สายลมกระโชกที่มาพร้อมกับสายฝนกระหน่ำเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังสนั่นไปทั่วทั้งเมืองบ้านเรือนทุกหลังต่างปิดประตูเงียบเชียบเพราะพายุฝนที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวนี้ทว่าภายในเรือนหลังหนึ่งของจวนสกุลหม่ากลับมิอาจปิดเรือนแล้วอยู่เงียบๆ ได้ภายในเรือนเกิดความโกลาหลเมื่อหม่าฮูหยินเกิดเจ็บท้องคลอดกะทันหัน จากกำหนดเดิมที่หมอบอกว่าอีกสิบห้าวันข้างหน้าแต่นางกลับคลอดก่อนกำหนด ลมพายุพัดพาทุกอย่างให้ล้มระเนระนาดเสียงกรีดร้องของหม่าฮูหยินดังแข่งกับเสียงฟ้าร้องหมอตำแยช่วยกันเต็มที่เพื่อให้เด็กคลอดออกมาอย่างปลอดภัย
หม่าจิ้งซิ่นเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้องคลอดด้วยความกระวนกระวายใจได้ยินเสียงกรีดร้องของภรรยาดังอยู่ร่วมชั่วยามแล้วแต่ยังไม่มีทีท่าว่าทารกน้อยจะคลอดออกมาเสียทีเขาร่ำร่ำจะเข้าไปด้านในแต่ถูกมารดาเข้ามาปรามไว้เสียก่อนนี่เป็ทายาทคนแรกของตระกูลทุกคนจึงมารวมกันที่นี่ผู้คนในจวนต่างรอคอยทายาทคนนี้อย่างใจจดใจจ่อ เขาแต่งภรรยามาได้สี่ปีแล้วทว่านางก็ไม่ตั้งครรภ์เสียทีมารดาบอกให้เขารับอนุ แต่ด้วยไม่อยากให้นางต้องเสียใจจึงบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา
แต่ไหนแต่ไรบุรุษตระกูลหม่าก็ขึ้นชื่อเื่การมีบุตรน้อยอยู่แล้วอย่างท่านพ่อก็มีเพียงเขาและมีน้องชายอีกคนที่เกิดจากอี๋เหนียงสามสำหรับอนุคนอื่นๆ ของบิดาล้วนไม่มีผู้ใดตั้งครรภ์เลยสักนาง ไม่ใช่แค่ท่านพ่อเท่านั้นท่านปู่ก็เช่นกันมีบุตรเพียงพ่อของเขาบิดาเขาเป็ถึงเ้ากรมอาญา ตัวเขานั้นเป็รองเ้ากรมคลัง ส่วนน้องชายก็กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็รองผู้บัญชาการราชองครักษ์หลวงในอีกไม่ช้านี้แม้จะไม่ได้เป็ตระกูลที่โดดเด่นและมีอำนาจมากมายเท่าใดในราชสำนักแต่ตระกูลหม่าก็มิได้อ่อนด้อยจนให้ผู้ใดมารังแกได้ง่ายๆ พวกเขามีรากฐานฝังลึกอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้มาช้านานบรรพบุรุษทุกรุ่นในตระกูลต่างทำงานในราชสำนักกันทั้งสิ้น เส้นสนกลสายน้อยใหญ่ต่างมีไม่น้อย
เสียงกรีดร้องของคนในห้องคลอดยังดังมาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่องฮูหยินผู้เฒ่ามั่นใจเต็มเปี่ยมว่าหลานคนแรกของตระกูลจะต้องเป็ชายนางรู้ว่าบุตรชายของตนนั้นมีบุตรยากเพราะเคยได้รับาเ็ตอนเยาว์วัยแต่หากได้ภรรยาที่ร่างกายแข็งแรงและเหมาะแก่การให้กำเนิดบุตรก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้นางจึงสรรหายาบำรุงมากมายมาให้เขาแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็ผลสักเท่าใดกว่าลูกสะใภ้จะตั้งครรภ์ก็ปาเข้าปีที่สี่ไปแล้วด้วยร่างกายที่อ่อนแอบอบบางของจางจิ่วเม่ยและจากการตรวจพบว่าร่างกายของสะใภ้ผู้นี้ไม่เหมาะแก่การตั้งครรภ์พอรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะมีทายาทให้สกุลหม่านางก็ดูแลประคบประหงมลูกสะใภ้เป็อย่างดีไม่นำเื่รับอนุมาทำให้ต้องขุ่นเคืองใจอีก
สำหรับตระกูลอื่นๆการที่หลานคนแรกไม่ใช่หลานชายล้วนมิได้เป็เื่ใหญ่โตอันใดแต่กับตระกูลหม่าเื่นี้ถือเป็เื่คอขาดบาดตายของคนตระกูลนี้เลยก็ว่าได้สกุลหม่าหลายชั่วอายุคนต่างให้ความสำคัญกับทายาทผู้สืบทอดด้วยกันทั้งสิ้นเพราะคำทำนายที่มีมาั้แ่ตระกูลเริ่มก่อร่างสร้างตัวผู้นำของตระกูลในแต่ละรุ่นต่างเชื่อถือเื่นี้เป็อย่างมาก หากเมื่อใดที่ทายาทคนแรกเป็หญิงและดวงชะตาตกฟากที่ดาวหายนะจะกลายเป็ลางร้ายของตระกูล คำทำนายนี้ถูกบอกต่ออย่างลับๆแก่ผู้สืบทอดของตระกูลเท่านั้น ตลอดสี่รุ่นที่ผ่านมาบุตรคนแรกของพวกเขาล้วนเป็ชาย
หม่าจิ้งซิ่นเป็รุ่นที่ห้าของตระกูลเื่คำทำนายเขาก็รู้มาจากบิดา จะเรียกว่าคำทำนายก็มิใช่เสียทีเดียวเรียกว่าคำสาปแช่งจึงจะถูกกว่า เื่นี้ไม่มีผู้ใดรู้สาเหตุที่แน่ชัดรู้เพียงว่าผู้ก่อตั้งตระกูลหม่าถูกคนผู้หนึ่งสาปแช่ง คำสาปแช่งกล่าวว่าตระกูลหม่าจะไม่สามารถมีลูกหลานเป็สตรีได้ แต่หากวันใดที่เด็กคนนั้นกำเนิดขึ้นมาและเป็บุตรคนแรกของทายาทรุ่นนั้นด้วยแล้ว ตระกูลหม่าต้องพบเจอกับการสูญเสียครั้งใหญ่จนถึงขั้นล่มจมแม้เขาจะไม่เชื่อเื่เ่าั้ทว่าผู้นำทุกรุ่นต่างก็ไม่เคยมีบุตรีเลย
“ซิ่นเอ๋อร์ใจเย็นก่อนเถิด พวกเขาจะต้องปลอดภัย”ฮูหยินผู้เฒ่าเข้าไปจับมือบุตรชายไว้ยามเห็นสีหน้าย่ำแย่ของเขานางบีบกระชับมือหนาเบาๆ
“ขอรับท่านแม่” หม่าจิ้งซิ่นรับคำแ่เบา เขากังวลใจยิ่งนัก กลัวว่าภรรยาจะเป็อะไรไปเพราะนางอยู่ในห้องนั้นนานเกินไปแล้วแต่ที่กลัวมากกว่าคือเด็กที่คลอดออกมาจะไม่ใช่บุรุษถึงแม้จะรักภรรยาผู้นี้เพียงใดแต่ตระกูลหม่ายังต้องมีทายาทสืบสกุลหากได้บุตรชายบิดามารดาของเขาต้องเอ็นดูนางมากขึ้นและคงไม่คิดหาอนุให้เขาอีกแน่นอนเดิมทีท่านแม่ไม่้าให้เขาแต่งกับจางจิ่วเม่ย นางคัดเลือกญาติผู้น้องไว้ให้ตนเขามีปากเสียงกับมารดาอยู่นานโขกว่านางจะยอมรับเม่ยเอ๋อร์ถึงแม้จะยอมรับเป็สะใภ้แต่ก็ยังไม่ชอบใจอยู่ดีที่เม่ยเอ๋อร์ไม่ตั้งครรภ์เสียทีท่านแม่เกือบจะให้เขาแต่งญาติผู้น้องเข้าจวนอยู่แล้วเชียวแต่โชคดีที่นางท้องเสียก่อนท่านแม่จึงเงียบไปไม่คะยั้นคะยอให้เขารับอนุอีก
สายลมสายฝนยังคงโหมกระหน่ำเสียงฟ้าร้องและแสงสว่างวาบบนท้องฟ้าที่เกิดจากฟ้าแลบสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนเหลือแสนอึดใจต่อมาภายในห้องคลอดพลันมีเสียงแผดร้องลั่นของทารกทว่าเพียงชั่วลมหายใจอสนีบาตก็ฟาดลงมาดังสนั่นอยู่ไม่ไกลจากจวนสกุลหม่าสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ทุกคนไม่น้อยเสียงกัมปนาทนั้นส่งผลให้ทุกชีวิตในจวนขวัญกระเจิง รับรู้ได้ถึงแรงสั่นะเืเบาๆของตัวเรือน บรรดาบ่าวไพร่ต่างกรีดร้องด้วยความใ
“ท่านแม่เป็อันใดหรือไม่ขอรับ” หม่าจิ้งซิ่นประคองมารดาไว้แล้วพาไปนั่ง
“แม่ไม่เป็ไรแค่ใเท่านั้น” หลี่หลิงฟางลูบอกตัวเองเบาๆ คล้ายกับกำลังปลอบขวัญ“เมื่อครู่ใช่มีเสียงทารกร้องหรือไม่”
เมื่อได้ยินมารดากล่าวเช่นนั้นก็หันมองไปยังประตูห้องคลอดทันควันใช่แล้ว เมื่อครู่ก่อนที่ฟ้าจะผ่าลงมาเขาได้ยินเสียงร้องของเด็กทารกดังมาจากในห้องเช่นนั้นแสดงว่าบุตรของเขาคลอดออกมาแล้วใช่หรือไม่ แต่เหตุใดเสียงจึงเงียบไปเร็วนักเล่าด้วยความร้อนใจจึงสืบเท้าไปหน้าประตู แต่ยังไปไม่ถึงหมอตำแยก็เปิดประตูออกมาพอดี
“ยินดีด้วยเ้าค่ะใต้เท้าฮูหยินคลอดบุตรสาวสุขภาพแข็งแรงให้ท่านเ้าค่ะ”
สิ้นคำกล่าวของหมอตำแยใบหน้าที่เคยแย้มยิ้มของหม่าจิ้งซิ่นพลันแข็งค้าง
บุตรสาวเช่นนั้นรึ? ผู้ใดอยากได้กัน...
คำทำนายของตระกูลลอยเข้ามาในความคิดของหม่าจิ้งซิ่นทันทีสิ่งที่เขา้ามีเพียงบุตรชายที่สามารถสืบสกุลได้เท่านั้นตระกูลหม่าหลายชั่วอายุคนจะมาสิ้นสุดลงเพราะตนมิได้เขาต้องมีบุตรชายให้ได้ก่อนน้องชาย หาไม่แล้วทุกอย่างคงจะตกเป็ของอีกฝ่ายทว่าก่อนที่จะได้เอ่ยสิ่งใดออกไปหน้าเรือนพลันปรากฏร่างเปียกปอนของพ่อบ้านที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“แย่แล้วขอรับคุณชายใหญ่”พ่อบ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงลนลาน สีหน้าแตกตื่น
“มีเื่อันใด”เขาถามอย่างกราดเกรี้ยว
“นะนายท่าน... นายท่านกับคุณชายรองตายแล้วขอรับ”
สิ้นคำของพ่อบ้านเหมือนหัวของหม่าจิ้งซิ่นถูกทุบไปเป็รอบที่สองร่างซวนเซไปเล็กน้อย “เมื่อครู่เ้าพูดว่าอะไรนะ ใครตาย!”
“นะนายท่านผู้เฒ่าและคุณชายรองขอรับ ถูกฟ้าผ่าตายอยู่หน้าจวน”
ขาดคำใบหน้าของพ่อบ้านก็หันไปตามแรงตบของฮูหยินผู้เฒ่านางชี้หน้าเขา โกรธจนร่างสั่นเทา “อย่ามาพูดจาส่งเดชที่นี่ ท่านพี่กับซ่งเอ๋อร์อยู่ที่วังหลวงจะมาอยู่หน้าจวนได้อย่างไร”
พ่อบ้านโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรงปากก็พร่ำขอความเมตตาจากนายหญิงของจวนทว่าเพียงไม่นานศพของนายท่านผู้เฒ่าและคุณชายรองก็ถูกยกเข้ามา ิัใบหน้าและอาภรณ์ของพวกเขามีรอยไหม้ ร่างแน่นิ่งไม่ไหวติง
“ไม่! นี่ไม่ใช่เื่จริง พวกเ้าโกหกข้า” ฮูหยินผู้เฒ่ากรีดร้องเสียสตินางชี้หน้าด่ากราดบ่าวชายที่ยกศพคนทั้งคู่เข้ามา“ท่านพี่มีงานที่วังหลวงไม่มีทางที่จะกลับจวนในเพลานี้ นี่ไม่ใช่เขา นี่ไม่ใช่!”
บ่าวรับใช้ที่ไปส่งข่าวยังวังหลวงคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นทันที“ฮูหยินผู้เฒ่าโปรดระงับอารมณ์ คุณชายใหญ่ให้บ่าวไปแจ้งนายท่านว่าฮูหยินน้อยกำลังจะคลอดบุตรนายท่านจึงเร่งทำงานให้เสร็จแล้วฝ่าสายฝนกลับจวน เพื่อมาดูหน้าหลานคนแรกขอรับ”
“บ่าวชั่วแล้วทำไมเ้าถึงไม่เป็อะไรเลย คนที่ตายสมควรเป็เ้า เ้าไปแจ้งข่าวทำไม”บัดนี้หลี่หลิงฟางขาดสติไปแล้ว นางเสียใจจนพาลโทษบ่าวรับใช้
บ่าวผู้นั้นโขกศีรษะกับพื้นเย็นเยียบไม่หยุดปากก็อ้อนวอนขอความเมตตา “บ่าวผิดไปแล้วที่ไม่ได้ห้ามปรามนายท่าน บ่าวผิดไปแล้วที่ไปแจ้งข่าว...ตะ แต่นายท่านใช้บ่าวไปทำธุระให้ บ่าวจึงกลับมาถึงจวนหลังนายท่านและคุณชายรองฮูหยินผู้เฒ่าโปรดเมตตา”
“เอามันไปโบยให้ตายลากมันออกไป” หลี่หลิงฟางไม่ฟังสิ่งใดอีกต่อไปหากบ่าวผู้นี้ไม่ไปแจ้งข่าวสามีของนางก็คงไม่กลับจวนในยามนี้โดยที่ลืมสิ้นว่าผู้ที่ออกคำสั่งนั้นคือบุตรชายของนางเอง
“คุณชายใหญ่ช่วยข้าด้วยไม่ใช่ความผิดข้า อย่าลงโทษข้า” เขาถลาไปหาหม่าจิ้งซิ่นหวังจะให้อีกฝ่ายช่วยเหลือตนแต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่าเมื่อคุณชายใหญ่เบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว
บ่าวรับใช้ผู้นั้นถูกลากออกไปจากห้องพร้อมเสียงร้องโหยหวนที่ดังแข่งกับสายฝน
แน่นอนว่าคนที่ตายจากฟ้าผ่าครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงนายท่านผู้เฒ่าและคุณชายรองยังมีบ่าวรับใช้อีกคนที่เสียชีวิตบ่าวชายที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูจวนก็ได้รับาเ็สาหัส