หลังจากเมธัสได้ใช้ สายใยพฤกษา ครั้งแรกกับต้นไม้แห่งชีวิตไปแล้ว เมธัสได้เดินลึกเข้าไปอีก และคิดเกี่ยวกับพืชชนิดต่อไปในการใช้ สายใยพฤกษา
"ตอนนี้เรามี ความสามารถในการรักษาแล้ว ส่วนต้นไม้ที่เราสร้างได้ในตอนแรกก็คงใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้มาก ถึงแม้จะผ่านการพัฒนามาแล้วก็เถอะ อย่างมากก็ได้แค่พันธนาการศัตรูหรือทำให้เกิดความปั่นป่วนเท่านั้นนี่สิ เนื่องจากหญ้าที่พัฒนามาเป็ต้นไม้นั้นขาดความแข็งแกร่งเพราะว่าต้นกำเนิดของมันก่อนพัฒนาก็คือต้นหญ้า...เอาเถอะช่างมันก่อน ละกัน" เมธัสเดินไปคิดไป
เมธัสได้เดินลึกเข้าไปในป่าแต่ก็ไม่พบพืชชนิดใดที่เขา้าจนกระทั่งเริ่มจะมืด...
"เริ่มจะมืดแล้วสิคงต้องรีบออกจากป่าก่อนล่ะนะ ช่วยไม่ได้...งั้นเรากลับบ้านก่อน ละกัน" เมธัสกล่าวด้วยและแสดงท่าทางที่ผิดหวัง
ที่ประตูเมืองด้านทิศเหนือ
"รายงานครับ ท่านพันเอกรูจย์ เราตรวจพบฝูงมอนสเตอร์เสือทมิฬขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ครับ คาดว่าจ่าฝูงจะเป็เสือทมิฬเขาแดงครับ"เสียงทหารนายหนึ่งพูดกับผู้บัญชาอย่างฉะฉาน
พันเอกรูจย์ เป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองทีออน เขามีรูปร่างสูงตัวใหญ่กำยำ มีผมสีแดงเข้ม ผิวสีแทน และ เขามีพลังแห่งต้นกำเนิดคือเพลิงสีชาด
"ดูเหมือนจ่าฝูงจะอยู่ในระดับ ปรมาจารย์ ขั้นต่ำ สินะ ส่วนพวกที่เหลือก็ ระดับ ชำนาญ ขั้นต่ำ เอาล่ะ ได้เวลาออกล่าสักที" พันเอกรูจย์ พูดด้วยความตื่นเต้นและกอดอกพร้อมแสยะยิ้มเล็กน้อย
"เรียกรวมพล!!! แล้วประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนรู้ และห้ามออกจากที่พัก สั่งเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนในเมืองนี้ให้ตื่นตัวและประจำตามจุดให้ทั่วเมืองซะ เร็วเข้า!!!"พันเอกรูจย์สั่งด้วยวาจาที่เปี่ยมไปด้วยพลัง
"ฉันอยู่ในระดับ ปรมาจารย์ขั้นสูงสุด และพลังแห่งต้นกำเนิดของฉันอยู่ในระดับ B ฉันรับมือกับเ้าจ่าฝูงนั้นได้สบายอยู่แล้วแต่จำนวนมันมากขนาดนี้เกรงว่าคงต้านไว้ไม่ให้มันเ้าเมืองได้ไม่หมดทุกตัวคงต้องขอแรงเหล่าทหารกล้าทั้งหลายช่วยกันรบกับมอนสเตอร์ที่น่ารังเกียจพวกนี้แล้วล่ะ!"พันเอกรูจย์ คิดในใจด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
10 นาที ต่อมา ฝูงมอนสเตอร์ได้เข้ามาใกล้เมืองทีออน ห่างจากประตูเมืองเพียง 100 เมตร และในขณะเดียวกันนั้น เมธัสที่พึ่งออกมาจากป่าก็ได้ยินเสียงประกาศเตือน ทันทีที่เมธัสได้ยิน เมธัสรีบวิ่งกลับไปที่บ้านทันที และในใจเมธัสนึกถึงพ่อของเขาตลอดเวลา
"โจมตี!!!! "พันเอกรูจย์สั่งทหารทั้งหมด และเขาก็ได้กระโจนขึ้นไปบนฟ้า
หลังจากเมธัสได้ใช้ สายใยพฤกษา ครั้งแรกกับต้นไม้แห่งชีวิตไปแล้ว เมธัสได้เดินลึกเข้าไปอีก และคิดเกี่ยวกับพืชชนิดต่อไปในการใช้ สายใยพฤกษา
"ตอนนี้เรามี ความสามารถในการรักษาแล้ว ส่วนต้นไม้ที่เราสร้างได้ในตอนแรกก็คงใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้มาก ถึงแม้จะผ่านการพัฒนามาแล้วก็เถอะ อย่างมากก็ได้แค่พันธนาการศัตรูหรือทำให้เกิดความปั่นป่วนเท่านั้นนี่สิ เนื่องจากหญ้าที่พัฒนามาเป็ต้นไม้นั้นขาดความแข็งแกร่งเพราะว่าต้นกำเนิดของมันก่อนพัฒนาก็คือต้นหญ้า...เอาเถอะช่างมันก่อน ละกัน" เมธัสเดินไปคิดไป
เมธัสได้เดินลึกเข้าไปในป่าแต่ก็ไม่พบพืชชนิดใดที่เขา้าจนกระทั่งเริ่มจะมืด...
"เริ่มจะมืดแล้วสิคงต้องรีบออกจากป่าก่อนล่ะนะ ช่วยไม่ได้...งั้นเรากลับบ้านก่อน ละกัน" เมธัสกล่าวด้วยและแสดงท่าทางที่ผิดหวัง
ที่ประตูเมืองด้านทิศเหนือ
"รายงานครับ ท่านพันเอกรูจย์ เราตรวจพบฝูงมอนสเตอร์เสือทมิฬขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ครับ คาดว่าจ่าฝูงจะเป็เสือทมิฬเขาแดงครับ"เสียงทหารนายหนึ่งพูดกับผู้บัญชาอย่างฉะฉาน
พันเอกรูจย์ เป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองทีออน เขามีรูปร่างสูงตัวใหญ่กำยำ มีผมสีแดงเข้ม ผิวสีแทน และ เขามีพลังแห่งต้นกำเนิดคือเพลิงสีชาด
"ดูเหมือนจ่าฝูงจะอยู่ในระดับ ปรมาจารย์ ขั้นต่ำ สินะ ส่วนพวกที่เหลือก็ ระดับ ชำนาญ ขั้นต่ำ เอาล่ะ ได้เวลาออกล่าสักที" พันเอกรูจย์ พูดด้วยความตื่นเต้นและกอดอกพร้อมแสยะยิ้มเล็กน้อย
"เรียกรวมพล!!! แล้วประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนรู้ และห้ามออกจากที่พัก สั่งเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนในเมืองนี้ให้ตื่นตัวและประจำตามจุดให้ทั่วเมืองซะ เร็วเข้า!!!"พันเอกรูจย์สั่งด้วยวาจาที่เปี่ยมไปด้วยพลัง
"ฉันอยู่ในระดับ ปรมาจารย์ขั้นสูงสุด และพลังแห่งต้นกำเนิดของฉันอยู่ในระดับ B ฉันรับมือกับเ้าจ่าฝูงนั้นได้สบายอยู่แล้วแต่จำนวนมันมากขนาดนี้เกรงว่าคงต้านไว้ไม่ให้มันเ้าเมืองได้ไม่หมดทุกตัวคงต้องขอแรงเหล่าทหารกล้าทั้งหลายช่วยกันรบกับมอนสเตอร์ที่น่ารังเกียจพวกนี้แล้วล่ะ!"พันเอกรูจย์ คิดในใจด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
10 นาที ต่อมา ฝูงมอนสเตอร์ได้เข้ามาใกล้เมืองทีออน ห่างจากประตูเมืองเพียง 100 เมตร และในขณะเดียวกันนั้น เมธัสที่พึ่งออกมาจากป่าก็ได้ยินเสียงประกาศเตือน ทันทีที่เมธัสได้ยิน เมธัสรีบวิ่งกลับไปที่บ้านทันที และในใจเมธัสนึกถึงพ่อของเขาตลอดเวลา
"โจมตี!!!! "พันเอกรูจย์สั่งทหารทั้งหมด และเขาก็ได้กระโจนขึ้นไปบนฟ้า
ปึก!
พร้อมทั้งสีหน้ายิ้มแย้มตื่นเต้น "นานมากแล้วนะที่ฉันไม่ได้ต่อสู้น่ะ!!" พันเอกรูจย์กล่าวอย่างตื่นเต้น
และเขาได้ดิ่งลงมาตรงกับตำแหน่งของจ่าฝูงเสือทมิฬเขาแดง
บึม!!
พร้อมทั้งจับมันเหวี่ยงออกไป 100 เมตร และพุ่งไปด้วยความเร็วสูง
ฟิ่ว!!
เขาต่อยไปที่ลำตัวของเสือทมิฬเขาแดง พร้อมทั้งปลดปล่อยพลังแห่งต้นกำเนิดเพลิงสีชาด อย่างรุนแรง
มีเปลวไฟสีชาดออกจากมัดของเขาและะเิออกสูงกว่า 50 เมตร
บึม!!!!!
เสือทมิฬเขาแดงกระเด็นออกไป 300 เมตร
เหล่าทหารรู้สึกทึ่งและตะลึงกับเหตุการณ์ที่พวกเขาเห็นพลังของระดับ ปรมาจารย์สูงสุด ส่วนมากทหารทั่วไปจะอยู่ในระดับ ชำนาญ ขั้นกลาง-สูงสุด เท่านั้น พวกเขาจึงตกตะลึงกับพลังของพันเอกรูจย์ ซึ่งเป็คนแข็งแกร่งมาก เขามีทั้งความเร็วที่น่าเหลือเชื่อและพลังทำลายของมัดเขาก็น่าทึ่งมาก สมกับที่เป็พันเอกจริงๆ ในกองทัพสมัยที่เขายังไม่มาประจำการที่เมืองนี้ เขาเคยถูกคนในกองทัพเรียกว่า ปีศาจสีชาด ว่ากันว่าเขาพุ่งเข้าไปในฝูง หมาป่าสองเศียร กว่า 10 ตัว ที่อยู่ในระดับ บรรลุ ขั้นกลาง และสู้กับพวกมันด้วยตัวคนเดียว ในตอนนั้นเขาพึ่งก้าวเข้าสู่ระดับ บรรลุ ขั้นสูง เท่านั้น ด้วยความสามารถเพลิงสีชาดของเขาซึ่งอยู่ระดับ B มันทรงพลังมากในเื่การทำลายล้างการเผาไหม้ ความร้อนของเพลิงสีชาดมีอุณหภูมิมากถึง 1000 °c แต่เสือทมิฬเขาแดงก็มีพลังป้องกันสูงมากเหมือนกันมันโดนต่อยด้วยหมัดที่หุ้มด้วยเพลิงสีชาดเข้าไปยังไม่ถึงตาย
โฮก!
เสือทมิฬเขาแดงคำราม
เสือทมิฬเขาแดงได้ใช้พลังแห่งต้นกำเนิดของมันทันใดนั้นมันได้ใช้ทักษะขั้นสูงสุดของมัน มีร่างสีดำที่มีรูปลักษณ์เหมือนกับตัวมันแยกออกมาจากตัวมันสองร่าง และพุ่งเข้าไปหาพันเอกรูจย์
ฟิว!
ฟิว!
ฟิว!
"อะไรน่ะ! นี่คือความสามารถของมันเหรอ เงาสินะ"
พันเอกรูจย์พูดและแสดงสีหน้าท่าทางใ
พันเอกรูจย์ ได้เข้าปะทะกับทั้งสามตัวรวมกับร่างแยกเงาของมันแล้ว ซึ่งไม่ง่ายเลยที่จะสู้กับระดับปรมาจารย์สามตัวนี้พร้อมกันแม้ทั้งสามจะเป็ปรมาจารย์ขั้นต่ำก็ตาม
เสียงการปะทะกันดังกึกก้อง
ในขณะเดียวกันนั้นก็มีเหล่าทหารก็ต่อสู้กับฝูงของเสือทมิฬแต่ด้วยจำนวนของมันที่มากกว่าเหล่าทหารทำให้มีบางส่วนทำลายประตูเมืองแล้วหลุดเข้าไปได้แต่เหล่าผู้รักษาความปลอดภัยก็เข้าต่อสู้กับพวกมันตามจุดต่างๆ หนึ่งในนั้นก็คือพ่อของเมธัสนั่นเอง คิมได้ใช้พลังต้นกำเนิดแห่งน้ำของเขาในการต่อสู้ เขาอยู่ในระดับ ชำนาญ ขั้นต่ำ ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ในระดับเดียวกันกับเสือทมิฬ แต่ก็ยังมีความต่างของระดับพลังแห่งต้นกำเนิด คิมมีพลังต้นกำเนิดเพียงระดับ D เท่านั้น แต่เสือทมิฬมีระดับพลังต้นกำเนิดระดับ C ด้วยความต่างนี้ทำให้เขาสู้อย่างยากลำบาก คิมได้ใช้พลังแห่งต้นกำเนิดน้ำของเขาสร้างดาบและโล่วารีขึ้นมา เสือทมิฬก็ได้เริ่มใช้พลังแห่งต้นกำเนิดเงาของมันเช่นกัน มันใช้ทักษะเงาจู่โจม มีเงาแหลมพุ่งขึ้นมาจากใต้เท้ามันแล้วพุ่งไปทางคิมด้วยความเร็วสูง
ฟิ่ว! ฟิ่ว! ฟิ่ว!
ฟิ่ว! ฟิ่ว!
คิมได้ป้องกันด้วยโล่วารีและหลบอย่างยากลำบาก
เสียงปะทะกันระหว่างโล่กับเงาแหลมดังกึกก้อง
เขาได้เปลี่ยนจากดาบวารี เป็ะุวารีแทน และยิงออกไป
ซูม!
เสียงะุน้ำยิงออกไป
เสือทมิฬหลบเข้าไปในเงา
ฟึบ!
คิมใและพยายามมองหาว่าเสือทมิฬอยู่ที่ไหน
ในเวลานั้นเมธัสได้มาถึงพอดีและเห็นพ่อของเขากำลังอยู่ในการต่อสู้และมองหาอะไรบางอย่าง เมธัสได้ะโเรียกพ่อ
"พ่อครับ! "
"เมธัสอย่าเข้ามานะลูก ออกไปเดี๋ยวนี้เลย" คิมหันไปตะคอกเสียงดัง
ทันใดนั้นเสือทมิฬโผล่ออกมาจากเงาของเมธัส
"เมธัส ระวังข้างหลัง!!" คิมะโบอกลูก
คิมได้ตัดสินใจทันที เขาพุ่งออกไปด้วยแรงทั้งหมดของเขา
ฟิ่ว!!
และเขาผลักเมธัสออกไปพ้นระยะของเสือทมิฬ
เสือทมิฬได้ใช้กงเล็บของมันตะปบเข้าที่กลางลำตัวของคิม
ขวับ!
"อ๊าาา!" เสียงคิมร้องด้วยความเ็ป
เืพุ่งออกมาจากาแคิม
"พ่อครับ!!" เมธัสะโด้วยความกลัวและใ