านตอนเที่ยง เด็กคงจ๋อยกันหน้าดู กูน่ะไม่เคยอยากคุยกับลุงแกเลย คุยแล้วไร้อารมณ์ คนอะไรเหมือนหุ่นยนต์ เหมือนคนไม่มีชีวิต”
“เอ๊า ก็ถูกของลุงคมไม่ใช่หรือ พอประตูโรงเรียนปิด ก็ต้องให้เด็กกลับบ้าน ตอนนี้แกยังไม่ได้ไปไล่สักหน่อย” แฮ็มกะแป็งไม่ได้คล้อยตามคำพูดของบุ๋น
“แหม ฟังพูด กลายเป็กูไม่ดี มองลุงแกในแง่ร้าย?” บุ๋นเหล่ตาถามเพื่อน
มกะแป็งไม่ตอบ เอามือดึงกระเป๋าหนังที่บุ๋นสะพายอยู่ ลากตัวเดินอ้อมสนามหญ้าไปที่ตึกกิจกรรม
พ่อแม่เพื่อนฝูงมักบอกว่าแฮ็มกะแป็งมองโลกสวยงามเกินจริง แต่แฮ็มกะแป็งก็รู้สึกจริง ๆ ว่าคำพูดไม่กี่คำของลุงคมสันต์เมื่อสักครู่ สามารถััได้ถึงความห่วงใยที่ลุงคมสันต์มีต่อเด็ก แม้ท่าทางภายนอกจะดูเข้มงวด หน้าดุไม่เป็มิตรของลุงแก แถมยังมีแผลเป็เหมือนรอยบากที่คอ ยิ่งทำให้เด็กนักเรียนกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้
บุ๋นจำเด็กถักผมเปียที่อยู่ชั้น ม. 4 ที่เจอเมื่อวานได้ จึงส่งเสียงดังทักทาย “หวัดดี แจมมี่”
แจมมี่ส่งเสียงทักทายกลับ แล้ววิ่งเล่นต่อ
ทันใดนั้นเอง เสียงอาเธอร์ก็ดังมาจากประตูโรงเรียน “แฮ็มมมกาแป็งงง... บู๋นนน..”
แฮ็มกะแป็งและบุ๋นต่างหันไปตามเสียง เห็นอาเธอร์ใส่เสื้อเชิ้ตลำลองสีไข่ไก่แขนสั้น กับกางเกงขาสั้นลายสก๊อตสีน้ำตาล สะพายเป้ผ้าสีเหลืองเขียวอยู่ข้างหลัง วิ่งยิ้มเข้ามาหา มีพ่อแม่อาเธอร์เดินเข้ามาส่งด้วย แฮ็มกะแป็งและบุ๋นเดินเข้าไปหา ต่างยกมือไหว้พ่อแม่ของอาเธอร์
“หวัดดีจ้ะ แฮ็มกะแป็ง บุ๋น” พ่ออาเธอร์ทักทาย
“พออาเธอร์รู้ว่าแฮ็มกะแป็งและบุ๋นมาโรงเรียนวันนี้ ก็รบเร้าพ่อแม่มาส่ง จะได้เจอเพื่อน ๆ” แม่ของอาเธอร์บอก
พ่อของอาเธอร์ยกมือจับไหล่แฮ็มกะแป็งและบุ๋นข้างละคน “พ่อและแม่ขอขอบใจแฮ็มกะแป็งและบุ๋นมากนะที่ช่วยดูแลอาเธอร์ ขอบใจที่เป็เพื่อนอาเธอร์มาั้แ่อาเธอร์เข้ามาเรียนที่นี่ ไม่ได้พวกเธอ ยังไม่รู้เลยว่าอาเธอร์จะเป็ยังไงบ้างตอนนี้”
บุ๋นพูดขึ้น “แฮ็มกะแป็งดูแลอาเธอร์มากกว่าใครเลยครับ อาเธอร์ชอบทำตัวเด็กแล้วก็ขี้กลัว พอแฮ็มกะแป็งเอาใจ เลยเกาะแฮ็มกะแป็งตลอด” บุ๋นไม่ทิ้งนิสัยพูดมากแบบไม่คิดก่อนพูด
แต่พ่อแม่ของอาเธอร์ไม่ตำหนิ แต่ยิ้มรับ เพราะซาบซึ้งบุ๋นที่มีน้ำใจมากกว่าจะเคืองคำพูดตรง ๆ ของเขา พ่อแม่อาเธอร์รู้ว่าบุ๋นเป็หนึ่งในเพื่อนสนิทของอาเธอร์ ที่ทำให้อาเธอร์รู้สึกอบอุ่นในแก็งค์สามเพื่อน
บุ๋นยังไม่วายพูดต่อ “แต่เด็กดาวน์อย่างอาเธอร์นี่เก่งดีนะครับ ภาพสีน้ำของอาเธอร์สวยจนออกวางตลาดได้แล้ว ไอเดียผมเอง คราวนี้ผลงานศิลปะของเด็กดาวน์จะต้องลือลั่น”
แม่ของอาเธอร์สะดุดกับคำพูดของอาเธอร์ หน้าเครียดไปเล็กน้อย แฮ็มกะแป็งที่ยืนอยู่ติดกับบุ๋น แสร้งทำเป็ยืนขัดถูกขาตัวเองแล้วทำทีเซล้มไปที่ตัวบุ๋นด้านที่ไม่มีใครยืนอยู่ พร้อมเอามือกระแทกสีข้างของบุ๋น บุ๋นไม่ทันระวังตัวก็ถูกแรงกระแทกทั้งตัวของแฮ็มกะแป็ง เซแซดๆ สะดุดพื้นล้มลง ร่างท้วมใหญ่ััพื้นหญ้าดังอั้ก
พ่อแม่ของอาเธอร์ใร้องอุทานขึ้นมา แต่อาเธอร์กลับหัวเราะคิกคัก ด้วยภาพสะดุดพื้นอันดูน่าขบขันของบุ๋น