โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
พูดคุยแลกเปลี่ยนเื่ราวกับท่านป้าทั้งสองอยู่นาน จนกลางยามอู่
“ข้าต้องขอตัวก่อนนะเ้าคะท่านป้า” เฟยฮวาเอ่ยขึ้น
“เ้าจะไปไหน ไม่รับอาหารกลางวันที่เหลาเป่าอี้ด้วยกันก่อนหรือ” นางถางเอ่ยชวน
“ข้าจะไปโรงประมูลเหิงเยว่ ไปขายเครื่องประดับกับเอาชุดไปสอบถามว่ารับซื้อหรือไม่ ชุดเก่าของข้าเ้าค่ะ อาหารที่เรือนก็มีมากนัก เลยว่าหากทำธุระเสร็จจะกลับไปกินที่เรือนทีเดียว” หากกินที่เหลาเป่าอี้ทุกครั้งที่มาหาท่านป้า น้ำหนักคงไม่ลงสักทีเก็บไว้กินมื้อพิเศษ หรือพร้อมบุตรชายดีกว่า
ป้าทั้งสองพยักหน้าเข้าใจ
“เฟยฮวาเคยมาถามข้าเื่ที่ไหนรับซื้อชุด นางอยากขายชุดที่เคยตัดจากนางสุ่ย ข้าเลยแนะนำโรงประมูลเหิงเยว่ไป” นางตงเสริม
“คงขายได้อยู่หรอก ชุดนางสุ่ยตัดนั้นหรูหราใช้ผ้าอย่างดีอยู่ ข้าก็เคยไปขายผ้าเช่นกัน ขอให้เ้าได้ราคางาม” นางถางเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าแต่ก่อนเฟยฮวาชอบแต่งตัวหรูหรา
“ขอบคุณเ้าค่ะ ข้าก็หวังว่าจะเป็เช่นนั้น”
“แต่เ้าซูบลงไปเยอะมาก พอแก้มลดลงโครงหน้าก็ชัดขึ้น ข้าว่าเ้าก็สวยขึ้นเยอะนะ” นางถางเอ่ยเมื่อพิจารณาที่ใบหน้าเฟยฮวา
“พยายามลดน้ำหนักอยู่เ้าค่ะ อยากสุขภาพดีจะได้อยู่กับบุตรชายไปนาน ๆ”
“เช่นนั้นย่อมดี แต่อย่าหักโหมนักเล่า” นางตงเอ่ยอย่างเป็ห่วง
“ข้าจะค่อย ๆ ลดเ้าค่ะท่านป้า ไม่หักโหมแน่นอน ตอนนี้ใกล้ย้ายเรือนเลยจัดของ เหมือนได้ออกกำลังเลยได้เหงื่อเป็ผลพลอยได้เ้าค่ะ” เฟยฮวาเอ่ยให้ท่านป้าสบายใจ
น้ำหนักตอนนี้คงราว 85 กิโลกรัม อยู่ที่นี่ขยับตัวเยอะ ถ้านับก้าวเดินคงได้วันละเป็หมื่นก้าวเป็อย่างต่ำ มื้อที่บุตรชายไปสถานศึกษาหรือกินอาหารคนเดียว ก็ให้พี่ชายระบบช่วยทำอาหารสุขภาพให้ รสชาติดีกว่าที่คิดไว้นัก นางกินทุกวันไม่มีเบื่อ มื้อที่กินกับบุตรชายหรือพวกท่านป้าก็ลดข้าวลงมาหน่อย เน้นกินเนื้อสัตว์กับผัก เป็การลดน้ำหนักที่ไม่เครียด มีความสุขดี รู้ตัวอีกทีน้ำหนักก็ลงไปเยอะเลย
“หากชุดหลวมขึ้นเอามาให้ข้าเย็บให้เล่า” นางตงย้ำเตือน เคยบอกไปแล้วก็ย้ำอีก
“ได้เ้าค่ะ”
“แบบนี้ข้าก็เหลือเ้าเป็เพื่อนกินข้าวคนเดียวแล้วนางตง”
“เปลี่ยนร้านบ้างเถิด เข้าเหลาเป่าอี้บ่อยจนคนคิดว่าพวกเราเป็เศรษฐีแล้ว” ั้แ่สนิทกับเฟยฮวาและนางถาง นางไปเหลาเป่าอี้บ่อยจนจะกินครบทุกรายการ
“เขาเข้าใจถูกแล้ว” นางถางหัวเราะ ก็คนมันรวยจริง ๆ ทำแต่งาน พอได้มีสหายอยู่ใกล้ก็ต้องใช้ตำลึงบ้าง
“ข้าละยอมเ้า” นางตงเอ่ยปลง ๆ
“ไป ๆ ถ้างั้นวันนี้ข้าให้เ้าเลือกร้านก็ได้”
เฟยฮวาขบขันท่านป้าทั้งสอง จบที่ตกลงกันว่าจะไปร้านก๋วยเตี๋ยว
“วันนี้ท่านป้ากินก๋วยเตี๋ยวไปก่อน ข้าขายชุดได้แล้วจะมาเลี้ยงมื้อใหญ่ที่เหลาเป่าอี้” เฟยฮวาเอ่ยอย่างใจโต
“เห็นไหม กลุ่มเรามีแต่เศรษฐีจริง ๆ” นางตงหัวเราะ
นางถางยิ้มรับ อีกเหตุผลหนึ่งที่คบหากับเฟยฮวาและนางตงได้คือความไม่เห็นแก่ตัว นางตงฐานะพอกันกับนาง ส่วนเฟยฮวานั้นถึงจะเป็สหายรุ่นลูก มีตำลึงน้อยกว่า แต่ก็ผลัดกันจ่าย นางเลยรู้สึกได้เป็ผู้ให้และเป็ผู้รับที่พอดีกัน
เฟยฮวาแยกตัวออกมา เดินไปยังโรงประมูลเป่าอี้ ตลาดคือใจกลางของหมู่บ้าน สถานที่สำคัญอย่างสถานศึกษา โรงหมอ ลานประชุม ก็อยู่รอบตลาด สะดวกสบายดี แต่ให้อยู่อาศัยขออยู่ที่เดิมดีกว่า นางชอบแบบสงบไม่มีคนพลุกพล่าน
เมื่อถึงเขตพื้นที่โรงประมูลเหิงเยว่ ก็ต้องตกตะลึง เป็สถาปัตยกรรมที่งดงามมาก นางไม่คิดว่าที่นี่จะมีสิ่งก่อสร้างแบบนี้ เจดีย์ไม้สีเข้ม ความสูง 5 ชั้น รอบตัวเรือนมีหินแกะสลักลายัพันโอบรอบเจดีย์ ส่วนหัวัพุ่งขึ้นทะยานฟ้าอลังการเกินไปแล้ว จนคิดว่าที่อื่นของเมืองหลวงชิงหลงจะขนาดไหน ขนาดที่นี่เป็เพียงหมู่บ้านขนาดเล็ก ยังมีสิ่งสถานที่หรูหราเช่นนี้ ครั้งหน้านางต้องพาบุตรชายมาด้วย เฟยหลงต้องชอบแน่นอน
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ประตูทางเข้า ก็มีผู้ออกมาต้อนรับ
“โรงประมูลเหิงเยว่ยินดีต้อนรับ วันนี้ท่านหญิงมาใช้บริการเื่ใดขอรับ” โค้งกายด้วยความสุภาพ ไม่คุ้นหน้าคนผู้นี้จึงสอบถาม
“ข้าเพิ่งเคยมาเป็ครั้งแรก อยากมาขายเครื่องประดับเ้าค่ะ รบกวนท่านช่วยแนะนำข้าที”
“ยินดีขอรับ เชิญท่านหญิงเข้าด้านในก่อน” เขาเชิญด้วยความเป็มิตร เฟยฮวาเดินตาม ว่าข้างนอกหรูหราแล้ว ข้างในยิ่งกว่า เต็มไปด้วยงานไม้แกะสลัก และรูปปั้นสัตว์เทพในตำนาน มีที่นั่งนับยี่สิบโต๊ะ บนโต๊ะมีแจกันปักดอกกุหลาบสีขาว ที่เก้าอี้มีเบาะรองนั่งพร้อมหมอนพิงอย่างดี
นึกถึงโรงแรมในโลกที่นางจากมา ที่เวลาเข้าไปในโรงแรมจะมีแผนกต้อนรับ จำนวนคนที่ในวันนี้มีไม่มากแต่ทุกคนล้วนแต่งกายดี มองมาที่ตนเองแล้วนั้นเหมือนเป็ยาจก ได้ยินคนอื่นคุยกันกันเบา ๆ คนต้อนรับที่นี่จะเรียกผู้มามาใช้บริการว่า ท่านหญิง ท่านชาย
“เชิญนั่งขอรับ”
นั่งเพียงไม่นานก็มีคนงานเอาน้ำมาบริการ
“น้ำขอรับท่านหญิง”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“ข้าตามผู้ประเมินราคาของมาให้แล้ว ท่านหญิงโปรดรอสักครู่ ระหว่างนี้ข้าจะอธิบายการให้บริการของโรงประมูลเหิงเยว่ เผื่อวันหน้าท่านหญิงจะมาใช้บริการในด้านอื่นนะขอรับ”
“ได้เ้าค่ะ รบกวนท่านด้วย” เฟยฮวาก็อยากฟังอยู่ เพราะเขาไม่เคยมา
“โรงประมูลเหิงเยว่ ประกอบด้วย 5 ชั้น แต่ละชั้นบริการต่างกันขอรับ
ชั้น 1 พื้นที่ต้อนรับ และรับซื้อสินค้า
ชั้น 2 โรงประมูลสินค้า จะมีการประมูลทุกวันั้แ่ยามโหยว่เป็ต้นไปขอรับ
ชั้น 3 ร้านน้ำชาและขนม
ชั้น 4 ชั้นขายสินค้า
และชั้น 5 สำหรับผู้ได้รับเชิญขอรับ”
“หากวันหน้าข้ามาเพียงใช้บริการชั้น 3 ได้ไหมเ้าคะ” เฟยฮวาสงสัยว่าต้องทำอย่างอื่นก่อนหรือเปล่าถึงจะไปใช้บริการได้ ส่วนชั้น 5 นั้นคงพวกวีวีไอพี
“ได้ขอรับ ไม่จำเป็ต้องมาซื้อของ ขายของ หรือประมูล ก็สามารถใช้บริการชั้น 3 ได้”
“ขอบคุณที่ให้ข้อมูลเ้าค่ะ ไว้ข้าจะพาบุตรชายมา”
“หากนายหญิงขายสินค้าเรียบร้อยแล้ว พอมีเวลาลองขึ้นชั้น 3 ชมได้นะขอรับ” ผู้ต้อนรับกล่าวด้วยความยินดี
“ผู้ประเมินราคามาแล้ว ข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ” เขากล่าวโค้งให้
ชายสูงวัยเดินเข้ามา ท่าทางดูเชี่ยวชาญในการตรวจสอบ
“วันนี้ท่านหญิงมีสิ่งใดมาขายขอรับ เอามาให้ข้าชมได้เลย”
เฟยฮวาหยิบกล่องออกจากห่อผ้า เปิดแล้ววางตรงหน้านายฮุย
“เครื่องประดับพวกนี้เ้าค่ะ”
“มากถึงเพียงนี้ เชิญท่านหญิงตามข้าเข้าห้องส่วนตัวก่อนเถิด” เขากล่าว เพราะปกติแล้วถ้าขายสินค้าเกิน 10,000 ตำลึงทอง ต้องไปคุยกันที่ห้องส่วนตัว ตอนจ่ายตำลึงจะได้ไม่เอิกเกริก จากการกวาดสายตาดูนั้น ในกล่องนั่นมูลค่าไม่ใช่นับแสนหรือ ทำไมนางถึงกองไว้ในกล่องเดียวกัน หากไม่ใช่ผู้ประเมินที่มากประสบการณ์อย่างเขา คงไม่สังเกตเห็น
“ได้เ้าค่ะ” เฟยฮวาเดินตามผู้ประเมินราคา นึกสงสัยอยู่ว่าขายได้มากเพียงนั้นเลยหรือ จากความทรงจำของพวกนี้ซื้อมาหลักพันตำลึงเท่านั้น
เฟยฮวาตามไปนั่งที่ห้องส่วนตัว บรรยากาศในห้องนี้เรียบง่ายกว่าที่คิดไว้ ประดับไปด้วยต้นไม้ ห้องมีกลิ่นจุดเทียนหอมบางเบา คงทำเพื่อให้ผู้ที่มาคุยด้วยผ่อนคลาย ให้การซื้อขายสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
“มณีแดงชิ้นนี้งดงามมาก” ผู้ประเมินหยิบสร้อยประดับทับทิมเม็ดใหญ่ขึ้นมา
“เ้าค่ะ ข้าก็ว่าเป็ทับทิมที่น้ำงามดี มีเข้าชุดกันด้วยนะเ้าคะ แหวน ต่างหู กำไล ที่ปักผม น่าจะอยู่ด้านล่างของกล่องและมีทับทิมอีกหลายชิ้นด้วยเ้าค่ะ ท่านลองค้นดู” เฟยฮวาเอ่ย รู้สึกอายนิดหน่อย นางก็ไม่ได้จัดมาให้สวย รวบใส่กล่องมาเลย เ้าของร่างชอบสีสด สีแดงนับว่าเป็สีโปรด เครื่องประดับเลยมีทับทิมเยอะ รู้สึกว่ายังมีทับทิมอยู่ที่เรือนอีกด้วย แต่ไม่ได้ขนมาเพราะกล่องเต็ม
ชายสูงวัยขมวดคิ้ว และเริ่มค้นที่กล่องเครื่องประดับ จนเอาเครื่องประดับออกมาวางทั้งหมด ใจเต้นแรง มีเครื่องประดับที่มีทับทิมนับสิบชิ้น นอกนั้นเป็อัญมณีที่ก็สวยงามเช่นกัน แต่ตอนนี้สายตาเขามุ่งไปที่มณีสีแดง
“เกิดอันใดขึ้นหรือเ้าคะ หรือมีชิ้นใดที่ไม่รับซื้อ” เฟยฮวาสงสัย เห็นสีหน้าของผู้ประเมินดูแปลก ๆ
“ไม่เลย ๆ ขายได้ทั้งหมดขอรับ” รีบปฏิเสธ เดี๋ยวนางเกิดไม่พอใจยกเลิกการซื้อขายขึ้นมา
“ทั้งหมดได้เท่าไหร่เ้าคะ”
“ข้าให้ได้ 300,000 ตำลึงทอง”
…
“ไม่สิ 350,000 ตำลึงทอง”
…
“หรือท่านไม่พอใจ ข้าขอเรียกหัวหน้าข้าสักครู่” เขาะโเรียกคนเฝ้าหน้าห้อง ให้ไปตามหัวหน้ามาหน่อย ปกติหัวหน้าเขาจะอยู่ชั้น 5 เท่านั้น แต่ครั้งนี้ยังไงก็ต้องลงมา
“ข้าไม่ได้ไม่พอใจเ้าค่ะ เพียงแต่สงสัยว่ามีราคาถึงเพียงนี้เลยหรือ ขอไม่ปิดปังคือข้าซื้อมาถูกกว่านั้นมากเ้าค่ะ” เฟยฮวาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ท่านซื้อมณีแดงเหล่านี้มาเมื่อไหร่”
“ประมาณสองสามปีได้แล้วเ้าค่ะ” นึกดูความทรงจำ พักหลังเ้าของร่างไม่ได้ซื้อทับทิมเลย เพราะว่าไม่มีให้ซื้อ คนขายบอกของหายากขึ้น จึงแนะนำอัญมณีสีสดใสแบบอื่นให้ นางพอได้ของใหม่ก็ลืมของเก่า พักหลังก็ไปใส่สีอื่น
“งั้นข้าก็ไม่แปลกใจ เมื่อหลายเดือนก่อนฮองเฮาแคว้นเราสวมเครื่องประดับมณีแดงในงานเลี้ยงต้อนรับแขกต่างบ้านต่างเมือง พระองค์นำไปใส่แล้วงดงามมาก ผู้ที่มาร่วมงานเห็นก็อยากได้บ้าง ตามหาซื้อจนของขาดตลาด ทั้งชนชั้นสูงในแคว้น ไหนจะคนนอกแคว้นอีก เพราะงานนั้นนอกจากผู้ปกครองแคว้นอื่นที่เข้าร่วม ก็มาพร้อมฮองเฮาและสนม พอเห็นล้วนอยากได้ พอเอาไปใส่แล้ว คนชนชั้นสูงแคว้นอื่นก็อยากมีตาม เลยทำให้มณีแดงในตอนนี้มีราคาสูงมาก ข้าคิดว่าคงเป็เช่นนี้อีกนาน”
เฟยฮวาฟังแล้วกลืนน้ำลาย ให้เดาร้านในตลาดที่เ้าของร่างซื้อประจำก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าเป็ที่นิยม รับของมาอีกทอดนึง ซื้อมาขายไป ไม่ได้เป็คนที่มีประสบการณ์เช่นผู้ประเมินของโรงประมูลเหิงเยว่
“ท่านโปรดรอหัวหน้าข้าก่อน อย่าเพิ่งได้เปลี่ยนใจ” เขากล่าว
“ข้าจะซื้อขายกับท่านเ้าค่ะ โปรดสบายใจได้ ขอบคุณที่เล่าเื่ราวที่แท้จริงให้ข้าฟัง” เฟยฮวากล่าว ผู้ประเมินสีหน้าดีขึ้น
เสียงเปิดประตูเข้ามา เสียงมาก่อนตัว
“ไหน เ้ามีอะไรถึงได้เรียกข้าให้มาที่นี่ในรอบปี” เสียงชายชราดังขึ้น เขาไม่ได้อารมณ์เสียอะไร
“นายท่านฮุย เข้ามานั่งแล้วชมสินค้าก่อนเถิด” ชายผู้ประเมินกล่าว
เ้าตัวเดินเข้ามา เป็ชายชราหนวดขาว เดินมานั่งที่เก้าอี้ ปรายตามองสินค้าที่สตรีผู้นี้นำมาขาย
…
“ท่านหญิงไปได้แต่ใดมา”
เฟยฮวาและผู้ประเมินช่วยกันอธิบายให้ฟัง
“ทั้งกองนี่ข้าให้ 800,000 ตำลึงทอง!” ชายชรากล่าว
“เหตุใดถึงมากขนาดนี้ขอรับ” ผู้ประเมินถามขึ้น เพราะที่รู้มาราคายังไม่สูงถึงขนาดนั้น
“ก่อนข้ามาที่นี่ ข้าคุยกับคนของแคว้นจูเชวี่ยนะสิ ฮ่องเต้แคว้นให้หาเครื่องประดับมณีแดงแบบเข้าชุด พระองค์ให้ 1 ล้านตำลึงทอง จะมอบให้ฮองเฮา กำหนดมาว่าต้องเป็สีแดงเท่านั้น ก็แคว้นนั้นสัญลักษณ์สีแดง เลยยอมทุ่ม ข้าก็จนปัญญาจะหา ที่จะหาได้คงต้องไปขอฮองเฮาแคว้นเรา ใครจะกล้าเล่า ไม่ได้รับปากไปหรอก บอกไปเพียงว่าจะพยายามเพิ่งคุยเสร็จเลยยังไม่ได้แจ้งเื่นี้ให้กับผู้ประเมินผู้ใดเลย เ้าเรียกตัวข้ามาก่อน ์เมตตาให้ท่านหญิงผู้นี้มาพบเรา!” เขาอธิบายให้ทั้งสองฟัง
“ท่านจะตกลงขายสินค้าให้โรงประมูลเราหรือไม่ หากอยากได้มากกว่านี้ท่านสามารถคุยกับคนของแคว้นจูเสวี่ยเองได้” ชายชราเอ่ย วัดใจกันเขาก็บอกหมดไม่มีกั๊กแล้ว
“ข้าจะขายให้ท่านเ้าค่ะ เข้าใจในเื่ส่วนต่างดี ว่าโรงประมูลก็ต้องมีกำไรบ้าง ไม่งั้นกิจการจะดำเนินไปได้อย่างไร” นางก็ไม่อยากออกหน้าด้วย ขอเป็คนรวยแบบลับ ๆ ย่อมดีกว่า
“ท่านกล่าวได้ดียิ่ง” ชายชราเอ่ยชม เื่แบบนี้น้อยคนนักจะเข้าใจ
“ผู้ที่มาต้อนรับก็ดีกับข้า ท่านผู้ประเมินด้วย ข้าย่อมประทับใจ อยากทำการซื้อขายด้วยเ้าค่ะ” เฟยฮวากล่าวชม อยากให้ทั้งสองได้รับความดีไปด้วย
ชายชราหัวหน้าลูบเครา เห็นทีจะต้องมอบรางวัลให้สองผู้นี้ ที่นำโชคดีมาให้โรงประมูล
เฟยฮวาคิดว่า แค่หมื่นตำลึงทองก็ตกลงขายแล้ว นี่ได้มา 800,000 ตำลึงทอง! นับว่าโชคดีมากที่มาขายสินค้าในวันนี้ หากนางขายไปก่อนหน้าก็คงไม่ได้ตำลึงเท่านี้ ยังไงก็ต้องขอบคุณเ้าของร่างที่ชอบสีแดง เห็นความดีงามของเ้าของร่างก็วันนี้ ตำลึงเหล่านี้ก็ไม่พ้นใช้ดูแลบุตรชาย และเลี้ยงอาหารท่านป้าที่เหลาเป่าอี้สักสิบมื้อไปเลย
“ที่เรือนข้ายังมีมณีแดงอีกนะเ้าคะ” เฟยฮวากล่าว
ชายชราที่กำลังจิบน้ำชาอยู่ น้ำแทบพุ่งออกจากปาก
“ขออภัยท่านหญิง ข้าเพียงใ”
สตรีผู้นี้เป็ใครกัน…
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️
ยามอู่ = 11.00-13.00
ยามโหยว่ = 17.00-19.00
จูเชวี่ย = หงส์แดง