ตอนที่2:ไครอส
หลังจากเผตุการณ์สุดโต่งที่ตัวผมเกือบจะถูกปะาแบบงงๆ แล้วตอนนี้ผมก็กำลังเผชิญกับเหตุการณ์ที่สุดโต่งเหมือนเดิมเลยครับผมในตอนนี้ผมสับสนกับเหตุการณ์ตอนนี้มากๆ
หลังจากทีเขาเห็นสีหน้าของทุกคนในวังก็ทำให้ตัวของเขาลุกลี้ลุกลนทำตัวไม่ถูก….มันเป็ภาพที่เขารู้สึกอึดอัดจากคัวของเขาเพราะในอดีตมักถูกคุนรอบข้างมองด้วยสายตาแปลกๆอยู่เสมอ
“ข้าไม่อยากจะเชี่อ….”
องค์าากล่าวขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่แสนอึดอัดและความเงียบงัน
“เ้ายังมีชีวิตอยู่จริงๆ หรอเนี่ย?”
“คะ….คงจะเป็แบบนั้นหล่ะมั้งครับ?”
ไคน์ตอบกลับไปด้วยความสงสัย
(มีชีวิต?) คิดว่าฉันถูกปะาไปแล้วอะไรทำนองนั้นสินะ…..แต่ถ้าลุงไม่มีความสามารถที่มองเห็นภูติผีอะไรทำนองนั้นก็น่าจะรู้หนิว่าฉันยังไม่ตาย….อีกอย่างลุงไม่ใช่ว่าให้เธอคนนั้นเป็คนไปช่วยฉันหรอกหรอนั่น?
“เดี๋ยวก่อนนะแล้วข่าวร้ายที่พวกเราทราบมาหล่ะ?”
องค์ราชินีกล่าวแทรกขึ้นมาด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน
“ข่าวร้าย?” ไคน์ถามกลับไปด้วยความสงสัย
“พวกข้าได้รับข้อมูลว่าเ้าพลาดถูกรอบสังหารหลังจากออกไปทำภารกิจที่พวกเรามอบหมายให้เ้าไปทำ”
“ไม่ใช่ว่าท่านฟังผิดไปเองงั้นหรอ? เพราะตัวผมเองก็ยืนอยู่ตรงหน้าท่านอยู่นี่ไง”
ผมตระหนักได้ถึงเื่ใหญ่ที่กำลังจะเกิดหลังจากนี้ ผมเลยแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้แล้วตอบไปแบบส่งๆ เพราะผมเองไม่ได้รู้เื่อะไรทั้งนั้น….
(ไคน์มันแค่หาทางโยนปัญหาทิ้ง)
“ก็อาจจะจริง….ไม่สิแหล่งข่าวของข้าน่าเชื่อถือสุดๆ ในทวีปเลยนะไม่มีทางที่จะผิดพลาดได้หรอก”
องค์าากล่าวขึ้นมาอย่างมั่นใจ
ลุงจะมาขิงแหล่งข่าวทำซากอะไรครับเนี่ย?….ขนาดชาวเมืองลุงยังมโนเื่แปลกๆขึ้นมาจนเกือบจะเป็เื่ที่สุดยอดสุดๆ ในประวัติศาสตร์แล้วไม่ใช่หรือไง?….ลุงเอาเวลาไปเสพแหล่งข่าวนั่นมาช่วยดูแลพลเมืองตัวเองหน่อยเถอะครับท่าน….
(เห็นไหมไคน์มันแค่จะหนีปัญหา)
“เดี๋ยวก่อนท่านพ่อ….ท่านไม่รู้สึกแปลกๆ กับเขาหรือคะ?”
องค์กล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไป
“เ้าหมายความว่าอย่างไรกัน (ไอรีน)”
องค์าาถามกลับด้วยความสงสัย
มาแล้วครับชื่อบุคคลคนแรกที่เราทราบหลังจากมาอยู่ที่โลกนี่(ไอรีน)…. ไม่สิต้องเรียกว่าองค์หญิงไอรีนสินะก่อนหน้านี่มีแต่เื่อะไรก็ไม่รู้เลยไม่ได้สังเกตุอะไรมากนักแต่เธอก็ดูเป็คนสวยเอาเื่เลยแห๊ะ….ผมสีขาวเงินดวงตาเป็ประกายสีม่วงดูจากลักษณะนิสัยเธอดูเป็คนที่แนวแน่สุขุมนิดหน่อย…..
“ท่านพ่อ…ท่าทางและลักษณะการพูดเขาดูแปลกๆ ไปไม่ใช่หรอ?”
“ไม่รู้ข้าไม่ได้สังเกตเลย… แต่… แปลกที่เ้าสามารถรู้เื่นั้นได้มากกว่า”
องค์าากล่าวถามองค์หญิงด้วยความสงสัย
ท่าทางขององค์หญิงเปลี่ยนไปในทันทีเธอก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมนำมือขึ้นมาจับที่แก้มของตัวเองใบหูและหน้าของเธอเริ่มแดงขึ้น ความเขินอายนั่นแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน
“ขะ…ข้าแค่…ระ…รูกสึกได้…แค่นั้นเอง”
องค์หญิงตอบกลับไปด้วยท่าทางเขินอาย
น้ำเสียงและท่าทางแบบนั้นถ้าเทียบกับอนิเมะรักอะไรแบบนั้นดูก็รู้ว่าเธอ…. กำลังชอบเ้าของร่างนี่อยู่แน่ๆ …นั่นคงเป็เหตุผลที่เธอสามารถจับผิดลักษณะที่เปลี่ยนไปของเ้าร่างนี่ได้สินะ…แต่ฉันจะทำยังไงดี? แบบนี้ฉันก็อึดอัดสุดเลยนะ….ลองคิดดูสิคนที่ตัวเองชอบอยู่ๆ ก็กลายไปเป็ใครไปก็ไม่รู้ถึงภายนอกจะเหมือนกันก็เถอะ….ขนาดฉันคิดคนเดียวยังขนลุกเลยนะ…
“เอาเป็ว่าสรุปเื่เป็มายังไงกันแน่เ้ารู้เื่อะไรบ้างหรือเปล่า?”
องค์าาถามไคน์ด้วยความอยากรู้และแสดงสีหน้าตึงเครียด
“เอ่อ….คือผม…”
ไคน์สีหน้าห่อเหียวแววตาสั่นระริกๆไปมาไม่หยุด
แบบนี้ฉันควรต้องพูดยังไงดีหล่ะเนี่ย… (ไม่รู้อะไรเลยครับผมความจำเสื่อมกระทันหันขึ้นมาขออภัยด้วยนะคร้าบบบ..) แบบนี้ดีไหมนะ… ตอแหลแบบด้านๆ แล้วชิ่งก็ไม่เลวแต่คงไม่มีใครเชื่ออยู่แล้ว แถมเื่มันกลับจะยิ่งเลยเถิดไปอีกตั้งหาก…..
แกล้งเป็ลมแล้วหลับไปสักสามวันเลยดีไหมนะหรือสักสัปดาร์นึงดี? ให้เื่มาซาลงอีกหน่อยแล้วค่อยหาโอกาศหนีไป…. แบบนั้นไม่ได้สิ…..หรือจะแกล้งเป็บ้าแล้ววิ่งหนีไปเลยดีไหมนะ?….ไม่ ไม่ แบบนั้นไม่ดีแน่มีหวังถูกจับขังตัวด้วยซ้ำ สถาการณ์แบบนี้ถ้ายอมบอกความจริงไปจะยอมเชื่อกันไหมนะ? ….งึม งึม งึม
(บ่นอยู่กับตัวเอง)
“เอาเป็ว่าให้เขาพักหน่อยดีไหม? …มันอาจจะผิดพลาดที่แหล่งข่าวเราจริงๆก็ได้ ถ้าถามเ้าตัวทั้งๆ ที่เขาไม่รู้มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา”
องค์ราชีนีกล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางใจเย็น
องค์ราชินีกล่าวขึ้นมาอย่างนั้นทำให้องค์ราชีใจเย็นลงและคิดวนไปมาอยู่พักนึงก่อนจะตัดสินใจทำตามที่องค์ราชินีกล่าวมา
“นั่นสินะ ข้าคงจะตื่นตระหนกเกินไปหน่อย….เอาเป็ว่าเ้าไปพักสักหน่อยเถอะเ้าเจอเื่มามากวันนี้”
อ่าวเห๊ะ…บทจะให้ไปก็ไปง่ายๆ งี้เลยหรอ? จริงดิ? เอ๊ะ? แต่ช่างเถอะถือว่าเป็เื่ดี ในจังหวะที่ให้เวลาฉันกำลังพักผ่อน ในตอนนั้นฉันจะหนีไปให้ไกลความวุ่นวายให้ได้เลยคอยดูเถอะ อะฮิ อะฮิ
(ในจิตใจไคน์กำลังสีหน้าสุดชั่วร้าย)
“แต่ก่อนที่เราจะได้ข้อสรุปแน่ชัดเราคงจะให้เ้าละสายตาไปไหนไม่ได้หรอก เอาเป็ว่าเ้าต้องอยู่ในวังไปสักพักพร้อมกับทหารเฝ้ายอมตลอดเวลาไว้ด้วย”
องค์าากล่าวด้วยสีหน้าจริงจังและท่าทีขึงขัง
หลังจากาากล่าวเช่นนั้นมันทำให้ความคิดชั่ววูบของไคน์นั้นสลายไปกับอากาศในชั่วพลิบตา….จิตใจจมดิ่งสู่ความว่างปล่าวหน้าตาเหม่อลอยไร้ความคิดใดๆ ทั้งสิ้น…..
(ช่างน่าสงสารจริงๆ)
ชีวิตฉัน…ไม่สิชีวิตไอเ้าของร่างนี้มันเคยมีอิสระกับเขามั้งไหมเนี่ย!!! แต่ละมื้อแต่ละเดย์ฉันต้องมาเจอแต่เื่อะไรเนี่ย….อ๊าก!!!
หลังจากที่เขาต้องอยู่ในราชวังอย่างเลี่ยงไม่ได้ตลอดเวลาเขาจะต้องมีทหารตามติดตลอดไม่เว้นแม้แต่ตอนนอนอิสระของเขาไม่สามารถมีได้ในขณะนี้….
(มีบอดี้การ์ดที่ไม่ต้องจ่ายค่าแรงออกจะดี?)
เห้อ…ได้อยู่คนเดียวสักทีถึงจะมีทหารเฝ้าหน้าประตูก็เถอะก็นะถ้าถึงขั้นเข้ามานอนในห้องด้วยมันก็เกินไป….
(เห้อ…) เสียงถอนหายใจของไคน์
ปึ้ง!!!!!
“อะไรเกิดอะไรขึ้น?!!!”
เหล่าทหารเฝ้ายามที่อยู่หน้าประตูห้องวิ่งกู้เข้ามาด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“ทำบ้าอะไรของพวกแกฟร๊ะ….อยู่ๆ ก็วิ่งกู่เข้ามาสะงั้น”
“พวกเราได้ยินเสียงคุณหายใจแปลกๆ เลยคิดว่าอาจจะเกิดเื่ไม่ดีขึ้นเลยรีบวิ่งเข้ามาหน่ะ”
“ถอยหายใจอะ ถอนหายใจ แค่ถอนหายใจมันจะไปเกิดเื่อะไรฟร๊ะ!!!… หรือจะไม่ให้ฉันหายใจหรือไงหา?!!!”
ไคน์ตอบกลับไปด้วยท่าทางหงุดหงิด
(ท่าทางเหมือนลิงกำลังโมโหนั่นแหละ)
“โอ้วงั้นหรอ ถ้างั้นเชิญพักผ่อนเถิดพวกเราจะฝ้าระวังความปลอดภัยให้เอง”
เหล่าทหารตอบกลับไปด้วยท่าทีเฉยเมยพร้อมทั้งเดินหันหลังกลับไป
ฉันไม่ปลอดภัยเพราะพวกแกนั้นแหละ คนในอณาจักรนี้มีใครปกติมั้งไหมเนี่ย?!!!… ช่างเถอะขอนอนสักหน่อยเถอะฉันเหนื่อยจะแย่แล้ว….ตุ๊บ
(เสียงทิ้งตัวลงนอนบนเตียง)
ปึ้ง!!!!!
“เกิดอะไรขึ้นเ้าสบายดีไหม?!!!”
เหล่าทหารวิ่งกู่เขามาด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“พอสักทีโว้ย!!!!”
ไคน์ตอบกลับไปด้วยท่าทีหงุดหงิดเช่นเคย
หลังจากคืนวุ่นวายนั้นผ่านไปเขาก็ได้นอนอย่างสงบสุข…..
(สักที)
หลังจากคืนนั้นเช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นเสียงนกร้องตอนรับแสงอาทิตย์ไคน์ลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากได้นอนพักผ่อนอย่างสบายใจ
(ละมั้งนะ)
เขาลุกขึ้นมานั้งบนเตียงด้วยความสะลึมสะลืออยู่ครู่นึง….
เช้าแล้วหรอเนี่ยเห้อ!!!…. พอนึกถึงเื่วันก่อนทำเอาไม่อยากจะออกจากห้องนี้เลยจริงๆ ….
(หาวเสียงดัง)
ปึ้ง!!!!!
“เกิดอะไรขึ้น?!!!….ไม่ต้องห่วงข้ามาช่วยแล้ว”
เหล่าทหารวิ่งกู่เข้ามาเช่นเคย
ตูคิดไว้ไม่มีผิดจริงๆ เหตุการณ์บังคับฉันไปถึงไหนมิทราบ…. ฉันเริ่มเป็ห่วงความเป็อยูาภายในวังนี้สะมากกว่าสะอีก…. ถามจริงเถอะระวังกันขนาดนี้ราชวังพี่มันไม่ปลอดภัยขนาดนั้นเลยหรอครับ….
หลังจากนั้นเหล่าทหารพาเขาไปทานอาหารเช้าและถึงไคน์อยากหนีหรือปฏิเสธยังไงก็คงรู้ว่าสะลัดทหารพวกนี้ไปไม่ได้อยู่ดี
คือก็ดีใจอยู่หรอกนะที่พวกนายทำตามหน้าที่ได้ขนาดนี้แต่ว่านะ….. ยืนคุ้มกันฉันทุกทิศทางสะขนาดนี้ไม่อุ้มฉันไปเลยสะหล่ะครับพี่…. เห้อฉันเป็นักโทษคนสำคัญไปแล้วหรอเนี่ย….
“ไง…เ้ามาแล้วสินะ”
เสียงขององค์หญิงที่กำลังรอเขาอยู่
องค์หญิงไอรีนกล่าวทักทายเขาด้วยสีหน้าตึงเครียดและเธอยังไม่กล้าที่จะสบตากับไคน์อยู่ เพราะความสงสัยที่ยังมีต่อตัวเขา
นี่สินะคนที่ปกติดีในเมืองนี้หน่ะ ฉันไม่ได้ว่าร้ายอะไรเธอหรอกนะ… แต่ช่วยมองที่ฉันสักหน่อยเถอะ ฉันรู้ดีว่าเธอกำลังสงสัยในตัวฉันอยู่ แต่โดนสาวไม่แยแสแบบนี้ฉะนก็เจ็บเป็นะ
“อรุณสวัสดิ์องค์หญิงไอรีน”
ไคน์ทำเป็นิ่งเชยและตอบบกลับไปด้วยความสุภาพ
“นั่งลงก่อนสิ”
องค์กล่าวด้วยท่าทางเ็า
“อะ….อืม”
ไคน์ตอบกลับด้วยความรู้สึกเจ็บนิดๆในใจ
“ว่าแล้วเชียวเ้า”
องค์หญิงหันมาพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าเคร่งเครียด
ฉันรู้สึกว่าเธอกำลังอารมณ์ไม่ดีสุดๆเลย ฉันพูดอะไรผิดไปรึเปล่า? เอ๊ะ? ฉันควรขอโทษเธอดีไหมนะ?…หรือหาเื่คุยตัดประเด็นดี?
“คะ…คือว่ามันอาจจะไม่เหมาะสมที่จะให้ตัวผมมานั่งทานอะหารกับท่านองค์หญิงบนโต๊ะตัวเดียวกันแบบนี้ ขอผมไปหาที่ทานอาหารคนเดียวดีกว่านะครับ”
ไคน์พูดและยิ้มหน้าละลืนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ไม่เป็ไร ฉันไม่ถือหรอก”
องค์หญิงกล่าวและทำท่าทีเ็า
ไม่อยากพูดหรอกนะจริงๆ ฉันก็ไม่ถือเื่นั้นเหมือนกันนั่นแหละ…. แต่สถาการณ์มันทำให้ฉันอยากออกห่างตากตรงนี้สุดเลยๆ (ไคน์เอ๊ยยย!!!)
“ข้าขอถามอะไรเ้าสักหน่อยสิ?”
“อะ…อ่า...ครับ…มีอะไรหรอครับ?”
ไคน์ตอบกลับไปด้วยสีหน้านิ่งแต่ในใจกำลังสั่นครอนอยู่ไม่สุก
“เ้าเป็ใครกันแน่?”
องค์กล่าวถามด้วยน้ำเสียงขึงขังและแสดงสีหน้าจริงจัง
เอาตรงๆ ฉันไม่ได้ใอะไรกับคำถามนี้เป็พิเศษเลย คงเพราะเธอสงสัยในตัวฉันอยู่แล้วและส่วนตัวฉันเองไม่ได้สนใจเื่ของคนอื่นอะไรขนาดนั้นหรอก… มันทำให้ฉันไม่ได้สนใจความรู้สึกของคนอื่นมากนัก หรือแม้แต่การจะทำความเข้าใจกับคนอื่นฉันเองก็แทบจะไม่สนด้วย… แต่จะให้โกหกคนที่เคยช่วยชีวิตไว้มันก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่ฉันเองก็เป็มนุษย์คนนึงนะ
“ถ้าฉันบอกแล้วเธอจะยอมเชื่อฉันหรอ?”
“…………”
องค์หญิงเงียบพร้อมทั้งหลับตาตั้งใจฟัง
“เห้อ….ฉันเองก็ไม่รู้ที่มาแน่ชัดหรอก”
ไคน์พูดออกไปด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปจากเดิม
หลังจากเปิดใจเล่าเหตุการณ์ก่อนที่จะมาอยู่ในที่แห่งนี้ให้ไอรีนฟัง….บรรยากาศรอบๆ ก็เริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆเลย เพราะต่างคนต่างไม่เข้าใจและยังสับสนกับเื่เหนือความคาดหมายนั้นได้
“ก็ตามนั้นแหละที่เหลือเธอจะเชื่อหรือไม่มันอยู่ที่เธอเองแล้ว”
“………”
องค์หญิงเงียบไปพร้อมทั้งแสดงสีหน้าเคร่งเครียดและกำลังครุ่นคิดอยู่กะบตัวเอง
นั้นสินะ? เื่แบบนี้จู่ๆมาพูดแบบนั้นถ้าเป็ฉันในโลกก่อนก็คงคิดว่ามันเป็เื่ไร้สาระแน่นอน… แต่พอมาเจอกับตัวแบบนี้ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็เื่จริงไปแล้ว
“งั้นมันอาจจะเป็เื่จริงสินะที่ไครอสตายไปแล้ว?”
องค์หญิงกล่าวขึ้นด้วยท่าทีสับสนและเศร้าสร้อย
“ไครอส?”
“ชื่อของคนๆ นั้นไงล่ะ”
หืม…. ไครอส…สินะ ชื่อของเ้าของร่างนี้ก็ไม่รู้หรอกว่านายมีความสัมพันธ์อะไรกับไอรีนแต่ว่านะ นายต้องทำให้ผู้หญิงคนนึงกำลังเศร้าเพราะนายเลยนะ ฉันรู้ดีว่าฉะนมันพวกเข้าสังคมไม่เก่งสาวไม่แลแต่แก ไครอส ไม่มีความเป็ลูกผู้ชายเลยแถมยังสร้างแต่ปัญหาไม่จบไม่สินสักที
(ก็เขาโดนลอบสังหารนี่หว่างอแงเพราะเขามีสาวสวยสนใจละสิ)