โรงเรียนสอนผู้กล้า
ที่จริงมันก็ไม่ได้สอนแต่ผู้กล้าอย่างเดียวหรอกที่นี่สอนนักเรียนเพื่อไปเป็นักรบ ทั้งด้านสายเวทมนตร์ การใช้หอก ธนู ดาบหรือการสร้างเวทมนตร์ขึ้นมา
แต่ที่เมืองฟอเรียโรงเรียนฟอเทนเรียแห่งนี้ มีชื่อเสียงของการฝึกเด็กเด็กเรียนให้เติบโตไปจนกลายเป็ผู้กล้าผู้กล้าเป็นักรบที่มีพลังมหาศาล ซึ่งเป็เื่ตำนานที่มีอยู่และก็เกิดขึ้นจริงในแต่ละ่เวลาก็จะมีผู้กล้าที่ดำรงตำแหน่งอยู่ประมาณ5-10คน
แต่เื่น่าแปลกมันอยู่ที่ว่าผู้กล้าที่มีอยู่ในตอนนี้ ทั้งหมดทั้งสิ้นเป็ศิษย์เก่าของที่นี่
ดังนั้นโรงเรียนฟอเทนเรียจึงมีความโด่งดังมากในยุคนี้
และเพราะอย่างนั้นแหละถึงได้เงินจากราชอาณาจักรจำนวนมากก็อย่างนั้นแหละ ตำแหน่งครูถึงได้มีความสำคัญ
และการที่ผู้อำนวยการโยกคนที่ไม่รู้จักเข้ามามันก็สามารถสร้างคนไม่พอใจได้เลย
“ท่านผู้อำนวยการช่วยทบทวนอีกทีด้วยเถอะครับจะให้คนแบบนั้นมาสอนเด็กนักเรียนที่จะเป็อนาคตของมนุษยชาติเนี่ยนะครับแบบนั้นมันใช้ได้ที่ไหนครับ!”
มีเื่ฉาวั้แ่เปิดเทอม
การที่ฟอเรนยัดโมลต้าเข้ามาทำให้ระบบการสมัครงานของโรงเรียนมีปัญหาเพราะมีคนต่อคิวจะเข้าตำแหน่งต่างๆอยู่เยอะเลยน่ะนะ
“วันนี้มันที่อยู่ที่โรงเรียนก็ไม่ทำอะไรปล่อยให้นักเรียนเรียนกันเอง ไม่ก็จัดการต่อสู้ระหว่างนักเรียนเฉยๆแบบนั้นน่ะใครก็ทำได้ แล้วก็ไม่เห็นว่ามันจะมีฝีมืออะไรเลย!”
เสียงค้านอีกแล้ว
ที่จริงไอ้อาจารย์ที่มาค้านก็ไม่ได้มีฝีมืออะไรมากมายเลยแต่มันดันทำคะแนนตอนทดสอบได้เยอะเสียด้วยสิ...
“เฮอ เ้าหมอนั้นนะ ทั้งที่มีฝีมือขนาดนั้นแท้ๆแต่ก็ไม่ได้เอาไปทำอะไรเลยสินะ แต่.... ก็ตามคาดแหละนะ”
ฟอเรนรู้อยู่แล้ว นิสัยอย่างโมลต้าต่อให้สามารถลากมาที่โรงเรียนได้สุดท้ายก็ไม่ทำอะไรอยู่ดี แต่ก็นะดีกว่าปล่อยหมอนั้นไว้ที่บ้านแหละนะ
“ท่านเบลเรียครับถ้าตอนนี้ยังมีคนที่้าตำแหน่งครูอีกมากนะครับ”
“อาๆ ช่างมันเถอะปล่อยหมอนั้นไปเดียวก็ดีขึ้นเองแหละ”
“ท่านครับ!”
“อะไรกัน ไม่ต้องจริงจังหรอกน่าหมอนั้นน่ะก็มีความคิดแบบหมอนั้นอยู่ เอาล่ะงั้นก็ไปทำงานได้แล้ว”
ฟอเรนกลับไปก้มดูเอกสารงมประมาณต่อ
ไม่มีใครในโรงเรียนรู้จักโมลต้าดีเท่าฟอเรน
ในอดีตหมอนั้นน่ะเคยเป็คนที่รักการสอนแท้ๆทั้งทำตัวเป็ที่เคารพแท้ๆ.... ฝีมือก็เกินพอ ประสบการณ์ก็มีมากพอตัวด้วย
“ท่านเบลเรียครับกรุณาพิจารณาใหม่ด้วยเถอะครับครูเป็บุคลากรที่สำคัญนะครับ!”
“เชิญออกไปได้แล้ว”
“แต่ท่านเบลเรีย!”
“ถ้ายังไม่ออกไปอีกล่ะก็ฉันจะลดเงินเดือนของคุณ”
“........”
ไม่อยากยอมรับ
ไม่รู้หรอกนะว่าท่านเบลเรียมีความสัมพันธ์ยังไงกับชายคนนั้นแต่ต้องจัดการเื่นี้ให้ได้ สักวันหนึ่ง
“ขอตัวก่อนครับ”
จากนั้นเขาก็เดินออกไปจากห้องผู้อำนวยการ....
“ว่าแล้วว่าต้องมาตอนนี้ก็คงจะมีคนมาเรียกร้องอีกแน่เลยเงินเดือนของหมอนั้นมันก็สูงใช่ย่อยเหมือนกัน เฮอ.....”
ก็คิดไว้อยู่หรอกนะว่าจะเป็แบบนี้แต่โมลต้าน่ะคงยังกลัวที่จะแสดงความสามารถอยู่ เพราะยังไงซะก็โมลต้าก็เคยทำงานให้กับพวกปีศาจอยู่ดี
แต่ความคิดของหมอนั้น คงไม่ใช่ความกลัวหรอก.....แต่เพราะไม่อยากจริงๆนั้นแหละ
“แต่จะว่าไป ไอ้คนเมื่อกี้มันชื่ออะไรน้า”
ฟอเรนนึกถึงครูที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อกี้เพราะว่าจำนวนคนมันเยอะเกิน ฟอเรนเลยไม่มีเวลาว่างมาจำชื่อทุกคน
ถ้ากล่าวถึงโมลต้าล่ะก็.......
ต่อจากนั้นมาสักพัก เขาก็มาหาฟอเรนที่ห้องผู้อำนวยการด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ผมมีเื่จะปรึกษาครับ”
โมลต้าชายที่มีลักษณะเด่นเป็ความเหนื่อยล้าที่มีติดตัวตลอดเวลา
“ผู้อำนวยการครับ พอดีผมต้องแต่งงานแล้วจากนั้นจะไปเที่ยวกันน่ะครับผมของอนุญาติลาเที่ยวหน่อยนะครับ”
“ได้.... แต่ถ้าหนีเดี๋ยวฉันจะออกหมายจับเองจะตั้งเงินรางวัลสูงๆไว้รอนะ อ้อ... ใช้เงินเดือนของนายนะ”
“ขอเปลี่ยนแล้วกันครับ พอดีน้องสาวผมเสียน่ะครับขออนุญาติลาบวชตลอดชีพแล้วกันนะ”
“ได้ แต่ถ้าไม่มีคนตายเดี๋ยวฉันไปตัดคอใครสักคนให้เอง”
“เออ.... ขอสารภาพครับ”
“มีอะไร?”
ในเมื่อจะพูดอ้อมๆแบบไหนก็ไม่ได้ผลกัดฟันสู้ตรงๆไปเลยดีกว่า ดูเหมือนจะมีความคิดแบบนั้น
“ผมอยากลาออกครับ”
“ไม่อนุญาติจ้า”
มันกวนบาทาจริงๆ
“นี่..... ฟอเรน..... ผู้อำนวยการคนสวยจ้าอัจฉริยะแถมฉลาดรอบรู้ ผมมีเื่อยากจะข้อร้องสักหน่อย”
“อะไรเหรอ”
“ผมขอลาออกครับ”
“ไม่ให้จ้า”
ฟอเรนตอบทันควันบทสนธนาที่ทั้งคู่ต่างก็ยิ้มสู้เข้าไว้
“อืม... ต้องทำยังไงน้า... พูดอ้อมๆก็แล้วพูดตรงๆก็ใช่ไม่ได้ผลงั้นก็.....”
“ถ้าคิดชิ่งล่ะก็ ฉันจะตัดคอนายตรงนี้แหละแล้วก็เวลามาห้องนี้ ไม่ต้องมาขออะไรที่รู้ว่าไม่ให้อยู่แล้วจะได้ไหมและไม่ต้องมาเล่นมุกด้วย”
น้ำเสียงของฟอเรนไม่มีความล้อเล่นเลย
และในวันต่อมาโมลต้าก็ถูกลากกลับมาสอนตามระเบียบ