ขณะที่ผมกำลังขับรถไปทำงานอยู่เสียงอินโทรเพลงเพลงหนึ่งลอยมาจากวิทยุในรถราวกับเพลงกล่อมนอนตามมาด้วยเสียงอันน่าขนลุกของคุณศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์เ้าของเสียงร้องเพลงที่แต่งโดยคุณดนู ฮันตระกูลซึ่งเป็เพลงที่ผมรู้จักเป็อย่างดี
รู้หรือไม่ว่าภายในดวงตาสองนั่นฉันได้พบความอบอุ่นใจ
รู้หรือเปล่าว่าข้างในรอยยิ้มของเธอ
ฉันแอบเพ้อละเมอคร่ำครวญอิ่มอบอวลไอ
อยากจะบอกสักคำฉันได้ถลำหัวใจ ตกอยู่ในความรัก
เมื่อตะวันนิทราฟ้าจะรอพบจันทร์
“ฉันจะฝันถึงเธอ”
ภรรยาผมไม่เคยรู้เลยว่าทำไมเพลงนี้ถึงทำให้ผมน้ำตาไหลทุกครั้งที่ได้ยินและเมื่อผมฟังท่วงทำนองอันไพเราะนั้น ผมก็นึกถึงคนที่จากผมไปนานแล้ว อย่างเช่นคุณตาสมโชค และแน่นอนว่าต้องเป็...คุณผกามาศ!
แม้จะผ่านมาสิบสองปีแล้วแต่ผมก็ยังจำได้แม่นยำว่าตัวเองอยู่ที่ไหนในครั้งแรกที่ได้ยินเสียงเธอตอนนั้นผมยังเป็ชายหนุ่มในวัยยี่สิบปี ซึ่งเป็เ้าหน้าที่ดูแลผู้ป่วยสูงอายุที่“บ้านพักคนชราวิมานแก้ว” และกำลังยืนพิงเตียงพยาบาลขณะที่มองคุณตาสมโชคพยายามหลบหนีจากที่นี่เป็ประจำทุกวัน
โบว์โน้มตัวผ่านเคาน์เตอร์พยาบาลแล้วมองไปทางประตูหน้า"ฉันคิดว่านายน่าจะรีบไปตามคุณตาสมโชคนะ เขาใกล้จะถึงประตูแล้ว"
คุณตาสมโชค วัยเกือบแปดสิบปลายๆจับราวบันไดไว้เพื่อพยุงตัวเองขณะเดินช้าๆ ไปยังประตูหน้าบ้านพักคนชราปกติแล้วเขาใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการเดินจากสุดทางเดินไปยังทางเข้าหลักและตอนนี้เขาอยู่ห่างจากอิสรภาพไม่ถึงสิบฟุต
"ถึงเวลาที่จะพาเขากลับไปที่เส้นเริ่มต้นแล้ว"ผมพูดและเดินไปตามทางเดินพร้อมกับรถเข็นของเขา
พอคุณตาสมโชคได้ยินเสียงผมเดินเข้ามาเขาก็หันกลับมามองไหล่แล้วโบกมือไล่ให้ผมออกไป “ไม่...ปล่อยฉันออกไป” เขาบ่นพึมพำ“แกขังฉันไว้ที่นี่ไม่ได้นะ!”
"ไม่เอาน่า...คุณตา"ผมพูดพลางค่อยๆ ดึงมือเขาออกจากราวบันได "ถึงเวลากลับไปนั่งรถเข็นแล้ว"
คุณตาสมโชคเคยทำงานอยู่ที่การรถไฟมาหลายสิบปีและเมื่อเกษียณอายุไปยี่สิบปีก่อนเขาก็กลายเป็หนึ่งในบุคคลที่องค์กรนับถือมากที่สุดแต่คนส่วนใหญ่ที่คุณตาสมโชคเคยร่วมงานด้วยนั้นจากไปนานแล้วหากเขายังอยู่ในวัยหนุ่มเขาคงโยนผมข้ามห้องไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงแม้แต่จะผลักแขนผมออกไปด้วยซ้ำ
เขาอ้อนวอนแล้วกลายเป็สบถด่า ขณะที่ผมค่อยๆประคองเขาลงบนรถเข็นอย่างนุ่มนวลแต่ก็ต้องออกแรงมากพอสมควรแล้วพาเขากลับไปที่ปลายสุดของโถงทางเดิน หลังจากที่ผมล็อกล้อและเดินออกไปเขาก็ลุกขึ้นยืนอย่างไม่มั่นคง จับราวบันไดแล้วเริ่มต้นการเดินทางอันยาวนานกว่าครึ่งชั่วโมงอีกครั้ง
"ฉันรู้สึกเห็นใจคุณตาสมโชคจังเลย"โบว์กล่าว "ไม่มีใครมาเยี่ยมเขาเลย ทุกวันเขาพยายามหนีออกไปแต่สุดท้ายเราก็ต้องพาเขากลับมาทุกครั้ง"
"ผมไม่โทษเขาหรอก" ผมพูด"ผมก็อยากหนีออกจากที่นี่เหมือนกัน"
"วิมานแก้วก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนายไม่เคยทำงานที่ไหนมาก่อน นายไม่รู้อะไรหรอก บ้านพักคนชราบางหลังที่ฉันเคยทำงานทั้งเหม็น ทั้งสกปรก และแออัดจนแทบหายใจไม่ออกแต่ที่นี่สะอาดและคนในนี้ก็ได้รับการดูแลอย่างดี"
"อาจจะใช่แต่เงินเดือนที่นี่มันน้อยมาก ผมไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่านี่คือค่าแรงขั้นต่ำหรือเปล่าแล้วคุณสมรยังบังคับให้ผมทำงานหนักอีกต่างหาก"
"ฉันไม่รู้เื่นั้นหรอก"โบว์พูดหยอกล้อพลางเล่นกับสร้อยคอ "แต่ฉันเข้าใจว่านายรู้สึกยังไงฉันก็ต้องหางานพาร์ทไทม์ทำเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพเหมือนกัน ฉันทำงานอยู่ที่ผับใกล้ๆนี่แหละ...บางทีหลังจากเลิกงานแล้ว เราอาจจะนัดเจอกันก็ได้นะ"
ก่อนที่ผมจะทันได้ตอบ เธอก็รีบพูดต่อ"ไม่ใช่เดทหรืออะไรแบบนั้นหรอกนะแต่ฉันคิดว่าบางทีเราอาจจะไปเที่ยวด้วยกันได้นะ แบบเป็เพื่อนกันสักครั้งไหม?"
ผมกำลังคิดหนักว่าจะหาข้ออ้างเพื่อปฏิเสธยังไงแล้วก็เห็นคุณสุนีย์เดินมาทางนี้พอดีคุณสุนีย์เป็หัวหน้าพยาบาลวัยกลางคนที่มีจิตใจงดงาม ยกเว้นตอนที่เธอแกล้งโบว์"พวกเธอสองคนกระซิบอะไรกัน หรือว่ากำลังจีบกันในเวลาทำงาน?"
โบว์หน้าแดงด้วยความเขินอาย"พี่สุนีย์! เขมกรกับหนูไม่ได้ -- "
"555 ฉันแค่ล้อเล่นน่ะยัยโบว์!"เธอพูด "ฉัน้าความช่วยเหลือในการพาผู้อยู่อาศัยไปห้องสันทนาการแล้วฉัตรชัยหละอยู่ไหน วันนี้ฉันยังเห็นหน้าเขาเลย"
“คุณสมรไล่เขาออกแล้วค่ะ” โบว์กล่าว
"อีกแล้วหรือ...เฮ้อ"คุณสุนีย์กล่าว "พนักงานที่มีอยู่ก็น้อยอยู่แล้วถ้าสมรอยากประหยัดเงินขนาดนั้น ทำไมเธอไม่ปิดแอร์บ้างหละฉันเห็นห้องของเธอเปิดทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน"
คุณสุนีย์หยิบวาสลีนออกมาจากกระเป๋าแล้วทาลงบนริมฝีปากที่แตกของเธอ "งั้นก็พาแฟนของเธอมาด้วยเขาจะได้ช่วยเราดูแลผู้อยู่อาศัย"
โบว์หน้าแดงแล้วเดินตามคุณสุนีย์ไปที่ลิฟต์เธอทำงานเป็ผู้ช่วยพยาบาลที่วิมานแก้วมาหกเดือนแล้วและแอบชอบผมอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ถึงแม้เธอจะน่ารักและมีเสน่ห์ผมสีดำขลับยาวตรงเป็เงางาม แต่เธออายุน้อยกว่าผมหนึ่งปีซึ่งผมคิดว่าเธอยังต้องเติบโตอีกมาก
เมื่อเราไปถึงลิฟต์มีคนมากกว่าสิบคนเดินอยู่รอบๆ ลิฟต์อย่างไร้จุดหมายบางคนจำไม่ได้ว่าทำไมพวกเขาถึงลงมาข้างล่างั้แ่แรก
ผมจับแขนคนไข้คนหนึ่งไว้ขณะที่โบว์เข็นรถเข็นของอีกคน แล้วเราก็ไปที่ห้องสันทนาการพอเข้าไปใกล้ก็ได้ยินเสียงใครบางคนร้องเพลงด้วยเสียงที่ไพเราะจับใจเหลือเกิน
ผมหันไปหาโบว์ ซึ่งกำลังมองผมอยู่แล้ว"ผมนึกว่าวันนี้จะเล่นบิงโกกันซะอีกคุณสมรอนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตอีกแล้วเหรอ"
"ไม่นะเท่าที่ฉันรู้มันยังคงถูกยกเลิกอยู่"
เราเข้าไปในห้องและเห็นเธอกำลังร้องเพลงเคลื่อนไหวไปตามเสียงร้องของผู้อยู่อาศัย ราวกับสะกดทุกสายตาไว้ด้วยเวทมนตร์เธอร้องเพลงได้ไพเราะและมั่นใจมากจนผมคิดว่าเธอเป็นักร้องมืออาชีพที่ได้รับการว่าจ้างให้มาร้องเพลงที่บ้านพักคนชราแห่งนี้แต่เธอกลับสวมเสื้อคลุมเหมือนผู้อยู่อาศัยคนอื่นๆ
ผมไม่เคยเห็นพวกเขาเงียบสงัดเช่นนี้มาก่อนพวกเขาหลงใหลอย่างสุดซึ้งขณะที่เธอเคลื่อนไหวท่ามกลางเสียงร้องเพลงและสะกดพวกเขาทุกคนด้วยเสียงของเธอผู้อยู่อาศัยบางคนหลับตาและโยกตัวไปตามเสียงเพลงจมอยู่กับความทรงจำที่บทเพลงปลุกขึ้นมาจากอดีตอันมืดมน
ผมเห็นความสุขบนใบหน้าของเธอขณะที่เธอร้องเพลงเมื่อเธอกวาดตามองไปทั่วห้องและเห็นว่าผมก็ตกอยู่ในมนต์สะกดของเธอเช่นกันเธอส่งยิ้มมาให้ผมอย่างสดใส
“นั่นใคร” ผมถามโบว์
“นั่นคุณผกามาศเธอเป็ผู้อาศัยใหม่ที่นี่”
"แต่เธอยังเด็กเกินไปสำหรับที่นี่เธอน่าจะอายุน้อยกว่าคนอื่นตั้งยี่สิบปีได้เลยนะ"
"เธออายุแค่หกสิบเท่านั้น"โบว์กล่าว
จากนั้นผมก็เดินไปรับผู้พักอาศัยเพิ่มเติมจากลิฟต์แต่เมื่อผมกลับมา การร้องเพลงก็หยุดลง และมีเสียงปรบมือประปราย
ผมมองผ่านบานกระจกเล็กๆบนประตูและเห็นคุณสมรกำลังคุยกับคุณผกามาศอยู่
คุณสมรเป็ผู้จัดการของที่นี่ซึ่งดูแล้วน่าจะอายุพอๆ กับคุณผกามาศเธอเป็คนเคร่งครัดเื่ตารางเวลาและมักจะทำอะไรเร่งรีบตลอดเวลาการตัดงบประมาณเมื่อเร็วๆ นี้สร้างแรงกดดันอย่างมากให้กับเธอและเธอก็กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาความเป็ระเบียบเรียบร้อยภายในบ้าน
คุณสมรให้คุณผกามาศนั่งลงยื่นบัตรบิงโกให้เธอ และส่งสัญญาณให้ผู้เรียกเริ่มเกม คุณผกามาศหันมายิ้มให้ผมยักไหล่ และรอเล่นบิงโกเกมแรก
ผมไม่ได้เจอเธออีกเลยจนกระทั่งดึกคืนนั้นขณะที่ผมกำลังพาผู้พักอาศัยกลับขึ้นไปชั้นบนหลังอาหารเย็น คุณยายลำดวนหายไปคุณสุนีย์จึงถามว่าผมพอจะช่วยตามหาเธอได้ไหม?
คุณยายลำดวนเป็หญิงชราที่น่ารักอายุแปดสิบห้าปี มักจะมีรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอเธอชอบเดินเตร่ไปตามโถงทางเดินของวิมานแก้วอย่างไม่รู้จบเพราะคิดว่าตัวเองเป็พยาบาล ไม่ใช่ผู้อยู่อาศัยและถ้าลองถามเธอว่าวันนี้เธอเดินทางมาทำงานได้อย่างไร เธอก็จะตอบคุณได้ว่านั่งรถเมล์สายอะไรมาที่นั่งไหน และบางครั้งก็บอกชื่อคนขับได้ด้วย
ผมไม่มีทางรู้เลยว่าข้อมูลของเธอนั้นถูกต้องหรือไม่เพราะเธอกำลังนึกถึงการเดินทางด้วยรถรางเมื่อหกสิบปีก่อน!
นอกจากนี้คุณยายลำดวนยังมีความจำอันน่าทึ่งเกี่ยวกับรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ั้แ่สมัยเด็ก ซึ่งรวมถึงชื่อสุนัขที่เธอชอบพาไปเดินเล่นรอบๆหมู่บ้านของเธอ แต่เธอกลับจำชื่อคนในครอบครัวไม่ได้เลย
ตอนแรกเธอลืมหลานๆ แล้วก็ลูกๆและตอนนี้เธอจำสามีไม่ได้แล้วความทรงจำของเธอถูกฉีกออกเหมือนหน้ากระดาษที่หลุดออกมาจากหนังสือทีละหน้า
เธอใช้เวลาทั้งวันเดินไปมาอย่างไร้จุดหมายจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่งซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงมาที่นี่ แต่เธอก็รู้ว่าที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ
ผมเดินไปตามทางเดินมองเข้าไปในประตูแต่ละบานด้วยความคาดหวังว่าจะเจอเธออยู่ในห้องใดห้องหนึ่ง
******************************