จางหลิวหยางวิ่งตามหงเป่าเข้ามาในซอยแห่งหนึ่งที่มีโรงเตี๊ยมร้างตั้งอยู่ นางเห็นหลังหงเป่าอยู่ข้างหน้าไวๆ แล้วก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้เมื่อเห็นซอยที่อยู่ข้างๆกัน นางจึงเปลี่ยนเส้นทางเป็วิ่งเข้าไปในซอยนั้นแทนเพราะคาดว่ามันอาจจะทะลุถึงกันได้ หากเป็ไปดังที่นางคิด ก็อาจช่วยดักคนร้ายไว้ได้อีกทาง
จางหลิวหยางวิ่งผ่านซอยเล็กๆเข้ามาและมันทะลุมาอีกฝั่งที่น่าจะเป็ด้านหลังของโรงเตี๊ยมร้าง แล้วนางก็ต้องใแทบช็อคเมื่อวิ่งมาเจอกับคนร้ายเข้าแบบพอดิบพอดี
“เ้า! ส่งเงินคืนมาเดี๋ยวนี้นะ แล้วพวกข้าจะปล่อยเ้าไป” จางหลิวหยางยืนประจันหน้ากับคนร้าย และพยายามควบคุมน้ำเสียงที่ะโออกไปไม่ให้สั่น คนร้ายถอยหลังไปหนึ่งก้าวช้าๆ มือข้างซ้ายมันเหน็บถุงเงินไว้กับผ้าคาดเอว ส่วนมืออีกข้างมันล้วงไปข้างหลัง ก่อนจะหยิบมีดสั้นปลายแหลมออกมา แล้วชี้มาที่จางหลิวหยาง
จางหลิวหยางใจหายวาบ ความกลัวแล่นเข้ามาจับขั้วหัวใจ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วจะให้ปล่อยไปง่ายๆก็ไม่ใช่หลิวหยางสิ
นางพยายามรวบรวมสติ และบังคับร่างกายไม่ให้สั่นจนคนร้ายจับสังเกตได้ ในหัวคิดหาวิธีที่จะหลอกล่อมันยังไง แล้วก็เหลือบไปเห็นท่อนไม้ขนาดเหมาะมือตกอยู่ห่างจากที่นางยืนประมาณสามก้าว แผนการณ์เฉพาะหน้าจึงผุดขึ้นมาในหัว
“อาเป่า ทางนี้!” จางหลิวหยางะโ ทำให้คนร้ายหันขวับไปด้านหลัง จังหวะนั้นเองนางะโไปหยิบท่อนไม้ขึ้นมา เพื่อหวังหวดไปที่มือข้างที่มันถือมีดอยู่ แต่คนร้ายไหวตัวทันและว่องไวกว่า มันเอี้ยวตัวหลบได้แถมยังคว้าปลายท่อนไม้อีกฝั่งไว้แล้วกระชากเต็มแรง ทำให้จางหลิวหยางถลาล้มกลิ้งลงไปกับพื้น จางหลิวหยางรู้สึกเจ็บที่สะโพกเพราะแรงกระแทกแต่ก็พยายามถัดตัวถอยหนีคนร้ายที่กำลังเดินถือมีดเข้ามาหา
“อยู่นิ่งๆคนสวย ถ้าไม่อยากเจ็บตัว” คนร้ายสแยะยิ้มน่ารังเกียจ ร่างผอมเกร็งของมันเดินเข้ามาหาจางหลิวหยางช้าๆเหมือนเสือกำลังเตรียมขย้ำเหยื่อ จางหลิวหยางใจหล่นวูบ นางหันหลังให้มันและพยายามแข็งใจลุกขึ้นทั้งที่ยังเจ็บแปลบที่สะโพกและต้นขาจากแรงกระแทก
“อย่านะ อาเป่า ช่วยข้าด้วย!” จางหลิวหยางร้องสุดเสียงเมื่อคนร้ายคว้าหมับเข้าที่ไหล่และบีบอย่างแรง ชั่วพริบตาเดียวร่างของนางก็ถูกกระชากจนลอยขึ้นจากพื้นไปปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนเข้าเต็มแรง พร้อมกับมีท่อนแขนข้างหนึ่งโอบรัดรอบเอวนางไว้
“ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า!” จางหลิวหยางใสุดขีด ทั้งหวีดร้องทั้งดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือคนร้าย
“แม่นาง หยุดก่อน ข้ามาช่วยเ้า” น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เอ่ยอยู่ข้างหูทำให้จางหลิวหยางสงบลง เพราะนี่ไม่ใช่เสียงคนร้ายที่นางได้ยินก่อนหน้านี้
จางหลิวหยางหันกลับไปมองด้านหลังก็พบว่าคนร้ายนอนคว่ำอยู่กับพื้น ส่วนมีดที่มันถืออยู่เมื่อครู่กระเด็นไปอีกทาง มันพยายามตะเกียกตะกายไปคว้ามีดที่ตกอยู่ แต่ก็มีผู้ชายร่างสูงแต่งกายด้วยชุดจีนโบราณยกเท้าเหยียบไปที่มือมันจนหน้ามันเหยเกด้วยความเ็ป จากนั้นเขาก็ก้มลงไปคว้าถุงเงินของเฟยเจินที่มันเหน็บเอาไว้กับผ้าคาดเอวขึ้นมาโยนเล่น ทั้งที่เท้ายังเหยียบมือคนร้ายไว้แบบนั้น
“ทั้งชิงทรัพย์ ทั้งรังแกผู้หญิง เอายังไงกับไอ้หมอนี่ดีพี่ใหญ่” เขาบอกพร้อมกับมองมาที่ผู้ชายอีกคนที่ยืนประคองนางอยู่ และเมื่อได้สติ จางหลิวหยางจึงรีบผละออกจากอ้อมแขนเขา แต่เนื่องจากนางยังมีอาการเจ็บชาที่สะโพกและต้นขาทำให้หลิวหยางเซเกือบจะล้มลง คนร่างสูงจึงรีบเข้ามาจับแขนเอาไว้
“เ้าาเ็หรือ”
น้ำเสียงช่างไพเราะยิ่งนัก
จางหลิวหยางเงยหน้าขึ้นไปมองเขาเต็มตาแล้วก็ต้องชะงักนิ่งไป นี่มันพระเอกซีรีย์จีนชัดๆ หล่ออมาก หล่อเหมือนไม่มีอยู่จริง
“แม่นาง เ้าได้ยินที่ข้าพูดไหม” เสียงนุ่มทุ้มราวกับปลุกจางหลิวหยางให้ตื่นจากภวังค์ นางสะบัดหน้าเพื่อเรียกสติ และพยายามทรงตัวไว้จนร่างสูงค่อยๆปล่อยมือจากแขนทั้งสองข้างเมื่อเห็นนางยืนด้วยตัวเองได้แล้ว จางหลิวหยางก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อเป็การขอบคุณ และหันกลับไปทางคนร้าย ก็เห็นผู้ชายคนนั้นกำลังกดให้คนร้ายเอามือไขว้หลังและมัดมือมันติดไว้กับต้นเสาเพื่อไม่ให้มันหนีได้
“คุณหนู คุณหนูขอรับ” จางหลิวหยางมองตามเสียงะโ เห็นร่างผอมบางของหงเป่าที่วิ่งมาหาหน้าตาซีดเผือด
“อาเป่า ข้าอยู่นี่”
“คุณหนู ท่านาเ็ตรงไหนหรือเปล่า ข้าตามหาท่านไปทั่ว เป็ห่วงแทบแย่” หงเป่าถามเสียงหอบ
“ข้าไม่เป็อะไร เอ่อ..พวก พวกเค้า” จางหลิวหยาง และหงเป่ามองชายหนุ่มทั้งสองสลับกัน คนที่จัดการมัดคนร้ายไว้ทำท่าปัดมือแล้วเดินกอดอกเข้ามาหาพวกนางและยิ้มอย่างเป็มิตร เขามีใบหน้าที่หล่อเหลาคล้ายกับผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆนางตอนนี้
“ไม่ต้องกลัว พวกข้าผ่านมาเห็นเ้ากำลังถูกมันทำร้าย เลยเข้ามาช่วย นี่คงเป็เงินของเ้า” เขายื่นถุงเงินให้จางหลิวหยาง นางยื่นมือออกไปรับมาถือไว้
“ข้าโจวหานลู่ ส่วนนี่พี่ข้าโจวหานจิ้น แล้วพวกเ้า..”
จางหลิวหยางไม่ได้ตอบคำถามเขา แต่หันไปสบตากับหงเป่าแทน
“ข้าน้อยชื่อหงเป่า ส่วนนี่… ”
“ขอบคุณคุณชายทั้งสองมากที่มาช่วยข้า ถ้าไม่ได้พวกท่านข้าคงแย่” จางหลิวหยางชิงกล่าวออกไป ก่อนที่หงเป่าจะทันได้กล่าวจบ
“เ้าไม่เป็ไรนะ” โจวหานจิ้นสังเกตสีหน้านางไม่ค่อยดีนักจึงถามขึ้น
“ข้าไม่เป็อะไรแล้วเ้าค่ะ ขอบคุณคุณชายทั้งสองอีกครั้ง อาเป่าเราไปกันเถอะป่านนี้น้าเจินเป็ห่วงข้าแย่แล้ว” จางหลิวหยางคำนับให้บุรุษทั้งสอง ก่อนจะพยักหน้าให้หงเป่าเพื่อชวนกลับ
“คุณชายทั้งสองขอบคุณพวกท่านที่ช่วยนางไว้ ข้าน้อยขอลา” หงเป่าประสานมือเพื่อขอบคุณชายหนุ่มทั้งสองแล้วจึงรีบเดินตามจางหลิวหยางไป
บุรุษหนุ่มรูปงามทั้งสองมองตามหญิงสาวร่างบอบบางที่ค่อยๆเดินห่างออกไปจนพ้นระยะที่มองเห็น ก่อนจะหันไปจัดการกับคนร้ายที่นั่งคอตกรออยู่เหมือนรู้ชะตากรรม