King Part
ผมเองที่รู้สึกผิดจากการระทำของผม ทำให้ผมไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย ตอนนี้ผมออกมาขออาศัยอยู่ห้องของให้บูมกับไอ้แบงค์ชั่วคราว ซึ่งไอ้เพื่อนสองคนมันก็ไม่ได้ว่าอะไรผม ตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่กับพวกมันสองคนตอนนี้ก็เข้าสู่ 3 วัน เรียบร้อยแล้ว ชุดนักศึกษาของใช้ต่างๆ ผมมักจะหาเวลากลับไปเอาที่ห้องใน่ที่ปรินซ์มันไม่อยู่ ซึ่งปีหนึ่งเองก็เป็อะไรที่เด็กทันตะจะเรียนหนักอยู่พอสมควร ใน่ปรับพื้นฐาน่แรกๆ
“ เห้ยไอ้คิง วันนี้มึงจะไปร้านกับพวกกูปะ พวกไอ้ไนท์แมร่งชวนไปดื่มวะ ” เสียงของไอ้บูมเอ่ยถามผมออกมา
“ เออไปดิ กูก็เซงๆ อยู่เหมือนกัน ” ผมเอ่ยตอบรับพวกมันออกไป
“ ถ้างั้นก็ 2 ทุ่มครึ่งแล้วกัน รีบไปรีบกลับ ” ไอ้แบงค์ระบุเวลาให้พวกผมเสร็จมันก็เดินไปบอกไอ้ไนท์ทันที
พอหมดคลาสเรียนแล้ว พวกเราก็ใช้เวลาอยู่ที่สนามบาสหลังมอกัน วันนี้ไม่มีการซ้อมดาวเดือนเพราะรุ่นพี่ให้พวกเราพักก่อน แต่นั่นก็ดีเหมือนกัน เพราะทุกครั้งที่เข้าซ้อมประกวดดาวเดือน ผมจะต้องเจอหน้ากับอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าพวกเราสองคนจะทำเป็ไม่รู้จักกันก็เถอะ จวบจนใกล้จะหนึ่งทุ่มพวกเราก็กลับหอพักกัน ผมกับไอ้เพื่อนสองคนใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จก็ได้เวลานัดพบกันที่ร้านเหล้าหลังมอพอดี พวกผมก็เดินทางไปถึงร้านเรา พวกไอ้ไนท์เองก็ได้จองโต๊ะกันไว้ก่อนอยู่แล้ว พวกเราไม่รอช้ารีบเข้าไปสมทบกับพวกไอ้ไนท์พอดี
“ เออ พวกมึงมาพอดี กินข้าวกันรึยังวะ หรือว่าจะแดกเหล้ากันเลย ” ไอ้ไนท์เอ่ยถามพวกเรา พร้อมกับกำลังหยิบน้ำแข็งใส่แก้ว ชงเหล้าให้พวกเราที่มาทีหลังทันที
“ เห้ย ใจเย็นดิวะ พวกกูยังไม่ได้กินอะไรรองท้องกันมาเลย เดี๋ยวขอสั่งอะไรกินรองท้องกันก่อน ” ไอ้บูมพูดบอกไอ้ไนท์พร้อมกับสั่งเมนูรองท้องให้พวกเรากินกันก่อน
ตอนนี้ก็ใกล้จะสี่ทุ่มเข้าไปแล้ว พวกเราที่มาั้แ่ก่อนจะ3ทุ่ม ก็เริ่มได้ที่กัน บ้างก็เดินออกไปเต้น บ้างก็เดินออกไปชนแก้วกับสาวๆ ที่โต๊ะตอนนี้เหลือแค่ผม ไอ้ไนท์ ไอ้บูม แล้วก็ไอ้แบงค์สี่คน ก็ยังนั่งกินเหล้ากันอยู่
“ เห้ยไอ้คิง ่นี้กูไม่ค่อยเห็นข่าวมึงกับไอ้องค์ชายคณะทันตะเลยวะ หรือว่าเพราะตอนนี้ไอ้องค์ชายมันไปควงอยู่กับเดือนคณะแพทย์วะ ข่าวมึงกับมันถึงไม่ค่อยได้เห็นแล้ว ” ไอ้ไนท์ที่เริ่มเมาเริ่มพูดจาซักถามผม
“ มึงก็นะไอ้ไนท์ เพื่อนกูกับไอ้องค์ชายทันตะหน้าหวานนั่น ไม่ค่อยจะถูกกัน มึงจะให้พวกมันขยันมีข่าวกันทำไมวะ แบบนี้ก็ดีแล้วปะวะ ใช่มั้ยไอ้คิง ” ไอ้แบงค์ที่ตอบไอ้ไนท์เสร็จ ก็หันมาถามผม
“ แต่จะว่าไปนะ กูว่าไอ้องค์ชายทันตะเนี่ย ก็ดีใช่ย่อยนะเว้ย ถึงมันจะดูหล่อแต่มันก็ออกแนวน่ารักใสใส ผิวพรรณแมร่งก็โคตรดี เป็ลูกครึ่ง ขาวอมชมพู กูบอกเลยนะ ว่าแมร่งถ้าพูดถึงผู้ชายที่น่าจับทำเมีย ไอ้องค์ชายนี่เหมาะที่สุด คนอะไรวะ มีเสน่ห์ต่อทุกเพศจริงๆ ”
ปึ๊ก ! เสียงวางแก้วเหล้าเสียงดังของผม ที่กระแทกลงบนโต๊ะ เรียกให้พวกเพื่อนของผมกับไอ้ไนท์หันมามองกันทันที
“ พวกมึงเลิกพูดถึงมันสักทีได้มั้ยวะ รีบแดกๆ จะได้รีบๆกลับ กูเริ่มเบื่อแล้ว ”
“ อ้าว! มึงก็หาสาวควงกลับสักคนสิวะไอ้คิง หน้าอย่างมึง กูเห็นสาวๆ หนุ่มน้อย มองมึงั้แ่เข้ามาแล้ว เมื่อกี้ก็เดินมาขอชนแก้วมึง แต่มึงแมร่งก็ไม่สนใจ มึงเครียดเื่อะไรอยู่รึเปล่าวะ ” ไอ้ไนท์เอ่ยถามผมออกมา ใช่ครับ มีสาวๆ หนุ่มน้อย เดินมาขอชนแก้วผมอยู่เป็ระยะ ผมก็แค่ชนแก้วกับคนเ่าั้ แต่ก็ไม่ได้สานสัมพันธ์หรือพูดคุยอะไรเยอะแยะกับพวกเขาเ่าั้
“ เห้ย! มึงนั่นมันไอ้องค์ชายทันตะปะวะ แมร่งไม่อยากเชื่อมันจะเข้าร้านเหล้าด้วยหรอวะ ” เสียงของไอ้บูมเอ่ยออกมาพร้อมกับชี้นิ้วให้พวกผมหันไปมองที่โต๊ะที่อยู่ถัดออกไปค่อนข้างจะไกล และเป็โต๊ะชิดขอบริมของร้าน
ไอ้ปรินซ์มันมาที่นี่ได้ไงวะ แต่พอสังเกตดีๆ ผมไม่คุ้นหน้าพวกเพื่อนที่นั่งร่วมโต๊ะของมันเลย คงเดาว่าน่าจะเป็รุ่นพี่พามาเลี้ยงแน่ๆ แต่หนึ่งในนั้น ผมจำหน้าอดีตเดือนคณะทันตะได้คนนึงกับดาวคณะทันตะปีเดียวกับมันรู้สึกจะชื่อพล กับ ส้มส้ม แล้วก็ผู้หญิงอีก 3 คน รู้สึกว่าในกลุ่มนั่น ไอ้ปริ้นซ์มันจะเด่นสุด เพราะด้วยหน้าตาของมัน กับผิวขาวๆ บวกกับการแต่งตัวที่สวมเสื้อเชิตสีขาว ปลดกระดุมเผยให้เห็นหน้าอกขาวๆ กางเกงสแล็กสีครีม ใส่รองเท้าผ้าใบสีขาว ทุกอย่างดูส่งให้มันมีออร่าสุดๆ ทำให้ผมเองก็ยากที่จะละสายตาไปจากมัน แต่ไม่ทันจะได้มองมันนานมากเท่าไหร่ ก็มีผู้หญิงอีกสองคนกับผู้ชายอีกคนนึงเดินเข้าไปหามันซะก่อน
“ นั่นมันดาวคณะแพทย์นี่หว่า แล้วก็ไอ้นั่นไอ้หมอกเดือนคณะแพทย์ที่ตอนนี้มีข่าวกับไอ้องค์ชายนี่ แมร่ง! กูว่ามีซัมติงกันชัว ดูดินั่งชิดกันจนแทบจะสิงกันอยู่แล้ว ” ไอ้ไนท์พูดออกมา ตอนนี้จู่ๆผมเองรู้สึกหงุดหงิดอย่างไงไม่รู้ รู้สึกอยากจะเดินเข้าไปดึงพวกมันออกจากกัน อาจจะเป็เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ด้วย ทำให้ผมเริ่มสึกแปลกๆขึ้นมา
อึก อึก อึก ผมกระดกเหล้าลงคอจนหมดแก้ว จนพวกเพื่อนของผมรีบจับแก้วดึงออกมาจากมือของผมทันที
“ เชี่ย ไอ้คิง มึงเป็ไรวะใจเย็นๆดิ เดี๋ยวก็เมาหรอก ” ไอ้บูมรีบดึงแก้วออกจากมือของผม พร้อมกับถามผม มันน่าจะรู้สึกถึงความผิดปกติจากตัวของผมได้
“ เปล่า เดี๋ยวกูมานะ กูขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน ”
ผมเข้าห้องน้ำมา ล้างมือ ล้างหน้าของตัวเอง ในตอนนี้ห้องน้ำไม่มีคนอยู่เลยสักคน แต่จู่ๆก็มีคนเดินเข้ามา เหมือนว่าอีกฝ่ายจะเริ่มเมาแล้ว เพราะเดินเหมือนจะเซ พอผมสังเกตอีกฝ่ายดีๆ ผ่านทางกระจกของห้องน้ำ ก็เห็นเป็ไอ้ปรินซ์ เ้าตัวเหมือนจะไม่ได้สังเกตเห็นว่ามีผมอยู่ให้นี้ด้วย มันเดินไปฉี่ที่โถฉี่ พอเสร็จก็เดินกลับมาล้างมือที่เคานต์เตอร์ล้างมือข้างๆผม
“ เมาแล้วก็กลับไปนอนได้แล้ว นี่ก็ดึกแล้วนะ ” ผมเป็ฝ่ายพูดทักมันออกมาก่อน
“ ไอ้คิง! นี่มึง… แล้วมึงมายุ่งอะไรด้วยวะ มึงอย่าลืมว่ามึงทำอะไรไว้กับกู ”
“ หึ! มึงคงรังเกียจกูมากสินะ ทีกลับไอ้เดือนแพทย์นั่น แทบจะนั่งตักกันซะขนาดนั้น ”
“ แล้วไง มันก็เื่ของกู มึงมายุ่งอะไรด้วย มึงเองก็มีสาวๆ หนุ่มๆ เข้าไปชนแก้วด้วยนี่ ทำไมไม่เลือกควงกลับสักคนละ ”
“ นี่มึงแอบมองกูอยู่หรอ ถึงรู้ว่ากูมีสาวๆ หนุ่มๆมาขอชนแก้วด้วยน่ะ ” ผมยิ้มมุมปาก แสดงว่าไอ้ปริ้นซ์มันก็แอบมองผมอยู่เหมือนกัน
“ ปะ เปล่า กูแค่บังเอิญหันไปเห็นเฉยๆหรอก ” ไอ้ปริ้นซ์ทำถ้าจะรีบเดินหนี แต่ถูกผมจับแขนเอาไว้ซะก่อน
“ จะรีบไปไหน กูยังคุยกับมึงไม่เสร็จเลย ”
“ แต่กูไม่มีอะไรจะคุยกับมึง ปล่อยแขนกูเดี๋ยวนี้นะ ”
“ แต่กูมี ” ผมจับแขนของไอ้ปริ้นซ์แล้วลากมันเข้ามาในห้องน้ำห้องหนึ่งที่อยู่ริมสุดด้านใน
“ อ๊ะ! ปล่อยกูนะเว้ย มึงจะทำอะไรกูห้ะ ไอ้คิง ” เสียงร้องโวยวายของไอ้ปริ้นซ์ดังออกมาจากปากของมัน
“ เงียบ อย่าเสียงดัง ”
“ มึงก็ปล่อยกูดิวะ จะมาจับตัวกูทำไม ”
“ ทำไม กูจับนิดจับหน่อยนี่มันจะตายรึไง มึงกำลังทำให้กูหงุดหงิดนะปริ้นซ์ ”
“ แล้วมึงมายุ่งกับกูทำไม มึงก็ปล่อยกูดิวะ ”
“ ทำไม กูไม่ปล่อย ถ้าเป็ไอ้หมอกนี่คงได้จับไปถึงไหนต่อไหนแล้วสินะ ”
“ มึงพูดบ้าอะไรของมึงไอ้คิง หมอกมันไม่มีวันทำอะไรแบบมึงแน่ มึงมัน… อะ อุ๊ปป อื้ออ อ่อยย อะ ”
ผมกดไอ้ปริ้นซ์แนบไปกับผนังของห้องน้ำ พร้อมกับใช้ริมฝีปากของผมกดลงไปที่ริมฝีปากของมัน ผมพยายามจูบมัน พยายามใช้ลิ้นดันให้มันอ้าปาก แต่ดูเหมือนไอ้ปริ้นซ์จะไม่ยอมให้ความร่วมมือ ผมเลยใช้ปากผมขบกัดปากมัน จนมันต้องคลายปากออกจากกัน แล้วก็ใช้จังหวะนั้น แทรกลิ้นของตัวเองเข้าไปในปากของปริ้นซ์
“ อะ อื้ออ จะ จ๊วบบ อือ ” เสียงผมที่กำลังจูบแล้วดูดปากของไอ้ปริ้นซ์ดังเล็ดรอดออกมา ผมจูบมันอยู่นาน มันก็เอามือทั้งสองข้างของมันมาทุบที่อกของผม เพื่อส่งสัญญาณว่ามันจะขาดหายใจ ผมเลยผละออกจากปากของมัน มันรีบกอบโกยอากาศหายใจเหมือนคนที่กำลังขาดอากาศหายใจ
“ เสื้อนี่ใส่มาบางขนาดนี้ มึงจะปลดกระดุมโชว์ใครห้ะ กูว่ากูคงปล่อยมึงไม่ได้แล้ววะ กูคงต้องจัดการมึงบางแล้วปริ้นซ์ ”
พูดจบผมก็ใช้มือข้างหนึ่งของตัวเองรวบข้อมือทั้งสองข้างของไอ้ปรินซ์ไว้เหนือหัวของมัน แล้วใช้มืออีกข้างปลดกระดุมเสื้อเชิตสีขาวของมันออกจนหมด แล้วก็ก้มหน้าลงไปดูดหน้าอกของมัน ทั้งขบกัดยอดอก แล้วก็อกของมันจนมีแต่รอยแดง ไอ้ปริ้นซ์มันพยายามดิ้นหนีผม แต่มันไม่มีทางสู้แรงผมได้หรอก
“ อ๊ะ! ปะ ปล่อยกู ไอ้คิง อื้ออ อย่ากัด อ๊ะ ” เสียงร้องครางของไอ้ปรินซ์ถูกเปล่งออกมา เพราะความเสียวซ่าน จากหน้าอก ที่ตอนนี้ผมใช้ปากของตัวเองขบกัดมัน จนหน้าอกแแดงไปหมด ผมผละออกมาจากหน้าอก แล้วหันไปจูบมันต่อ แต่คราวนี้ผมไม่ได้ดุดันเหมือนตอนแรก ผมจูบปากมันจนมันเคลิ้มไปกับผม แล้วผละริมฝีปากออกมา แต่ใบหน้า กับหน้าผากยังแตะอยู่ที่หน้าผากมัน
“ ปริ้นซ์ จากนี้ไปมึงไม่มีสิทธิ์จะไปยุ่งกับใครทั้งนั้นมึงเป็ของกูแค่คนเดียว กูจะไม่ปล่อยมึงให้กับใครหน้าไหนทั้งนั้น ถ้ามึงไม่เชื่อมึงก็ลองดู กูจะจัดการมึง ให้มึงไม่มีทางไปยุ่งกับใครได้อีก ”
“ มึงพูดบ้าอะไรของมึง ไอ้คิง กูไปเป็ของมึงั้แ่ตอนไหน ”
“ ได้! เดี๋ยวกูจะทำให้มึงเป็ของกูเอง ติดกระดุมเสื้อ หรือมึงอยากจะโชว์รอยที่อกก็ได้นะ กูไม่ว่าอะไรมึงแล้ว ”
“ เชี่ย! มึงแมร่งไอ้คิง ” ไอ้ปริ้นซ์มันรับติดกระดุมเสื้อเชิตของตัวเองจนสุดถึงคอ เพราะตอนนี้ที่บริเวรหน้าอกของมันเต็มไปด้วยรอยแดงจากการขบกัดของผมไปเรียบร้อยแล้ว
“ ติดกระดุมเสร็จแล้วก็กลับห้องกัน ” พูดจบผมก็ลากแขนเปิดประตูห้องน้ำออกมา เดินลากแขนมันออกจากร้านเหล้า ไอ้ปริ้นซ์มันมีท่าทีขัดขืน ผมเลยหันไปกระซิบกับมันว่า ถ้ามึงยังขัดขืนกูอีก กูจะจูบมึงโชว์คนในร้านเหล้า ให้เป็ข่าวดังไปทั่วมอแน่ ไอ้ปริ้นซ์มันถึงได้ยอมว่าง่ายๆ เดินตามการลากแขนของผมออกมาจากร้านเหล้า ผมเรียกแท็กซี่แล้วยัดตัวไอ้ปริ้นซ์เข้าไปก่อน พวกเรามุ่งหน้ากลับหอพักของตัวเองกัน ระหว่างทางไอ้ปริ้นซ์มันไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ได้แต่หันหน้ามองออกไปทางหน้าต่างของประตูรถ ผมเองก็หันแอบมองมันเป็ระยะ ไม่นานพวกเราก็มาถึงหอพักนักศึกษาของพวกเรา