[ห้องเตชิน]
เตชินพยายามยันกายที่อ่อนแรงลุกขึ้น ก่อนที่เขาจะโผเข้ากอดแม่ของตัวเองและร้องไห้ด้วยความดีใจ ซึ่งไม่ต่างจากคุณหญิงมาลีเลย เพราะคุณหญิงเองก็โอบกอดลูกชายของตัวเองด้วยความรักใคร่เอ็นดู พร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบหัวทุยของลูกชายแผ่วเบา
"เหนื่อยไหมลูก?"
คุณหญิงมาลีเอ่ยถามเตชินเสียงสั่นเครือ ก่อนจะยกมือขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาให้กับเตชินอย่างอ่อนโยน
"แค่ผมตื่นขึ้นมาแล้วเจอแม่ ผมก็ไม่รู้สึกเหนื่อยแล้วครับ"
เตชินซบหน้าของเขาลงบนไหล่ของแม่อย่างออดอ้อนไม่ต่างจากตอนเด็ก ๆ เลยแม้แต่น้อย
"ถ้าแม่อยู่บ้านแม่จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับลูกของแม่เด็ดขาดเลย"
คุณหญิงมาลีบอกเตชินทั้งน้ำตา ก่อนจะดันไหล่ของเตชินออกห่างอยู่ในระดับสายตา แล้วคุณหญิงก็บอกเตชินเบา ๆ ว่า
"แม่รักลูกนะ"
"ผมก็รักแม่นะครับ"
คุณหญิงมาลีและเตชินโผเข้ากอดกันอีกครั้งอย่างแนบแน่น ก่อนที่คุณหญิงมาลีจะยกมือที่เริ่มเหี่ยวย่นเพราะความชราตามอายุขัยขึ้นมาลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนขึ้นลงเบา ๆ และไล้ฝ่ามือลงมาจนถึงแก้ม พร้อมกับบรรจงซับเช็ดคราบน้ำตาให้กับเตชินอีกครั้ง และทุก ๆ ครั้งที่น้ำตาของเตชินริมไหล
“แม่คือผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักมากที่สุดในโลกนะครับ เพราะแม่คืนคนเดียวที่เอ็นดูผมเสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ไม่ว่าผมจะโตขึ้นเท่าไหร่ และถึงแม้ว่าผมจะเป็นลูกที่ไม่เอาไหน แต่แม่ก็ยังคงเป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างผม คอยซับน้ำตาให้ผมเสมอ”
"ชินผอมลงมากนะลูก วัน ๆ ได้ทานอะไรบ้างไหม หืม...? "
แม่ของเตชินก็ถามเตชินด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใย ในขณะที่มือที่เหี่ยวย่นยังคงคอยซับคราบน้ำตาให้กับเตชินอย่างไม่หยุดหย่อน
"พักนี้ผมไม่ค่อยหิวครับ ก็เลยทานบ้าง ไม่ทานบ้างครับ"
"หิวหรือไม่หิวก็ต้องทานนะลูก อย่าทำให้แม่เป็นห่วงสิ ตอนนี้ลูกแม่โตเป็นหนุ่มแล้วนะ ลูกต้องรู้จักดูแลตัวเองให้มาก ๆ รู้ไหม?"
"ครับแม่"
เตชินรับปากคุณหญิงแม่เสียงอู้อี้ พร้อมกับซบหน้าลงบนอกของแม่เพื่อปิดซ่อนคราบน้ำตาที่กำลังไหลเอ่อออกมาอีกครั้ง ทว่า...ถึงที่สุดแล้วเตชินก็ปล่อยให้น้ำคราบน้ำตาแห่งความเจ็บปวดเสียใจมันรินไหลผ่านดวงตาออกมาอย่างคุ้นเคย เพราะเตชินผ่านการร้องไห้มาบ่อยจนมันกลายเป็นเรื่องชินชาไปแล้ว
ฮึก ฮึก ฮึก
"คิดถึงนิวมากใช่ไหมลูก?"
คุณหญิงมาลีถามเอ่ยถามเตชิน พร้อมกับโอบกอดเตชินไว้อย่างแนบแน่นจนจมมิดอกของตัวเองอย่างรักใคร่
"ผมคิดถึงนิวมากครับ แต่เขาคงเกลียดผมแล้วล่ะครับ"
เตชินตอบคุณหญิงมาลีออกมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้และขาดห้วง
"ถ้านิวเขารักลูกของแม่จริง แม่เชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องกลับมาหาลูกจ๊ะ"
"ผมไม่แน่ใจว่านิวจะยังรักผมอยู่ไหม? แต่ผมจะรอนิวต่อไปครับ"
คุณหญิงมาลีกอดกระชับลูกชายแน่นเพื่อส่งผ่านความรักความอบอุ่นผ่านอ้อมกอดนี้ไป และในขณะที่แม่ลูกกำลังกอดกันร้องไห้อยู่นั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นติดต่อกันสองสามครั้ง
น๊อค น๊อค น๊อค
เตชินและคุญหญิงมาลีค่อย ๆ ผละออกจากอ้อมกอดของกันและกัน ก่อนที่เตชินเงยหน้าขึ้น และหันไปยังประตูที่เป็นต้นตอของเสียง แล้วเตชินก็เห็นนายเดินเข้ามาภายในห้องของเตชินด้วยสีหน้ากังวล
“เตชิน? นาย…นายเป็นไงบ้างอ่ะ?”
นายเดินเข้ามาหาเตชินจนประชิดเตียง พร้อมกับกวาดสายตามองสำรวจตามร่างกายของเตชินตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยสายตาห่วงใย
“พี่นาย”
เตชินอุทานเรียกนายออกมาด้วยความตกใจ เพราะเตชินไม่คิดว่านายจะมาเยี่ยมตัวเอง แต่นายก็ละสายตาจากเตชินไปหาคุณหญิงมาลี เมื่อนายนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้ทักทายคุณหญิงแม่ของเตชินเลย
“สวัสดีครับคุณหญิง”
นายยกมือไหว้คุณหญิงอย่างนอบน้อม พร้อมกับก้มหัวให้ด้วยท่าทางอ่อนโยน ซึ่งคุณหญิงเองก็รีบรับไหว้นายทันที
“สวัสดีจ๊ะนาย”
คุณหญิงส่งยิ้มให้กับนายด้วยมิตรไมตรีเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะบอกนายให้นายทำตัวตามสบาย และคุยกับเตชินตามอัธยาศัย
“งั้นลูกสองคนคุยกันตามสบายเลยนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่จะไปคุยธุระกับพ่อสักหน่อย”
คุณหญิงอ้างเหตุผลกับทั้งคู่ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างรู้งาน เพราะคุณหญิงอยากให้ลูกชายได้คุยกับนายตามลำพังตามประสาเพื่อนสนิทอยู่แล้ว และพอคล้อยหลังคุณหญิงมาลีแล้ว ทั้งเตชินและนายก็ต่างหันกลับมามองกันนิ่ง ก่อนที่เตชินจะเป็นฝ่ายถามนายก่อน
“พี่นายมาได้ยังไงครับ?”
“พ่อของนายโทรไปบอกพี่ว่านายไม่สบาย พี่ก็เลยรีบหนีงานออกมาหานายนี่แหละ”
เตชินพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ พร้อมกับเอ่ยปากขอบคุณนายที่อุตส่าห์มาเยี่ยมถึงบ้าน จากนั้นเตชินก็เริ่มถามถึงคนที่เขาคิดถึงสุดหัวใจ
“แล้วนิว...ถามถึงผมบ้างไหมครับ?”
เตชินถามนายด้วยน้ำเสียงแผ่วปลาย ก่อนจะก้มหน้าลงบีบมือตัวเองเบา ๆ เพื่อรอลุ้นคำตอบจากนาย และหวังในใจเอาไว้ลึก ๆ ว่านายจะบอกว่านิวเองก็เป็นห่วงเขาเหมือนกัน แต่คำตอบที่ได้นั้นกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เตชินคิด
“นิวเขายังไม่รู้ว่านายป่วย แต่เดี๋ยวอีกสักพักพี่กับพ่อของนายจะออกไปรับนิวมาหานายที่นี่เอง นายไม่ต้องคิดมากเรื่องนิวนะ”
เตชินพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ ก่อนที่เขาจะยิ้มกว้างออกมาอีกครั้งอย่างมีความหวัง แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นเตชินก็ต้องหุบยิ้มลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับถามนายออกไปเสียงเครียด
“แล้วพ่อบอกอะไรพี่นายบ้างครับ?”
“บอกทุกอย่าง”
“แสดงว่าพี่นายก็รู้เรื่องผมแล้วสินะ”
เตชินแค่นยิ้มให้นาย แต่นายกลับรู้สึกเป็นห่วงเตชินมากจนน้ำตารื้อ
“ชิน? นายจะทำยังไงต่อไป? นายจะกลับไปคบกับนิวอีกไหม? แล้วถ้าไม่มีนายนิวจะอยู่ยังไง?”
นายถามเตชินเสียงสั่น และเริ่มเสียอาการจนต้องเอื้อมมือเข้าไปเขย่าไหล่ของเตชินอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ
“พี่นายครับ? ผมขออะไรพี่อย่างได้ไหมครับ?”
เตชินยกมือของเขาขึ้นไปกอบกุมมือของนาย พร้อมกับจ้องมองนายด้วยสายตาขอร้อง ซึ่งนายก็รีบพยักหน้ารัวอย่างไม่อิดออดเลย
“พี่นายช่วยเก็บเรื่องของผมไว้เป็นความลับก่อน และอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับนิวไหมครับ”
นายพยักหน้าแทนคำตอบ และแทนคำมั่นสัญญาว่าเขาจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับตามที่เตชินขอ
“ว่าแต่นายเถอะ ป่วยขนาดนี้ทำไมไม่ยอมบอกพี่ตั้งแต่แรกล่ะ”
นายถามเตชิน พร้อมกับยกนิ้วโป้งขึ้นมาเกลี่ยคราบน้ำตาออกจากหางตาของตัวเอง
“ผม...”
“อืม...ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่เข้าใจนาย”
นายก้มหน้าร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดเสียใจ ก่อนที่เขาจะโผเข้ากอดเตชินอย่างแนบแน่นเหมือนกับกำลังกลัวว่าเตชินจะหายไป แต่พวกเขาก็ต้องผละออกจากกันเมื่อเกิดการขัดจังหวะ
น๊อค น๊อค น๊อค
เสียงเคาะประตูดังรัว ก่อนที่ทินกรจะผลักประตูห้องเข้ามาเบา ๆ พร้อมกับเดินตรงเข้ามาหานายและเตชิน
“คุณชายครับ? รถพร้อมแล้วครับ”
ทินกรบอกนายเสียงเรียบ และนายก็พยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ อย่างเข้าใจ พร้อมกับบอกทินกรว่า
“ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมตามไปนะครับ”
ทินกรพยักหน้าตอบรับ แล้วก็เดินออกจากห้องไปทันทีด้วยท่าทางรีบร้อน หลังจากนั้นนายเองก็ยืดตัวลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางเหมือนกัน
“ชิน? เดี๋ยวฉันจะออกไปรับนิวมาหานายนะ นายเองก็รีบลุกขึ้นมาทานข้าว แล้วก็ทำตัวให้สดใสเข้าไว้ด้วยล่ะ เวลานิวเห็นนาย เขาจะได้ดีใจ”
นายยื่นมือเข้าไปยีผมของเตชินอย่างหยอกล้อตามประสาเพื่อนสนิทต่างพี่ชาย
“พี่ไปรับนิวก่อนนะ”
เตชินพยักหน้าพร้อมกับยิ้มกว้างพร้อมกับยกมือขึ้นโบกไปมาอย่างอารมณ์ดีให้กับนายจนกระทั่งนายเดินพ้นประตูห้องออกไป เมื่อเตชินรู้ว่าอีกไม่นานเขาก็จะได้เจอคนรักของเขาแล้ว...
ส่วนนายก็ออกมาสมทบกับเอกพลและทินกรพร้อมบอดี้การ์ดอีกจำนวนหนึ่งที่หน้าคฤหาสน์ ก่อนที่พวกเขาทั้งหมดจะออกเดินทางโดยรถตู้วีไอพีมุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่พักของนิวจนกระทั่งพวกเขาพวกเขาเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางในช่วงบ่ายคล้อย
หลังจากนั้นเอกพลและนายก็ขึ้นไปตามนิวบนห้องพักที่อยู่ชั้นที่เจ็ดของโรงแรม
[ห้องของนิว]
น๊อค น๊อค น๊อค
นายเคาะประตูห้องพร้อมกับตะโกนเรียกให้นิวเปิดประตูให้
“นิว? พี่นายเอง”
แกร็ก
นิวแง้มประตูห้องออกไป พร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเขาเห็นพี่ชายสุดที่รักมาหาถึงห้องในรอบหลายวัน
“พี่นาย”
นิวโผเข้ากอดพี่ชายทันทีที่เจอ ก่อนที่นิวจะเหลือบไปเห็นเอกพลยืนอยู่ด้านหลังของนาย นิวจึงผละออกจากนายด้วยความตกใจ
“คุณท่าน”
นิวอุทานออกมาเบา ๆ ด้วยสีหน้าตกใจ เพราะนิวไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเจอพ่อของเตชินที่หน้าห้องของเขา และนิวเองก็ไม่รู้ด้วยว่าท่านเอกพลมาที่นี่ทำไม
“ส ...สวัสดีครับท่าน”
นิวยกมือไหว้เอกพลด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ก่อนจะรีบขยับไปแอบอยู่ด้านหลังของนายอย่างหาที่พึ่งพิง
และเมื่อนายเห็นท่าทีที่ตื่นกลัวของนิวที่มีต่อท่านเอกพล นายจึงรีบอธิบายให้นิวเข้าใจว่าท่านเอกพลมาที่นี่เพื่อมารับนิวไปเยี่ยมเตชินที่กำลังป่วยอยู่ ซึ่งพอนิวได้ฟังเรื่องราวแห่งเหตุทั้งหมดแล้ว นิวก็ค่อย ๆ ขยับออกมาจากแผ่นหลังของนาย ก่อนจะถามท่านเอกพลออกไปด้วยความสงสัย
“ถ้าผมไปเยี่ยมพี่ชิน...แล้วคู่หมั้นของที่ชินเธอจะไม่ว่าเหรอครับ?”
“หึ!”
“เธอจะว่าอะไรล่ะ ในเมื่อตอนนี้เธอกับเตชินถอนหมั้นกับเรียบร้อยแล้ว”
“จริงเหรอครับ?”
นิวถามย้ำออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก่อนที่เอกพลจะพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ แทนคำตอบของเขา ซึ่งคำยืนยันที่ได้รับกลับมาทำให้นิวถึงกับน้ำรื้อเพราะความดีใจ
“ถ้างั้นนิวรีบแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวพ่อจะลงไปรอด้านล่าง”
เอกพลบอกกับนิวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและฟังดูจริงใจ แต่คำพูดที่เปลี่ยนไปของเอกพลกลับสร้างความตกใจให้กับนิวไม่น้อยเลย
“ห๊ะ! พ ...พ่อ!”
นิวอุทานออกมาอย่างลืมตัว ก่อนที่เขาจะรีบยกมือขึ้นมาตบปากตัวเองเบา ๆ เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเสียมารยาทพูดจาเสียงดังกับท่านเอกพลออกไปแบบนั้น แล้วนิวก็รีบรับคำของเอกพลออกไปทันที
“เอ่อ! ค ...ครับ”
--------------------------------------
ซันด๊อก