ตอนที่44 : ปืนใหญ่แห่งหานเฟิง
ลมฤดูหนาวพัดผ่านลานฝึกของ สำนักยุทธศาสตรา
เสียงตีเหล็กดังประสานกับเสียงนกเหล็กทดลองที่พุ่งขึ้นกลางอากาศ
เฟิ่งหลงกวัดแกว่งค้อนตีเหล็กขนาดใหญ่ลงบนแท่งเหล็กยาวสามจั้ง
ข้าง ๆ เขา ซูอี้หานเขียนสูตรแรงดันลงบนไม้
ส่วนอวี๋เสียนในห้องเพลิงกำลังชั่งดินไฟด้วยความระมัดระวังถึงระดับผงฝุ่น
“ครั้งนี้ถ้าสำเร็จ...จะไม่มีแคว้นใดในโลกต้านเราได้อีก” — ไป๋หงเหวินพูดพลางจดบันทึก
หานอวี้จินยืนอยู่หน้าเครื่องโลหะยักษ์ที่เพิ่งหล่อเสร็จใหม่
ท่อนเหล็กหนาเรียกว่า “หานเฟิงเบิ้งเทียน” — ปืนใหญ่ต้นแบบรุ่นที่ 1
เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงพลัง
“วันนี้...พวกเราจะไม่เพียงทดสอบอาวุธ
แต่จะทดสอบว่า ‘ปัญญา’ ของคนเราจะยิ่งใหญ่เพียงใด”
การเตรียมการทดสอบ
องค์ชายสาม หานอวี้เหยียน มาถึงพร้อมทหารกองม้าห้าสิบ
ม้าศึกยืนเรียงแถวด้านหลังสนามฝึก
สายลมหนาวพัดธงหานเฟิงปลิวอย่างองอาจ
“พี่ใหญ่!พวกข้าเตรียมพื้นที่รอบนอกไว้หมดแล้ว
หากระเบิดแรงเกินไปจะไม่ลามถึงเมืองแน่!”
หลี่อวิ๋นจิวถือสมุดบันทึกการคำนวณ
เสียงเธอนุ่มนวลแต่หนักแน่น
“แรงดันจากดินไฟที่ใช้ในการขว้างลูกเพลิงต้องลดลงอีกสองส่วน
ไม่เช่นนั้นผนังเหล็กอาจรับไม่ไหว”
อวี๋เสียนหัวเราะเบา ๆพลางถือกระบอกไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยผงดินไฟ
“ดินไฟเหมือนใจคนถ้าน้อยไป มันไม่สู้
ถ้ามากไป... มันก็ระเบิดตาย”
เฟิ่งหลงตอบกลับเสียงดัง
“งั้นก็หวังว่าเจ้าไม่ใส่‘ใจมากเกินไป’ ล่ะนะ ฮ่า ๆ ๆ!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วสนามฝึกคลายความตึงเครียด
การทดสอบครั้งแรก
หานอวี้จินยืนข้างแท่นปืนใหญ่
โม่อี้ (นักวิทยาศาสตร์จากแคว้นฉี)ก้มตัวปรับมุมยิงและใส่ลูกเหล็กกลมเข้าไป
“พร้อมแล้ว!ระยะห่างจากเป้าหมายห้าสิบจั้ง
หากแรงดันถูกต้อง จะยิงทะลุไม้ทั้งสิบชั้น!”
หานอวี้จินพยักหน้า
เขายกมือขึ้น สั่งการเสียงดัง
“จุดไฟ!”
ฟู่มมมม! — เปลวไฟลุกขึ้นที่ชนวน
เสียงระเบิด ตูมมมม! ดังสนั่นจนพื้นสั่นสะเทือน
ลูกเหล็กพุ่งทะยานออกไปกลางท้องฟ้า ปักกลางเป้าไม้จนแตกกระจาย
ทุกคนเฮลั่น!
“สำเร็จแล้ว!”
“มันยิงได้จริง ๆ!”
หานอวี้เหยียนตบหลังพี่ชายอย่างแรง
“นี่มันอาวุธของเทพชัดๆ!”
หานอวี้จินเพียงยิ้ม
“ไม่ใช่ของเทพ...ของมนุษย์ต่างหาก — ที่เชื่อในปัญญา”
เหตุการณ์ไม่คาดคิด
แต่ก่อนที่เสียงเฉลิมฉลองจะจางลง
อวี๋เสียนตะโกนเสียงดัง
“อย่าเข้าใกล้! มีแรงอัดค้างในท่อ!”
สายลมพัดเศษเถ้าดินไฟเข้าทางช่อง
เกิดเสียง ชื้ด... ชื้ด... ดังขึ้นในลำกล้อง
“ถอยออกไป!” —หานอวี้จินตะโกนสุดเสียง
ตูมมมมมมมม!!
เสียงระเบิดครั้งใหญ่ดังสะเทือนภูเขา
เปลวไฟพุ่งขึ้นฟ้าเป็นควันดำ
แรงอัดสะบัดเศษเหล็กปลิวไปทั่วลานฝึก
เฟิ่งหลงและลูกมือสามคนกระเด็นกระแทกพื้น เลือดอาบ
หลี่อวิ๋นจิวถูกแรงกระแทกจนล้มหานอวี้จินรีบเข้าประคอง
ข้างหลังมีเสียงทหารร้องระงม
“มีคนบาดเจ็บ!ดับเพลิงเร็ว!”
“ปืนใหญ่แตกแล้ว!”
อวี๋เสียนกัดฟันแม้เลือดไหลจากหน้าผาก
“ข้า... ผิดเอง... ข้าใส่ดินไฟมากไปกว่าที่ควร...”
หานอวี้จินส่ายหน้า
“ไม่ใช่ความผิดของเจ้า
ทุกการสร้างสิ่งใหม่ ต้องแลกด้วยบาดแผล
แต่จะไม่มีใครต้องตายเพราะมันอีก”
สามวันให้หลังเหตุระเบิดถูกส่งรายงานเข้าวังหลวง
กุ้ยเฟยหลินรับข่าวจากเว่ยเซียนและหัวเราะเบา ๆ
“ระเบิดงั้นหรือ... นี่แหละหลักฐานที่ฟ้าให้มา”
องค์ชายรองหานอวี้หลงยิ้มเย็น
“ครั้งนี้ข้าไม่ต้องสร้างข่าวเองด้วยซ้ำ”
เว่ยเซียนก้มตัว
“เราจะยื่นฎีกาให้ฝ่าบาทตรวจสอบสำนักยุทธศาสตราอีกครั้ง
ในข้อหา ‘ทดลองอาวุธต้องห้ามและทำร้ายราษฎร’”
กุ้ยเฟยเอ่ยเสียงเรียบ
“และคราวนี้...ต่อให้เขาพูดด้วยความจริง ก็ไม่มีใครเชื่อ”
ในสำนักยุทธศาสตราเฟิ่งหลงนอนรักษาตัวด้วยแผลไฟไหม้
ลูกมือหนึ่งคนเสียชีวิต
องค์ชายสามนั่งเงียบอยู่หน้าห้อง
มือกำหมัดแน่นจนเลือดซึม
“ข้าควรจะอยู่ตรงนั้นกับพวกเขา...”
หานอวี้จินวางมือบนบ่าของน้องชาย
“เจ้าคือผู้คุ้มกันข้างนอก— ไม่ใช่ผู้ต้องตายในเตา
แต่ถ้าเจ้าอยากชดใช้ก็ช่วยข้าปกป้องคนเหล่านี้จากเล่ห์การเมืองเถิด”
หานอวี้เหยียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำ
“ข้าสาบาน...ใครแตะต้องพี่อีก ข้าจะไม่ไว้หน้า!”
คืนนั้น พระเอกกลับไปยังห้องทำงาน
หยิบเศษเหล็กที่บิดงอจากแรงระเบิดขึ้นมาดู
แสงไฟสะท้อนในดวงตาที่นิ่งสงบ
หลี่อวิ๋นจิวเข้ามาช้า ๆ
“ท่านยังไม่พักอีกหรือ?”
“ไม่...ข้ายังต้องหาว่ามันพังตรงไหน
ถ้าไม่แก้ไข... คนที่ตายจะตายเปล่า”
เธอนั่งลงข้าง ๆ
“ข้ารู้... แต่บางทีท่านก็ไม่จำเป็นต้องแบกไว้คนเดียว”
หานอวี้จินนิ่งไปครู่ ก่อนจะยิ้มอ่อน
“เจ้าพูดเหมือนฮองเฮาเลย...”
“ท่านแม่ของท่าน?”
“ใช่...นางก็เคยบอกข้าแบบนี้ เมื่อข้ายังเด็ก
ว่าแสงที่แรงเกินไป ไม่จำเป็นต้องส่องด้วยตัวคนเดียว”
ยามรุ่งสาง
กลุ่มควันจากเตาหลอมยังคงลอยขึ้นไม่หยุด
เฟิ่งหลงที่แม้จะบาดเจ็บยังคงตะโกนออกมาจากเตียง
“อย่าหยุดตีเหล็ก!
ข้าจะไม่ยอมให้ไฟของข้าดับเพียงเพราะกลัวมันอีกแล้ว!”
เสียงค้อนดังกลับขึ้นอีกครั้ง
ทุกคนในสำนักเริ่มทำงานต่อ
แม้บาดแผลยังสดใหม่ แต่หัวใจกลับแข็งแกร่งกว่าเดิม
บนหอสูงสุดหานอวี้จินมองควันสีเทาลอยขึ้นฟ้า
ในมือเขาคือแบบร่างใหม่ของ “ปืนใหญ่หานเฟิง รุ่นที่สอง”
ชื่อที่เขาเขียนไว้ตรงมุมกระดาษ...
「烈風號 — เสียงลมเพลิง」