(3)
เขาอาบน้ำเสร็จก็เดินยิ้มหน้าบานมาหาเธอที่โต๊ะกินข้าว มุกจันทร์ปั้นหน้านิ่งเฉยไม่ยอมยิ้มตามไปกับเขาด้วย
“วันนี้มีอะไรกินบ้างครับ”
เขาเอ่ยถามเพื่อชวนคุย
“ก็ดูเอาสิคะวางอยู่ตรงนี้นี่ไง”
“ที่ผมถามก็เพราะอยากคุยกับคุณมุกนี่นาสามีภรรยากันควรจะสื่อสารกันบ่อย ความสัมพันธ์จะได้แน่นแฟ้น”
มุกจันทร์เหลือบตามองเขาแล้วเธอก็รู้สึกอ่อนใจ เธอเลิกปั้นหน้าตึงใส่เขาเพราะเธอก็รู้สึกเมื่อยหน้าแล้วเหมือนกัน
“วันนี้มีแกงส้มชะอมทอดใส่กุ้งผัดยอดฟักแม้ว และปลากะพงทอดค่ะ ”
เธอตอบเขาเสียงเรียบช่างเถอะ ไม่ทำท่าแง่งอนใส่เขาแล้วก็ได้
“คุณมุกทำเองหมดเลยเหรอ”
เขาถามต่อตอนแรกที่เขารู้จักเธอ เขาคิดว่าเธอเป็ผู้หญิงสมัยใหม่ที่เอาแต่แต่งตัวสวยและทำงานบ้านไม่เป็ พอได้แต่งงานและใช้ชีวิตด้วยกันมาสักระยะถึงได้เห็นว่าความจริงแล้วเธอทำงานบ้านเก่งพอสมควรและยังทำอาหารได้ไม่เลวอีกด้วย การแต่งงานครั้งนี้เขาไม่ได้คาดหวังอะไรจากเธอเลยแต่เขากลับพบว่าตัวเธอนั้นมีดีอยู่หลายเื่ อีกทั้งเธอยังรู้จักดูสถานการณ์และนอบน้อมต่อผู้ใหญ่คุ้มค่ากับการที่เขาแต่งงานด้วยจริงๆ
“ใช่แล้วค่ะ อยู่ว่างๆก็เลยทำ มะปรางก็ช่วยเป็ลูกมือด้วย”
“ทำเยอะขนาดนี้เดี๋ยวเหนื่อย ทำวันละสองอย่างก็พอนะถ้าคุณเหนื่อย ผมกินง่าย”
เขาชอบที่เธอทำอาหารแต่ก็ไม่อยากให้เธอเหนื่อยมากนักก่อนนี้เขาไปบอกแม่ของเขาให้หาคนทำอาหารมาให้คนหนึ่ง เพราะคิดว่าเธอคงทำไม่เป็เขารับปากเธอไว้ว่าจะดูแลเธออย่างดี นี่ก็น่าจะเป็สิ่งที่เขาควรทำเพื่อเธอแต่ใครจะคิดว่าเธอปฏิเสธโดยอ้างว่าอยากฝึกทำอาหารให้เขากิน แม่ของเขาจึงยินยอม
แม้เขาจะรู้ว่าเธอแค่อ้างไปอย่างนั้นเองเธออยากทำอาหารเองเป็เื่จริง แต่ไม่ใช่้าจะฝึกทำเพื่อให้เขากินเพราะเธอค่อนข้างมีฝีมือในการทำอาหารอยู่แล้วเขาจึงไม่เห็นว่าเธอต้องฝึกอะไรอีกและระหว่างเขากับเธอในตอนนั้น เธอไม่มีทางจะอยากทำอาหารเพื่อให้เขากินโดยเฉพาะแน่ๆแต่อย่างน้อย เธอก็ทำอาหารให้เขากินจริงๆ จะเพราะอะไรก็ช่างมันเถอะ
มุกจันทร์ตักข้าวให้เขาสองสามีภรรยานั่งกินมื้อเย็นด้วยกันด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย เธอถามเขาเื่ในไร่บ้างเขาเองก็ถามเธอเื่ทั่วๆ ไปตอนที่เธออยู่บ้านบ้าง เป็ความเรียบง่ายที่แสนจะอบอุ่นซึ่งเขาและเธอต่างก็รู้สึกชอบ
หลังจากกินข้าวเสร็จเขาอาสาล้างจานให้ เขาบอกว่าเธอเป็คนทำอาหารแล้ว เขาควรต้องเป็คนล้างจานเองไม่งั้นจะเป็การเอาเปรียบกัน เธอได้แต่ปล่อยให้เขาล้างจานไป ก็ยุติธรรมดีในเมื่อเธอทำอาหารแล้ว เขาก็ควรจะต้องล้างจาน
นี่ก็ผ่านมาเกือบหกเดือนแล้วั้แ่ที่เธอแต่งงานกับเขาใกล้จะครบเวลาตามที่เธอได้ตกลงกับเขาเอาไว้ พอครบหกเดือนแล้ว จะทำยังไงต่อไปดีนะ
มุกจันทร์นั่งจมอยู่ในความคิดใจลอยไปไกล เขาล้างจานเสร็จแล้วจึงเดินมาหาเธอ เห็นว่าเธอกำลังอยู่ในภวังค์ความคิด เขานั่งลงข้างๆเธอ
“คืนนี้พระจันทร์สวยดีนะ”
มุกจันทร์ได้สติกลับมาเธอมองไปรอบๆ แสงนวลสว่างของดวงจันทร์สาดส่องไปทั่วบริเวณเธอแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า วันนี้ดวงจันทร์กลมโตสวยดูแล้วน่าจะเป็คืนพระจันทร์เต็มดวง
“จริงด้วยค่ะพระจันทร์คืนนี้สวยจริงๆ”
“คุณมุกคิดอะไรอยู่เหรอครับ”
เขาเอ่ยถามกลัวว่าเธอจะมีเื่ไม่สบายใจแล้วไม่ยอมบอกเขา
“เปล่าค่ะมุกก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย”
มุกจันทร์ตอบพลางยิ้มน้อยๆให้เขา เขายังทำสีหน้าไม่ค่อยเชื่อ เหมือนกับปักใจว่าเธอต้องกำลังคิดอะไรอยู่แน่ๆ
“ไม่มีอะไรจริงๆค่ะ มุกสบายดี มุกก็แค่คิดว่าตอนนี้เราแต่งงานกันมาจะครบหกเดือนแล้วเท่านั้นเอง”
ใครจะคิดว่าพอเขาได้ยินคำว่า‘แต่งงานกันมาจะครบหกเดือนแล้ว’ แววตาของเขาก็ปรากฏแวววาบไหวขึ้นมาทันทีมุกจันทร์อยากจะตบปากตัวเองนัก ทำไมถึงได้เผลอพูดเื่นี้ออกไปกันนะหมาป่าตรงหน้านี่จ้องหาโอกาสจะขย้ำเธอมิดเขี้ยวแล้วกลืนกินเธออยู่ชัดๆยังไปเปิดโอกาสให้เขาอีก
“นั่นน่ะสิแปลว่าใกล้จะครบกำหนดแล้วนะ”
เขาพูดพร้อมส่งสายตาที่บ่งบอกความนัยบางอย่างมาให้เธอ เธอเห็นแววตาของเขาก็ขนลุกเกรียวอีตาปีศาจนี่คิดจะทรมานเธออีกแล้วใช่ไหมคืนนี้ เธอกระเถิบหนีเพื่อเว้นระยะให้ห่างจากเขาเพิ่มขึ้นเขาเห็นแบบนั้นก็ยื่นมือมาคว้าเอวเธอไว้
“อากาศเริ่มหนาวแล้วเรามานั่งใกล้ๆ กันดีกว่า”
พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้าใกล้มุกจันทร์ไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาผลักไสเขาอีก ในเมื่อเขาก็อาบน้ำตามที่เธอบอกแล้วเธอถอนหายใจ ดูท่าคืนนี้เธอก็คงจะไม่รอด
เธอหันหน้าไปด้านข้างเพื่อมองเขาเขาตัวสูงใหญ่ เวลาที่เธอ้ามองหน้าเขาเธอจึงต้องเงยหน้าทำมุมสี่สิบห้าองศากับพื้นโลกเสมอถือเป็ความยุ่งยากในชีวิตอย่างหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอยากจะมองเขาอยู่ดี
เขาคือคนที่เธอตัดสินใจแต่งงานด้วยไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้เขาก็ได้ชื่อว่าเป็สามีของเธอ ความสัมพันธ์ของพวกเธอนั้นจะว่าซับซ้อนก็ซับซ้อนจะว่าเรียบง่ายก็เรียบง่าย เธอหวังแค่สุดท้ายแล้วการตัดสินใจแต่งงานกับเขาจะเป็เื่ที่เธอตัดสินใจถูกต้อง
เขาเห็นเธอแหงนหน้ามองเขาท่าทางของเธอในตอนนี้แสนจะน่ารักสำหรับเขา เขาจึงใช้นิ้วกลางแตะเบาๆที่ต้นคอด้านหลังของเธอ แล้วค่อยลากๆ นิ้วไล้ผ่านหลังของเธอลงไปช้าๆ มุกจันทร์ที่กำลังนั่งอย่างสบายๆตอนนี้กลับนั่งยืดตัวตรง กล้ามเนื้อหลังหดเกร็ง เธอกัดริมผีปากไม่ให้มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมานี่เขาแกล้งเธออีกแล้ว
ท่าทางของเธออยู่ในสายตาของเขาเขายิ้มออกมา และจากนั้นยังคงแกล้งเธอต่อ นิ้วกลางที่ไล้ผ่านแผ่นหลังของเธอลงไปถึงเอวเมื่อสักครู่ตอนนี้กำลังลากไล้จากเอวขึ้นมาอีกแล้ว กล้ามเนื้อที่หลังของมุกจันทร์หดเกร็งอีกครั้งเธอกลั้นไว้เต็มกำลัง เธอจะให้เขารู้ไม่ได้ว่าแผ่นหลังคือจุดอ่อนไหวของเธอหลายสัปดาห์มานี้เขาช่างสรรหาเื่มาทรมานและแกล้งเธอ ถ้าเขารู้ว่าแผ่นหลังของเธอคือจุดอ่อนไหวแล้วล่ะก็นี่คงเป็อีกหนึ่งช่องทางที่เขาจะเอามาใช้แกล้งเธอเพิ่มอีก เพราะฉะนั้นเธอจะอดทนไว้
“คุณดินอย่าเอานิ้วมาจิ้มแบบนี้ได้ไหมคะ มุกรำคาญเหมือนโดนแมลงไต่”
“จริงเหรอความรู้สึกแบบนี้เหมือนโดนแมลงไต่เหรอ ”
เขาพูดจบก็ไล้นิ้วชี้ลงไปด้านล่างอีกครั้งและมองเธอด้วยแววตาหยอกเย้า คราวนี้มุกจันทร์ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
“มุกจะไปนอนแล้วค่ะ”
เขารู้ใช่ไหมเขารู้แน่ๆ เขาจับจุดอ่อนเธอได้อีกแล้ว ผู้ชายน่าโมโหคนนี้ช่างน่าชังจริงๆ
“ดีเลยผมก็ง่วงแล้วเหมือนกัน”
“คืนนี้มุกอยากนอนคนเดียวค่ะ”
พูดจบเธอก็รีบลุกขึ้นหวังจะเดินเข้าห้องและล็อกประตูได้ก่อนที่เขาจะเข้าใกล้เมื่อเธอเดินไปถึงประตูก็รีบเปิดประตูและปิดล็อกอย่างรวดเร็ว เฮอะคืนนี้เขาหมดโอกาสจะทรมานแล้วเธอแล้วล่ะ เธอจะได้นอนหลับสบายๆ ซะทีจะนอนให้ชุ่มปอดไปเลย