บทที่ 66: จุดจบของนางร้าย (The End of Bad Lady)
“เจ้ามีอะไรก็ว่ามา”“ข้ามีเรื่องจะมารายงานให้ท่านทราบขอรับ ว่ามีคนนำของๆ ท่านไปไว้ที่เรือนของโทโมเอะ เพื่อพยายามจะจัดฉากใส่ร้ายว่าโทโมเอะเป็นคนขโมยของๆ ท่านไปขอรับ”“เป็นเช่นนั้นจริงหรือ โยชินากะ”“กระผมขอยืนยันในคำตอบขอรับ”โยชินากะพลางนั่งโค้งคำนับให้กับเท็สซันด้วยความเคารพ“หากเจ้าบอกว่ามีคนพยายามจะจัดฉากใส่ร้ายโทโมเอะ งั้นเจ้าบอกข้ามาซิ ใครกันที่ทำเช่นนี้”“ข้าได้ตัวพวกมันมาแล้วเจ้าค่ะ”ทันใดนั้น ผู้เป็นภรรยาของเท็สซันก็ได้เปิดประตูเข้ามา“เอาตัวพวกนางเข้าไป”ผู้เป็นภรรยาของเท็สซันเอ่ยสั่งให้ลูกน้องนำตัวของหญิงตัวการทั้งสองคนเข้ามาในเรือนของเท็สซัน หญิงตัวการทั้งสองคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น “โออิวะ” กับ “โอคิคุ”ทางด้านโอคิคุรู้สึกเสียใจมากที่โยชินากะที่นางหลงรักมาโดยตลอดนั้นได้เข้ามาปกป้องผู้หญิงที่นางเกลียดชังมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโอคิคุจะหลงรักโยชินากะสักแค่ไหน แต่นางก็มักจะถูกปฏิเสธ อันเนื่องมาจากการที่ตัวเขานั้นไม่ได้รักนางเลยแม้แต่น้อย“ทำไม ทำไมนังเด็กกำพร้าอย่างโทโมเอะถึงกลับได้ดิบได้ดี ทำไม!!”น้ำเสียงที่โออิวะตวาดกร้าวออกมานั้น เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอิจฉาริษยาที่มีต่อโทโมเอะ“ข้าไม่อยากจะคิดเลยนะ ว่าพวกเจ้าจะมีจิตใจที่โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ พวกเจ้าคิดจะยืมมือของท่านอาโอยามะในการทำร้ายโทโมเอะเพราะความอิจฉาริษยา เจ้าทำไปได้ยังไง” โยชินากะกล่าวตำหนิโอคิคุด้วยน้ำเสียงที่โกรธเคือง“เอาตัวนางโอคิคุไปโยนลงในบ่อน้ำ และนำตัวโออิวะไปขังไว้”เท็สซันได้สั่งการให้ลูกน้องนำตัวโอคิคุไปโยนลงในบ่อน้ำที่อยู่ใกล้กับปราสาทฮิเมจิ และปล่อยให้นางจมน้ำตาย ส่วนทางด้านโออิวะก็ถูกนำไปขังไว้ที่ห้องใต้ดิน และปล่อยให้นางอดข้าวอดน้ำอยู่ในนั้น หลังจากนั้นไม่นาน ทางด้านโยริโตโมะเมื่อได้ทราบเรื่องนี้เข้า เท็สซันและผู้เป็นภรรยาของเขานั้นจึงถูกตัดสินโทษประหารชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนทางด้านโออิวะก็ได้กลุ่มทหารฝ่ายมินาโมโตะช่วยปล่อยตัวออกมาจากห้องใต้ดินโออิวะได้ย้ายกลับมาอาศัยอยู่กับซาม่อน หัวหน้าตระกูลโยทสึยะผู้เป็นบิดาของนาง หลังจากนั้นไม่นาน ซาม่อนก็ได้สิ้นใจลง นางได้หลงรักและแต่งงานกับทามิยะ อิเอม่อน พร้อมกับยกตำแหน่งหัวหน้าตระกูลและทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับอิเอม่อนในท่ามกลางเสียงคัดค้านของหลายๆ ฝ่ายหลังจากนั้นไม่นาน อิเอมอนก็ได้แสดงธาตุแท้ความเหลวแหลกออกมา อิเอม่อนได้ผลาญสมบัติของโออิวะและตระกูลโยทสึยะจนหมดสิ้น ทำให้ตระกูลโยทสึยะถึงคราวล่มสลายลงอย่างราบคาบ พร้อมกับถูกลบออกไปจากตระกูลสมาชิกของเซวะ เก็นจิ อันเป็นสาขาตระกูลย่อยของมินาโมโตะอิเอม่อนได้พบรักครั้งใหม่กับโออุเมะ หมอยาสาวสวยผู้เป็นบุตรสาวของคฤหบดีในตระกูลแห่งหนึ่ง โออุเมะถูกใจในตัวของอิเอม่อนจึงได้หว่านเสน่ห์ใส่เขา และรบเร้าอยากแต่งงานกับเขาอิเอม่อนวางแผนหาเรื่องหย่าร้างกับโออิวะ โดยการให้ทาคุเอสึที่เป็นเพื่อนโรนินของเขาบุกเข้าไปขืนใจนาง และกล่าวหาว่านางคบชู้สู่ชาย โออิวะถูกทาเคอุสึขืนใจจนท้องและตกไปเป็นเมียของเขาอย่างมิอาจที่จะหลีกเลี่ยงมันได้ ทาเคอุสึเป็นคนที่อารมณ์รุนแรง นางจึงมักจะถูกเขาทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจโออิวะถูกทาเคอุสึทำร้ายจนแท้งลูก ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้เฉดนางทิ้งอย่างไม่ใยดี ส่งผลทำให้ชีวิตของนางในตอนนี้ตกต่ำจนถึงขีดสุด ความแค้นของนางนั้นได้ทวีถึงขั้นสุด นางจึงรีบเดินไปหยิบมีดไอกุชิประจำตระกูลออกมา และไล่ฆ่าทาเคอุสึอย่างเลือดเย็น ก่อนที่นางจะลงมือ เขาก็ได้ร้องขอชีวิตและเล่าเรื่องทั้งหมดให้นางฟังว่า“อิเอมอนคือคนที่ฆ่าพ่อเจ้า เขาต้องการจะแต่งงานกับเจ้า เพื่อหวังจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าตระกูลโยทสึยะ และได้ครอบครองทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเจ้า ว....ไว้ชีวิตข้าด้วย”เมื่อโออิวะได้ฟังเรื่องของการทรยศหักหลังของสามีที่แสนร้าย จึงเกิดความเคียดแค้นขึ้นภายในใจ“นี่คือสิ่งที่ข้าจะตอบแทนในสิ่งที่เจ้าทำไว้กับข้า เจ้าจงตายไปเสีย”“อย่า!!”โออิวะได้ลงมือสังหารทาเคอุสึอย่างเลือดเย็น ก่อนที่นางจะเดินหน้าแก้แค้นอิเอม่อนต่อไป ในขณะเดียวกัน ทางด้านอิเอม่อนก็ได้แต่งงานใหม่กับโออุเมะด้วยความชื่นมื่น และอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งในคืนวันหนึ่ง โออิวะได้บุกเข้ามาถึงที่คฤหาสน์ของโออุเมะ และได้พบกับอิเอม่อนที่นอนบนเตียงเดียวกันกับโออุเมะ“พวกเจ้านี่ดูชื่นมื่นกันจังเลยนะ”“ไง โออิวะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”อิเอม่อนเอ่ยทักทายด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น โออิวะค่อยๆ เดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าที่นิ่วด้วยความโกรธเกรี้ยว และความเคียดแค้นอย่างสุดๆ ดวงตาทั้งสองข้างนั้นเบิกกว้าง ฟันขาวบริสุทธิ์นั้นพลางกัดแน่นอยู่ในปาก เมื่อเข้ามาถึงในระยะใกล้แล้ว นางก็ได้ทำการสังหารอิเอม่อนลงอย่างเลือดเย็นทางด้านโออุเมะเมื่อได้สัมผัสถึงกลิ่นคาวจากเลือดที่สาดกระเซ็นออกมา จึงค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น เมื่อได้เห็นภาพผู้เป็นสามีถูกสังหารต่อหน้าต่อตาก็รู้สึกตกใจจนแทบช็อค จึงรีบเผ่นหนีไปจากตรงนั้นอย่างเงียบๆ“เจ้าจะหนีไปไหน”โออิวะสามารถคว้าร่างของโออุเมะไว้ได้ นางใช้มีดไอกุชิแทงเข้าที่ลำคอและดึงกระชากออกมาอย่างเลือดเย็น ร่างของโออุเมะค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นแล้วก็สิ้นใจลงในเวลาต่อมา มีเลือดสดๆ ไหลออกมาจากบาดแผลที่ลำคออย่างไม่ขาดสาย นางได้ทำการจุดไฟเผาก่อนที่จะไปจากคฤหาสน์แห่งนั้นที่ปกคลุมไปด้วยเปลวไฟอันร้อนระอุที่ลุกโชนไปทั่วทั้งหลังหลังจากนั้นต่อมา โออิวะเมื่อได้ทราบว่าโอคิคุ เพื่อนรักของนางนั้นได้สิ้นใจลงจากการจมน้ำในบ่อน้ำที่อยู่ใกล้กับปราสาทฮิเมจิ นางจึงรู้สึกโกรธแค้นโทโมเอะเป็นอย่างมากที่เธอนั้นเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนรักของนางต้องตาย โออิวะรีบมุ่งหน้ากลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลมินาโมโตะเพื่อแก้แค้นโทโมเอะต่อทันทีในช่วงคืนเดียวกัน โออิวะได้เดินทางมาถึงที่คฤหาสน์ตระกูลมินาโมโตะโดยที่มีผ้าอาภรณ์ปกปิดใบหน้าไว้ นางรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนของโทโมเอะอย่างเงียบๆ พร้อมกับบางสิ่งที่ได้เก็บไว้ในตัว ทางด้านโทโมเอะก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นในกลางดึก จากนั้น ก็ได้มีมือเรียวยาวของหญิงปริศนานางหนึ่งเข้ามาปิดปากคู่งามของนางไว้ “เจ้าจำข้าไม่ได้หล่ะสินะ”“อือ อือ” โทโมเอะพยายามดิ้นอย่างสุดขีด ทางด้านโออิวะก็รีบหยิบตลับยาพิษออกมาจากในเสื้อและเปิดตลับออกมา“ข้าอยากจะรู้เหมือนกันนัก ว่าถ้าหากใบหน้าที่งดงามของเจ้าได้เกิดเสียโฉมขึ้นมา โยชินากะจะยังมีความรักให้กับเจ้าอยู่อีกหรือไม่”แต่เผอิญว่าโทโมเอะในตอนนี้ ไม่ใช่โทโมเอะคนเดิมที่ยอมเป็นฝ่ายถูกรังแกข่มเหงอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว เธอรีบยื่นมือเรียวงามเข้ามาคว้ามือที่ถือตลับยาพิษนั่นไว้ และหันด้านที่เป็นยาพิษเข้าหาใบหน้าของอีกฝ่าย จากนั้นก็ยื่นมือเรียวงามอีกข้างเข้ามาจับที่หัวของอีกฝ่าย“กรี๊ด!!”โทโมเอะจับหัวโออิวะเอาใบหน้าแนบเข้ากับยาเขียวบนตลับ พลางถูยาเขียวตัวนั้นไปมาแทบจะทั่วใบหน้า โดยที่เธอไม่รู้เลยว่ายาเขียวตัวนั้นมันคือยาพิษ จึงทำให้ใบหน้าของโออิวะเสียโฉม ผิวหน้าพุพองสยองขวัญราวกับผีดิบ นางกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง เสียงกรีดร้องนั้นดังสนั่นกึกก้องออกมาจากเรือนของโทโมเอะทางด้านโยชินากะเมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องที่แทบจะทำให้แก้วหูฉีกในทันทีนั้นดังออกมาจากเรือนของโทโมเอะ จึงรีบมุ่งหน้าไปที่เรือนของเธอทันที