ประสบการณ์สุขสมครั้งแรกทำเอาบุรุษทั้งสามถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง...
“นางเสร็จแล้ว...”
“เจี่ยเจีย ท่านทั้งหอมทั้งหวานเช่นนี้... เท่าไรจึงจะเพียงพอ” เยี่ยนเฉิงเลียรอบขอบปากมองนางด้วยแววตาเ้าเล่ห์ดั่งจิ้งจอก อีกสองคนดูท่าจะริษยาเสนาบดีหนุ่มที่ก้มหน้าลงดื่มด่ำน้ำหวานหนืดอย่างตะกละตะกลาม
พวกเขาหาได้สนใจกันและกันไม่ สายตาทั้งสามคู่พุ่งเป้าไปยังเรือนร่างเย้ายวนที่สั่นสะท้านอยู่กลางเตียง ก่อนที่ผู้ทรงอำนาจและเอาแต่ใจที่สุดอย่างรุ่ยอ๋องจะดึงนางไปจากน้องเล็กดื้อ ๆ เขารวบข้อเท้านางขึ้นพาดบ่า แทรกกายกำยำเข้ามากลางระหว่างเรียวขางาม ความแข็งขึงดุจเหล็กกล้าบดเบียดเข้ากับความอ่อนนุ่มที่ฉ่ำเยิ้ม จนนางสะท้านเยือกไปทั้งตัว
“ได้โปรดอ่อนโยนกับข้า... คุณชาย ข้าไม่เคย... หลับนอนกับใคร” นางอ้อนวอนเสียงพร่า น้ำตาคลอหน่วยตาด้วยความสับสนและหวาดหวั่น
“ข้าจะทะนุถนอมเ้า... แต่เ้าต้องช่วยข้าคลายกำหนัด”
รุ่ยอ๋องเอ่ยคำสั่งเฉียบขาด แม้แต่กับน้องชายที่จ้องจะบุกเข้ามาดึงตัวนางด้วยความหิวกระหาย เขาตวัดั์ตาคมวาบเปี่ยมด้วยรังสีเข่นฆ่า ราวกับพร้อมจะสังหารทุกคนที่บังอาจมาแย่งชิงเหยื่ออันโอชะชิ้นนี้
คนหนึ่งเป็น้องชายแท้ ๆ อีกคนเป็น้องร่วมสาบานที่มิได้เกี่ยวข้องกันทางสายเื
หว่านฉิงมิอาจรู้ว่ารุ่ยอ๋องหันไปกระซิบสิ่งใด ทว่าทั้งเยี่ยนเฉิงและหรงเยว่กลับยอมถอยร่นออกไป ประหนึ่งหมาป่าที่ต้องสยบความหิวกระหายไว้เพราะเกรงกลัวอำนาจจ่าฝูง ถึงแม้ว่าพวกเขาล้วนอยากเป็บุรุษคนแรกของนาง ยิ่งนางมีท่าทีแสนอ่อนหวานและสมยอมเช่นนี้...
นางพลันนึกขึ้นได้ว่าตามเนื้อเื่เดิม รุ่ยอ๋องผู้นี้คืออ๋องต่างแซ่ผู้รวบรวมแผ่นดินให้เป็ปึกแผ่น อำนาจล้นฟ้าถึงขนาดฮ่องเต้ทรงเกรงพระทัย เขามีนิสัยเผด็จการและไม่ยอมก้มหัวให้ใคร
หว่านฉิงแหงนหน้าขึ้นพ่นลมหายใจร้อนผ่าว สองมือจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างของบุรุษเบื้องหน้า ยามที่ความยิ่งใหญ่เริ่มรุกรานเข้ามาในกายสาว นางเม้มริมฝีปากแน่น แม้หยาดน้ำตาริ้นไหลอาบแก้ม นางพยายามไม่ส่งเสียงโอดครวญอย่างเ็ปออกมา ด้วยนิสัยหยิ่งทระนงของนาง
ชายหนุ่มอีกคนเริ่มสงสารนาง เมื่อเห็นว่านางกำลังทรมาน เยี่ยนเฉิงเข้ามาจูบแก้มและปลอบประโลม เลียหยาดน้ำตาบนแก้มนางจนเกลี้ยงเกลา
พายุรักที่พัดกระหน่ำในยามนี้มิได้มีเพียงความอ่อนโยน แต่มันคือการหักหาญเอาชนะเพื่อสตรีเพียงผู้เดียว
แม้กระทั่งแม่ทัพหรงเยว่ที่พยายามรักษาความเยือกเย็นยังตบะแตกในพริบตา หลังเฝ้าฟังเสียงครางอันแสนหวานของนาง ไพเราะบาดลึกจับใจ เกินกว่าที่เขาจะควบคุมสัญชาตญาณดิบได้อีกต่อไป ยิ่งแรงเสียดสีจากฝ่าเท้านุ่มนั้นหยอกล้อกับความแข็งขึงจนเกินจะทานทน เขาคำรามลั่นพร้อมกับสายธารอารมณ์ที่พุ่งกระจายออกมา พลันเรียกหานาง ‘หว่านหวาน!’ โดยที่นางหาได้รู้ไม่ว่าทั้งสามรู้จักตัวตนของนางได้อย่างไร
“เจ็บ... อ๊ะ! คุณชาย...!”
ความรู้สึกที่แล่นปราดเข้าสู่โสตประสาทของหว่านฉิงมีเพียงความเ็ป ด้วยสรีระของบุรุษผู้สูงกำยำกว่าแปดฉื่อผู้นี้ ทำให้นางนึกปรามาสในใจว่าร่างกายอันบอบบางของนางมิอาจรองรับตัวตนของเขาได้เลย ทว่ารุ่ยอ๋องกลับดื้อรั้นดึงดันที่จะยัดเยียดความยิ่งใหญ่เพื่อนาง
เขาบดจูบเร่าร้อนลงมาอย่างไม่เปิดโอกาสให้นางได้พักหายใจ มือหนาเฟ้นคลึงทรวงอกอิ่มอย่างหนักหน่วงดุจ้าตีตราจองว่าสตรีนางนี้เป็ของเขาแต่เพียงผู้เดียว
“พี่ใหญ่... อ่อนโยนหน่อย... ท่านทำนางเจ็บ... เจี่ยเจีย...” เสนาบดีน้อยเอ่ยเตือนพี่ชายคนโตที่ดูจะสิ้นสติเพราะไฟราคะไปเสียแล้ว เขาหันมาช่วยปลอบนางอีกแรง ขยับตัวเข้ามาเล้าโลมจุดอ่อนไหว ขบเม้มติ่งหู สอดแหย่ปลายลิ้นเข้าไปเพื่อปลุกเร้าอารมณ์นางให้พร้อมรับการรุกราน
ไม่นานนัก พายุอารมณ์ก็เหวี่ยงร่างระหงไปตามระลอกคลื่นแห่งความหฤหรรษ์ หว่านฉิงแปรเปลี่ยนท่าทีอึดอัดอันเนื่องมาจากความเ็ปสาหัสสากรรจ์ เป็เสียงครางสุขสมอย่างไม่อาจเก็บกั้น นางใช้ปลายนิ้วลูบไล้รอบสันกรามของรุ่ยอ๋องที่อ่อนโยนกับนางมากขึ้น เอี้ยวหน้าไปบดเบียดริมฝีปากของเยี่ยนเฉิงอย่างลืมตน แม้กระทั่งมืออีกข้างหนึ่งของนางยังเอื้อมไปขยับรูดัร้ายของท่านแม่ทัพขึ้นลง ไม่ยอมให้เขาไปถึงฝั่งฝันเพียงรอบเดียว
หลังจากนั้นทุกสัดส่วนบนเรือนร่างของนางก็ถูกบุรุษทั้งสามแบ่งสันปันส่วน ผลัดกันรุกรานอย่างตะกรุมตะกราม หว่านฉิงมิอาจต้านทานแรงราคะที่ถาโถมเข้ามาทุกทิศทาง ความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจของพิษเย็นถูกแผดเผาจนมลายสิ้น แทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูขุมขน
เสียงหอบหายใจกระชั้น เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังประสานไปกับเสียงหวานพร่าของนายหญิงใหญ่ ที่บัดนี้กลายเป็ศูนย์กลางของพายุสวาทอันไร้จุดจบ...
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านขาวบางเข้ามาปะทะใบหน้างามที่ดูมีเืฝาดมากกว่าวันวาน
หว่านฉิงลืมตาตื่นพร้อมความรู้สึกเ็ปรวดร้าวไปทั้งสรรพางค์กาย โดยเฉพาะกึ่งกลางกายสาวที่เจ็บแปลบราวกับจะปริแยกแตกสลายเป็ชิ้น
พลันภาพความทรงจำอันดุเดือดเืพล่านเมื่อคืนก็ไหลย้อนกลับมาเป็ฉาก ทั้งััรุกรานของรุ่ยอ๋องผู้พยายามจะทะนุถนอมนางตามที่รับปากเอาไว้ ความอ่อนโยนภายใต้ความหิวกระหายของเสนาบดีน้อยเยี่ยนเฉิง รวมไปถึงความบ้าคลั่งของแม่ทัพหรงเยว่ ผู้เฝ้ารอโอกาสอย่างอดทนเพื่อจะได้ชิมชมนางบ้าง ซึ่งนางรู้ดีว่าหากเมื่อคืนนางไม่ยินยอม รุ่ยอ๋องคงเลือกจะลักพาตัวนางกลับจวนไปเพียงผู้เดียว
ภายหลังจากหรงเยว่เสร็จสิ้นกิจกามด้วยท่าทีที่แสนอ่อนโยน หว่านฉิงยังถูกรบเร้าจากรุ่ยอ๋องและเยี่ยนเฉิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยเหตุว่าพวกเขาไม่ยอมใช้ยาถอนพิษกำหนัด ทว่ากลับเลือกตักตวงความหวานล้ำจากร่างนางเพื่อดับไฟราคะ กว่าพายุเสน่หาจะสงบลงได้ก็เกือบรุ่งสาง
หว่านฉิงส่ายหน้ามองสำรวจรอบกายที่ยังคงอุ่นจัด นางถูกกักขังอยู่ในพันธนาการของบุรุษกำยำทั้งสาม รุ่ยอ๋องใช้ลำแขนแกร่งโอบรัดร่างนางไว้ในอ้อมอกอย่างหวงแหน เยี่ยนเฉิงซุกไซ้โอบกอดเอวบางจากทางด้านหลัง ส่วนแม่ทัพหรงเยว่ที่เพิ่งลืมตาตื่น ก็พาดแขนวางทับบนสะโพกมนอย่างถือสิทธิ์ ทอดกายขดตัวอยู่บริเวณกลางเตียงอย่างคนหมดสิ้นเรี่ยวแรง
โอ้... แม่เ้า! เมนโปรดทั้งสามของฉัน ฉันเหมาเรียบจริง ๆ หรือนี่!
สมชื่อนายหญิงใหญ่แห่งหอหงเหมย ไม่เสียแรงที่เป็แม่เล้าอันดับหนึ่งแห่งฉางอัน นางคือยอดฝีมือที่แท้จริง!
หว่านฉิงคิดพลางกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะสบเข้ากับั์ตาคมกริบของบุรุษที่นอนเคียงข้าง ยังคงทอประกายความปรารถนาที่มิอาจมอดดับลงได้ง่าย ๆ ทว่านางดันเข็ดขยาดจากศึกหนักคืนวาน ถึงกับละล่ำละลักเสียงสั่น “พะ... พอแล้ว... ข้าเจ็บไปทั้งตัว ไม่ไหวแล้วจริง ๆ เ้าค่ะ”
นางพยายามจะกระถดกายหนี ทว่าแรงบีบกระชับที่เอวกลับฉุดรั้งร่างเปลือยเปล่าให้บดเบียดเข้ากับมวลกล้ามเนื้อร้อนผ่าวหนักยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะคนด้านหลังอย่างเยี่ยนเฉิงที่ซุกตัวเข้าหานางด้วยท่าทางงัวเงียออดอ้อนพลางพร่ำเรียกหาแต่ ‘พี่สาว’ ทว่าตัวตนเบื้องล่างที่แข็งขึงตามสัญชาตญาณยามเช้าของบุรุษ กลับบดเบียดรุกรานจงใจหยอกเย้าอยู่ตรงง่ามขา
“ข้าไม่ได้จะทำอะไรเ้าเสียหน่อย...” รุ่ยอ๋องกระซิบเสียงพร่าทุ้มชิดใบหู ทว่าฝ่ามือหนากลับเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนละเอียดอย่างมีเลศนัย
หว่านฉิงััได้ถึงความร้อนรุ่มที่เริ่มตั้งเค้าขึ้นใหม่ในกายบุรุษทั้งสาม ‘ไอ้พวกหน้าหล่อนี่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่คิดจะหลับนอนพักผ่อนกันบ้างหรือไง!’