บทที่18: แอร์เซียนปะทะอัคคีเทพและการล่มสลายของสำนักคู่แข่ง
ภายใต้คำสั่งของหลินเฟยอี้หานและซูอี้ได้ระดมเงินเซียนมหาศาลจากการ 'ระบบเติมเงินา' เพื่อจัดซื้อ 'เครื่องทำความเย็น' หรือที่เราเรียกว่า เครื่องปรับอากาศ จำนวนนับร้อยเครื่องจากร้านค้าในโลกมนุษย์ที่พวกเขาเคยไปถึง
ศิษย์ทั้งสองไม่ได้ซื้อมาแค่เครื่องปรับอากาศแต่ยังซื้อพัดลมไอน้ำ และพัดลมตั้งพื้นอีกมากมาย เพราะพวกเขาเชื่อว่านี่คือ 'ศาสตราเทพแห่งธาตุน้ำและลม' ที่หลินเฟยหมายถึง
ณ สำนักอัคคีเทพ ซึ่งตั้งอยู่บนูเาไฟที่กำลังคุกรุ่น...
มหาปรมาจารย์เพลิงคลั่ง กำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ฮ่า ๆ ๆ!สำนักไม่สนใจอะไรเลย! เ้ากล้าดีอย่างไรมาเผยแพร่วิชาหลอกลวง!การส่งพลังปราณสแปมของเราจะทำลายเว็บไซต์ของพวกมันให้สิ้นซาก!”
ทันใดนั้นเอง...
ท้องฟ้าเหนือสำนักอัคคีเทพก็มืดครึ้มลงไม่ใช่เมฆดำ แต่เป็ ยานเหาะเซียน นับสิบลำที่บรรทุกเครื่องปรับอากาศและพัดลมไอน้ำเต็มลำ!
อี้หาน (อดีตจ้าวแห่งมาร)สวมชุดเกราะที่เต็มไปด้วยตราสัญลักษณ์ 'ระบบเติมเงินา' ยืนอยู่บนยานเหาะลำหน้าสุด
“พวกเ้าสำนักอัคคีเทพ!ท่านอาจารย์แห่งสำนักไม่สนใจอะไรเลยได้ส่ง 'วิชาธาตุเหมันต์ผสานลม'มาเพื่อชี้แนะพวกเ้าแล้ว!”
มหาปรมาจารย์เพลิงคลั่งโกรธจัด“ศาสตราอะไรกัน!พวกเ้าคิดจะใช้น้ำแข็งธรรมดามาสู้กับไฟาของพวกเราอย่างนั้นหรือ!”
“ไฟา? หึ! พวกเ้าเจอ 'แอร์เซียน' ของพวกเราก่อนเถอะ!” อี้หานสั่งการด้วยพลังเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
วูบบบบบบบบบบบบบบบบบ!
เครื่องปรับอากาศนับร้อยเครื่องถูกวางลงบนยอดเขาของสำนักอัคคีเทพทันที!เครื่องปรับอากาศที่ผลิตจากโลกมนุษย์เมื่อได้รับพลังปราณเซียนที่อี้หานและซูอี้ใส่เข้าไปก็กลายเป็เครื่องจักรที่น่าสะพรึงกลัว!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมม!
พัดลมของเครื่องปรับอากาศเริ่มทำงานด้วยความเร็วที่เหนือเสียง!ลมเย็นะเืที่ปนเปื้อนด้วยพลังปราณบริสุทธิ์ถูกพ่นออกมาจากทุกทิศทาง!
พลังปราณอัคคีของสำนักอัคคีเทพถึงกับถูก'กดทับ' และ 'ลดอุณหภูมิ'ลงอย่างรุนแรง!
มหาปรมาจารย์เพลิงคลั่งถึงกับตัวสั่น“อั่ก! พลังเหมันต์อะไรกันนี่! มัน... มันเย็นเกินไป! รากฐานธาตุไฟของข้าถูกทำให้แข็งตัว!”
ลูกศิษย์สำนักอัคคีเทพที่เคยนั่งสมาธิกลางลาวาตอนนี้ตัวแข็งจนปากสั่น พวกเขาไม่สามารถเรียกใช้พลังปราณได้เลยเพราะมันถูกทำให้กลายเป็ 'ไอซ์ซี่ปราณ' ไปหมดแล้ว!
อี้หานยิ้มอย่างเยือกเย็น“ท่านอาจารย์ชี้แนะให้พวกเรา 'สร้างสมดุลของอุณหภูมิ' เพื่อป้องกันไม่ให้ความร้อนทำให้จิตใจของพวกเราบ้าคลั่ง!พวกเ้าต้องรู้จักความเ็า!”
ด้านหลินเฟย...
เขาไม่ได้สนใจการต่อสู้เลยเขากำลังนั่งเล่นเกม 'ท่องไปในยุทธภพแห่งพันปัญญา' อย่างสบายอารมณ์ ในขณะที่มู่หานกำลังพยายามหา 'สูตรอาหารลับ' ในคู่มือผู้เล่นมือใหม่
“มู่หาน!นายเจอสูตรบะหมี่รสเผ็ดไหม? ฉันอยากกินอะไรร้อน ๆ!”
มู่หาน: “ท่านอาจารย์! ข้าพบแล้ว! 'บะหมี่อัคคีโลกันตร์' ต้องใช้ 'ไฟแห่งความคลั่ง'ในการปรุงเ้าค่ะ!”
“ไฟแห่งความคลั่ง?อ๋อ! ใช้ไฟจากไอ้พวกสำนักอัคคีเทพนั่นแหละ!”หลินเฟยคิดอย่างไม่ใส่ใจ
หลินเฟยใช้สกิลลับของเขา 'วิชาเรียกบะหมี่เซียนจากอากาศ' ในเกม... แต่คราวนี้เขาเพิ่ม 'ความ้ารสเผ็ด' เข้าไปในการตั้งค่า!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
คลื่นพลังเซียนที่้า 'ไฟ'ได้พุ่งออกไปจากสำนักไม่สนใจอะไรเลยทันที!
คลื่นพลังเซียนนั้นพุ่งตรงไปที่สำนักอัคคีเทพและ 'ดูดซับ' เอาพลังปราณอัคคีทั้งหมดที่ถูกกดทับด้วยเครื่องปรับอากาศกลับมา!
พรึ่บ!
ูเาไฟของสำนักอัคคีเทพดับลงทันที! ลาวาแข็งตัว!พลังอัคคีทั้งหมดของสำนักถูกสูบไปจนหมดสิ้น!
มหาปรมาจารย์เพลิงคลั่งถึงกับล้มลงกับพื้นใบหน้าซีดเผือด
“อั่ก!พลังอัคคีของพวกเราถูกสูบไปจนหมดสิ้น! นี่คือ... วิชา 'ดูดปราณเพื่อสั่งอาหาร'! ท่านเซียนาใช้การทำอาหารเป็การทำลายล้าง!”
อี้หาน (ผู้นำกองทัพแอร์เซียน)เห็นพลังอัคคีถูกดูดไปจนหมดก็รู้สึกทึ่ง!
“พลังของท่านอาจารย์ช่างยิ่งใหญ่นัก!ท่านใช้เพียงแค่ 'ความคิด' ในการทำลายรากฐานของศัตรู!”
อี้หานเดินเข้าไปหามหาปรมาจารย์เพลิงคลั่ง ที่กำลังสิ้นหวัง
“เอาล่ะ มหาปรมาจารย์! ตอนนี้สำนักของท่านไม่มีไฟแล้ว!ท่านมีทางเลือกเดียว...”
มหาปรมาจารย์เพลิงคลั่งเงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ “อะ... อะไร?”
อี้หานยิ้มอย่างนักบริหารการเงิน“ท่านต้องเป็ สำนักงานสาขา ของเรา! และถวายทรัพย์สินทั้งหมดให้กับ 'ระบบเติมเงินา' เพื่อแลกกับ 'วิชาการทำความเย็นปราณ'เพื่อให้สำนักของท่านสามารถอยู่รอดได้!”
มหาปรมาจารย์เพลิงคลั่งน้ำตาไหลพราก“ศิษย์เพลิงคลั่ง... ยินดีถวายชีวิตและทรัพย์สินแด่สำนักไม่สนใจอะไรเลย!ท่านเซียนโปรดเมตตาชี้แนะให้ข้าได้รู้จัก... ความเย็น!”
เมื่อหลินเฟยกินบะหมี่อัคคีโลกันตร์ที่ปรากฏขึ้นในชามของเขาจนหมดเขาก็ลืมเื่สำนักอัคคีเทพไปทันที
“เยี่ยม! อร่อยสุด ๆเลย! มู่หาน! ดูซิ! สำนักอัคคีเทพนั่นมันเงียบไปเลยนะ!”
มู่หานตอบอย่างภาคภูมิใจ“ใช่เ้าค่ะท่านอาจารย์! พวกเขาขอเป็สำนักงานสาขาแล้ว!พวกเขาบอกว่าท่านชี้แนะให้พวกเขาเข้าใจ 'วิถีแห่งความเ็า' แล้วเ้าค่ะ!”
หลินเฟยพยักหน้าอย่างพอใจ “ดี!อย่างน้อยฉันก็ได้กินบะหมี่รสใหม่แล้ว! ต่อไปฉันอยากกินบะหมี่รส... ทะเล!”
โปรดติดตามตอนต่อไป...