ตอนที่11 ค่ายกลเฉพาะที่เหนือความคาดหมาย
หลังเดินลงมาได้สักพักเฟิงอี้ก็ขมวดคิ้วเพราะว่าเดินอย่างไรก็มิอาจที่จะไปถึงปลายทางได้ค่ายกลเฉพาะนี่มิธรรมดาจริงๆเสียแล้วมันเหนือความคาดหมายของเฟิงอี้ไปมาก
“มันสามารถสร้างภาพมายาลวงิญญาของข้าได้เชียวหรือ?”เฟิ้งอี้ขมวดคิ้วเ้าของสุสานนี้ยิ่งเฟิงอี้ได้เข้ามาััและค้นหามันก็ยิ่งเหนือความคาดหมายของเฟิงอี้เรื่อยๆ
“ต้องเป็ตัวตนระดับเซียนหรือไม่ก็ระดับเทพเป็แน่"มีแค่ความเป็ไปได้นี้เท่านั้นที่เฟิงอี้คาดเดาได้เพราะผู้ที่สามารถสร้างผลกระทบต่อิญญาของเฟิงอี้ได้ในตอนนี้ก็มีแต่ระดับเซียนหรือไม่ก็เทพเท่านั้น
ต้องเป็เซียนที่เข้าถึงศาสตร์ค่ายกลและศาสตร์มายาขั้นสู้เป็แน่แท้!
“ข้าชักจักชมชอบเ้าเสียแล้วสิเป็ผู้ใดกันหนอ?”เฟิงอี้คลี่ยิ้มออกมาด้วยใบหน้ากระหายการต่อสู้หากคนผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่คงเป็คู่ต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมากผู้หนึ่งเป็แน่
“ข้าต้องทำลายค่ายกลนี้เสีย!”เฟิงอี้ยกมือขึ้นวาดบนอากาศทันใดนั้นเสียงอัสนีคำรามดุจเสียงปักษานับพันก็แผ่กระจายออกไปรอบบริเวณ
นิ้วมือของเฟิงอี้ปรากฏเส้นสายอัสนีหมุนวนไปมาราวกับัก่อนที่จะขึ้นรูปเป็สามเหลี่ยมที่กลางอากาศ
“ค่ายกลอัสนีสลายมายา”นี่คืออักขระค่ายกลที่เฟิงอี้สร้างขึ้นมาเป็ค่ายกลเฉพาะเช่นกันอานุภาพของมันนั้นน่าอัศจรรย์กว่าค่ายกลทั่วไปมากหาที่ใดเปรียบแต่ทว่ากลืนกินพลังปราณไปไม่น้อยเช่นกัน
เปร๊าะ!
เสียงแตกร้าวดังขึ้นราวกับว่ากระจกได้ถูกทุบทำลายภาพรอบข้างถูกเส้นสายอัสนีพุ่งทำลายกลืนกินไปในทันที
แกร๊ว! เปรี้ยง!
ภาพมายาได้แตกสลายเส้นสายอัสนีพุ่งแผ่กระจายไปทุกทิศทุกทางโดยมีเฟิงอี้เป็จุดศูนย์กลางของการแผ่กระจาย
พื้นที่รอบๆเปลี่ยนไปทันทีมันกลายเป็บันไดสีเงินงดงามทั้งยังมีผลึกหิงห้อยติดไว้มากมายตามผนังนี่คือสภาพที่แท้จริงของบันไดทางลงของสุสาน
“หึ…แม้จะร้ายกาจแต่ข้าเหนือชั้นกว่า”เฟิงอี้เค้นเสียงเผยความภาคภูมิในตนเองออกมา
หลังจากค่ายกลอีกหนึ่งสลายไปเฟิงอี้ก็เดินหน้าต่อทันทีด้วยท่าทีที่ไร้ความกังวลเช่นเดิม
สภาพของบันไดนี้สวยงามอย่างน่าอัศจรรย์ทั้งยังมีกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆแผ่ออกมาอยู่ตลอดเวลา
หลังจากที่เดินลงมาได้ครู่หนึ่งเฟิงอี้ก็นับขั้นบันไดไปด้วยว่ามันมีราวๆ 500 ขั้นพอดี
เมื่อมาสุดปลายทางเบื้องหน้าก็ปรากฏเป็ทะเลสาบขนาดเล็กแห่งหนึ่งสีของน้ำเป็สีฟ้าสดใสเพราะผลึกแสงสีฟ้าที่ส่องประกายอยู่ก้นทะเลสาบ
“นี่ก็คือค่ายกลเคลื่อนย้ายอีกแล้วหรือ?”เฟิงอี้มองผลึกที่อยู่ใต้น้ำแล้วก็เข้าใจทันทีเพราะลักษณะการวางหินผนึกแสงมันคือการลงอักขระเอาไว้
ตรงโคนต้นไม้เองก็มีเช่นกันแต่ว่าไม่ใช่ผลึกแสงมันเป็แค่หินธรรมดา
วิ้ง!
เมื่อเดินลงไปในทะเลสาบร่างกายของเฟิงอี้ก็ถูกค่ายกลเคลื่อนย้ายพาเคลื่อนไปอีกที่ในทันทีอย่างรวดเร็ว
วิ้ง!
“หืม?!”
ตูม!
ทันทีที่เฟิงอี้ปรากฏตัวจู่ๆก็มีกำปั้นหินขนาดใหญ่พุ่งมาตรงหน้าด้วยความรวดเร็วพลังของมันกดดันเฟิงอี้จนหน้าเคร่งขรึมฉับพลันนั้นเฟิงอี้ได้แสดงวิชาป้องกันของเขาออกมาทันที
นั่นคือวิชาอาภรณ์อัสนีเก้า์หมัดหินขนาดใหญ่ได้เข้าปะทะกันจนเกิดเสียงสนั่นหวันไหวแม้แต่พื้นดินเองก็สั่นะเือยู่ครู่หนึ่ง
อึก!
“นี่มันหุ่นกลระดับกำเนิดปฐีขั้นที่หนึ่ง”เฟิงอี้กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่งแต่ทว่าก็ยังคงต้านรับหมัดหินของหุ่นกลระดับกำเนิดปฐีเอาไว้ได้
อาภรณ์อัสนีสีทองงดงามได้ปกคลุมร่างของเฟิงอี้เอาไว้เกือบแตกสลายลงไปเพราะยังมิทันได้ตั้งตัวก็ถูกโจมตีโดยฉับพลันั้แ่ที่เข้ามาในสถานที่แห่งนี้
เฟิงอี้มิคาดคิดเลยว่าในสุสานแห่งนี้จักตั้งบททดสอบไว้ให้ระดับกำเนิดปฐีขึ้นไปเขาที่ยังเป็ระดับกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่2กล้าเข้ามาทดสอบเรียกได้ว่ากล้าหาญยิ่งนัก
“เหอะ! ทดสอบระดับกำเนิดปฐีขึ้นไปงั้นหรือ? หึหึ ข้าที่เคยเป็ถึงจักรพรรดิ์จักพิชิตมันให้ดู”เฟิงอี้เค้นเสียงก่อนที่จักฟาดฝ่ามือตะปบไปยังหมัดหินขนาดใหญ่
ตูม!
เส้นแสงอัสนีปรากฏขึ้นตามฝ่ามือที่ตะปบออกไปและะเิพลังทำลายล้างออกมามหาศาลจนพื้นที่รอบบริเวณสั่นะเืพละกำลังของเฟิงอี้น่าอัศจรรย์เป็อย่างยิ่งหากให้ระดับกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่2ผู้อื่นมาเทียบกับเฟิงอี้แล้วราวกับมดเปรียบกับช้างตัวใหญ่ั์เลยทีเดียว!
ตูม! ตูม!
ในเวลานี้หมัดหินถูกซัดถอยไปด้วยแรงอัดกระแทกมหาศาลมันกระเด็นออกห่างจากตัวเฟิงอี้ไปในทันที
ฮูก!
เสียงคำรามน่าหวาดผวาได้แผ่กระจายออกไปทั่วทิศทางข้างหน้าเป็พื้นที่มืดมิดถูกแสงจากอาภรณ์อัสนีเก้า์ส่องสว่างปรากฏดวงเนตรสีแดงฉานส่องสว่างขนาดราวกับลูกแตกโม
มันจับจ้องมาทางเฟิงอี้ที่กำลังยืนอยู่ด้วยสีหน้าแสยะยิ้ม
“หึหึอย่างนี้สิถึงจักสมกับเป็ของเล่นของเซียนผู้หนึ่ง”เฟิงอี้พบว่าหุ่นกลมิได้รับความเสียมากเท่าใดนักมือหินของมันแตกสลายไปเพียงนิ้วหนึ่งเท่านั้น
ฮูก!
หุ่นกลหินขนาดใหญ่มันไม่กล่าววาจาใดๆทั้งสิ้นมือทั้งสองข้างของมันฟาดลงมาจากกลางอากาศหมายจักบดขยี้ให้เฟิงอี้แหลกสลายไปเสีย!
“หึ แม้ว่าในตอนนี้ข้าจักยังมิได้กระบี่ของข้ากลับมาแต่ทว่าก็จักแสดงวิชากระบี่ระดับเทพที่แข็งแกร่งที่สุดให้เ้าได้เห็นเป็บุญตาจงดีใจเสียเถิด!”เฟิงอี้ยกมือขึ้นมาเหนือหัวก่อนที่จักกางฝ่ามือออกมาแสงสีทองสว่างวาบกลายเป็คลื่นกระบี่อัสนีที่ฟันลงในชั่วพริบตา
เปรี้ยง!
เสียงคำรามของอัสนีที่ฟาดผ่าลงพื้นปฐีดังขึ้นตามหลังคลื่นกระบี่ที่ฟันออกไป
ตูม!
ฮูก!
หัวของหุ่นกลหินขนาดใหญ่ถูกผ่าแบงครึ่งออกเป็สองส่วนแกนกลางของมันถูกทำลายลงในทันที!
นี่คือพลังของวิชากระบี่อัสนีแยก์! ซึ่งเป็วิชาระดับเทพ!
รอยตัดที่ผ่าหัวของหุ่นกลเรียบเนียนไร้รอยขรุขระราวกับการตัดอย่างปราณีตก็ไม่ปาน!
จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…