เขตแดนของฐานที่มั่นระดับC หมายเลข888
หลังจากที่แม็กซ์และเ้าหมาโง่ออกเดินทางจากพื้นที่ล่ามาได้ไม่นานด้วยความเร็วอันน่าทึ่งที่ได้รับมาจากทักษะเงามายา ทำให้ระยะทางที่ปกติต้องใช้เวลาเดินทางนานหลายชั่วโมงกลับใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้นทั้งคู่ก็มาถึงบริเวณเขตแดนรอบนอกของฐานที่มั่น
ฐาน C-888 จัดเป็ฐานขนาดเล็กที่สุดในระบบการจัดการพื้นที่ที่อยู่อาศัยของมนุษย์หลังยุควันสิ้นโลก ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและป่าทึบในบริเวณที่เคยเป็ภาคเหนือของประเทศไทยอาศัยความสูงของูเาและลำห้วยธรรมชาติเป็เกราะป้องกันชั้นนอก
สำหรับแม็กซ์แล้ว เขาจัดอยู่ในกลุ่มคนที่ไม่มีสิทธิ์รับรองใด ๆทั้งสิ้น ไม่มีระบบยืนยันตัวตนของทางการ ไม่มีหน่วยงานใดรับรองสถานะจึงไม่สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ภายในฐานได้ ต้องอาศัยอยู่นอกระบบและพึ่งพาการค้าขายผ่านช่องทางที่ไม่เปิดเผย หรือที่เรียกว่า ตลาดมืด นั่นเอง
“หยุดก่อน! เรามาถึงเขตเฝ้าระวังของฐานแล้วเปลี่ยนร่างกลับไปเป็ฮัสกี้ซะ” แม็กซ์พูดขึ้นเมื่อเห็นร่างมหึมาของหมาป่าทมิฬกำลังก้าวเข้าใกล้แนวเขตสังเกตการณ์การป้องกันชั้นนอกเสียงของเขาสงบแต่ชัดเจน
<เปิดใช้ทักษะ:เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์>
แสงจากทักษะสีเงินจาง ๆ ห่อหุ้มร่างกายทันทีก่อนที่ขนาดตัวจะค่อย ๆ หดตัวลงจนเล็กลง เส้นขนและรูปร่างเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็ หมาน้อยสายพันธุ์ฮัสกี้ขนาดเพียงเข่า สีขาวดำสวยงาม ดูน่ารักและไม่เป็พิษภัยปกปิดพลังออร่าของสัตว์อสูรได้อย่างแเีเหลือเพียงแววตาคมกริบที่ยังคงบ่งบอกถึงความฉลาดและพลังที่ซ่อนอยู่เื้ั
“ดีล่ะ... อีกแค่ 2 กิโลเมตรก็ถึงทางเข้าเดี๋ยวเดินเท้าเข้าไปเอง แกก็เดินตามมาเงียบ ๆ นะ”
“โฮ่ง! โฮ่ง!” เ้าหมาน้อยร้องตอบรับเสียงดังแ่เบากระดิกหางไปมาด้วยความตื่นเต้นกับการเข้าไปในเขตที่อยู่อาศัยของมนุษย์เป็ครั้งแรก
“นี่แกก็ปรับตัวได้เร็วเกินไม่รู้ว่าเป็เพราะความฉลาดเอง หรือเพราะความรู้ของระบบกันนะ... เอาล่ะ ไปกันเถอะ”แม็กซ์พึมพำด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะดึงถุงเก็บของมิติออกมา เพื่อบรรจุซากสัตว์อสูรและสิ่งของบางส่วนเตรียมเอาไว้ให้ดูเหมือนอุปกรณ์เก็บของทั่วไปเพื่อจะได้ไม่ต้องใช้คลังระบบ
จากนั้นก็ย่อขนาดถุงให้เล็กลงเท่าขนาดฝ่ามือแต่งกายมิดชิดคลุมศีรษะด้วยฮู้ดเพื่อปกปิดใบหน้า เดินนำหน้าเข้าไปในซอยแคบที่มีแสงไฟสลัวส่องสว่างตลอดทาง
เขตนอกกำแพง – ตลาดมืด
ไม่นานนัก ทั้งสองก็เดินมาถึงย่านตลาดมืดนอกเขตกำแพงฐาน เมื่อก้าวเข้ามาในย่านการค้าที่ดูวุ่นวายแต่ไม่เป็ทางการสายตาของผู้คนจำนวนหนึ่งก็หันมาจับจ้องที่ร่างของแม็กซ์และเ้าหมาน้อยทันทีทั้งเพราะท่าทางของเขา และเพราะสัตว์เลี้ยงที่เดินตามมาด้วย
“นั่นมันอะไรน่ะ? สัตว์อสูรเหรอ”ชายคนหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัย
“คงไม่ใช่หรอกมั้ง... หน้าตามันดูธรรมดา ๆน่าจะเป็แค่ลูกหมาป่ากลายพันธุ์ละมั้ง ใครมันจะกล้าเลี้ยงสัตว์อสูรกันล่ะ คงจะได้ตายก่อนแก่แน่”อีกคนหนึ่งตอบกลับด้วยความไม่แน่ใจ
ในขณะที่ผู้คนกำลังกระซิบกระซาบกันอยู่นั้น เสียงทักทายที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นมาจากด้านในของร้านค้า “ว่าไงไอ้หนู!หายหน้าหายตาไปหลายวันเชียว คิดว่าถูกสัตว์ร้ายกินไปแล้วซะแล้ววันนี้มีของดีอะไรมาขายบ้างละ?”
ชายวัยกลางคนผิวสีแทน ใบหน้ามีรอยย่นตามวัยแต่แฝงความเฉียบคม ชื่อ บุญมีเป็ผู้ดูแลตลาดมืดแห่งนี้ ประวัติความเป็มาของเขาไม่มีใครรู้แน่ชัดบ้างว่าเคยเป็ทหารเก่า บ้างก็ว่าเคยเป็พ่อค้าข้ามแดน แต่สิ่งที่แน่นอนคือเขามีความสัมพันธ์และเอ็นดูแม็กซ์เป็อย่างมากต่างก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอดหลายปี
“ก็นิดหน่อยอะตาเฒ่า อย่าเพิ่งรีบถามไปดูของข้างในกันก่อนดีกว่า” แม็กซ์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์มากนักก่อนจะเดินนำเข้าไปยังห้องรับส่งของด้านในที่ปิดมิดชิด
ในยุคหลังวันสิ้นโลกนี้จุดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คงจะเป็จุดซื้อขายของในตลาดมืด ที่มีอยู่ทุก ๆ ฐานจะเป็สถานที่ที่สามารถเข้ามาใช้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันไม่ว่าจะเป็คนในฐานหรือคนเถื่อนนอกฐานที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปใช้บริการด้านในของฐานเป็แหล่งรายได้หลัก ๆ ของฐานเลยก็ว่าได้
กฎของการใช้บริการที่เข้มงวดที่สุดคือห้ามสร้างปัญหาภายในร้านหากใครก่อเื่ขึ้นจะถูกไล่ออกจากร้านและจะถูกขึ้นบัญชีดำทันทีทางร้านจะไม่ถามแหล่งที่มาของสินค้า และไม่ซักประวัติลูกค้ามีสินค้าเพื่อจำหน่ายทุกประเภทั้แ่สากกะเบือยันเรือรบและรับจัดซื้อจัดหาสินค้าตามคำร้องขอด้วย
ขณะเดินตาม บุญมีสังเกตเห็นเ้าหมาน้อยที่เดินติดตามมาอย่างใกล้ชิดจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจว่า “ข้าไม่ได้เห็นสัตว์ป่าที่ไม่ใช่สัตว์อสูรแบบนี้มานานแล้วนะเอ็งไปเจอมันมาจากไหนกัน?”
“ก็ไปเจอมันหลงฝูงอยู่ในป่าบนูเาแถว ๆ นี้แหละดูแล้วน่าสงสารเลยพามาด้วย อย่าไปสนใจมันมากเลยตาเฒ่า วันนี้ข้ามีของดีจริง ๆ มาขายให้น่ะ”แม็กซ์พยายามเปลี่ยนเื่ทันที เพื่อไม่ให้ถูกถามลึกซึ้งจนเกินไป ก่อนจะนำถุงมิติวางลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ที่เตรียมไว้
บุญมีพยักหน้าเข้าใจ เขารู้ดีว่าคนในย่านนี้ต่างมีความลับที่ไม่อยากเปิดเผยจึงไม่กดดัน ก่อนจะคลายถุงเตรียมนำสินค้าออกมาไว้กับพื้นที่โล่งกว้างและหยิบเครื่องมือตรวจวัดพลังงานิญญาออกมา
เมื่อนำซากของสัตว์อสูรออกมาจากถุง แสงสะท้อนพลังงานก็ปรากฏให้เห็นทันทีซากของอสรพิษมรกตและซากของจ่าฝูงหมาป่าทมิฬที่วางอยู่อย่างเรียบร้อยพลังงานภายในยังคงอัดแน่นและเสถียรอย่างน่าประหลาดใจ
“อะไรนะ! พลังงานสีม่วง...นี่มันพลังงานิญญาระดับสูงจริงด้วย พลังงานหนาแน่นขนาดนี้ อย่าบอกนะว่ามันเป็สัตว์อสูรกลายพันธุ์ขั้นสูง?”บุญมีเบิกตากว้าง ด้วยความตื่นเต้นที่เห็นสภาพของสินค้า
“ใช่แล้วล่ะ ทั้งสองตัวเป็ระดับขุนพล อีกตัวกำลังเริ่มวิวัฒนาการจะก้าวขึ้นไปเป็ระดับาาแล้ว”แม็กซ์อธิบายรายละเอียดอย่างตรงไปตรงมา
“จะขุนพลหรือาา ตอนนี้ไม่สำคัญเท่าความเข้มข้นของพลังงานแล้วถ้ามันเป็ของที่มีคุณภาพขั้นนี้ ราคามันจะพุ่งสูงขึ้นไปอีกระดับเลยนะ หายากพอ ๆกับระดับสีดำเลย” บุญมีพูดพลางตรวจสอบดูเนื้อ หนัง กระดูกอย่างละเอียดก่อนจะพูดขึ้นอีกด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนพูดเล่นแต่แฝงความสนใจ “จะดีไม่น้อยเลยถ้ามีแกนพลังของมันมาขายด้วยนะ...ของชิ้นนั้นมีค่ามากที่สุด”
“เอ่อ...” แม็กซ์ทำท่าอ้ำอึ้งเล็กน้อย เพราะแกนของจ่าฝูงหมาป่าได้ถูกนำไปใช้กระตุ้นยีนและวิวัฒนาการให้กับเ้าหมาโง่ไปแล้วส่วนแกนของอสรพิษก็ถูกตนดูดซับเข้าไปไม่มีเหลือไว้ขายแน่นอน
“ช่างมัน ๆ!” บุญมีเห็นท่าทางจึงรีบพูดตัดบททันที “ข้าไม่อยากเซ้าซี้หรอกถ้าเ้าอยากขายก็คงนำมาเอง ถ้าไม่นำมา ก็แสดงว่ามันมีประโยชน์กับเ้ามากกว่าเก็บไว้ใช้เองดีกว่าขายเป็เงินแน่นอน”
“ขอบคุณที่เข้าใจนะตาเฒ่า” แม็กซ์พูดด้วยน้ำเสียงขอบคุณอย่างจริงใจ
“งั้นมาตกลงราคากันเถอะ”บุญมีเริ่มประเมินอย่างละเอียด “ซากงูตัวนี้ไม่มีส่วนเนื้อ กระดูก เขี้ยว หนังทั้งหมดสมบูรณ์ไร้ที่ติ ชำแหละมาอย่างดีเลย ข้าให้ 15,000 เครดิตส่วนซากหมาป่า ถึงแม้จะมีครบทุกส่วน แต่ดูจากรอยแผลแล้วคงผ่านการต่อสู้มาหนักสภาพเสียหายไปเกือบครึ่ง ข้าให้ 10,000 เครดิต รวมเป็ 25,000เครดิต ตกลงไหม?”
“ไม่มีปัญหา ท่านว่ายังไงก็เอาตามนั้นแหละ” แม็กซ์ตอบรับทันที“ว่าแต่...” แม็กซ์เอ่ยต่อ ก่อนจะหันมาถามเื่ที่ตั้งใจมาหา “หนังงูตัวนี้จะเอาไปทำชุดป้องกันพลังิญญาได้ไหม?หรือว่าตาเฒ่ามีชุดขายบ้างหรือเปล่า?”
บุญมีถอนหายใจยาว ก่อนจะอธิบายสภาพความเป็จริงให้ฟัง “ตอนนี้ชุดสำเร็จรูปไม่มีขายหรอกทรัพยากรหายากมากคนแย่งกันซื้อจนราคาพุ่งสูงเกินเอื้อม แต่หนังงูตัวนี้คุณภาพยอดเยี่ยม น่าจะนำไปผลิตชุดป้องกันได้หลายชุดมันทนทานต่อการโจมตีด้วยพลังิญญาได้ระดับหนึ่งเลย”
“เยี่ยมเลยตาเฒ่า งั้นขอสั่งทำเอาไว้ 1 ชุดนะ ขอแบบทรงเดียวกับที่ข้าใส่อยู่ตอนนี้แถมช่วยฟอกสีให้เป็สีดำสนิทด้วย ข้าไม่อยากใส่สีเขียวเดินไปไหนมาไหนเดี๋ยวโดนจับตามองเพราะเด่นเกินไป ฮ่า ๆ” แม็กซ์หัวเราะขึ้นมา ก่อนจะถามต่อ “แล้วค่าดำเนินการมันประมาณเท่าไหร่ล่ะ?”
“ค่าทำรวมวัสดุอื่น ๆ อีกนิดหน่อย คาดว่าคงประมาณ 10,000เครดิต”
“ได้เลย หักค่าใช้จ่ายออกจากยอดเงินที่จะได้รับนี่แหละแล้วก็ช่วยจัดเตรียมเสบียงให้ข้าด้วยนะ ข้าวสาร 20 กิโลกรัมแป้ง 20 กิโลกรัม ขนมปังแห้ง 10 ถุงและน้ำสะอาด 30 ลิตร เสบียงอัดแท่ง 20 กล่อง ชุดถุงอาหารแห้ง200 ชุด ใส่ถุงมิติให้เรียบร้อยด้วย”
“รับทราบ รอสักครู่นะ เดี๋ยวข้าไปจัดการให้” บุญมีเดินออกไปสักพักก่อนจะกลับมาพร้อมถุงมิติที่บรรจุเสบียงครบถ้วน และเครื่องสแกนบันทึกยอดเงิน
“เรียบร้อยแล้ว ตรวจสอบดูสินค้าด้วยตัวเองก่อนได้เลยส่วนเสบียงขอแถมให้แล้วกัน ถือว่าขอบคุณที่นำของดีมาให้ขาดทุนนิดหน่อยแต่คุ้มที่ได้ของมีค่า” เขายื่นเครื่องสแกนไปให้ แม็กซ์จึงยื่นข้อมือออกไปแตะเบาๆ
ติ๊ด!
[ยอดเงินเข้าบัญชีสำเร็จ: 15,000 เครดิต คงเหลือในบัญชี: ***,000 เครดิต]
“ขอบคุณมากนะตาเฒ่า”
“ถ้าเอ็งมีระบบของทางการจะสะดวกและปลอดภัยกว่านี้เยอะเลยนะ” บุญมีพูดด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
“ไม่เอาอะตาเฒ่า” แม็กซ์ส่ายหน้าด้วยแววตาที่แน่วแน่ “ระบบปลุกพลังของฐานก็เหมือนเอาปลอกมาล่ามคอตัวเองไว้ทุกการเคลื่อนไหวจะถูกติดตามและถูกควบคุมไว้หมด ขอเสี่ยงตายแต่มีอิสระอยู่ข้างนอกดีกว่า”
“เอาเถอะ ข้าเข้าใจแล้ว”บุญมีเข้าใจดีว่าข้อจำกัดของระบบมีอะไรบ้างเลยไม่จำเป็ต้องเซ้าซี้ต่อ
“ไว้ข้าค่อยแวะมาถามเื่ชุดอีกทีนะ ขอตัวก่อน”
“เช่นกัน ถ้ามีของดีอีก ก็แวะมาหาได้เสมอ ดูแลตัวเองด้วยอย่าตายง่ายๆ ล่ะ ไอ้หนู!”
“เกือบจะซึ้งอยู่แล้วเชียว ปากเสียจริงเลยน่ะตาเฒ่าฮ่า ๆ ไปละ!” เมื่อจบธุระทุกอย่าง แม็กซ์เก็บของทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนจะหันไปเรียกเ้าหมาน้อยที่นั่งรออยู่อย่างสงบ “เ้าหมาโง่ไปกันได้แล้ว”
ทั้งคู่เดินออกจากร้านค้า ลัดเลาะผ่านซอยแคบ ในย่านเขตสลัมนอกกำแพงฐานมีบ้านเรือนเรียงรายกันอย่างแออัดแสงไฟสลัวส่องให้เห็นสภาพชีวิตที่ดูยากลำบากแต่ก็ยังมีชีวิตชีวาอยู่
แต่ขณะที่กำลังเดินผ่านซอยหนึ่งที่มืดกว่าที่อื่น... “เฮ้ย... หยุดเดี๋ยวนี้น่ะ!” เสียงะโดังขึ้นอย่างกะทันหันก่อนจะมีร่างของเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับแม็กซ์ พร้อมกับเพื่อนอีก 2–3 คน โผล่ออกมาจากมุมอับที่มีแสงสลัวพวกเขายืนกั้นทางเดินไว้ด้วยท่าทางดุดัน มองมาที่แม็กซ์ด้วยแววตาที่ไม่เป็มิตรเอาเสียเลย
ต้นตอของเสียงนี้คือใคร? พวกเขา้าอะไรและเื่ราวจะดำเนินไปในทิศทางไหนต่อไป...
***
เปิดโลกท้ายตอน
มาทำความเข้าใจสภาพทั่วไปโครงสร้างสังคมของโลกยุคนี้กันดีกว่าฐานที่มั่น ถูกแบ่งระดับความสามารถและขนาดไว้ทั้งหมด 4 ระดับ ดังนี้
ฐานระดับ S
เป็ฐานที่มีขนาดใหญ่ที่สุด รองรับประชากรได้สูงสุดสิบล้านคนมีกำแพงป้องกันถึง 5 ชั้นสร้างขึ้นจากวัสดุทนทานพิเศษที่มีส่วนผสมของสัตว์อสูรและเสริมด้วยพลังงานิญญาเข้มข้นสามารถทนต่อการโจมตีของสัตว์อสูรระดับมหาจักรพรรดิได้เป็ศูนย์กลางอำนาจและทรัพยากรที่สำคัญที่สุด
แบ่งชนชั้นเขตที่อยู่อาศัยตามนี้
ชั้นที่ 1 เป็ที่อาศัยของเหล่าผู้าุโ ผู้นำสูงสุด และตระกูลของเหล่าผู้นำและยังเป็ที่ตั้งของศูนย์วิจัยสำคัญของฐาน
ชั้นที่ 2 เป็ศูนย์บัญชาการทางทหาร บุคลากรสำคัญ ๆ ผู้มีอำนาจชั้นสูง
ชั้นที่ 3 เป็แหล่งที่อยู่อาศัยของผู้มีอำนาจชนชั้นกลางพ่อค้าผู้มั่งคั่งศูนย์กลางการค้า ศูนย์ปลุกพลังและศูนย์ฝึกทางทหาร
ชั้นที่ 4 เป็แหล่งที่อยู่อาศัยประชากรของฐาน พลเมืองฐาน โรงงานแปรรูปโรงผลิตอุปกรณ์ ฟาร์ม และผู้ใช้แรงงาน
ชั้นที่ 5 เป็แหล่งที่อาศัยของเขตสลัม คนยากไร้คนที่ไม่มีสิทธิ์รับรองการเป็พลเมืองของฐาน คนเถื่อน ตลาดมืด ในฐานใหญ่จะไม่อนุญาตให้มีการตั้งถิ่นฐานรอบนอกของกำแพงทางการจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขตชั้นนี้ ถือเป็เขตไร้กฎหมายและมีขั้วอำนาจมืดมากมาย
ฐานระดับ A
รองรับประชากรได้สูงสุดประมาณห้าล้านคน มีกำแพงป้องกัน 4 ชั้น มีอุปกรณ์และกำลังทหารที่เข้มแข็งสามารถป้องกันสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิได้ เป็ฐานที่มีความเจริญรุ่งเรืองและมีระบบความปลอดภัยสูงรองลงมา
ฐานระดับ B
รองรับประชากรสูงสุดประมาณหนึ่งล้านคน มีกำแพง 4 ชั้นเช่นกันแต่ความหนาแน่นของพลังงานและวัสดุจะด้อยกว่าฐานระดับ A สามารถรับมือกับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิได้เหมาะสำหรับเป็จุดพักแรมและแลกเปลี่ยนสินค้าขนาดกลาง
ฐานระดับ C
คือระดับที่ต่ำและมีขนาดเล็กที่สุด รองรับประชากรสูงสุดได้เพียงประมาณห้าหมื่นคนเท่านั้นมีกำแพงป้องกันแค่ 3 ชั้น การป้องกันมีจำกัดสามารถป้องกันได้ดีที่สุดแค่สัตว์อสูรระดับขุนพลเท่านั้นหากเจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่านั้นการป้องกันแทบเป็ไปไม่ได้เลย