บรรยากาศภายในมิติลึกลับนั้นเงียบสงัดและเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของพลังงานที่ไหลเวียนอยู่อย่างเบาบาง เวก้า ผู้นำทางตัวน้อยก้าวเดินนำหญิงสาวลึกเข้าไปในตัวบ้านที่ดูเหมือนจะกว้างขวางเกินกว่าภายนอกจะจินตนาการได้ พวกเขาเดินผ่านโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี ตู้หนังสือที่อัดแน่นไปด้วยความรู้ และเตียงนอนที่ดูหนุ่มนุ่ม จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูลึกลับบานหนึ่ง
บานประตูนั้นสีดำสนิท ราวกับมันสามารถดูดกลืนแสงสว่างรอบข้างเข้าไปได้ เมื่อผลักเปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือห้องโถงยาวที่มีตู้เหล็กสีดำขนาดใหญ่เรียงรายอยู่สองฟากฝั่งอย่างเป็ระเบียบประดุจกองทหารที่ยืนเฝ้ายาม
“ตู้ด้านซ้ายใช้สำหรับเก็บอาวุธ ส่วนตู้ด้านขวาคือชุดป้องกันขอรับ เ้านายสามารถเปิดสำรวจได้ตามอัธยาศัย” เสียงเล็ก ๆ ของเวก้าเอ่ยแนะนำด้วยความนอบน้อม
หนิงหลงขยับกายเข้าไปใกล้ฝั่งซ้ายเป็อันดับแรก หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น มือบางยื่นไปเปิดบานตู้เหล็กออกเบา ๆ ภายในนั้นอาวุธทั้ง 7 ชนิดวางสงบนิ่งอยู่บนแท่นกำมะหยี่สีแดงสด ประกอบไปด้วย ปืนพก, มีดสั้น, ดาบซามูไร, ขวาน, ธนู, แส้หนัง และหอก ทว่าสิ่งที่น่าแปลกใจคืออาวุธแต่ละประเภทกลับมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
เธอกวาดสายตามองก่อนจะหยิบปืนพกขึ้นมาพิจารณา ตัวปืนมีสีดำด้าน ผิวััเย็นเฉียบและมีน้ำหนักที่สมดุลอย่างประหลาด ราวกับมันถูกสร้างมาเพื่อสรีระของเธอโดยเฉพาะ
“มีปืนด้วย... แต่ทำไมฉันถึงไม่เห็นซองะุเลยล่ะเวก้า? หรือว่าต้องหาเสบียงจากโลกภายนอกมาเติมเอง?” เธอเอ่ยถามพร้อมกับลองเล็งปืนไปที่ความว่างเปล่า
“ปืนพกกระบอกนี้พิเศษกว่าอาวุธทั่วไปขอรับ มันไม่จำเป็ต้องพึ่งพาลูกะุที่เป็วัตถุ แต่มันจะดึงเอา 'พลังงาน' จากตัวผู้ยิงมาควบแน่นเป็ะุแสงแทน หากเ้านายเหนื่อยล้าจนพลังหมด ปืนกระบอกนี้ก็จะเป็เพียงเหล็กเปล่า ๆ ชิ้นหนึ่งเท่านั้น”
หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจ พลางวางปืนลงแล้วหันไปมองธนูที่ขึงสายไว้อย่างตึงเปรี๊ยะ “แล้วธนูนี่ล่ะ? ฉันเห็นมีลูกธนูวางอยู่แค่เก้าดอกเองนะ ถ้าใช้หมดในการรบครั้งเดียวจะไม่แย่เหรอ?”
“สำหรับธนูนั้นล้ำลึกยิ่งกว่าขอรับ เมื่อใดที่ลูกธนูถูกยิงออกไปจนถึงเป้าหมายหรือสิ้นแรงส่ง มันจะสลายตัวเป็ละอองแสงและกลับมาปรากฏในซองใส่ทันที เ้านายไม่มีวันขาดแคลนอาวุธในระหว่างศึกแน่นอน”
“วิเศษไปเลย...” หนิงหลงพึมพำด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่ใบหน้าของคนในครอบครัวจะผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง “เวก้า ฉันสามารถมอบอาวุธพวกนี้ให้คนอื่นได้ไหม? ฉันอยากให้คุณพ่อกับเฟยหลงมีไว้ป้องกันตัวในโลกที่อันตรายแบบนั้น”
“ทำได้ขอรับ แต่ต้องผ่านกระบวนการ ‘พันธสัญญาโลหิต’ เสียก่อน โดยการหยดเืของเ้านายและเืของเ้าของใหม่ลงบนอาวุธพร้อมกัน เพื่อให้อาวุธจดจำและยอมรับนายคนใหม่ เมื่อทำสัญญาเสร็จสิ้น คุณสมบัติพิเศษทุกอย่างจะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”
“ดีมาก! งั้นฉันค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะเลือกชิ้นไหนให้พวกเขา หรือจะพาพวกเขาเข้ามาเลือกเองดีนะ...” เธอสำรวจอาวุธที่เหลืออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้ว “แต่ว่า... อาวุธมีเท่านี้เองเหรอ?”
เวก้าก้มหัวลงเล็กน้อยคล้ายจะขออภัย “ในระดับปัจจุบันมีเพียงเท่านี้ขอรับ ต้องรอจนกว่ากระผมจะได้รับพลังงานเพียงพอเพื่ออัปเกรดมิติ อาวุธระดับสูงและหลากหลายกว่านี้ถึงจะปรากฏออกมาให้เห็น”
“สรุปคือมิตินี้สามารถเติบโตไปพร้อมกับฉันสินะ” หญิงสาวยิ้มบาง ๆ ความกังวลในใจเื่การรับมือกับภัยพิบัติเริ่มเบาบางลงบ้าง แม้จะยังไม่ได้ทดลองใช้จริง แต่เธอก็ััได้ว่าอาวุธเหล่านี้ไม่ใช่ของธรรมดา มันคือศาสตราที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีปัจจุบันไปไกล
อาภรณ์แห่งอนาคต
เมื่อสำรวจคลังอาวุธจนพอใจแล้ว หนิงหลงจึงหันไปหาตู้ทางฝั่งขวาด้วยดวงตาที่เป็ประกาย “เอาล่ะ เวก้า ขอดูชุดป้องกันหน่อยสิ”
บานตู้ฝั่งขวาถูกเปิดออก ทว่าสิ่งที่อยู่ภายในกลับทำให้หญิงสาวต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความงงงวย เพราะแทนที่จะเป็เกราะเหล็กหนาเตอะหรือเสื้อกันะุหนัก ๆ มันกลับเป็เพียงชุดบอดี้สูทแขนยาวสีดำสนิท เรียบง่ายจนดูเหมือนชุดออกกำลังกายทั่วไป
“ชุดนี้เหรอ? มันดูบางมากเลยนะเวก้า มันจะกันอะไรได้จริง ๆ เหรอเนี่ย?”
“อย่าได้ประเมินค่าอาภรณ์มิติต่ำไปเชียวขอรับ” เวก้าอธิบายด้วยน้ำเสียงภูมิใจ “เมื่อเ้านายสวมใส่ ชุดนี้จะหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับร่างกาย และสามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้เป็ชุดอะไรก็ได้ตามใจนึก มันมีคุณสมบัติในการป้องกันของมีคม รอยขีดข่วนจากเล็บสัตว์ร้าย และช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ที่สำคัญที่สุด... มันมีระบบรักษาความสะอาดและซ่อมแซมตัวเองโดยอัตโนมัติขอรับ”
“นี่มันยิ่งกว่าชุดในฝันเสียอีก! แล้วถ้าถูกซอมบี้กัดล่ะ มันจะป้องกันเชื้อได้ไหม?”
“สำหรับซอมบี้ระดับทั่วไป ฟันของพวกมันไม่มีทางผ่านผิวััของชุดนี้ได้แน่นอนขอรับ แต่หากเจอกับระดับกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งกว่า ชุดในระดับปัจจุบันอาจจะรับภาระหนักเกินไป ซึ่งเ้านายต้องอัปเกรดพลังของมิติเพื่อเพิ่มความทนทานของชุดในภายหลัง”
หญิงสาวลูบไล้เนื้อผ้าที่เนียนละเอียดแต่ให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างบอกไม่ถูก เมื่ออุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม สิ่งถัดไปที่เธอ้าคือ 'ทักษะ' ในการใช้มัน
“เวก้า มีที่ให้ฉันฝึกซ้อมไหม? ฉันไม่อยากเป็แค่คนที่มีอาวุธดีแต่ใช้ไม่เป็”
“มีขอรับ ประตูสีขาวถัดจากตู้เก็บอาวุธคือ ‘ห้องฝึกซ้อมตามใจนึก’ เมื่อเ้านายก้าวเข้าไปพร้อมอาวุธในมือ ระบบจะจำลองสภาพแวดล้อมและคู่ซ้อมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกฝนอาวุธชนิดนั้นให้ทันที”
“ดีมาก! ฉันขอเลือกแส้หนังแล้วกัน เพราะฉันเพิ่งศึกษาทฤษฎีจากหนังสือ ‘วิถีแห่งแส้’ มาพอดี” หญิงสาวหยิบแส้หนังสีดำขลับยาวประมาณ 5 ฟุตขึ้นมา ปลายแส้แหลมคมสะท้อนแสงวับดูน่าเกรงขาม
“รับทราบขอรับ... ถ้าเช่นนั้นกระผมขอตัวไปพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังงานก่อนนะขอรับ” เสียงของเวก้าดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ร่างเล็ก ๆ จะเลือนหายไป
การเริงระบำในห้องแห่งการฝึกตน
หนิงหลงสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะผลักประตูสีขาวบานใหญ่เข้าไป ทันทีที่เท้าััพื้นห้อง พื้นที่อันไร้ขอบเขตก็ขยายตัวออกเป็ห้องโถงกว้างขวางประมาณ 100 ตารางเมตร ผนังห้องสีขาวสะอาดตาดูเย็นเยียบ
พรึ่บ! พรึ่บ!
จู่ ๆ อากาศธาตุก็ควบแน่นกลายเป็ร่างสีดำทะมึน หุ่นไล่กาหน้าตาประหลาดที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์สูง 6 ฟุต จำนวน 5 ตัว ปรากฏตัวขึ้นโอบล้อมเธอไว้ บนผนังมีตัวเลข ‘5’ สีเขียวมรกตสว่างวาบเพื่อบ่งบอกจำนวนเป้าหมาย
พรึ่บ!
พวกมันขยับกายเข้าหาเธอด้วยท่วงท่าที่ไร้ิญญาแต่รวดเร็ว หญิงสาวกระชับด้ามแส้ในมือขวาแน่น เหงื่อเย็น ๆ เริ่มซึมที่ฝ่ามือ เธอรวบรวมสมาธิแล้วสะบัดข้อมือออกไปสุดแรง
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
เสียงแส้ฉีกอากาศดังสนั่น แต่ทว่าหุ่นสีดำกลับเบี่ยงตัวหลบได้อย่างแคล่วคล่องอย่างไม่น่าเชื่อ “หึ... ไม่หมูอย่างที่คิดสินะ ต้องเร่งความเร็วมากกว่านี้!”
หนิงหลงหลับตาลงเสี้ยววินาที นึกถึงภาพการเคลื่อนไหวในหนังสือที่เคยอ่าน รวบรวมพลังไปที่ข้อมือแล้วเริ่มวาดแส้อีกครั้ง คราวนี้แส้ในมือไม่ได้เป็เพียงเส้นหนัง แต่มันกลายเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายเธอ
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
ปลายแส้ตวัดม้วนเข้าที่ลำคอของหุ่นตัวหนึ่งอย่างแม่นยำ ก่อนที่เธอจะสะบัดกระชากเพียงครั้งเดียว ศีรษะของหุ่นสีดำก็หลุดกระเด็นและสลายไปเป็ผุยผง ตัวเลขบนผนังลดลงเหลือ 4 เธอไม่รอช้า พลิ้วกายหลบการจู่โจมแล้วฟาดฟันแส้ออกไปดั่งพายุหมุน จนหุ่นที่เหลือแหลกสลายไปในพริบตา
“ง่ายไปหรือเปล่านะ?” เธอพึมพำกับตัวเอง ทว่ายังไม่ทันขาดคำ...
พรึ่บ! พรึ่บ!
คราวนี้หุ่นสีดำ 10 ตัวพุ่งออกมาจากเงามืดรอบทิศทาง ความเร็วของพวกมันเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโจนเกือบเท่าความเร็วแสง
“มาเลย! มาลองดูว่าใครจะไวกว่ากัน!”
หนิงหลงรีบวาดแส้เหนือศีรษะเป็วงกลม สร้างกำแพงลมหวีดหวิวป้องกันตัว ก่อนจะตวัดข้อมือส่งปลายแส้พุ่งออกไปดั่งงูจงอางฉกเหยื่อ ปลายแส้ที่คมกริบเจาะทะลวงหน้าอกหุ่นตัวหน้าสุดจนเป็รูโหว่ เมื่อเธอกระชากกลับ ร่างของมันก็ฉีกขาดตามแรงดึงทันที
หุ่นอีกสามตัวอาศัยจังหวะล้อมกรอบเข้ามาจากด้านหลัง หญิงสาวไม่ได้หันไปมอง แต่หูของเธอสดับรับฟังเสียงฝีเท้าที่กระทบพื้น เธอพับกายย่อตัวต่ำลงจนเกือบติดพื้น แล้วตวัดแส้เลียดไปกับพื้นดินเป็รูปครึ่งวงกลมกว้าง
ฟึ่บ! เพี๊ยะ!
แส้หนังยาว 5 ฟุตม้วนพันข้อเท้าของพวกมันทั้งสามอย่างแ่า เธอออกแรงกระตุกเพียงครั้งเดียว ร่างสีดำเ่าั้ก็เสียหลักล้มคะมำ เธอไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ตั้งตัว สะบัดแส้ซ้ำกลางอากาศจนปลายแส้แยกออกเป็เงาหลายสาย ฟาดลงบนร่างที่ล้มอยู่จนแตกสลายไป
ตัวเลขบนผนังดีดกลับมาเป็ 10 ก่อนจะเพิ่มเป็ 20... 40... และ 80! “อย่าบอกนะว่ามันจะเพิ่มขึ้นทีละเท่าตัวน่ะ!”
ถึงปากจะบ่น แต่ดวงตาของเธอกลับวาวโรจน์ด้วยความสนุก เธอเริ่มใช้ท่า ‘แส้ทลายทัพ’ ก้าวย่างไปข้างหน้าด้วยท่วงท่าที่พริ้วไหวประดุจการร่ายรำอยู่กลางกองเพลิง ทุกการขยับแขน แส้สีดำจะทำงานเหมือนมีจิติญญาเป็ของตัวเอง มันคอยปัดป้องสิ่งแปลกปลอมและสวนกลับด้วยความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็การรัดคอแล้วเหวี่ยงไปกระแทกกันเอง หรือการฟาดตรงเพื่อผ่าร่างศัตรูออกเป็สองซีก
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
เสียงกระทบดั่งฟ้าร้องต่อเนื่องไม่ขาดสาย หยาดเหงื่อโซมกายและซึมตามไรผม แต่ความเหนื่อยล้ากลับพ่ายแพ้ต่อความตื่นเต้นที่พุ่งสูงขึ้น ทุกวิชาที่อยู่ในตำราถูกหลอมรวมเข้ากับสัญชาตญาณการเอาตัวรอด จากสิบเป็ร้อย... จากร้อยเป็พัน...
ในที่สุด เมื่อหุ่นตัวที่ 3,000 ล้มลงและกลายเป็ฝุ่นผง หญิงสาวก็ทรุดตัวลงหอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความล้าแต่ในใจกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“พอ... พักก่อนดีกว่า...”
ทันทีที่สิ้นความคิดนั้น หุ่นระลอกใหม่ก็หยุดชะงักและไม่ปรากฏออกมาอีก สมกับชื่อห้องฝึกซ้อมตามใจนึกจริง ๆ เธอพักสงบสติอารมณ์อยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเดินออกจากมิติกลับสู่โลกความเป็จริง
เมื่อก้าวออกมาในห้องนอน หญิงสาวก็ต้องขยี้ตาด้วยความใ เมื่อพบว่านาฬิกาบนหัวเตียงบอกเวลาว่าผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น เธอเข้าไปตอนสองทุ่มเศษ ๆ และตอนนี้ยังไม่ถึงสามทุ่มเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ความรู้สึกข้างในนั้นเหมือนเธอฝึกฝนมานานหลายชั่วโมง
“เวลาในมิติเดินช้ากว่าข้างนอกสินะ... ช่างเป็พรจาก์จริง ๆ”
หนิงหลงยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก ความเพลียเริ่มเข้าจู่โจมจนเปลือกตาหนักอึ้ง หญิงสาวล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้างด้วยความอ่อนแรง แต่ในใจกลับเฝ้ารอให้ถึงเช้าวันใหม่เพื่อที่จะกลับไปฝึกฝนต่อให้เก่งกาจยิ่งกว่าเดิม
...........................