เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นในยามดึก
ก๊อก
ก๊อก
ก๊อก
ในห้องเล็กของเรือนหลังตะวันตก เปลวตะเกียงสั่นไหวเบา ๆ เงาของขอบหน้าต่างทอดยาวบนพื้นไม้เก่าราวกับกรงบาง ๆ ที่ขังคนป่วยไว้กลางความมืด
หลินเซียวลืมตาขึ้น
เขาไม่ได้หลับอยู่แล้ว
ั้แ่ฟื้นขึ้นมาในร่างนี้ เขาพบว่าการนอนเป็เื่ยากกว่าที่คิด ไม่ใช่เพราะเตียงแข็ง ไม่ใช่เพราะกลิ่นยาขมที่ยังอบอวลอยู่ในห้อง แต่เพราะทุกครั้งที่หลับตา ภาพน้ำเย็นจัดก็ไหลกลับเข้ามาในหัว
แรงผลักจากด้านหลัง
มือที่ตะกุยอากาศ
น้ำที่ทะลักเข้าปากและจมูก
เสียงหัวเราะเบา ๆ ในความมืด
หลินเซียวคนเดิมตายไปพร้อมภาพเ่าั้
ส่วนเขา คนที่มาจากโลกอื่น กลับต้องรับ่ต่อทั้งร่างกายที่พังยับ ความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิง และคดีฆาตกรรมที่คนทั้งบ้านอยากให้มันกลายเป็แค่อุบัติเหตุ
เหล่าจางซึ่งนั่งเฝ้าอยู่ข้างฉากกั้นลุกพรวดขึ้นทันที มือคว้าไม้กระบองที่วางพิงผนังไว้แน่น
ชายแก่ไม่ได้สูงใหญ่ แต่ดวงตาในยามนี้แข็งกร้าวอย่างคนที่พร้อมเอาร่างตนเองไปขวางคมมีดแทนนายน้อยได้ทุกเมื่อ
“ใคร” เหล่าจางถามเสียงต่ำ
ด้านนอกเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมีเสียงหญิงสาวตอบกลับมาเบาจนแทบละลายไปกับลม
“บ่าว...เสี่ยวถังเ้าค่ะ”
เหล่าจางชะงัก
ชื่อนั้นทำให้อากาศในห้องเย็นลงทันที
เสี่ยวถัง
สาวใช้ของฮูหยินรอง ผู้บังเอิญไปพบหลินเซียวตกน้ำกลางดึกในคืนเกิดเหตุ
บังเอิญเสียจนหากเล่าให้เด็กสามขวบฟัง เด็กยังอาจถามว่า “แล้วทำไมต้องไปเก็บผ้าตอนฝนตก”
หลินเซียวค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บแล่นจากชายโครงจนเขาต้องหยุดหายใจชั่วขณะ ร่างนี้ยังอ่อนแอเกินไป แค่ขยับผิดท่าก็เหมือนมีใครเอาเข็มเล็ก ๆ นับสิบเล่มมาปักซ้ำตรงหน้าอก
เขากัดฟันจนความเจ็บจางลง แล้วกล่าวเสียงเรียบ
“ให้เข้ามา”
เหล่าจางหันมามองทันที “นายน้อย นางอาจถูกส่งมา—”
“ถ้าถูกส่งมาฆ่าข้า นางคงไม่เคาะประตูสุภาพเช่นนี้” หลินเซียวกล่าว “เว้นแต่บ้านนี้อบรมมือสังหารดีผิดปกติ”
เหล่าจางเหมือนอยากค้าน แต่สุดท้ายก็เดินไปเปิดประตูโดยยังถือไม้กระบองไว้ในมือ
ประตูไม้ถูกผลักออก
เสี่ยวถังก้าวเข้ามาอย่างหวาดกลัว นางสวมชุดสาวใช้สีเทาหม่น ผมถูกรวบลวก ๆ ใบหน้าซีดขาว ดวงตาบวมแดงเหมือนร้องไห้มานาน มือทั้งสองกำชายแขนเสื้อแน่นจนข้อ knuckles ขาวซีด
พอเห็นหลินเซียวนั่งอยู่บนเตียง นางก็ทรุดลงคุกเข่าทันที
“นายน้อยสาม ช่วยบ่าวด้วยเ้าค่ะ!”
คำพูดนั้นหลุดออกมาพร้อมเสียงสะอื้น
เหล่าจางปิดประตูทันที แล้วขยับไปยืนขวางระหว่างนางกับเตียง
หลินเซียวมองสาวใช้บนพื้นอยู่ครู่หนึ่ง
คนคนหนึ่งจะมาหาเขากลางดึกได้ด้วยเหตุผลไม่กี่อย่าง
หนึ่ง ถูกส่งมาฆ่า
สอง ถูกส่งมาหลอก
สาม กลัวจนไม่รู้จะไปหาใคร
เสี่ยวถังดูไม่เหมือนข้อหนึ่ง นางมือสั่นเกินไป แม้แต่จะจับมีดคงทำหล่นก่อนถึงเตียง
ข้อสองยังเป็ไปได้ แต่หากเป็การแสดง นางก็แสดงได้ดีมาก ดีจนเปลืองพลังเกินความจำเป็
ข้อสามจึงมีน้ำหนักที่สุด
แต่ความกลัวอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าความจริง
บางครั้งคนโกหกก็กลัว เพราะกลัวถูกจับได้
“พูดมา” หลินเซียวกล่าว “เ้าอยากให้ข้าช่วยอะไร”
เสี่ยวถังเงยหน้าขึ้น น้ำตาคลอเบ้า “บ่าวไม่ได้อยากทำร้ายนายน้อยเ้าค่ะ บ่าวไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกเขาจะลงมือถึงเพียงนั้น”
เหล่าจางสีหน้าเปลี่ยน “พวกเขา? เ้าว่าใคร!”
เสี่ยวถังสะดุ้งจนตัวโยน
หลินเซียวเหลือบมองเหล่าจาง “ถ้าเ้าะโอีก นางอาจกลืนความจริงกลับลงท้อง”
เหล่าจางรีบเม้มปาก แม้สีหน้าจะยังเดือดอยู่ก็ตาม
หลินเซียวหันกลับมาหาเสี่ยวถัง “ค่อย ๆ พูด เริ่มจากคืนที่ข้าตกน้ำ ใครสั่งให้เ้าไปที่สระบัว”
เสี่ยวถังจิกนิ้วกับพื้นไม้จนเล็บแทบหัก
“เป็แม่นมหลัวเ้าค่ะ”
ชื่อนี้ไม่แปลก
แม่นมหลัวเป็คนสนิทของฮูหยินรองเฉินซื่อ อยู่ในจวนมานาน มีอำนาจสั่งบ่าวไพร่ในเรือนในมากกว่าพ่อบ้านบางคนเสียอีก หากฮูหยินรองเป็มือที่สวมถุงผ้า แม่นมหลัวก็คือนิ้วที่ยื่นออกมาบีบคอคน
“นางสั่งว่าอย่างไร”
“นางบอกให้บ่าวไปเก็บผ้าที่ลานหลังเรือนตะวันตกตอนยามห้ายเ้าค่ะ บอกว่าฝนจะตก หากผ้าเปียก ฮูหยินรองจะไม่พอใจ”
หลินเซียวเลิกคิ้ว “ผ้าอะไร”
เสี่ยวถังนิ่งไป
“ตอบ”
“ไม่มีผ้าเ้าค่ะ”
เหล่าจางสบถเสียงเบา
เสี่ยวถังรีบพูดต่อ “ตอนนั้นบ่าวก็แปลกใจ แต่ไม่กล้าถาม แม่นมหลัวบอกเพียงว่า หากได้ยินเสียงอะไรแถวสระ ให้รีบร้องเรียกคน อย่าเข้าไปใกล้เอง บ่าว...บ่าวคิดว่าอาจมีคนจะโยนของลงน้ำ หรือจับขโมยอะไรสักอย่าง ไม่คิดว่าจะเป็นายน้อย”
หลินเซียวนิ่งฟัง
รายละเอียดนี้สำคัญ
ผู้สั่งไม่ได้้าให้เสี่ยวถังช่วยเขาทันที แต่้าให้มีคน “พบ” เขาหลังเกิดเหตุ และร้องเรียกคนอื่นมาเป็พยาน
คนร้ายไม่ได้อยากให้เขาหายไปเงียบ ๆ
แต่้าให้เหตุการณ์ดูเหมือนอุบัติเหตุที่มีคนช่วยไม่ทัน
หากเขาตาย ทุกอย่างจบ
หากรอด ก็ยังมีคนยืนยันว่าเขาตกน้ำเองและมีสาวใช้บังเอิญพบ
แผนไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่สำหรับจวนขุนนางชั้นล่างในอำเภอห่างไกล มันพอแล้ว
โดยเฉพาะหากทุกคนในบ้านพร้อมเชื่อเื่ที่สะดวกที่สุด
“ตอนเ้าไปถึง เห็นอะไร” หลินเซียวถาม
เสี่ยวถังตัวสั่นหนักกว่าเดิม
นางอ้าปากหลายครั้ง แต่ไม่มีเสียงออกมา
หลินเซียวไม่ได้เร่ง เขารู้ว่าคำตอบถัดไปคือเส้นแบ่งระหว่างพยานกับศพ
สุดท้ายเสี่ยวถังก็พูดเสียงเบา
“บ่าวเห็นเงาคนยืนอยู่ริมสระเ้าค่ะ”
เหล่าจางกำไม้กระบองแน่น
“เห็นหน้าหรือไม่”
“ไม่ชัดเ้าค่ะ คืนนั้นมืดมาก ฝนเพิ่งหยุด ฟ้ายังไม่มีจันทร์ แต่บ่าวเห็นชายเสื้อ เป็สีฟ้าเข้ม และเห็นถุงหอมที่เอว...ถุงหอมลายเมฆเงิน”
หลินเซียวหลับตาลงครู่หนึ่ง
เสื้อสีฟ้าเข้ม
ถุงหอมลายเมฆเงิน
หลินจิ้ง
พี่ชายต่างมารดาผู้มีกระดุมหยกแตกหายไปครึ่งหนึ่งพอดีกับชิ้นที่ติดอยู่ในเสื้อเขา
หากนี่เป็รายงานข้อมูลในโลกเดิม เขาคงวงสีแดงไว้สามชั้นแล้วเขียนข้าง ๆ ว่า “ไม่ใช่บังเอิญ กรุณาเลิกดูถูกสติปัญญา”
“แล้วคนผู้นั้นทำอะไร”
เสี่ยวถังกลืนน้ำลาย “เขาหันมามองทางบ่าวเ้าค่ะ บ่าวใมาก รีบหลบหลังต้นไหว จากนั้นได้ยินเสียงน้ำดังขึ้นเหมือนมีคนตะกุย แล้วเงานั้นก็เดินออกไปทางสวนไผ่ บ่าวรออยู่ครู่หนึ่งจึงร้องเรียกคนตามที่แม่นมหลัวสั่ง”
เหล่าจางก้าวเข้าหานางทันที “เ้ารอ? เ้ารู้ว่านายน้อยตกน้ำแต่ยังรอ?”
เสี่ยวถังร้องไห้โฮ “บ่าวกลัวเ้าค่ะ! บ่าวผิดไปแล้ว บ่าวรู้ว่าตนผิด แต่ตอนนั้นบ่าวไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร หากบ่าวร้องทันที คนผู้นั้นอาจย้อนกลับมาฆ่าบ่าวด้วย บ่าว...บ่าวไม่อยากตาย”
เหล่าจางโกรธจนหน้าแดง แต่พูดไม่ออก
หลินเซียวมองนางเงียบ ๆ
เขาไม่ให้อภัยแทนเ้าของร่างเดิมไม่ได้
เพราะคนที่ตายในน้ำไม่ใช่เขาในตอนนั้น
แต่เขาก็ไม่อาจแกล้งมองไม่เห็นความจริงอีกด้าน
เสี่ยวถังเป็สาวใช้ตัวเล็ก ๆ อายุไม่มาก ไม่มีอำนาจ ไม่มีเงิน ไม่มีที่พึ่ง หากนางตายไป คนในจวนคงพูดเพียงว่า “นางโชคร้าย” แล้วเอาศพออกไปฝังหลังวัด
ในโลกที่ชีวิตคนไม่เท่ากัน ความกล้าหาญเป็ของแพง
คนจนจำนวนมากจ่ายไม่ไหว
“ทำไมวันนี้ถึงมาหาข้า” หลินเซียวถาม
เสี่ยวถังรีบล้วงกระดาษยับ ๆ ออกจากแขนเสื้อ
“มีคนวางสิ่งนี้ไว้หน้าห้องบ่าวเ้าค่ะ”
เหล่าจางรับมาแทนหลินเซียว ก่อนคลี่ออกใต้แสงตะเกียง
บนกระดาษมีตัวอักษรเขียนด้วยหมึกดำ ลายมือจงใจบิดเบี้ยวให้อ่านยาก แต่ข้อความชัดเจน
หากปากเ้าไม่ปิด มารดาเ้าจะไม่ได้ตื่นอีก
เหล่าจางอ่านจบก็หน้าเปลี่ยนสี
“มารดาเ้าอยู่ที่ไหน”
“อยู่นอกจวนเ้าค่ะ ป่วยมาหลายปี บ่าวส่งเงินค่ายาให้ทุกเดือน” เสี่ยวถังสะอื้น “บ่าวไม่รู้ว่าพวกเขารู้ได้อย่างไร บ่าวกลัวว่าหากไม่มาบอกนายน้อย บ่าวกับมารดาจะตายทั้งคู่”
หลินเซียวรับกระดาษมาดูเอง
ข้อความข่มขู่สั้นเกินไป ไม่มีรายละเอียดส่วนเกิน ใช้คำธรรมดา ไม่เปิดเผยตัวตน
คนเขียนระวังพอสมควร
แต่ความระวังแบบนี้ก็มีร่องรอย
คนที่กลัวถูกจับได้มักพยายามทำให้ตัวเองไม่เหมือนตัวเองมากเกินไป จนกลายเป็รูปแบบอีกชนิดหนึ่ง
“กระดาษนี่มาจากไหน” หลินเซียวพึมพำ
เสี่ยวถังส่ายหน้า “บ่าวไม่รู้เ้าค่ะ”
หลินเซียวพลิกกระดาษ มองเนื้อกระดาษ สี และขอบตัด
เขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญกระดาษโบราณ แต่ความทรงจำของหลินเซียวคนเดิมพอจะบอกได้ว่า นี่ไม่ใช่กระดาษหยาบของบ่าว เป็กระดาษสำหรับเขียนจดหมายในเรือนนาย ใช้กันในหมู่คนมีฐานะของจวนนี้
“เหล่าจาง” เขากล่าว “พรุ่งนี้ไปตรวจดูว่ากระดาษแบบนี้อยู่ที่เรือนไหนบ้าง แต่ไม่ต้องถามตรง ๆ ทำเหมือนเ้าไปขอเศษกระดาษมาห่อยา”
เหล่าจางพยักหน้าทันที
เสี่ยวถังมองเขาด้วยความหวัง “นายน้อยจะช่วยบ่าวใช่หรือไม่เ้าคะ”
“ข้าจะช่วยเท่าที่ช่วยได้” หลินเซียวตอบ “แต่เ้าต้องเข้าใจว่าตอนนี้เ้าเป็ทั้งพยานและจุดอ่อน หากคนร้ายรู้ว่าเ้ามาหาข้า เ้าอาจไม่รอดถึงเช้า”
เสี่ยวถังหน้าซีด
“เพราะฉะนั้นคืนนี้เ้าไม่ได้มาที่นี่” หลินเซียวกล่าว “เ้ากลับไปนอน ทำตัวเหมือนเดิม พรุ่งนี้หากมีใครถาม ให้บอกว่าปวดท้องทั้งคืน ไม่ได้ออกจากห้อง”
“แล้วมารดาบ่าว...”
“ข้าจะให้คนไปดู”
เหล่าจางหันมามองเขาทันที “นายน้อย คนของเรามีน้อย”
“ใช้เงิน”
“เราไม่มีเงินมากนะขอรับ”
“ข้าจำได้ว่าข้ามีปิ่นหยกเก่าของมารดา”
เหล่าจางใ “นั่นเป็ของดูต่างหน้าฮูหยินผู้ล่วงลับนะขอรับ!”
หลินเซียวเงียบไปเล็กน้อย
ในความทรงจำของร่างนี้ ปิ่นหยกนั้นสำคัญมาก เป็ของเพียงไม่กี่ชิ้นที่มารดาทิ้งไว้ หลินเซียวคนเดิมเก็บมันอย่างดี ไม่เคยยอมขายแม้่ที่ลำบากที่สุด
แต่คนตายไม่มีโอกาสใช้ของดูต่างหน้า
คนเป็ต่างหากที่ต้องใช้สิ่งของเพื่อรักษาชีวิต
“เอาไปจำนำก่อน” เขากล่าว “ถ้าข้ายังไม่ตาย ค่อยหาเงินไปไถ่คืน”
เหล่าจางเม้มปากแน่น สีหน้าเ็ป แต่สุดท้ายก็คำนับรับคำ
เสี่ยวถังโขกศีรษะลงกับพื้น “บุญคุณนายน้อย บ่าวจะไม่มีวันลืม”
“อย่าเพิ่งรีบจำบุญคุณ” หลินเซียวกล่าว “จำสิ่งที่เ้าเห็นให้แม่นก่อน ถ้าพูดผิดตอนสำคัญ ข้ากับเ้าจะได้ไปนั่งคุยกันต่อในปรโลก”
เสี่ยวถังสะอื้นจนเกือบหัวเราะไม่ได้
หลินเซียวโบกมือ “ไปได้แล้ว เหล่าจาง ส่งนางออกทางหลังเรือน อย่าให้คนเฝ้าหน้าประตูเห็น”
เหล่าจางพาเสี่ยวถังออกไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อประตูปิดลง ห้องก็กลับมาเหลือเพียงหลินเซียวกับแสงตะเกียง
เขานั่งนิ่งอยู่บนเตียง กระดาษข่มขู่วางอยู่บนเข่า
ในหัวเริ่มเรียงลำดับเหตุการณ์อีกครั้ง
หนึ่ง หลินเซียวคนเดิมได้ยินหรือรู้บางสิ่งที่ไม่ควรรู้
สอง หลินจิ้งหรือคนที่เกี่ยวข้องตัดสินใจลงมือ
สาม แม่นมหลัวส่งเสี่ยวถังไปเป็พยานปลอม
สี่ หลินเซียวถูกผลักลงน้ำ
ห้า เขาตาย
หก คีรินเข้ามาในร่างนี้
ตรงข้อหกนี่เองที่ทำให้แผนของคนร้ายพังอย่างน่าอับอาย
หลินเซียวเงยหน้ามองเพดาน
“ขอโทษทีนะ” เขาพึมพำกับเ้าของร่างเดิม “ข้าไม่รู้ว่าเ้าคือใครจริง ๆ ไม่รู้ว่าเ้ากลัวอะไร รักใคร หรือเสียใจเื่ไหนบ้าง แต่ในเมื่อข้าใช้ร่างเ้าอยู่ อย่างน้อยข้าจะไม่ปล่อยให้คนฆ่าเ้าดื่มชาสบายใจ”
ลมกลางคืนพัดผ่านหน้าต่าง เสียงใบไผ่เสียดสีกันแ่เบาเหมือนเสียงคนกระซิบ
ไม่นานเหล่าจางก็กลับมา
ชายแก่ปิดประตูอย่างระมัดระวัง ก่อนเดินเข้ามาข้างเตียง
“ส่งนางกลับไปแล้วขอรับ ไม่มีใครเห็น”
“ดี”
“นายน้อยคิดว่าคุณชายรองเป็คนลงมือแน่หรือไม่”
“แน่หรือไม่ ยังเร็วไป” หลินเซียวกล่าว “แต่เขาเกี่ยวข้องแน่”
“แล้วฮูหยินรองเล่าขอรับ”
“เกี่ยวข้องเช่นกัน”
“แม่นมหลัว?”
“เป็คนกลาง”
เหล่าจางขมวดคิ้ว “แล้วเหตุผลเล่าขอรับ เป็เพราะเื่สัญญาหมั้นของตระกูลซูหรือ”
หลินเซียวไม่ตอบทันที
เขาหยิบกระดาษข่มขู่ขึ้นมาพลิกดูอีกครั้ง
“เื่สัญญาหมั้นเป็เหตุผลที่ดีพอให้คนเกลียด แต่ยังไม่ดีพอให้ฆ่า”
“เพราะเหตุใดขอรับ”
“เพราะถ้าข้าตาย เื่จะวุ่นวายเกินไป ต่อให้จัดฉากเป็อุบัติเหตุ ก็ยังมีความเสี่ยง แต่ถ้า้าถอนหมั้น มีวิธีถูกกว่า ง่ายกว่า และสะอาดกว่านี้มาก”
เหล่าจางฟังแล้วเงียบไป
หลินเซียวพูดต่อ “คนจะเลือกวิธีเสี่ยงเมื่อสิ่งที่ต้องปกปิดเสี่ยงกว่า”
“หมายความว่านายน้อยรู้อะไรบางอย่าง?”
“หลินเซียวคนเดิมอาจรู้”
เหล่าจางเงยหน้ามองเขา
หลินเซียวรู้ตัวว่าพูดแปลกอีกแล้ว จึงกล่าวต่อโดยไม่ให้เวลาอีกฝ่ายสงสัย
“ข้าจำได้ไม่ชัด เหมือนเคยได้ยินคนพูดในห้องหนังสือเก่า มีคำว่า ‘บัญชา์’ กับ ‘ชื่อที่ไม่ควรปรากฏ’”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า “บัญชา์” สีหน้าของเหล่าจางก็เปลี่ยนไป
มันไม่ใช่ความใธรรมดา
แต่เป็ความกลัวที่ฝังอยู่ในกระดูก
หลินเซียวสังเกตเห็นทันที
“เ้ารู้จัก?”
เหล่าจางกลืนน้ำลาย “คนทั้งต้าหยวนย่อมรู้จักบัญชา์ขอรับ”
“เล่าให้ข้าฟัง”
“นายน้อยจำไม่ได้หรือขอรับ”
“หัวข้ากระแทกน้ำ จำอะไรขาด ๆ หาย ๆ” หลินเซียวพูดอย่างสงบ “ใช้คำอธิบายสำหรับคนโง่ที่สุด”
เหล่าจางลังเล
“ถ้าเ้าไม่เล่า ข้าจะไปถามคนอื่น”
“ไม่ได้ขอรับ!” เหล่าจางรีบพูด “เื่นี้ถามส่งเดชไม่ได้”
“เช่นนั้นก็เล่า”
ชายแก่สูดลมหายใจลึก
“ทุกสิบสองปี เมืองหลวงจะประกาศบัญชา์จากศิลาดำขอรับ บนศิลาจะปรากฏรายชื่อคนบางคน พร้อมชะตาที่์กำหนด บางคนได้เป็ขุนนาง บางคนได้เป็แม่ทัพ บางคนร่ำรวย บางคนต้องตาย บางคน...ถูกระบุว่าเป็ภัยต่อแผ่นดิน”
หลินเซียวฟังเงียบ ๆ
เหล่าจางกล่าวต่อ เสียงเบาลงเรื่อย ๆ
“หลายร้อยปีที่ผ่านมา บัญชา์ไม่เคยผิดแม้แต่ครั้งเดียว ผู้ที่ถูกทำนายว่าจะได้เป็แม่ทัพ สุดท้ายก็ได้เป็แม่ทัพ ผู้ที่ถูกทำนายว่าจะก่อฏ ต่อให้ตอนแรกเป็เพียงชาวบ้าน สุดท้ายก็ต้องก่อฏจริง ผู้ที่ถูกทำนายว่าจะตาย ไม่มีใครหนีพ้น”
“ใครตรวจสอบว่าไม่เคยผิด”
เหล่าจางชะงัก “อะไรนะขอรับ”
“ใครเป็คนเก็บบันทึก ใครเป็คนตรวจผล คำว่าหลายร้อยปีไม่เคยผิดมาจากไหน”
เหล่าจางอ้าปากค้าง
สีหน้าของเขาเหมือนเพิ่งเห็นคนถามว่าทำไมดวงอาทิตย์ต้องขึ้นตอนเช้า
“นายน้อย...นี่เป็เื่ที่ทุกคนรู้”
“เื่ที่ทุกคนรู้ บางครั้งก็เป็เื่ที่ไม่มีใครเคยตรวจ”
เหล่าจางพูดไม่ออก
หลินเซียวเอนหลังพิงหมอน ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
คำทำนายที่ไม่เคยผิด
รายชื่อบนศิลา
ชะตาที่ทั้งแผ่นดินยอมรับ
สำหรับคนในโลกนี้ มันคือปาฏิหาริย์
สำหรับเขา มันคือระบบ
และระบบทุกชนิดย่อมมีผู้สร้าง ผู้ใช้ ผู้ได้ประโยชน์ และช่องโหว่
“ถ้าหลินเซียวคนเดิมได้ยินเื่ชื่อที่ไม่ควรปรากฏ” เขาพึมพำ “แปลว่าอาจมีรายชื่อบัญชา์รอบใหม่หลุดออกมาก่อนประกาศ”
เหล่าจางหน้าซีด “นายน้อย อย่าพูดเช่นนี้ขอรับ หากเกี่ยวกับบัญชา์จริง เื่นี้ไม่ใช่เื่ในจวนแล้ว”
“ข้ารู้”
“ท่านไม่รู้ขอรับ” เหล่าจางพูดเสียงสั่น “ผู้ใดล่วงรู้บัญชาก่อนประกาศ อาจถูกกรมตรวจการจับไปสอบทั้งตระกูล ผู้ใดบิดเบือนบัญชา อาจถูกปะา ผู้ใดถูกระบุว่าเป็ภัยต่อแผ่นดิน ต่อให้ยังไม่ได้ทำสิ่งใด ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้”
หลินเซียวมองชายแก่
“เ้ากลัวมาก”
“ข้ากลัวเพราะข้ายังอยากให้นายน้อยมีชีวิตอยู่”
คำตอบนั้นจริงใจจนหลินเซียวเงียบไป
เขาไม่ใช่คนอ่อนไหวง่าย โดยเฉพาะหลังทำงานในโลกที่ตัวเลขบนหน้าจอบางครั้งสำคัญกว่าชีวิตคน แต่ความห่วงใยตรง ๆ จากชายแก่คนนี้กลับทำให้เขารู้สึกแปลกเล็กน้อย
เหมือนร่างนี้ยังมีบางอย่างที่ไม่ควรทิ้ง
หลินเซียวหลุบตา
“ข้าก็อยากมีชีวิตอยู่”
เหล่าจางมองเขา
หลินเซียวพูดต่อ “เพราะฉะนั้นข้าต้องรู้ให้ชัดว่าใครอยากให้ข้าตาย และทำไม”
ก่อนเหล่าจางจะตอบ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นด้านนอก
ไม่ใช่ฝีเท้าเบาแบบเสี่ยวถัง
เป็ฝีเท้าหนักและเร่งรีบของคนหลายคน
เหล่าจางรีบคว้าไม้กระบองอีกครั้ง
ประตูถูกเคาะอย่างแรง
“คุณชายสาม นายท่านเชิญไปห้องหนังสือด่วนขอรับ!”
เหล่าจางหันมามองหลินเซียวทันที
หลินเซียวยิ้มบาง ๆ
“เห็นหรือไม่ คืนนี้ทุกคนขยันกว่าปกติ”
“นายน้อยจะไปหรือขอรับ”
“แน่นอน”
“แต่ร่างกายท่าน—”
“ถ้าข้าไม่ไป พรุ่งนี้อาจไม่มีร่างกายให้ห่วงแล้ว”
เหล่าจางเม้มปากแน่น ก่อนช่วยเขาลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง
หลินเซียวสวมเสื้อคลุมเพิ่ม ความเย็นของกลางคืนซึมผ่านผ้าเข้าถึงผิว แต่เขากลับตื่นตัวกว่าตอนกลางวันเสียอีก
เมื่อประตูเปิดออก บ่าวชายสองคนยืนรออยู่ด้วยสีหน้าตึงเครียด
“เกิดอะไรขึ้น” เหล่าจางถาม
บ่าวชายลังเล มองซ้ายขวา ก่อนตอบเสียงเบา
“คนของนายท่านพบถุงหอมของคุณชายรองในบ่อน้ำแห้งหลังเรือนตะวันตกขอรับ”
หลินเซียวหยุดเดิน
จากนั้นหัวเราะเบา ๆ
เหล่าจางมองเขาอย่างใ “นายน้อยหัวเราะอะไรขอรับ”
“ข้ากำลังคิดว่า คนฉลาดบางคนพอร้อนใจขึ้นมา ก็ทำเื่โง่ได้เหมือนกัน”
ถุงหอมลายเมฆเงิน
ของที่เสี่ยวถังเพิ่งบอกว่าเห็นในคืนเกิดเหตุ
ถ้าถูกพบในบ่อน้ำแห้งหลังเรือนตะวันตก แปลว่ามีคนพยายามกำจัดหลักฐานหลังจากกระดุมหยกถูกเปิดเผย
และคนคนนั้นกลัวพอจะเคลื่อนไหวในคืนเดียวกัน
หลินเซียวเดินออกไปในความมืดโดยมีเหล่าจางประคอง
ลมพัดผ่านสวนไผ่ เสียงใบไม้ไหวเหมือนเสียงกระดาษหลายพันแผ่นถูกพลิกพร้อมกัน
เขารู้สึกได้ว่า คดีนี้กำลังเปลี่ยนทิศ
จากการฆาตกรรมในจวน
ไปสู่บางสิ่งที่ใหญ่กว่า
บางสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “์”
และถ้าโลกนี้เชื่อว่า์กำหนดชีวิตคนจริง ๆ
หลินเซียวก็มีคำถามหนึ่งอยากถามมันมาก
ใครเป็คนให้สิทธิ์เ้า?