หลังจากที่ ฮ่าวหลันเซียนได้รับโอสถที่ผู้เป็นอาได้มอบให้เขาก็ขอบคุณอย่างยกใหญ่เลยคนนั้นเขาก็เดินเข้าห้องของเขาและให้ทหารเฝ้าอย่าให้ใครเข้ามาได้ แล้วให้ทหารส่วนหนึ่งพาเฟยหลง และไป๋หลางชมภายในเมืองเผ่ามังกรเทวะ
อาณาเขตของเผ่ามังกรเทวะนั้นเปรียบเทียบได้กับอาณาจักรที่ใหญ่ๆแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ มี ประชากรที่เป็นมังกรนับพันล้านตน ซึ่งวิถีชีวิตของมังกรนั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากเผ่าพันธุ์อื่นมากนักคนที่แข็งแกร่งย่อมที่จะได้รับชูบูชาส่วนคนที่อ่อนแอนั้นก็จะถูกด่าว่าทับถมเป็นเรื่องปกติ
“เจ้าไปได้แล้วข้าเจอออกไปดูเมืองแห่งนี้สักหน่อย”
เฟยหลงกล่าวกับทหารที่เดินตามมาเพราะเขานั้นต้องการที่จะออกเดินทางเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ
“แต่ว่าท่านผู้นำ”ยังไม่ทันที่ทหารองครักษ์มังกรจะพูดจบ มันก็ต้องหวาดหวั่นกับความหวาดกลัวที่ทั้งชีวิตนั้นไม่เคยเจอมาก็คือแรงกดดันของเฟยหลงที่ปล่อยออกมาอย่างล้นหลาม
“ไม่ต้องห่วงข้านั้นชำนาญทางมากกว่าพวกเจ้าเสียอีก”
เฟยหลงเดินออกมาหลังจากนั้นเขาก็นำกิ่งไม้ของเขามาทำเป็นกระบี่เพื่อเหาะเหินเดินทางบนอากาศเช่นเดียวกับไป๋หลางที่ใช้ดาบทมิฬหลังจากนั้นใช้ปราณขับเคลื่อนดาบให้ลอยสู่ท้องนภาซึ่งมันนั้นก็ไม่ใช่ภาพที่แปลกตาอะไร เพราะคนในดินแดนเทวะส่วนมากก็จะเหาะเหินเดินอากาศกันได้ทั้งสิ้น
การเดินทางผ่านป่าผ่านทะเลมากมายจนในที่สุดพวกเขาทั้งสองคนก็มาถึงจุดหมายมันคือเกาะที่มี หุบเขาที่ซับซ้อนและไม่ได้มีสิ่งมีชีวิตอยู่ระบบนิเวศแถวนี้นั้นล้วนเป็นพื้นทรายมีเพียงถ้ำที่ตั้งอยู่ใจกลางของเกาะ
“เจ้ารออยู่ตรงนี้หรือไม่ก็เดินทางไปทางทิศใต้จะพบกับเมือง”
เฟยหลงพูดกับไป๋หลางเพราะเขานั้นต้องการที่จะไปหาบางสิ่งที่อยู่ภายในเกาะแห่งนี้
"แล้วท่านจะใช้เวลากี่วันอย่างนั้นรึขอรับข้าจะได้มาเตรียมรอ"
“คงสัก3วัน นี่เงินมันจะทำให้เจ้าสามารถซื้อของที่อยากได้”
เฟยหลงนั้นรู้ค่าเงินของดินแดนเทวะแล้วหินลมปราณถือว่าเป็นค่าเงินที่ต่ำที่สุดในดินแดนเทวะใช้ใช้หินลมปราณ 5 ก้อนจึงจะซื้ออาหาร 1 มื้อ
“ขอบคุณมากครับท่านเจ้าสำนัก”
แล้วจำนวนเงินที่เฟยหลงนั้นให้ไปก็คือธนบัตรสีดำซึ่ง 1 ใบนั้นมีค่าเท่ากับ 100 ล้านหินลมปราณ และไปลงได้ให้มันไปนับ 10 ใบ
หลังจากนั้นล่ะไป๋หลางก็เดินทางไปยังทิศใต้ตามคำบอกเล่าของเฟยหลง และแล้วเฟยหลงก็เดินทางมาหยุดตรงหน้าของปากทางเข้าเกาะแห่งนี้ซึ่งมันมีประตูที่ใหญ่เป็นเหล็กศิลาดำและหากใครบอกว่าทำไมถึงได้ไม่เข้าทางด้านบนอากาศก็ขอว่าสถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ที่ได้รับการจากผู้ที่อ้างว่าเป็นพระเจ้าผู้ที่ได้สร้างจักรวาลแห่งนี้ขึ้นมาและตัวตนพระเจ้านั้นได้สร้างสถานที่ไว้ 3 แห่งเพื่อปกป้อง สิ่งมีชีวิตในจักรวาลไว้แต่ความจริงแล้วมันก็เป็นแค่ข้ออ้างทำให้ตัวเองนั้นเป็นดั่งวีรบุรุษแต่ความจริงแล้วพระเจ้านั้นเป็นคนที่เลวทรามต่ำช้ายิ่งจอมมารและสิ่งที่ทําให้เฟนหลงนั้นต้องแข็งแกร่งขึ้นก็เพราะว่าพระเจ้านั้นได้จับคนที่เขารักมากที่สุดไปนั่นก็คือภรรยาของเขาที่มีนามว่า หง ต้าหนิง นางนั้นเป็นเพียงแค่หญิงชาวธรรมดา แต่เผอิญว่างานได้มีวาสนาพบรักกับเฟยหลงแม้ในตอนนั้นเฟยหลงจะยังไม่ได้เก่งกาจจนไปถึงขั้นระดับเซียนแต่นางก็ยังคงเชื่อมั่นและรักเฟยหลงตลอดมาจนในที่สุดเขาได้เป็นเทพเซียนจักรพรรดินางก็ยังอยู่เคียงข้างเฟยหลงใบหน้าที่งดงามพร้อมกับความเมตตาและความเยือกเย็นที่มาพร้อมๆกันทำให้ความน่ากลัวของนางนั้นไม่แตกต่างจากสามีผู้เป็นดั่งเทพสงครามเลย
ในตอนนั้นในตอนที่เฟยหลงได้ออกเดินทางอีกครั้งหนึ่งเพื่อค้นหาความแข็งแกร่งของเขา แต่แล้วพระเจ้าผู้ใดที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีคุณธรรมสูงส่งได้ลักลอบเข้ามาภายในบ้านของเฟยหลง มันนั้นกะที่จะทำไม่ดีไม่ร้ายกับต้าหนิงแต่เนื่องจากเฟยหลงมาทันด้วยความที่ตัวตนพระเจ้านั้นมีพลังที่เก่งมากนักมันใช้อักขระระดับพระเจ้าประทับไปที่ร่างของต้าหนิงและสั่งให้เฟยหลงฆ่าคนมากมายเพื่อให้มันนั้นไหว้ชีวิตคนรักของเฟยหลง แต่เนื่องจากต้าหนิงนั้นตนเห็นสามีของตัวเองฆ่าคนไปมากกว่านี้ไม่ได้นานจึงได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายแต่ว่าข่าวการตายของต้าหนิงก็หาได้ไปถึงหูของเฟยหลงแต่กลับกลายว่ามีสารไปส่งที่เฟยหลงว่าให้ทำการฆ่าผู้คนที่อยู่ในระดับเทพเซียนจักรพรรดิ์ทั้งหมดทั้ง 8 ดินแดนเพื่อที่จะสามารถเอาตัวภรรยาของเขากลับไปได้
ซึ่งเฟยหลงก็ยอมเขาได้สังหารผู้ฝึกตนขั้นเทพเซียนจักรพรรดิไปนับหมื่นนับแสนคนซึ่งในตอนนั้น เขาได้ถูกขนานนามว่าเป็น หน้ากากยมทูตเพราะเขาได้ใช้หน้ากากสีขาว ปกปิดใบหน้าและทำการต่อสู้กับเหล่าเทพเซียนจักรพรรดิในยุคที่รุ่งเรืองมากที่สุด จนมาถึงสุดท้ายที่เขาต้องสู้กับสหายของเขานั่นก็คือตู่กู่ปู่หลังจากที่เขาได้ฆ่า เพื่อนรักของเขาเรียบร้อยแล้วเขาก็ได้กลับมาหาผู้ที่อ้างว่าตนเป็นพระเจ้าและได้มาทวงสัญญาคืนแต่ชายคนนั้นกลับทำให้เฟยหลง ต้องสติแตกเนื้องจากตนพระเจ้าได้บอกกับเฟยหลงว่าภรรยาของเขาได้เสียชีวิตลงไปตั้งนานแล้ว เฟยหลงพยายามที่จะสั่งหารแต่ก็ไม่เป็นผลเขาได้แม้ชายคนนั้นจะมิได้มีทักษะที่เก่งสักนิดแต่มันมีทักษอักขระที่สูงมากกว่าเทพอักขระเสียอีก จากนั้นพระเจ้าก็ได้หายจากไป
เฟยหลงเลยตัดสินใจเดินทางไปยังดินแดนที่อ่อนแอ เพื่อที่จะสำนึกผิดให้กับสิ่งต่างๆที่เขาได้เคยทำไปในอดีต
“ข้ามาแล้ว หนิงเอ๋อเจ้าเป็นยังไงบาง”
เฟยหลงพูดออกมาพลางเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างเสียใจเข้าไว้นั้นแม้จะแข็งแกร่งมากเพียงใดเขาก็ยังไม่สามารถที่จะปกป้องคนที่เขารักไว้ได้มันช่างน่าอดสูแล้วน่าอัปยศจริงๆ
“ข้าไม่เป็นไร”
จู่ๆก็มีเสียงลึกลับตอบกลับมาซึ่งเฟยหลงจำได้อย่างดีเพราะมันคือเสียงของต้าหนิงสตรีที่เขานั่นรักอย่างสุดหัวใจ
“เป็นเจ้าจริงๆนั้นต้าหนิง”
เฟยหลงพูดพร้อมกับน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนแต่ความจริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่จิตของเขาที่คิดไปเองก็เท่านั้นการที่จะฟื้นคืนชีวิตของคนคนหนึ่งได้นั้นจำเป็นต้องมีสิ่งของ 5 อย่างหนึ่ง น้ำอมฤตก่อร่าง สองโสมอมตะ 3แสน ปี สามไข่มุกจิตวิญญาณ และอย่างสุดท้ายก็คือ กุญแจสู่ยมโลกซึ่งทุกอย่างเฟยหลงล้วนมียกเว้นกุญแจยมโลกเพราะหากได้กุญแจยมโลกมาแล้วเขาจะต้องเปิดกุญแจเพื่อเดินทางไปเอาวิญญาณของต้าหนิงและสหายเขากลับมาได้กลับมาแต่มันนี้นกลับหาได้ยากยิ่งกว่าอื่นใดทั้งปวง
ชีวิตมีหวนคืน แม้ต้องฝืนโชคชะตา
เสียแรงกว่าได้มา แต่คุ้มค่าที่รอคอย
มีจริงอย่างนั้นหรือ รึนี่คือข่าวโครมลอย
แม้เป็นไปได้น้อย ขอเฝ้าคอยวันเป็นจริง
จ บ คือผมใช้ไมค์ที่ไว้พูดแล้วออกมาเป็นคำหลังจากนั้นจึวมาแก้คำเรียบเรียงประโยคกับแก้คำแต่ผมก็ไม่ได้ละเอียดทุกประโยคขนาดนั้นเพราะงั้นผมต้องขออภัยหากผู้อ่านจะติว่าด่าชมก็เชิญเลยครับ