ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 162 วันส่งท้ายปีเก่า งานเลี้ยงครอบครัว

            ในวันส่งท้ายปีเก่าพระราชวังได้รับการประดับประดาด้วยผ้าและโคมไฟสวยงาม เต็มไปด้วยความครื้นเครง

            งานเลี้ยงของครอบครัวจัดขึ้นในตำหนักคังหนิงของไท่เฮาเป็นอย่างที่แม่นมจ้าวพูด มันเป็นเพียงการทานอาหารค่ำมื้อหนึ่งในวันส่งท้ายปีเก่าทุกคนนั่งรอบโต๊ะกลม ไม่มีรายการพิเศษใดๆ

            อย่างไรก็ตามแค่อาหารและสุราบนโต๊ะ คนไม่กี่คนที่อ้าปากพูดขึ้นมาก็สามารถสร้างเรื่องต่างๆได้มากมาย

            หาได้ยากที่ไท่เฮาและอี้ไท่เฟยจะนั่งด้วยกันฮ่องเต้เทียนฮุยและหลงเฟยเยี่ยอยู่ทางด้านซ้ายของไท่เฮา ตามด้วยไท่จื่อและองค์ชายองค์อื่นๆฮองเฮาและหานอวิ๋นซีก็อยู่ทางด้านขวาของอี้ไท่เฟย

            หานอวิ๋นซีที่ยังอายุไม่มากนักแต่ในที่นี้ จู่ๆ นางก็ตระหนักถึงความอาวุโสของตนเองด้วยเพราะเดิมทีนางรุ่นเดียวกับฮองเฮา

            ตวนมู่เหยานั่งถัดจากหานอวิ๋นซีงานเลี้ยงได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ผ่านมานานก็ยังไม่เห็นองค์หญิงฉางผิงมา

            มามาบอกว่านางอยู่ในห้องข้างๆเตรียมมอบของขวัญวันปีใหม่ให้ไท่เฮาซึ่งเป็นของขวัญที่ทำให้ประหลาดใจซึ่งคาดไม่ถึง

            “ฉางผิงผู้นี้ชักช้าเสียเวลาเหลือเกิน” ฮองเฮาตำหนิด้วยความหงุดหงิด

            “ไปตามนางมาเถอะข้ายังรอเรื่องที่น่าตื่นเต้นของนางอยู่” ไท่เฮาพูดด้วยรอยยิ้ม

            อี้ไท่เฟยยกยิ้มอย่างเย้ยหยันคีบอาหารเงียบๆ ไม่เปิดปากพูดคุยใดๆแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องสักเท่าไรที่จะเอาเรื่องงานเลี้ยงเหมยฮวามาพูดคุยบนโต๊ะจัดเลี้ยงนี้ไหนจะเรื่องมู่หรงหว่านหรูที่น่าอับอายอีก

            หลี่กงกงถูกฮองเฮาประหารชีวิตในข้อหาละทิ้งหน้าที่ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเตือนต่ออี้ไท่เฟย

            หลงเฟยเยี่ยและฮ่องเต้เทียนฮุยที่กำลังกระซิบกันอยู่ข้างๆทุกคนก็ต่างมองไป แต่ถึงจะอยากรู้อยากเห็นมากแค่ไหนก็ไม่กล้าที่จะรบกวนอย่างไรก็ตามสิ่งที่สองพี่น้องพูดกันเป็นการส่วนตัวนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย

            งานเลี้ยงของครอบครัวไม่มีอะไรมากไปกว่าการรวมตัวกันของครอบครัวผู้อาวุโสห่วงใยเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหม่ก็ถามไถ่สุขภาพของผู้อาวุโส

            ไท่เฮาที่มีหลานเต็มไปหมดนางถามโน่นถามนี่ ยิ้มอย่างมีความสุข อารมณ์ดีและคุยกับอี้ไท่เฟยบ้างเป็นครั้งคราวตอนนี้อี้ไท่เฟยยังไม่มีหลานให้อุ้ม แม้ว่านางจะตอบด้วยรอยยิ้มแต่ก็ไม่ใช่รอยยิ้มที่จริงใจ

            ในไม่ช้าความสนใจของไท่เฮาก็ตกอยู่ที่องค์หญิงหรงเล่อ อันที่จริง ทั้งไท่เฮาและฮองเฮาต่างก็ปรารถนาให้องค์หญิงหรงเล่ออภิเษกกับหลงเทียนโม่แต่น่าเสียดายที่ความคิดขององค์หญิงหรงเล่ออยู่ที่ฉินอ๋องเท่านั้น

            การอภิเษกไม่ใช่เรื่องเล่นๆและไม่ใช่เรื่องของสองครอบครัว แต่เป็นเรื่องสำคัญระหว่างทั้งสองอาณาจักรซึ่งเกี่ยวข้องกับความร่วมมือเชิงลึกระหว่างอาณาจักรเทียนหนิงและซีโจวโดยเฉพาะอย่างยิ่งความไว้วางใจในสงคราม

            ดังนั้นแม้ว่าไท่เฮาและฮองเฮาจะไม่เต็มใจแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งมากนัก จากมุมมองของฮ่องเต้เทียนฮุยก็ยังคงหวังว่าฉินอ๋องจะเห็นด้วยกับการอภิเษกครั้งนี้

            “องค์หญิงหรงเล่อไม่ต้องเกรงใจหรอก ทำไมยังไม่รีบรินสุราให้องค์หญิงหรงเล่ออีก?”

            “ขอบพระคุณไท่เฮาเพคะเหยาเหยาทำเองจะดีกว่า”

            ไท่เฮาดูแลตวนมู่เหยาเป็นอย่างดีตวนมู่เหยาได้ยินมานานแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างอี้ไท่เฟยและไท่เฮาค่อนข้างตึงเครียดดังนั้นนางจึงไม่กล้าเข้าใกล้ไท่เฮาต่อหน้าอี้ไท่เฟยแต่ก็ไม่หยาบคายและทำตัวไม่เหมาะสม

            “มานี่เหยาเหยากินให้เยอะๆ นะ”

            “ไท่เฟยเหยาเหยารับไม่ได้หรอกเพคะควรจะเป็นหน้าที่ของเหยาเหยามากกว่าที่คีบอาหารมาให้ท่าน”

            อี้ไท่เฟยคีบอาหารให้ตวนมู่เหยาด้วยตัวเองส่วนตวนมู่เหยาก็ตักน้ำแกงให้อี้ไท่เฟยทั้งสองคนยังไม่ได้เป็นแม่สามีกับลูกสะใภ้กัน แต่ดูเหมือนแม่ลูกอย่างมาก

            โดยปกติแล้วงานเลี้ยงครอบครัวในวันสิ้นปีนี้หานอวิ๋นซีที่เป็นผู้มาใหม่ในราชวงศ์ก็ควรจะเป็นที่สนใจแต่หานอวิ๋นซีกลับถูกละเลยตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยงราวกับว่าความตื่นเต้นที่โต๊ะนี้ไม่ได้เป็นของนาง

            นางเองก็อยู่ได้อย่างสบายใจทานอาหารเงียบๆ และฟังการสนทนาของพวกนางอย่างเงียบๆนางสามารถได้ยินความจริงและความเท็จในคำพูดได้ค่อนข้างชัดเจน

            ไท่เฮาเหลือบมองมาที่นางโดยไม่ตั้งใจและในที่สุดก็อ้าปากพูดว่า “อวิ๋นซี มีข่าวคราวอะไรบ้างหรือไม่?”

            ข่าวคราว?

            หานอวิ๋นซีเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงงข่าวอะไร?

            อย่างไรก็ตามใบหน้าของอี้ไท่เฟยที่อยู่ด้านข้างมืดลงทันที

            “เสด็จแม่ดูท่าทางแล้วเหมือนว่าจะไม่มี จากปฏิกิริยาของนางเกรงว่าคงยังไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านถามนะเพคะ? อภิเษกแล้วแต่ก็ยังดูเหมือนสาวน้อย”ฮองเฮาพูดอย่างติดตลก

            หานอวิ๋นซีไม่เข้าใจจริงๆทำไมจู่ๆ ถึงได้ถามว่านางมีข่าวอะไรบ้างหรือไม่? ข่าวอะไรกันล่ะ?

            เมื่อเห็นการแสดงออกของนางไท่เฮาก็หัวเราะออกมาทันที นางหันศีรษะไปมองอี้ไท่เฟย “น้องหญิงสาวน้อยของเจ้า...นางแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจหรือว่านางไม่เข้าใจจริงๆ? เจ้าไม่ได้สอนหรือ?”

            อี้ไท่เฟยถอนหายใจเบาๆและพูดด้วยอารมณ์ว่า “อภิเษกกันมานานกว่าครึ่งปีแล้ว ฉินอ๋องก็ยุ่งตลอดทั้งวันได้เจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง จะไปมีข่าวดีเร็วขนาดนั้นได้อย่างไรกัน?”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหานอวิ๋นซีก็เข้าใจว่า “ข่าว” หมายถึงอะไร

            ไท่เฮากำลังถามว่าท้องหรือไม่สินะ!

            จู่ๆนางก็รู้สึกอายขึ้นมาทันที ก้มศีรษะลง แก้มทั้งสองข้างแดงเล็กน้อยหลงเฟยเยี่ยและนางอภิเษกกันในนามแม้แต่รอยแดงในคืนวันอภิเษกในห้องเจ้าสาวก็เป็นของปลอมแล้วจะให้นางท้องได้อย่างไรกัน?

            “จริงหรือที่ยังไม่มีข่าว?” ไท่เฮาถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว ทั้งยังถามด้วยท่าทางจริงจัง

            อี้ไท่เฟยไม่อยากตอบนางมองหานอวิ๋นซีด้วยสายตาเย็นชาและส่งสัญญาณให้นางจัดการเอง

            “ข่าว”กับ “ผ้าตกสีแดง” นี้ ความจริงคือสิ่งเดียวกัน ไม่ถามถึงขั้นตอนถามแค่ผลลัพธ์เท่านั้น แม้ว่าเรื่องแบบนี้ต้องใช้ความพยายามของทั้งสองฝ่ายแต่ถ้าไม่เกิดผล ความรับผิดชอบก็จะตกเป็นของสตรีโดยเฉพาะในราชวงศ์หากเป็นเช่นนี้ชายหนุ่มในราชวงศ์จะไม่ตกเป็นที่สงสัย!

            อี้ไท่เฟยหยุดพูดนอกจากฮ่องเต้เทียนฮุยและหลงเฟยเยี่ยที่กำลังก้มหัวกระซิบกันทุกคนที่โต๊ะมองไปที่หานอวิ๋นซีหญิงสาวผู้หนึ่งที่ไม่มีอะไรที่จะตั้งหลักได้อย่างมั่นคงในครอบครัวนอกจากมีลูกเท่านั้น!

            โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบุตรสาวสามัญชนอย่างหานอวิ๋นซีที่อภิเษกกับตระกูลขุนนางลูกจึงมีความสำคัญต่อนางมาก

            หากไม่มีนั่นคือหนึ่งในเจ็ดของกฎการหย่าร้าง

            ท่ามกลางความเงียบสงบแม้แต่นางสนมที่นั่งข้างๆ ก็เหลียวมองทีละคน และค่อยๆ มีเสียงพูดคุยกัน

            อย่างไรก็ตามแม้ว่าหานอวิ๋นซีจะหน้าแดงเล็กน้อย แต่นางก็พูดอย่างใจเย็นว่า “ยังไม่มีเพคะ”

            เรื่องแบบนี้นอกจากใจเย็นแล้ว นางจะทำอะไรได้อีก?

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาเสียงหัวเราะก็มาจากทั่วทุกมุม ที่นั่งด้านหลังหานอวิ๋นซีเซียวกุ้ยเฟยที่อยู่โต๊ะถัดไปก็เข้ามาและพูดด้วยเสียงเบาๆ ว่า“ผ่านมาครึ่งปีกว่าแล้ว ฉินอ๋องยุ่งอยู่ตลอด ดังนั้นคงไม่เพียงพอที่จะ...อวิ๋นซีอ่า ลองไปหาหมอหลวงเซวียดูสิ หมอหลวงเซวียเขาเชี่ยวชาญมากในด้านนี้”

            แม้ว่ามันจะเป็นเสียงที่เบาแต่ก็มีหลายคนได้ยินและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้งทันทีหานอวิ๋นซีรู้สึกเพียงว่านางกลายเป็นเป้าหมายการวิพากษ์วิจารณ์ของสาธารณะอีกครั้งแต่เรื่องนี้นางไม่ได้มีอำนาจใดๆ และไม่มีที่ว่างสำหรับคำอธิบายเช่นกัน

            แน่นอนหัวข้อแบบนี้ไม่เหมาะสำหรับการสนทนาเชิงลึกในงานเลี้ยงครอบครัวเมื่อไท่เฮาเหลือบไปเห็นสีหน้าที่ไม่ดีของอี้ไท่เฟย ก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

            นางยอมรับทันทีที่เห็นมันและมอบมันให้กับหานอวิ๋นซีอย่างใจดี “ฉินอ๋อง นี่เป็นความผิดของเจ้านะไม่ว่าจะยุ่งแค่ไหน เจ้าจะละเลยอวิ๋นซีไม่ได้ เข้าใจหรือไม่?”

            เดิมทีไท่เฮาคิดว่าฉินอ๋องจะไม่ฟังและแค่พยักหน้าส่งๆไปเท่านั้น แต่ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกลับเงยหน้าขึ้นมองทั้งยังรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น และพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า“ที่ไท่เฮาสอนมาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ข้าจะพยายามให้ดีต่อไป”

            นี่มัน…

            เกิดความโกลาหลในหมู่ผู้ชมอยู่พักหนึ่งใครจะไปคิดกันว่าฉินอ๋องจะมีท่าทีเช่นนี้?

            ตวนมู่เหยาถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้างราวกับว่าถูกโจมตีอย่างหนักต้องรู้ว่าศิษย์พี่ที่อยู่ในหัวใจของนาง เป็นเหมือนกับเทพเจ้าสูงส่งและไม่สามารถสบประมาทได้นางนึกไม่ถึงว่าคำพูดเช่นนี้จะออกมาจากปากของศิษย์พี่

            สตรีหลายคนต่างหน้าแดงใบหน้าของหานอวิ๋นซีเองก็แดงอย่างมาก

            “พยายามทำให้ดีต่อไป”คำเหล่านี้ทำให้ผู้คนต่างจินตนาการไม่สิ้นสุดจริงๆ!

            เขาจะพยายามทำให้ดีอย่างไรกัน?

            นางคิดมากเกินไปโดยไม่รู้ตัวแต่โชคดีที่ดึงสติกลับมาได้ทัน นางอดไม่ได้ที่จะแอบเงยหน้าขึ้นมองไปที่เทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่ตรงข้าม แต่ก็เห็นว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังมองมาที่นางด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงหานอวิ๋นซีหลบสายตาของเขาทันที โดยพลาดรอยยิ้มขี้เล่นในแววตาของหลงเฟยเยี่ยไป

            ไท่เฮากระตุกมุมปากไม่รู้ว่าจะตอบรับคำตอบนี้อย่างไรอยู่ครู่หนึ่ง

            อี้ไท่เฟยในฐานะมารดาเองก็ยากที่จะเชื่อเช่นกันนางอดไม่ได้ที่จะคิดถึงผ้าตกสีแดงผืนนั้นในตอนแรก เฟยเยี่ยพูดมาขนาดนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขากำลังปกป้องหานอวิ๋นซีอยู่

            หากวันนี้เขาไม่เอ่ยปากพูดประเด็นของ “ข่าว” ในภายภาคหน้าจะต้องสร้างปัญหาให้กับหานอวิ๋นซีอย่างแน่นอนและถ้าเขาพูดแบบนี้ อย่างน้อยหลายคนที่อยู่ในที่นี้ก็จะยับยั้งตัวเองได้

            ด้วยนิสัยของบุตรชายนางจะไปเต็มใจช่วยหานอวิ๋นซีเช่นนี้ได้อย่างไร? อี้ไท่เฟยรู้สึกว่าตัวเองยิ่งมองบุตรชายไม่ออกมากขึ้นเรื่อยๆ

            ฮ่องเต้เทียนฮุยเหลือบมองหานอวิ๋นซีเล็กน้อยในแววตาเต็มไปด้วยความสับสน นอกจากนี้เขายังเปิดปากพูดอย่างติดตลกว่า “ฉินอ๋องจวนของเจ้ามีหวังเฟยแค่คนเดียวเจ้าก็ยังละเลย หลังจากปีใหม่แล้ว หากมีคนใหม่เข้าไปเจ้าคงไม่ทำแบบนี้อีกใช่หรือไม่?”

            คนใหม่เข้ามาหลังปีใหม่นี่กำลังพูดเรื่องอภิเษกอยู่ไม่ใช่หรือไร? ผู้มาใหม่ที่กำลังพูดถึงก็คือตวนมู่เหยาไม่ใช่หรือ?

            นี่คงเป็นครั้งแรกที่ฮ่องเต้เทียนฮุยกล่าวถึงเรื่องการอภิเษกในที่สาธารณะต่อหน้าทุกๆคน แม้ว่าจะไม่ได้พูดออกมาโดยตรง แต่ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็เข้าใจ

            ไหนจะตวนมู่เหยาที่มางานเลี้ยงครอบครัวไหนจะฮ่องเต้เทียนฮุยที่พูดแบบนี้อีก ดูเหมือนว่าข่าวลือเมื่อเร็วๆนี้จะเป็นความจริง และการอภิเษกก็ดูน่าจะเป็นไปได้

            หลงเทียนโม่หยิบจอกสุราขึ้นมาและดื่มจนหมดคนอื่นๆ มองไม่ออก แต่เขากลับมองมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

            อี้ไท่เฟยพาตวนมู่เหยามาที่งานเลี้ยงครอบครัวและคำถามของเสด็จพ่อในที่สาธารณะ คือการที่ทั้งสองคนทำงานร่วมกันเพื่อกดดันฉินอ๋องทำให้ฉินอ๋องไม่มีที่ว่างให้ปฏิเสธไม่ใช่หรือไร?

            เรื่องนี้ดูเหมือนจะกำหนดบทสรุปไว้แล้ว!

            เขาไม่ได้อภิเษกกับสตรีที่ชอบก็ไม่เป็นไรแต่คิดไม่ถึงว่าแม้แต่สตรีที่ตัวเองไม่ชอบ ก็ไม่สามารถอภิเษกด้วยได้เช่นกันเมื่อคิดเช่นนี้ เขาก็รินสุราอีกจอกหนึ่ง

            บทสรุปถูกกำหนดไว้แล้วก็จริงแต่ทุกคนยังคงหวังว่าฉินอ๋องจะตอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

            อารมณ์เศร้าโศกของตวนมู่เหยาเปลี่ยนเป็นประหม่าใบหน้าเล็กแดงก่ำและรอให้หลงเฟยเยี่ยตอบเช่นกัน แต่ในเวลานี้แก้มแดงของหานอวิ๋นซียังไม่จางหายไป และยังคงรออยู่

            นางมองไปที่หลงเฟยเยี่ยอีกครั้งใครจะรู้ว่าจะเป็นเหมือนก่อนหน้านี้ที่นางได้เผชิญกับดวงตาที่ลึกล้ำของหลงเฟยเยี่ยอีกครั้ง และเขาก็มองมาที่นางอีกครั้ง

            หานอวิ๋นซีต้องการหลีกเลี่ยงอีกครั้งแต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม นางถึงไม่หลีกมัน ทำเพียงจ้องมองและรอ

            ว่ากันว่าการสบตาคือเสียงพูดที่ไร้เสียง

            หานอวิ๋นซีไม่มีอะไรจะพูดกับหลงเฟยเยี่ยจริงๆนางแค่รอ แต่เมื่อหลงเฟยเยี่ยเห็นแววตาที่จริงจังของนางริมฝีปากของเขาก็โค้งขึ้นเล็กน้อย

            ในขณะที่ทุกคนต่างรออยู่ในความเงียบเขาก็พูดว่า “แค่หวังเฟยคนเดียวข้าก็ไม่มีเวลาดูแลแล้ว อย่ามีคนใหม่เลยจะดีกว่า”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาราวกับสายฟ้าฟาดลงที่โต๊ะงานเลี้ยง เขย่าหัวใจของทุกคนจนแทบหยุดเต้น!

            หลงเฟยเยี่ยเขาพูดว่าอะไรนะ?

            เหล่าผู้ชมเต็มไปด้วยความเงียบใบหน้าของฮ่องเต้เทียนฮุยเปลี่ยนไปทีละน้อยเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมืดมนราวกับฝนห่าใหญ่กำลังจะมาเยือนในขณะที่อี้ไท่เฟยจ้องมองไปอย่างดุร้าย ไท่เฮาและฮองเฮาเองก็ตกใจมากจนไม่รู้จะทำอย่างไร

            “หลงเฟยเยี่ย!”

            ทันใดนั้นตวนมู่เหยาก็ส่งเสียงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วหันหลังกลับและวิ่งออกไปและเมื่อนางหันกลับมาก็กระแทกชามน้ำแกงบนโต๊ะจนหกไปทั่วร่างกายหานอวิ๋นซี

            อี้ไท่เฟยรีบวิ่งตามไป“เหยาเหยา! เหยาเหยา เดี๋ยวก่อน!”

            หานอวิ๋นซีที่ร่างกายเลอะไปด้วยน้ำแกงทว่านางก็ไม่สนใจ กลับมองไปที่หลงเฟยเยี่ยพร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนนี้เวลานี้นางอยากจะถามหลงเฟยเยี่ยว่า เขาจงใจหรือไม่ จงใจที่จะมาปฏิเสธในที่สาธารณะหรือไม่? มิฉะนั้น ทำไมเขาถึงเงียบไปหลายครั้งก่อนหน้านี้?

            ชายผู้นี้ชั่วร้ายจริงๆ!

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730