บทที่ 25 ข้าถีบประตูเป็นะเ้าคะ! (รีไรต์)
เ้าก้อนแป้งน้อยเอ่ยอาสาด้วยความกระตือรือร้น
"ได้จ้ะ เ้ากับซานเป่าเอาเหล่าเฮยไปคืน แล้วอย่าลืมขอบคุณแม่เฒ่าหลี่ด้วยนะ! อ้อ...เอาเสบียงไปมอบให้แม่เฒ่าหลี่ด้วย ถือเสียว่าเป็ของสมนาคุณ" ไฉ่ซื่อเป็คนที่มีความกตัญญู เพราะแต่เดิมยามที่พวกนางลำบาก ก็ได้แม่เฒ่าหลี่นี่แหละที่คอยจุนเจือ
ยามนี้สถานการณ์ในบ้านเริ่มดีขึ้นแล้ว การตอบแทนผู้มีพระคุณย่อมเป็สิ่งที่ควรกระทำ
เสี่ยวหยวนเป่าขานรับเสียงดังฟังชัดกว่าผู้ใด "รับทราบเ้าค่ะ!"
ไฉ่ซื่อให้เหล่าเฮยกินจนอิ่มหนำ จากนั้นจึงหยิบแป้งข้าวหยาบหนักหลายชั่งส่งให้ซานเป่าแบกขึ้นหลัง
เหล่าเฮยหาไม่ต้องใช้ผู้ใดจูง เพียงมันได้ยินว่าจะพามันกลับบ้าน มันก็ส่ายหางวิ่งนำทางไปข้างหน้าด้วยความร่าเริง
ซานเป่าแบกถุงเสบียงจูงมือน้องสาวเดินตามหลังเหล่าเฮยไป
หวังเทียนโกวเองก็เดินตามไปอย่างเงียบ ๆ
ต้าเป่าเอ่ยถาม "เทียนโกว เ้าจะไปที่ใดหรือ"
หวังเทียนโกวแหงนมองท้องฟ้าพลางตอบ "ไม่มีสิ่งใดหรอก เห็นอากาศดีนัก เลยอยากจะไปเดินเล่นในหมู่บ้านตระกูลทังเสียหน่อย..."
ต้าเป่ารู้สึกพูดไม่ออกเลยทีเดียว
……
หมู่บ้านตระกูลทังประกอบด้วยครัวเรือนกว่าสองร้อยหลังคาเรือน นับว่าเป็หมู่บ้านขนาดใหญ่ บ้านของแม่เฒ่าหลี่ตั้งอยู่ถัดจากบ้านเก่าตระกูลทังไม่น้อย แต่การจะไปยังบ้านนาง ย่อมต้องผ่านหน้าบ้านเก่าตระกูลทัง
ทว่าซานเป่าไม่ปรารถนาจะเดินผ่านหน้าประตูบ้านที่แสนโหดร้ายนั่น เขาจึงพาสมุนตัวน้อยอย่างเสี่ยวหยวนเป่าเดินอ้อมทางอื่น จนกระทั่งมาถึงบ้านของแม่เฒ่าหลี่ในที่สุด
ทว่า...แม้จะอยู่ห่างออกมาไม่น้อย ก็ยังแว่วเสียงด่าทอสาปแช่งของแม่เฒ่าทังลอยมาตามลม ช่างเป็บ้านที่วุ่นวายไม่ว่างเว้นประหนึ่งไก่บินสุนัขะโ ไม่ต่างจากเดิมเลยสักนิด
ซานเป่าพึมพำ "เหตุใดฟ้ายังไม่ผ่าให้ตาย ๆ ไปเสียทีนะ!"
เสี่ยวหยวนเป่าได้ยินเข้า ก็เอ่ยตอบด้วยสีหน้าจริงจัง "เพราะสายฟ้าผ่าผีอัปมงคลสองตัวนั้นตายไปแล้วเ้าค่ะ พวกเขาจึงยังไม่ตาย..."
ซานเป่าขมวดคิ้วด้วยความฉงน "ก็พวกเขานั่นแหละคือผีอัปมงคลไม่ใช่หรือ"
"ไม่ใช่เ้าค่ะ ยามนี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่ ทว่าหากตายไปแล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะกลายเป็ผีอัปมงคลจริง ๆ ก็ได้เ้าค่ะ" เ้าก้อนแป้งน้อยเอ่ยแก้ต่าง
ซานเป่า "..." ช่างเถิด ไม่เถียงกับน้องสาวแล้ว
ความคิดความอ่านของน้องสาวดูจะล้ำลึกเกินกว่าเขาจะเข้าใจได้
"น้องสาว...เ้าพูดสิ่งใดล้วนถูกต้องทั้งสิ้น"
ส่วนหวังเทียนโกวที่เดินตามหลังมา ลอบเหลียวมองไปทางบ้านเก่าตระกูลทังด้วยแววตาครุ่นคิด
……
"แม่เฒ่าหลี่เ้าคะ! พวกเราพาเหล่าเฮยมาคืนแล้วเ้าค่ะ แม่เฒ่าหลี่..."
ทว่าประตูรั้วบ้านแม่เฒ่าหลี่กลับปิดสนิท ซานเป่าเคาะประตูอยู่นานโข แต่ข้างในกลับเงียบเชียบโดยไม่มีเสียงตอบรับ
เสี่ยวหยวนเป่าเขย่งปลายเท้า พยายามแนบใบหน้ามองลอดช่องว่างระหว่างบานประตูเข้าไป ผมแกละสองข้างของนางแนบชิดติดกับประตูไม้ ดูราวกะตุ๊กตาภาพวาดมงคลที่ติดอยู่หน้าประตู ช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก
เหล่าเฮยเองก็ััได้ถึงความผิดปกติ มันเริ่มเห่าเรียกเสียงดังที่หน้าประตู เห่าอยู่ไม่กี่ครั้ง มันก็ส่ายหางพุ่งไปยังรูสุนัขลอดที่กำแพงด้านหลัง พยายามจะมุดเข้าไป
ทว่าใน่สองสามวันที่ผ่านมา มันกินอิ่มหนำที่บ้านเสี่ยวหยวนเป่าจนพุงกาง ท้องที่ใกล้ตกลูกจึงดูใหญ่โตขึ้นไม่น้อย มุดไปได้เพียงครึ่งตัว ก็ติดหนึบไปต่อไม่ได้ มันจึงต้องถอยกรูดออกมาด้วยความร้อนรน
ซานเป่าเอ่ยปลอบ "เหล่าเฮย อย่าใจร้อนไป บางทีแม่เฒ่าหลี่อาจจะไม่อยู่บ้าน"
ทว่าในวินาทีนั้นเอง กลับมีเสียงข้าวของหล่นกระแทกพื้นดังมาจากข้างใน...
เสี่ยวหยวนเป่าเริ่มระแวดระวัง นางหันมาเอ่ยกับซานเป่า
"พี่สาม ข้างในดูเหมือนจะมีคนทะเลาะกันเ้าค่ะ... พวกเราเข้าไปดูดีไหม"
ซานเป่าเองก็เริ่มกระวนกระวาย "จะเข้าได้อย่างไรเล่า ขนาดเหล่าเฮยยังมุดเข้าไปไม่ได้เลย!"
ด้วยความที่พวกเขายังเล็กนัก ไม่อาจปีนกำแพงเข้าไปได้
รั้วบ้านของแม่เฒ่าหลี่ก่อขึ้นจากหินและดิน สูงท่วมหัวผู้ใหญ่ เด็กชายวัยหกขวบ หวังเทียนโกววัยห้าขวบ และเสี่ยวหยวนเป่าที่เป็เพียงก้อนแป้งตัวน้อย ย่อมไร้หนทาง
เสี่ยวหยวนเป่าเอ่ยเสียงใส "ข้าถีบประตูเป็นะเ้าคะ!"
ซานเป่าถึงกับอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง
เขามั่นใจว่าน้องสาวมีพละกำลังมหาศาลพอจะทำเช่นนั้นได้ ในยามคับขันเช่นนี้ การถีบประตูเข้าไปก็ดูจะเป็หนทางที่ไม่เลว!
เขาจึงค่อย ๆ ถอยออกมาไม่กี่ก้าว เพื่อเปิดพื้นที่ให้เ้าก้อนแป้งน้อยได้สำแดงเดช
หวังเทียนโกวทนไม่ได้ต้องเอ่ยห้าม "เดี๋ยวก่อน แม่เฒ่าหลี่ยังไม่ได้ร้องเรียกให้ช่วย อันตรายคงยังไม่มากนัก อีกอย่างประตูนี้ราคาไม่ได้ถูก หากถีบจนพังต้องซื้อใหม่ย่อมต้องเปลืองเงิน..."
เ้าก้อนแป้งน้อยชูผมแกละขึ้นราวกับกำลังตั้งใจฟังเสียง
"ไม่ได้เ้าค่ะ ข้างในกำลังวางมวยกันจริง ๆ ข้าต้องไปช่วยแม่เฒ่าหลี่!"
กล่าวจบนางก็ถกแขนเสื้อขึ้น ถอยหลังไปไม่กี่ก้าวเพื่อวิ่งทำความเร็ว ร่างเล็กอวบประหนึ่งหัวไชเท้า พุ่งทะยานเข้าหาประตูบ้านหลังน้อย!
ใกล้เข้าไปแล้ว!
ใกล้เข้าไปอีก!
ทว่าในจังหวะที่มือน้อย ๆ และเท้าสั้น ๆ กำลังจะประทับลงบนประตู ประตูกลับถูกเปิดออกทางด้านในอย่างกะทันหัน! เคราะห์ดีที่เสี่ยวหยวนเป่าปฏิกิริยาว่องไว นางรีบ ‘เหยียบเบรก’ หยุดตัวเองไว้ได้ทันท่วงที
ซานเป่าเองก็ตาไว รีบเข้าไปประคองน้องสาวไว้ได้ทัน เ้าก้อนแป้งน้อยจึงไม่ได้ล้มคะมำ เพียงแต่รู้สึกวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย... ไอหยา!
นางออกแรงมากเกินไปจนเกือบจะยั้งใจไม่อยู่ โชคดีที่พี่สามช่วยไว้ ไม่เช่นนั้นคงได้กลิ้งหลุน ๆ ไปกับพื้นเป็แน่
หากเป็เช่นนั้นย่อมเสียหน้าแย่!
ชายวัยกลางคนสภาพหนวดเครารุงรังเดินออกมาจากข้างใน ดวงตาของเขาหมองคล้ำและมีแววเ้าเล่ห์ประดุจหนู บนใบหน้าฉายแววไม่พอใจ พลางบ่นพึมพำไม่ขาดปาก
เมื่อเห็นเด็ก ๆ ยืนออกันอยู่ที่หน้าประตู ชายผู้นั้นก็เอ่ยอย่างรำคาญใจ "เด็กที่ไหนมาเล่นซนแถวนี้ ไป ๆ ไปเล่นที่อื่นไป..."
ซานเป่าจำหน้าได้จึงเอ่ยทัก "ท่านอาฟู่กุ้ย! ไม่ได้พบท่านนานเลยนะขอรับ"
"อ้อ... ซานเป่านี่เอง!"
ในชั่วพริบตา เสียงด่าทอก็ดังลอยออกมาจากข้างใน "ทังฟู่กุ้ย! เ้าคนชั่วช้า เ้าไม่ใช่คนแล้ว! พ่อเ้าที่อยู่ในโลงคงนอนไม่เป็สุขเพราะการกระทำของเ้าแน่ ๆ ทังฟู่กุ้ย..."
นั่นคือเสียงของแม่เฒ่าหลี่
เหล่าเฮยเมื่อได้ยินเสียงแม่เฒ่าหลี่ด่าทอชายผู้นั้น มันก็ส่งเสียงคำรามพลางพุ่งเข้าใส่หวังจะงับชายผู้นั้นทันที ชายวัยกลางคนร้องเสียงหลงด้วยความใ รีบวิ่งหนีเตลิดไปอย่างรวดเร็ว
ดูท่าว่าเขาคงจะเคยถูกเหล่าเฮยกัดมาไม่น้อย
เสี่ยวหยวนเป่ายังไม่ทันเห็นหน้าชัดเจน ชายผู้นั้นก็หายลับสายตาไปเสียแล้ว ทิ้งไว้เพียงแผ่นหลังที่ดูบุคลิกไม่สู้ดีและท่าทางลนลาน
"พี่สาม คนเมื่อครู่คือใครรึเ้าคะ"
ซานเป่าลดเสียงต่ำลง "ลูกชายของแม่เฒ่าหลี่น่ะสิ อาฟู่กุ้ยอย่างไรเล่า"
แม่เฒ่าหลี่นับเป็ผู้ที่อาภัพนัก นางเป็ม่ายมาแต่สาว กัดฟันเลี้ยงลูกมาสองคน ลูกสาวคนโตออกเรือนไปได้เพียงสองปีก็ล้มป่วยหนักจนจากไป
คงเหลือเพียงลูกชายคนนี้ ทังฟู่กุ้ย เดิมทีเขาก็เป็คนทำมาหากินขยันขันแข็ง มีวิชาล่าสัตว์จนมีฐานะพอตัว แม่เฒ่าหลี่จึงจัดการหาภรรยาให้จนมีหลานสาวด้วยกันหนึ่งคน
ทว่าโชคชะตาช่างเลวร้าย ทังฟู่กุ้ยกลับไปหลงมัวเมากับการพนันไม่ตั้งใจทำมาหากิน ทรัพย์สินที่เพียรสะสมมาก็ถูกถลุงจนหมดสิ้น ซ้ำร้ายเขายังใจั์ใจมารขายภรรยาตนเองทิ้งอีกด้วย
ทุกวันนี้เขาจึงไม่ติดบ้าน ทิ้งให้แม่เฒ่าหลี่อยู่กับหลานสาวตัวน้อยนามว่าทังเสี่ยวชุ่ยเพียงลำพัง
เสี่ยวหยวนเป่าพยายามขุดค้นความทรงจำอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยตอบ "อ้อ! อาฟู่กุ้ยนี่เอง! เข้าใจแล้วเ้าค่ะ!"
ดูเหมือนนางจะพอคลับคล้ายคลับคลาอยู่บ้าง
ในขณะนั้นเอง แม่เฒ่าหลี่ก็เดินออกมาจากบ้าน นางพยายามจัดแต่งทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่
เมื่อเห็นพวกซานเป่า นางก็เอ่ยทักทายด้วยความกระตือรือร้น "ซานเป่า เสี่ยวหยวนเป่า พวกเ้ามาแล้วหรือ! เมื่อครู่เ้าฟู่กุ้ยคนสารเลวนั่นกลับมาทำลายความสงบของข้า ข้าจึงออกมาเปิดประตูให้ช้าไปนิด เข้ามาพักผ่อนข้างในก่อนเถิด"
ดวงตากลมโตเป็ประกายของเสี่ยวหยวนเป่าจ้องเขม็ง "แม่เฒ่าหลี่เ้าคะ รอยแดง ๆ บนหน้าของท่านคืออันใดหรือเ้าคะ"
ซานเป่ามองตาม... นั่นมันรอยฝ่ามือชัด ๆ
เป็รอยฝ่ามือขนาดใหญ่ของผู้ใหญ่เสียด้วย
แม่เฒ่าหลี่มีท่าทีไม่สู้ดีนัก นางเอ่ยเลี่ยง "ไม่มีอะไรหรอก ข้าเดินสะดุดล้มจนหน้าไปฟาดกับพื้นเข้า เสี่ยวหยวนเป่าเด็กดี เข้าไปในบ้านเถอะ ข้าจะหยิบเมล็ดฟักทองให้เ้าทาน"
ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่มีเงินทองซื้อขนมขบเคี้ยว ยามปลูกฟักทองหรือแฟงไว้กินเอง ก็จะเก็บเมล็ดมาตากแห้งแล้วนำมาคั่วจนหอมกรุ่น มอบให้เด็ก ๆ ได้เคี้ยวเล่นแก้หิว
รสชาตินั้นช่างหอมมันยิ่งนัก
เพียงแค่ได้ยิน เด็ก ๆ ต่างพากันดวงตาเป็ประกายทันที