“ตราสารจวนและโฉนดนาที่เ้ามอบให้ข้า ขายได้รวมทั้งสิ้นสามพันแปดร้อยตำลึง นี่คือตั๋วเงิน”
ภายในห้องส่วนตัวของหอร้อยสมบัติ หงอู่ยื่นตั๋วเงินไม่กี่ใบส่งให้ฉู่ซิว เขาจ้องมองตั๋วเงินในมือ ใบหน้าเผยรอยยิ้มพึงพอใจ ทว่าเขาไม่ได้รีบร้อนกลับไปเร่งความเร็ว แต่หันไปถามหงอู่ด้วยสีหน้าจริงจัง “อาอู่ ท่านช่วยหางานที่หาเงินได้เยอะ ๆ ให้ข้าอีกสักงานได้หรือไม่ขอรับ?”
ระบบสูบเงินมหาศาลเหลือเกิน แม้ตอนนี้จะมีเงินอยู่ในมือสามพันกว่าตำลึง แต่ก็คงเร่งความเร็วได้ไม่กี่ครั้งเท่านั้น ดังนั้นฉู่ซิวในยามนี้จึงปรารถนาอย่างยิ่งที่จะหางานที่สร้างรายได้สูง!
“งานที่หาเงินได้เร็วและไร้ข้อจำกัดเื่เงื่อนไขในอำเภออันอู่แห่งนี้ มีเพียงงานเดียวเท่านั้น”
“นั่นก็คือ ขึ้นเวทีประลอง!”
จอมยุทธ์เืร้อน เืเข้าตาต่อสู้ดุร้ายถือเป็เื่ปกติ การขึ้นเวทีประลองคือวิธีคลี่คลายข้อขัดแย้งของจอมยุทธ์ที่ดีที่สุด แต่เพื่อลดความสูญเสียที่ไม่จำเป็ ราชสำนักจึงสั่งห้ามตั้งเวทีประลองทั้งหมดไปั้แ่เมื่อหลายปีก่อน
ฉู่ซิวเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ “ราชสำนักสั่งห้ามไม่ใช่หรือขอรับ? หรือว่าอำเภออันอู่ยังมีเวทีประลองอยู่อีก?”
“ย่อมต้องมีแน่นอน” หงอู่พยักหน้ารับ พลางเปิดหน้าต่างชี้ไปทางที่ไกลออกไป
“ตรงนั้นมีบ่อนพนันใต้ดินแห่งหนึ่ง ที่นั่นเปิดเดิมพันผลแพ้ชนะของการประลองโดยเฉพาะ แต่ข้าขอเตือนเ้าไว้ว่าอย่าได้ทะเล่อทะร่าไปท้าทายสังเวียนเป็ตาย ทางที่ดีจงไปลองลางดูที่สังเวียนสัตว์ร้ายก่อนจะดีกว่า”
บนโลกใบนี้มิได้มีเพียงเผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้น แต่ยังมีชนเผ่าอื่น ๆ อีกหลากหลาย ชนเผ่าเ่าั้ถูกเรียกรวมกันว่าเผ่าต่างแดน
เผ่าต่างแดนทั้งหมดแบ่งออกเป็สี่จำพวกใหญ่ ๆ ได้แก่ เผ่าคนเถื่อน อสูรร้าย เผ่าอสูร และสัตว์อสูร
เผ่าคนเถื่อนเป็เผ่าต่างแดนที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกับมนุษย์ที่สุด พวกมันมีพลังมหาศาลน่าสะพรึงกลัว สติปัญญาไม่อ่อนแอไปกว่ามนุษย์ ถือเป็ศัตรูตัวฉกาจที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าพันธุ์มนุษย์
อสูรร้ายเป็สมุนบริวารของเผ่าคนเถื่อน พวกมันมีรูปร่างคล้ายสัตว์ป่า สติปัญญาไม่สูงนัก แต่ร่างกายแข็งแกร่งกำยำ เป็มือขวาตัวฉกาจของเผ่าคนเถื่อน โลหิตอสูรห่านปีศาจที่ฉู่เฉิงเยี่ยต้องใช้ในการฝึกฝน ก็นำมาจากอสูรร้ายระดับต่ำ ห่านปีศาจนั่นเอง
เผ่าอสูรเป็เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งทัดเทียมกับเผ่าคนเถื่อน พวกมันโดดเด่นขึ้นมาจากหมู่อสูรร้าย มีความสามารถในการบัญชาการและควบคุมสัตว์อสูร อีกทั้งยังมีสติปัญญาสูงส่งและพลังอันน่าสะพรึงกลัว ส่วนสัตว์อสูร...
คือบุตรแห่งโชคตระการของดินแดนแห่งนี้ พลังการต่อสู้พุ่งทะลุเพดาน เล่าขานกันว่าแม้แต่จักรพรรดิมนุษย์ ก็ยังต้องหลีกเลี่ยงไม่กล้าเปิดศึกโดยตรง ไม่มีใครรู้ว่าสัตว์อสูรมาจากที่ใด และนอกจากเผ่าอสูรแล้วก็ไม่มีใครสามารถควบคุมพวกมันได้เลย
เผ่าต่างแดนทั้งสี่นี้ โดยทั่วไปอาศัยอยู่ในดินแดนเหนือสุดอันเหน็บหนาว เนื่องจากขาดแคลนเสบียงอาหารและมีนิสัยชอบการฆ่าฟัน...
พวกมันจึงเกือบจะทำศึกาบุกรุกดินแดนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในทุก ๆ ปี และเมื่อาระหว่างเผ่าพันธุ์ปะทุขึ้น แม้แต่หกแคว้นของมนุษย์ที่สู้รบแย่งชิงกันไม่หยุดหย่อน ก็จะหันมาร่วมมือกันด้วยความสามัคคีเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ จนกว่าจะขับไล่เผ่าต่างแดนออกไปจากแผ่นดินมนุษย์ได้!
“คหบดีมั่งคั่งในอำเภออันอู่หลายคนชอบชมการต่อสู้ระหว่างคนกับอสูรร้าย ทำให้สังเวียนสัตว์ร้ายเป็ที่นิยมอย่างมาก และเงินตอบแทนก็สูงยิ่งนัก ขั้นต่ำต่อครั้งได้ถึงสามสิบตำลึงเงิน หากเ้าขาดแคลนเงินจริง ๆ จะลองไปดูสักหน่อยก็ไม่เสียหาย”
หงอู่รู้ดีถึงนิสัยของฉู่ซิว ต่อให้ตนไม่บอกเื่เวทีประลอง ฉู่ซิวก็ต้องสืบหาความจริงได้เองอยู่ดี แทนที่จะปล่อยให้ฉู่ซิวไปฟังความข้างเดียวจากผู้อื่น สู้บอกเล่าด้วยตนเองเพื่อให้ฉู่ซิวเข้าใจเื่เวทีประลองอย่างถ่องแท้และเลือกประเภทการประลองได้ดีกว่า
ฉู่ซิวได้ฟังคำของอาอู่ก็เกิดความหวั่นไหวในใจ รู้สึกฮึกเหิมกระตือรือร้นขึ้นมาทันที แม้การขึ้นเวทีประลองจะอันตรายถึงชีวิต แต่ก็ช่วยยกระดับทักษะการต่อสู้ของตนได้ และที่สำคัญคือเงินตอบแทนงามยิ่ง อีกทั้งพละกำลังของอสูรร้ายโดยทั่วไปถือว่าค่อนข้างอ่อนแอ ขอเพียงตนระมัดระวังตัว ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด
“ขอบคุณอาอู่ขอรับ ไว้ข้าหาเงินได้แล้ว ข้าจะเลี้ยงเหล้าท่านนะขอรับ” ฉู่ซิวตัดสินใจในใจเรียบร้อยแล้ว หลังจากเอ่ยลาอาอู่ เขาก็รีบร้อนออกจากหอร้อยสมบัติไปทันที
แม้ใจจะอยากพุ่งตัวไปโกยเงินที่เวทีประลองใจจะขาด แต่สติก็ร้องเตือนว่าต้องเตรียมการให้พร้อมเสียก่อน
ณ หอวิชายุทธ์
สถานที่แห่งนี้คือร้านค้าสำหรับจำหน่ายวิชายุทธ์โดยเฉพาะในอำเภออันอู่ ทว่าที่นี่ขายเพียงวิชายุทธ์ระดับต่ำเท่านั้น หาก้าซื้อวิชายุทธ์ระดับสูงกว่านี้ มีแต่ต้องไปติดต่อขอซื้อขายส่วนตัวกับตระกูลใหญ่ที่มีวิชาระดับสูงอยู่
พลังปราณและโลหิตจักรพรรดิมนุษย์ของฉู่ซิวในยามนี้ มีมากพอที่จะรับมือกับอสูรร้ายระดับต่ำที่พละกำลังไม่สูงนักได้แล้ว แต่ท่วงท่าและกระบวนท่าโจมตียังคงขาดแคลน เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เขาจำเป็ต้องเล่าเรียนวิชายุทธ์ให้ได้เสียก่อน จึงจะไปลงแข่งขันประลอง
“ยินดีต้อนรับสู่หอวิชายุทธ์ขอรับ! ท่าน้าวิชายุทธ์ประเภทใดหรือขอรับ?” เมื่อฉู่ซิวเดินเข้ามาในหอวิชายุทธ์ พนักงานต้อนรับก็รีบขมีขมันเข้ามาทักทายอย่างกระตือรือร้น
วิชายุทธ์แบ่งออกเป็สามประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ โจมตี ป้องกัน และทักษะตัวเบา ระหว่างทางมาที่นี่ ฉู่ซิวคิดไว้เรียบร้อยแล้วว่า้าฝึกฝนวิชายุทธ์ประเภทใด
เขาเอ่ยปากทันที “ข้า้าคัมภีร์วิชาหมัดมวยหนึ่งเล่ม และคัมภีร์ทักษะตัวเบาหนึ่งเล่มขอรับ”
หลังจากฝึกฝนวิชากายาไม่ดับสูญจนถึงขั้นสำเร็จขั้นต้น พละกำลังทางร่างกายของฉู่ซิวก็ยกระดับขึ้นอย่างมหาศาล หากสามารถเรียนรู้วิชาหมัดมวยสักชุด พลังการต่อสู้ย่อมพุ่งทะยานอย่างแน่นอน ส่วนการซื้อทักษะตัวเบาก็เพื่อเอาชีวิตรอด เพราะสิ่งที่จะต้องเผชิญหน้าต่อไปคือเผ่าต่างแดน ฉู่ซิวย่อมไม่กล้าประมาทเลินเล่อแม้แต่น้อย
“นี่คือวิชาหมัดมวยระดับสูงที่สุดในร้านของเรา หมัดเหล็กสยบขุนเขา”
“แม้มันจะเป็เพียงวิชายุทธ์ระดับหวงจี๋ขั้นเจ็ด แต่หากฝึกฝนจนบรรลุขั้นแตกฉาน อานุภาพของมันก็ทรงพลังทัดเทียมวิชาระดับหวงจี๋ขั้นห้าได้เลยขอรับ”
“ที่สำคัญคือราคาถูกยิ่งนัก ใช้เพียงเจ็ดร้อยตำลึงเท่านั้นขอรับ”
ได้ยินตัวเลขนี้ ฉู่ซิวถึงกับเดาะลิ้นเบา ๆ หากเป็ลูกหลานชาวบ้านธรรมดา ชาตินี้คงไม่มีปัญญาซื้อวิชายุทธ์ของที่นี่ได้แน่ หากไร้ซึ่งเงินทองและอำนาจ ต่อให้มีพร์เลิศลอยเพียงใด ก็ยากที่จะตั้งตัวก้าวหน้าได้ นี่คือความจริงอันแสนโหดร้ายของโลกแห่งวิถียุทธ์!
หลังจากแนะนำหมัดเหล็กสยบขุนเขาให้ฉู่ซิวเสร็จ พนักงานก็นำคัมภีร์ทักษะตัวเบาอีกเล่มออกมา ย่างก้าวอสรพิษ
“วิชาทักษะตัวเบาเป็วิชาที่แพงที่สุดในบรรดาวิชายุทธ์ทั้งหมด และนี่ก็เป็วิชาทักษะตัวเบาเพียงเล่มเดียวในหอวิชายุทธ์ของเราขอรับ” “แม้จะเป็ระดับหวงจี๋ขั้นเจ็ดเช่นกัน แต่ราคากลับแพงกว่าหมัดเหล็กสยบขุนเขาถึงหนึ่งเท่าตัว ต้องใช้เงินถึงหนึ่งพันสามร้อยตำลึงขอรับ”
ย่างก้าวอสรพิษเป็ระดับหวงจี๋ขั้นเจ็ด เป็วิชาทักษะตัวเบาที่คิดค้นพัฒนามาจากอสรพิษหางใบไม้ ยามร่ายรำพลิ้วไหวราวกับอสรพิษเลื้อย ความเร็วเพิ่มพูนขึ้นกว่าสองเท่าตัว!
จ้องมองคำแนะนำของย่างก้าวอสรพิษในมือ ฉู่ซิวหวั่นไหวอย่างยิ่ง ขอเพียงเรียนรู้วิชาย่างก้าวอสรพิษนี้ได้ เขาก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะเอาตัวรอดบนสังเวียนสัตว์ร้ายแล้ว
วิชายุทธ์สองเล่มรวมเป็เงินสองพันตำลึง แม้จะแพงไปสักหน่อย แต่หากมองในระยะยาวแล้ว ถือว่าคุ้มค่ายิ่งนัก
ยามยื่นตั๋วเงินให้พนักงาน เงินที่ได้จากการขายตราสารจวนและโฉนดนาก็เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง หากเร่งความเร็วอีกไม่กี่ครั้ง เขาก็คงถังแตกอีกตามเคย!
……
กลับมาถึงหอนอน ฉู่ซิวเปิดแผงระบบขึ้นมาด้วยความกระตือรือร้น
[แผงสถานะส่วนบุคคล]
[นาม : ฉู่ซิว]
[ขอบเขต : ขอบเขตขัดเกลากายาขั้นห้า (5 ตำลึง 4 สลึง)]
[วิชา : หมัดชุบกายจักรพรรดิมนุษย์ (ขั้นแตกฉาน) วิชากายาไม่ดับสูญ (ขั้นสำเร็จขั้นต้น)]
[วิชายุทธ์ : หมัดเหล็กสยบขุนเขา (ไร้ความรู้) ย่างก้าวอสรพิษ (ไร้ความรู้)]
'ขยายเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม'
[หมัดเหล็กสยบขุนเขา เร่งความเร็วสู่ขั้นถัดไป ต้องใช้ เงิน 50 ตำลึง ยืนยันหรือไม่?]
[ย่างก้าวอสรพิษ เร่งความเร็วสู่ขั้นถัดไป ต้องใช้ เงิน 50 ตำลึง ยืนยันหรือไม่?]
การเร่งความเร็วครั้งแรกของวิชายุทธ์ทั้งสองเล่ม ต้องใช้เล่มละห้าสิบตำลึง ซึ่งแพงกว่าการเร่งความเร็ววิชาหลักมากนัก!
ทว่าโชคดีที่ฉู่ซิวในยามนี้มีเงินอยู่ในมือ เขาจึงเอ่ยคำว่า “เร่งความเร็ว” ออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว!