ตอนบ่ายที่บ้านพักตากอากาศภูเขาชิงอวิ๋น
ภายในโซนภูเขาของบ้านพัก ซูฮ่าวกำลังกวัดแกว่งหมัดอย่างดุเดือดเงาร่างของเขาวูบไหวราวกับสายฟ้า
บรรยากาศบริเวณใกล้เคียงเหมือนจะกลายเป็นภาพมายา ท่ามกลางภาพที่เลือนรางเห็นเพียงซูฮ่าวคนเดียวที่ฮึกเหิม เมื่อเงาร่างรูปไหว เสียงลมคำรามก็ดังขึ้น
ดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงก่ำราวกับเลือด ออร่าแห่งความชั่วร้ายเข้มข้นแผ่กระจายออกมาจากร่างกายเขาซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวมาก
ความเร็วหมัดของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นแทบจะไม่มีใบไหนหล่นลงพื้นเลยทุกใบถูกเขาหักเป็นชิ้นๆ
ในตอนที่เขาโมโหเช่นนี้ ทำให้ความแม่นยำจากวิถีหมัดของเขาแม่นยำมากขึ้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
สิบนาทีต่อมา ความโกรธของเขาค่อยๆ จางหายไป การเต้นของหัวใจค่อยๆกลับมาเป็นปกติ
ซูฮ่าวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่างรูม่านตาของเขานั้นแผ่กระจายความเย็นชา “ได้ระบายความโมโหพอสมควรแล้วตอนนี้ถึงเวลาไปยึดกลุ่มบริษัทหลินชื่อ”
เมื่อพูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วก็โทรหาหวางเฉิงเทียน
“คุณซู โทรหาผมมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
ซูฮ่าวพูดขึ้นอย่างตรงประเด็น “ข้อมูลของกลุ่มบริษัทหลินชื่อคุณหาได้แล้วหรือยัง? ฉันต้องการตอนนี้!”
“หาได้แล้วครับ แต่ว่า… ”
“แต่อะไร?” เมื่อได้ยินเสียงอึกอักจากปลายสายซูฮ่าวก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
หวางเฉิงเทียนพูดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มขื่นขมว่า “คุณซู มีคนเอาข้อมูลของกลุ่มบริษัทหลินชื่อไปแล้วและเธอกำลังเดินทางไปหาคุณ อีกเดี๋ยวคุณจะได้เจอเธอแล้วครับ”
“คนคนนั้นคือใคร?”
หวางเฉิงเทียนไม่ได้พูดตรงๆ “พูดยากครับคุณซูน่าจะรู้จัก เดี๋ยวเธอไปถึงคุณก็น่าจะรู้เอง”
“ได้ ฉันเข้าใจแล้ว” ซูฮ่าววางสายแล้วครุ่นคิด
ฟังจากน้ำเสียงของหวางเฉิงเทียน เขาสามารถได้ยินถึงความหวาดกลัวเห็นได้ชัดว่าคนที่สามารถเอาข้อมูลของกลุ่มบริษัทหลินชื่อมาจากมือหวางเฉิงเทียนได้นั้นจะต้องเป็นคนที่มีฐานะไม่ต่ำต้อยแน่นอน
เขามองไปทางห้องโถงของบ้านพัก และทอดสายตาออกไปที่ภูเขาด้านนอกเขาพบว่ายังไม่มีใครมาที่นี่เลย
“ไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกัน” ซูฮ่าวชะงักไปแล้วหมุนตัวเดินไปยังห้องนอนใหญ่ของบ้านพัก
ด้านนอกบ้านพักตากอากาศ รถมาเซราติสีแดงคันหนึ่งเคลื่อนที่เข้ามาอย่างเชื่องช้าแล้วจอดลงที่ลานจอดรถ
จากนั้นประตูก็เปิดออกมา สวี่ชิงหงสวมเสื้อผ้าเซ็กซี่เดินลงมาจากรถ
เธอกวาดสายตามองบ้านพักตากอากาศแห่งนี้ แล้วพยักหน้าเล็กน้อยเธอสาวเท้าขึ้นไปเพื่อที่จะเข้าไปในบ้าน
แต่ทันใดนั้นเธอก็ต้องชะงักฝีเท้า พร้อมกับขมวดคิ้วมุ่น
เธอสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าบ้านพักตากอากาศที่งดงามตรงหน้าเธอนั้นมีกลไกที่ลึกลับซ่อนอยู่เหมือนกับมีม่านแสงที่ตาเนื้อมองไม่เห็นปกคลุมอยู่หากเธอบุกเข้าไปก็อาจจะทำให้เกิดเรื่องได้
สวี่ชิงหงกลอกตา แล้วหยิบหินดีดไปที่ประตูบานใหญ่ของบ้านพักตากอากาศแห่งนั้น
“แกรก!”
ก้อนหินก้อนนั้นไม่สามารถเข้าใกล้ประตูของบ้านพักตากอากาศได้จริงๆมันถูกพลังที่พิเศษขวางกั้นเอาไว้ จนหินก้อนนั้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“นี่ซูฮ่าวได้วางค่ายกลลวงตาเอาไว้ด้วยหรือ? สุดยอดมาก!” เธอมองไปยังก้อนหินที่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ด้วยนิสัยอย่างสวี่ชิงหง จึงทำให้เธอรู้สึกตกใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แน่นอนว่าเธอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว แต่เธอกำลังสงสัยในตัวของซูฮ่าว
เขาสามารถวางค่ายกลที่น่ากลัวระดับนี้ได้ซูฮ่าวอยู่ในระดับสูงสุดของค่ายกลฮวงจุ้ยแล้ว
ความเคลื่อนไหวที่หน้าประตูดึงดูดความสนใจของเย่จื่ออี๋อย่างอดไม่ได้
เธอเดินออกมาที่หน้าประตูใหญ่ของบ้านพักตากอากาศเมื่อมาถึงก็เห็นสวี่ชิงหงผู้มีเสน่ห์ทันที
แต่ในความงดงามสิบส่วนของผู้หญิงคนนี้นั้น มีความกล้าหาญสามส่วน อีกสามส่วนคือความเย่อหยิ่งสง่างาม และความน่าเกรงขามซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกเคารพอย่างมากจนทำให้ไม่กล้าสบสายตา
“เธอคือเย่จื่ออี๋สินะ?” เย่จื่ออี๋ยังไม่ทันได้ถามอะไร สวี่ชิงหงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อนแล้ว
ร่างกายของเย่จื่ออี๋แข็งทื่อไป เธอคิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าจะรู้จักเธอด้วยเธอจึงรู้สึกสับสนขึ้นมาเล็กน้อย “ฉันคือเย่จื่ออี๋ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงคือ… ”
“ฉันชื่อว่าสวี่ชิงหง มาซื้อยาน่ะ”
เย่จื่ออี๋เหลือบสายตามองเธออยู่หลายครั้ง “คุณสวี่ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ?”
“รู้สึกไม่สบายตรงนี้” สวี่ชิงหงชี้ไปที่หน้าอกสีหน้าเผยความไม่พอใจ “หัวใจของฉันถูกผู้ชายคนหนึ่งขโมยไปผู้ชายคนนั้นเขาอาศัยอยู่ในบ้านพักตากอากาศแห่งนี้ ช่วยไปเรียกเขาออกมาหน่อยฉันอยากให้เขาเป็นคนจ่ายยาให้”
เย่จื่ออี๋หรี่ตาลงเล็กน้อย บ้านพักตากอากาศแห่งนี้มีเพียงซูฮ่าวคนเดียวหรือคนที่สวี่ชิงหงบอกว่าขโมยหัวใจของเธอนั้นคือซูฮ่าวอย่างนั้นหรือ?
เธอมองเข้าไปในแววตาของสวี่ชิงหง ก่อนจะพูดพร้อมกับรอยยิ้ม “คุณสวี่ ที่นี่พวกเราขายแค่ยา หากคุณต้องการตามหาของหายคุณจำเป็นจะต้องไปที่จุดบริการของหาย ที่นั่นอาจจะมีของที่คุณตามหาอยู่”
“น่าสนใจดีนี่ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกเลยที่กล้าพูดกับฉันแบบนี้” สวี่ชิงหงมองไปยังใบหน้าของเย่จื่ออี๋ที่สามารถเทียบกับตนเองได้แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย
“แต่ว่านี่เป็นความผิดครั้งแรกของเธอ ฉันก็จะไม่เอาความ ไปเรียกซูฮ่าวออกมาฉันมีของที่เขาต้องการอยู่”
เย่จื่ออี๋ลังเลเล็กน้อยแต่สุดท้ายก็พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในบ้านพักตากอากาศ
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เจอกับผู้หญิงที่สง่างามเช่นนี้เธอสามารถสัมผัสได้ถึงแรงคุกคามจากอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
แม้ว่าสวี่ชิงหงกำลังยิ้มอยู่ แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงอันตรายเหมือนกับสัตว์ร้ายในยุคบรรพกาล ภายนอกดูสงบนิ่งแต่ความจริงแล้วพร้อมแยกเขี้ยวกัดอยู่ตลอดเวลา
ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลย!
อีกทั้งดูจากคำพูดคำจาและออร่าของสวี่ชิงหงแล้ว เธอสามารถมองออกได้ว่าอีกฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับซูฮ่าว
ซูฮ่าวกำลังอาบน้ำอยู่ภายในห้องนอนใหญ่
เขาใช้น้ำอุ่นชะล้างคราบเหงื่อไคลบนร่างกายในขณะเดียวกันเขาก็กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องอะไรบางอย่าง
หลังจากที่เขาเกิดใหม่แล้ว เขาไม่จำเป็นจะต้องยืนเคียงข้างไป๋เหวินหลิงแต่ในชาติที่แล้วเขายอมแพ้และเอาแต่ดูถูกตัวเองซ้ำยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ไป๋เหวินหลิงต้องปวดหัวมากดังนั้นเขาจึงอยากจะพัฒนาฝีมือตัวเองในขณะเดียวกันก็อยากจะช่วยเหลือไป๋เหวินหลิงด้วย
เมื่อบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเขาก็จะจากไปแล้วเดินทางไปในจุดที่สูงขึ้น
แต่ในเมื่อไป๋เหวินหลิงไม่เห็นคุณค่าของเขา ถ้าอย่างนั้นเขาก็ไม่จำเป็นจะต้องชดเชยความรู้สึกผิดอะไรอีกสิ่งที่เขาควรทำ ก็ทำไปหมดแล้ว ต่อไปเขาก็ควรจะคิดแต่เรื่องของตนเองแล้ว
วันมะรืนคือวันแข่งขันเพื่อตัดสินผู้นำ ความคิดแรกของเขาก็คือคว้าตำแหน่งผู้นำนี้มาให้ได้จากนั้นให้บอสใหญ่จากทั้งเจ็ดเขตมาร่วมงานนั้นอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา อีกทั้งยังสามารถยืมอำนาจของผู้นำมาโปรโมตร้านยาของเขาได้อีกด้วย
ถ้าถึงตอนนั้นค่อยเชิญตัวละครระดับบอสอีกสักคนสองคนน่าจะสามารถแสดงพลังที่ยิ่งใหญ่ได้
แต่ปัญหามาแล้ว เขาควรจะเชิญใครดี
ซูฮ่าวหลับตาลง จากนั้นเขาก็นึกขึ้นได้สองคน
มู่หรงฉินกับเว่ยอวี่เหอ!
ทั้งสองคนนี้เป็นตัวแทนของตระกูลมู่หรงและตระกูลเว่ยสองตระกูลที่อยู่ในลำดับสูงสุดของเมืองไห่เป่ย หากพวกเธอมาแล้วงานจะต้องน่าสนใจมากขึ้นอย่างแน่นอน
มู่หรงฉินจะต้องมาอย่างแน่นอน เพราะเขาได้ช่วยคุณปู่ของเธอเอาไว้ตัวของเธอนั้นแสดงถึงอำนาจของตระกูลมู่หรง ต่อให้มีคนไม่ไว้หน้าเธอแต่ก็ต้องไว้หน้าตระกูลของเธอ
ส่วนเว่ยอวี่เหอ การประลองที่สวนสาธารณะสือหม่าเมื่อครั้งที่แล้วอีกฝ่ายเป็นฝ่ายแพ้ ดังนั้นจึงสัญญาว่าจะทำงานให้เขาเป็นเวลาหนึ่งเดือนหากเรียกเธอมา เธอจะต้องไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน
เมื่อมีทั้งสองคนอยู่ในงาน รวมกับเจ็ดบอสใหญ่ หลังงานโปรโมตนี้ชื่อเสียงของร้านขายยาของเขาจะต้องโด่งดังไปทั่วแวดวงคนชั้นสูงของเมืองไห่เป่ยแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนี้ เป้าหมายแรกของเขาที่จะจัดตั้งกลุ่มเงินทุนให้ตัวเองก็เสร็จสมบูรณ์
แม้ในระยะเวลาสั้นๆ จะทำเงินไม่ได้มากนัก แต่ภายในระยะเวลาหนึ่งปีทรัพย์สินของเขาจะต้องอยู่ในระดับหลายล้านล้านอย่างแน่นอน
หลังจากวางโครงร่างของร้านขายยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะสามารถเดินทางออกจากเมืองไห่เป่ยได้แล้วมุ่งหน้าสู่มณฑลจินหลิง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สองของเขาในตอนนี้
“คนที่วางแผนไล่ฉันออกจากตระกูลซูในตอนนั้น อีกไม่นานพวกเราก็จะได้พบกันแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นหวังว่าพวกคุณจะยังยิ้มได้นะ” เมื่อนึกถึงมณฑลจินหลิง ซูฮ่าวก็กำหมัดแน่นอย่างอดไม่ได้ ในแววตาเต็มไปด้วยจิตสังหาร
“ก๊อกๆ !”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน
เย่จื่ออี๋ที่ยืนอยู่ด้านนอกเคาะประตูพร้อมกับตะโกนเรียกไปด้วย “คุณซูคะ มีผู้หญิงคนหนึ่งมาหาคุณค่ะ”
“ฉันบอกเธอไปแล้วไม่ใช่หรือว่าวันนี้ฉันไม่ต้องการพบใคร?” ซูฮ่าวขมวดคิ้วเป็นปม
เย่จื่ออี๋อธิบายว่า “คุณซูคะผู้หญิงคนนั้นมีชื่อว่าสวี่ชิงหง เธอบอกว่าเธอมีของที่คุณต้องการค่ะ”
“สวี่ชิงหง? เธอมาที่นี่ทำไม?” ซูฮ่าวชะงักเล็กน้อย แล้วรีบเช็ดตัวเดินออกจากห้องน้ำ เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เปิดประตู ก่อนจะเดินตามเย่จื่ออี๋ลงไปที่ด้านล่าง
ด้านนอกบ้านพักตากอากาศ สวี่ชิงหงยืนรอจนรู้สึกเบื่อหน่าย
เมื่อเห็นว่าเย่จื่ออี๋เดินกลับมา เธอก็พยักหน้าแล้วเงยหน้ามองซูฮ่าวที่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ
“ซูฮ่าว ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คุณคิดถึงฉันหรือเปล่า?” สวี่ชิงหงยืดหลังตรงอย่างเย่อหยิ่ง แล้วยิ้มออกมาอย่างมีเสน่ห์
ซูฮ่าวเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าไร้คลื่นอารมณ์
เพราะผู้หญิงคนนี้ไปก่อความวุ่นวายที่คฤหาสน์เมื่อวานทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับไป๋เหวินหลิงแตกร้าวดังนั้นเขาจึงรู้สึกไม่ดีกับผู้หญิงคนนี้
“คุณมาที่นี่ทำไม?”
ดวงตาของสวี่ชิงหงกลมโตมีเสน่ห์ ใบหน้าไร้เดียงสา “เฮ้อ ดูท่าทางของคุณสิคนเขาอุตส่าห์เอาข้อมูลของกลุ่มบริษัทหลินชื่อมาให้โดยเฉพาะเลยนะ!”
ซูฮ่าวชะงักไป
คนที่เอาข้อมูลของกลุ่มบริษัทหลินชื่อมาจากหวางเฉิงเทียนคือสวี่ชิงหงอย่างนั้นหรือ?
แต่คิดไปแล้วมันก็สมเหตุสมผลเมื่อวานนี้สวี่ชิงหงได้เปิดเผยฐานะของตัวเองต่อหน้าเขา หวางเฉิงเทียนก็เป็นคนที่เธอปั้นมา ดังนั้นหวางเฉิงเทียนจะต้องฟังคำสั่งของเธออยู่แล้ว
“ดูเหมือนว่าเธอจะรู้เรื่องที่เกี่ยวกับฉันจากหวางเฉิงเทียนมากพอสมควรเลยคงจะหลบซ่อนตัวและทำตัวติดดินอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว” ซูฮ่าวถอนหายใจแล้วเดินออกจากบ้านพักตากอากาศเขาเดินมาหยุดตรงหน้าสวี่ชิงหง แล้วแบมือออกมา
“ลำบากแล้ว รบกวนเอาข้อมูลมานี่”
สวี่ชิงหงหัวเราะเบาๆ แล้วเดินเข้ามา “ฉันเอาข้อมูลมาให้แต่คุณต้องออกไปดื่มกับฉัน”
ซูฮ่าวเลิกคิ้วขึ้น “เรื่องแบบนี้ทำไมฉันต้องไปกับคุณด้วย?”
“เพราะว่า… ” ดวงตาสีเขียวของสวี่ชิงหงกลอกขึ้นมุมปากเผยรอยยิ้มชั่วร้าย จากนั้นเธอก็โน้มตัวไปทางซูฮ่าวแล้วพูดเสียงเบาว่า “ฉันอยากรู้จักคุณมากกว่านี้”
เมื่อเห็นใบหน้าที่อ่อนโยนค่อยๆ ขยับใกล้เข้ามาซูฮ่าวก็รู้สึกสับสนอย่างบอกไม่ถูก
“ถ้าคุณยังใช้เสน่ห์กับฉันอีก ก็อย่าโทษที่ฉันจะโยนคุณออกไป”
สวี่ชิงหงชะงักไปเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้น ดวงตาเผยเป็นรอยยิ้มสว่างสดใส “สมแล้วที่เป็นผู้ชายที่ฉันถูกใจ ปฏิกิริยาตอบสนองไวมากในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็ออกไปดื่มกับฉันสักแก้วสิ”
ซูฮ่าวจ้องมองสวี่ชิงหงครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันไปมองเย่จื่ออี๋ที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“คุณเย่ ฉันจะออกไปข้างนอกสักครู่หนึ่ง”
ที่เขาตอบตกลงสวี่ชิงหงไม่ใช่เพราะเขาอยากได้ข้อมูลของกลุ่มบริษัทหลินชื่อแต่เขาอยากรู้ว่าสวี่ชิงหงเข้าหาเขาเพราะมีจุดประสงค์อะไรกันแน่
ในขณะเดียวกัน เขาก็อยากรู้ฐานะที่แท้จริงของสวี่ชิงหง
“มาเถอะ” เมื่อเห็นซูฮ่าวตอบตกลง สวี่ชิงหงก็กวักมือเรียกแล้วส่งยิ้มออกมา
เมื่อพูดจบเธอก็เดินไปที่รถมาเซราติที่จอดอยู่ในลานจอดรถ
ซูฮ่าวก็เดินตามไปอย่างไม่ลังเล
เสียงสตาร์ตรถมาเซราติดังขึ้น ก่อนจะขับออกไปพร้อมฝุ่นที่ฟุ้งตามหลัง
เย่จื่ออี๋มองตามรถคันนั้นแล้วเม้มริมฝีปาก สายตามีความผิดหวังเล็กน้อย
เธออยากรู้มากว่า ตัวเธอนั้นอยู่ส่วนไหนในหัวใจของซูฮ่าวและอยากรู้ถึงความสัมพันธ์ของซูฮ่าวกับสวี่ชิงหง
แต่เมื่อคิดได้ว่าตัวเองเป็นเพียงแค่คนนอก เธอจึงเลือกที่จะเงียบไป
ท้ายที่สุดแล้วเธอก็เป็นเพียงแค่คนผ่านทางในชีวิตของซูฮ่าว…