บทที่ 18 การรับเลี้ยงบุตร [การขอบคุณและขอโทษ] (1)
สนามเด็กเล่นของโรงเรียนประถมคึมช็อนมีเด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน
ชีกุกและลีจองฮุนนั่งเคียงข้างกันบนอัฒจันทร์ที่มองเห็นสนามเด็กเล่นได้อย่างชัดเจน
“เื่บงกิลและมยอนโฮ ต้องจับตาดูพวกเขาให้ดี”
“ถึงจะกลัว แต่ทั้งสองคนก็น่าจะไม่คิดก่อปัญหาในเร็ว ๆ นี้”
“ก็ต้องแบบนั้นแหละ ปัญหาคือพวกเด็ก ๆ จากโคลเวอร์มากกว่า พวกนั้นน่าจะมีกันประมาณสิบคนใช่ไหมนะ?”
“แน่นอนครับ แต่ไม่มีอะไรต้องกังวล ถึงพวกเขาจะไม่มีหัวนอนปลายเท้า แต่ก็ไม่ได้โง่คิดสั้น”
“เดิมทีพวกเขาเคยเป็พนักงานของโคลเวอร์ใช่ไหม?”
“ตอนนี้ก็เป็สตาฟอยู่ แต่สถานะแตกต่างจากสตาฟคนอื่น ก็เลยเป็แบบนั้น”
“อันที่จริง พวกป่าเถื่อนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่น ถ้าดูจากตอนเข้ามาแล้ว ก็เป็ไปได้ที่พวกเขาจะมองว่าประธานลีดีกว่าคิมยังกีก็ได้”
“แบบนี้นี่เอง อ้อ...มีคนที่คุณต้องให้ความสนใจอย่างน้อยหนึ่งคน”
ชีกุกมองไปที่ลีจองฮุน
“ใคร?”
“หัวหน้าปาร์คครับ”
“หัวหน้าปาร์ค?”
“ใช่ ปาร์คฮยอนซู คนคนนี้นับได้ว่าเป็สมาชิกระดับสูง และเขาก็มีความเข้าใจเกี่ยวกับโคลเวอร์ไม่น้อย”
‘ปาร์คฮยอนซู?’
ชีกุกสับสนไปชั่วขณะ เมื่อชื่อที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนจากคิมยังกีในชาติก่อน ออกมาจากปากลีจองฮุน
ลีจองฮุนไม่ได้สนใจคำถามของชีกุกก็พูดต่อไป
“เขาคือคนที่อยู่ด้วยั้แ่คิมยังกีเริ่มใช้ชีวิตในฐานะคนปล่อยเงินกู้ ยังไงซะ เขาก็เป็คนที่อยู่ใกล้ชิดและมีโอกาสเป็ผู้สืบทอดตำแหน่งของคิมยังกีมากที่สุด”
“ถ้าอย่างนั้น แล้วทำไมตอนนี้สภาพถึงเป็แบบนั้นล่ะ? และบงกิลกับมยองโฮก็ดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรคนคนนี้นะ?”
“นั่นเพราะเขาถูกขัดขา”
“ขัดขา?”
“ใช่ เขาถูกสองคนนั้นเล่นสกปรก”
ชีกุกไม่ได้สนใจคำพูดนั้นอีก
‘เพราะเห็นว่าล้มลงไปแล้ว เลยไม่คิดว่าต้องระวังอีก?’
ไม่ว่าจะเป็เช่นนั้นหรือไม่ก็ตาม ลีจองฮุนก็ยังพูดต่อไป
“สามปีก่อน เขาถูกจำคุกแทนคิมยังกีในข้อหาทำร้ายร่างกายเป็เวลาหนึ่งปี ่เวลานั้นคังบงกิลและฮันมยองโฮก็เข้ามาจัดการคนของหัวหน้าปาร์ค พอหัวหน้าปาร์คออกจากคุก คนของเขาก็แทบไม่เหลืออยู่แล้ว”
“คิมยังกีปล่อยให้เกิดขึ้น?”
“ใช่ คิมยังกีทำเป็เมินเฉย แต่อย่างไรก็ตาม เหล่าเด็ก ๆ ที่ติดตามหัวหน้าปาร์คก็คือรุ่นพี่และรุ่นน้องที่โรงเรียนประถมของเขา”
“ตอนนี้เขาเลยไม่มีอำนาจแล้ว?”
“ไม่ ยังไงซะก็ไม่ควรดูถูกเขา เพราะคนคนนี้อยู่กับคิมยังกีมานาน ถ้ามีพวกผู้มีอิทธิพลจากภายนอกเข้ามา สถานการณ์ของเราจะต้องยุ่งยากขึ้นแน่ ๆ”
“ตกลง นายก็ช่วยจัดการดูแลเด็ก ๆ พวกนี้อย่างเหมาะสมด้วย”
“ครับ”
สายตาของชีกุกจ้มองไปทางสนามเด็กเล่นอีกครั้ง
“วันนี้เป็วันสุดท้ายของสนามเด็กเล่นแล้วสินะ”
“เสียดายงั้นเหรอ?”
“ไม่หรอก ก็แค่พูดไปงั้นแหละ”
ลีจองฮุนไม่ได้ถามอะไรอีก
ทั้งสองคนมองเด็ก ๆ กำลังเล่นกันที่สนามเด็กเล่นอย่างเงียบ ๆ
* * *
7 มิถุนายน 2017
รถเก๋งสีดำขนาดใหญ่กำลังแล่นไปบนท้องถนน
ลีจองฮุนที่ขับรถอยู่ ย้ายสายตาไปยังที่นั่งข้างคนขับ ขณะที่รถติดไฟแดงอยู่ตรงสี่แยก
ยูซอยองมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ลีจองฮุนละมือออกจากเกียร์ และจับมือยูซอยองเบา ๆ
สายตาของยูซอยองหันไปที่ลีจองฮุน
“ขอบคุณนะซอยอง”
“......”
“ขอบคุณนะ”
ยูซอยองยิ้มเงียบ ๆ และจับมือของลีจองฮุน
เมื่อััได้ถึงมือที่อบอุ่นและอ่อนโยนของเธอ ลีจองฮุนก็ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นเผยให้เห็นทั้งความรู้สึกขอบคุณและเสียใจต่อภรรยาของเขา
ยูซอยองที่รับรู้ได้ถึงสิ่งนั้นก็ยิ้มออกมาโดยที่ไม่ได้เปิดปากของเธอ
“มันเป็สิ่งที่ฉันเห็นด้วยเพราะว่ามันดี ไม่มีเื่อะไรที่ต้องขอบคุณหรือขอโทษเลย”
“…นั่นสิ แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอบคุณนะ”
ยูซอยองยิ้มออกมาและจูบลีจองฮุนเบา ๆ
สัญญาณไฟเปลี่ยนสีได้ตรงเวลา ลีจองฮุนจึงหันกลับไปมองที่ถนน
“รับ...เลี้ยงเด็กกันไหม?”
ลีจองฮุนคุยเื่นี้เป็ครั้งแรก ทำให้ยูซอยองถึงกับงง เธอมองไปที่ลีจองฮุนด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง
เขาไม่สามารถมองตาของเธอได้โดยตรง จึงหลุบตาลงและพูดต่อ
“อือ รับเลี้ยงเด็ก”
“ตอนนั้นที่เคยเห็นที่เขตคึมช็อน เป็เด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงล่ะ?”
“…ทั้งคู่”
ดูเหมือนว่าแม้แต่ผู้หญิงที่มีความรู้สึกไวมาก ๆ ก็ไม่คาดคิดว่าลีจองฮุนจะรับเลี้ยงทั้งคู่
ชั่วขณะหนึ่ง เธอมองไปที่ลีจองฮุนด้วยสายตาที่สั่นไหวและเม้มปากของเธอเอาไว้
ความเงียบกินเวลานาน
ลีจองฮุนไม่กล้าที่จะมองไปที่ริมฝีปากที่ปิดแน่นของเธอ
เขายังไม่ทันได้สนใจถึงเื่นี้เมื่อยอมรับข้อตกลงของชีกุก แต่เขารู้สึกผิดมากพอสมควรต่อยูซอยองที่ตัดสินใจรับเลี้ยงเด็กอยู่เพียงคนเดียว
หลังจากเงียบไปนาน เธอก็พยักหน้า
“ขอบคุณนะ”
และในตอนนั้นลีจองฮุนไม่สามารถพูดอะไรนอกเหนือจากนี้ได้อีก
‘ขอบคุณ และขอโทษด้วยนะ ซอยอง’
เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ลีจองฮุนก็ได้ตระหนักรู้ว่ายูซอยองมีค่าและเหนือความคาดหมายของเขาเพียงใด
‘เพื่อเธอ ฉันก็เลยต้อง....’
มือของลีจองฮุนจับพวงมาลัยแน่นขึ้น
* * *
“ฮิฮิ”
ชีกุกมองไปยังนายอนที่ยิ้มมาั้แ่เช้า และเขาก็ยิ้มตาม
“ชอบแบบนั้นงั้นเหรอ?”
นายอนพยักหน้าอย่างแรงให้กับคำถามของชีกุก
สีหน้าของชีกุกที่มองนายอนนั้นแปลกประหลาดเกินบรรยาย แม้ปากเขาจะยิ้ม แต่ดวงตาเขากลับไม่ได้ยิ้มตามไปด้วย
‘เธอรู้รึเปล่านะว่าการรับเลี้ยงเด็กคืออะไร?’
นี่เป็ทางเลือกที่มีชั้นเชิงที่สุดของเขา และไม่มีสิ่งที่เรียกว่าอารมณ์ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับพ่อแม่ใหม่
แต่นายอนนั้นแตกต่างออกไป
ตามจริงแล้ว สำหรับนายอนซึ่งอายุเพียง 12 ปีและเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 การมีอยู่ของพ่อและแม่ย่อมทำให้เธอเกิดอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างแน่นอน
‘แต่นี่ก็เป็เส้นทางที่ดีสำหรับเธอ’
ชีกุกตรวจสอบสัมภาระตัวเองพลางคิดว่าการมีความรู้สึกที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อนเกี่ยวกับพ่อแม่บุญธรรมก็คงจะดีกว่าความรักชั่ววูบกับผู้ชายที่เหมือนกับอันธพาลที่ฝากรอยแผลลึกเอาไว้ และทำให้เธอต้องจบชีวิตเหมือนอย่างชาติที่แล้ว
‘ไม่มีอะไรต้องเก็บเพิ่มแล้ว’
ถึงจะอยู่ที่นี่มาั้แ่เด็กจนโต แต่ก็เอาอะไรไปด้วยไม่ได้
เสื้อผ้าไม่กี่ชุด
นายอนเองก็เหมือนกัน
“ชีกุก นายอน มาแล้ว”
เมื่อนักบวชคนหนึ่งเรียก ทั้งสองคนก็ใส่รองเท้าและออกไปที่ประตูหน้า
ลีจองฮุนและยูซอยองมาถึงที่ลานบ้านแล้ว และกำลังรอทั้งสองคนอยู่
“พี่คะ!”
นายอนยิ้มกว้างและวิ่งไปหายูซอยอง และเธอก็กอดนายอนด้วยรอยยิ้ม
ลีจองฮุนที่ยิ้มให้กับภาพนั้นก็ย้ายสายตาไปที่ชีกุก
ชีกุกยักไหล่เบา ๆ และค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเขา