ตอนที่ 5 คิง ลีเดีย
ณ ตัวปราสาทขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองทราซินเวีย ซึ่งมีห้องโถงตรงชั้นล่างที่เต็มไปด้วยทหารและเหล่าขุนนางพร้อมความตึงเครียดกับเหตุการณ์อันเกินความคาดหมาย
"การโจมตีเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันด้วยจำนวนปีศาจทั้งหมดร้อยสิบสามตน ขอรับท่านเ้าเมือง " ชายวัยกลางคนอันมีผมสุดดกดำพร้อมคิ้วเด่นเป็สง่าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายจากการถูกคุกคามในครั้งแรกของรอบสิบปี
"จำนวนแน่นอนแล้วหรือไม่ ฟาคัส" เ้าเมืองเอ่ยด้วยใบหน้าตึงเครียดไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่สายตากลับแน่วแน่และเด็ดเดี่ยวจนทำให้บรรยากาศโดยรอบเริ่มสงบลงเพราะความเชื่อมั่นต่อผู้นำของตน
"ไม่ขอรับ"
คำกล่าวสั้นๆ ของฟาคัสเป็เื่น่าหนักใจกับสถานการณ์ที่ไม่สามารถประเมินสิ่งใดได้ อีชิลเดอร์จึงรีบหันหน้ามาหาอัศวินสาววัยยี่สิบห้าปี แต่กลับมีพลังขั้นกลางระดับกลางและยังเป็ถึงผู้นำหน่วยจู่โจมของเมืองทราซินเวีย
"มิเเลนด้า ความเสียหายเกิดขึ้นตรงจุดใดบ้าง"
"ตอนนี้ระบุได้มีเพียงสามตำแหน่งเท่านั้นเ้าค่ะ คือทางตอนใต้สองจุด บริเวณลานกว้างและสำนักชี จุดที่สามคือภายนอกเมืองซุ้มคนจรเ้าค่ะ" มิแลนด้ากล่าวพร้อมกลับชี้นิ้วลงบนแผ่นที่ด้วยท่วงท่าสง่างามจนบุรุษหลายท่านเกิดความหลงใหล แต่หาใช่กับเ้าเมืองผู้มีใบหน้าตึงเครียดเพราะประชาชนของตนกำลังตกอยู่ในอันตราย
"จำนวนผู้เสียชีวิต"
"ณ ตอนนี้ระบุได้มากกว่าร้อยคนเ้าค่ะ " เ้าเมืองเริ่มก้มหน้าลงคล้ายกับคนกำลังสิ้นหวัง เพราะเหตุเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นกลับมีพลเรือนล้มตายมากมายจนหัวใจมิอาจทนรับ
" แอนดิว เ้านำทหารหนึ่งหมวดพาพลเรือนไปยังหลุมหลบภัยตามจุดต่างๆ ฟาคัสกระจายกองกำลังหนึ่งกองพันเพื่อคุ้มครองชาวบ้านและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับาเ็ มิแลนด้าเ้านำทีมหน่วยจู่โจมพวกปีศาจแค่หยั่งเชิงพอไม่จำเป็ต้องพลีชีพแล้วคอยส่งข่าวเกี่ยวกับศักยภาพของข้าศึก " และเสี้ยววินาทีอีชิลเดอร์ก็สามารถออกคำสั่งจนเป็ที่ชื่นชมจากเหล่าอัศวินและขุนนาง แม้ในสถานการณ์จะย่ำแย่ถึงเพียงนี้ก็ยังคงมีสติหาทางออกได้อย่างยอดเยี่ยม
"ท่านเ้าเมือง ตามข้าไปยังดาดฟ้าเพื่อพบท่านลีเดียเถิด" แต่ในระหว่างการประชุมกลับมีเสียงบุคคลนิรนามดังขึ้นจากประตูทางเข้าจนทุกคนต้องหันมาเหลียวมองว่าเขาคือผู้ใด
"ตอนนี้คงไม่เหมาะ เรากำลังประชุมหาทางแก้ในวิกฤตครั้งนี้อยู่ ช่วยเชิญท่านลีเดียลงมาพบพวกเราเสียดีกว่า" ฟาคัสโต้ตอบหญิงสาวตรงประตูทางเข้าอย่างห้าวหาญ โดยไม่กลัวว่านางคือทหารของท่านลีเดีย
"แอนดิวกับฟาคัสไปทำหน้าที่ของเ้า มิแลนด้าตามข้าขึ้นไปพบท่านลีเดีย" อีชิลเดอร์กล่าวขึ้นโดยไม่สนใจต่อสีหน้าอันแดงก่ำของฟาคัสที่อับอายเพราะคำโต้แย้งของเ้าเมือง ซึ่งกำลังเดินหายไปพร้อมกับสตรีทั้งสองที่มุ่งตรงมายังดาดฟ้าด้วยความรวดเร็วเหนืุ์จนบุรุษเช่นอีชิลเดอร์ยังต้องยอมแพ้ให้กับสตรีสองนาง
"รายงานสถานการณ์" เมื่อทั้งสามมาถึงดาดฟ้าลีเดียก็รีบกล่าวถามโดยไม่รีรอให้เ้าเมืองได้พักหายใจ มิแลนด้าจึงรีบกางแผนที่พร้อมกับอธิบายถึงสถานการณ์และความเสียหาย แต่ในขณะนั้นใบหน้าอันเ็าจากสตรีผู้สูงศักดิ์ก็ได้โน้มลงมาใกล้หญิงสาวเพื่อจับจ้องสิ่งที่ตนกำลังกล่าวจนแก้มทั้งสองข้างปนเปื้อนไปด้วยสีแดงเข้ม
"พวกเ้ามีแผนอย่างไรบ้าง" ลีเดียกล่าวถามพร้อมกับจ้องใบหน้าอันแดงระเรื่อของอีกฝ่ายที่ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ ประหนึ่งว่านางกำลังต้องมนต์อันน่าฉงน อีชิลเดอร์จึงรีบลุกขึ้นด้วยความคล่องตัวก่อนจะเริ่มอธิบายถึงแผนการ
"กระหม่อมส่งทหารหนึ่งหมวดนำพลเรือนอพยพมายังหลุมหลบภัยประจำจุดต่างๆ "
"แค่หมวดเดียวเองรึ "
"ข้าน้อยได้สร้างเส้นทางหลบหนีและมีการจัดซ้อมอพยพประจำปีขอรับกระหม่อม จึงไม่จำเป็ต้องเสียกำลังพลในส่วนนี้มาก " ลีเดียรับฟังอย่างพอใจ เพราะเ้าเมืองหลายๆ คนที่นางพานพบมักเกียจคร้านและละเลยต่อหน้าที่จนชาวบ้านต่างเดือดร้อน หากชายผู้นี้มีลักษณะคล้ายกันเสียหน่อยดาบเล่มยาวตรงกลางหลังคงสะบั้นคอของเขาเป็แน่
"เ้ามีนามว่ากระไร เ้าเมือง"
"ชาน อีชิลเดอร์ พ่ะย่ะค่ะฝ่าา"
"เ้าเก่งมาก อีชิลเดอร์ แต่ครานี้เน้นไปในทางกู้ภัยกับอพยพให้เร็วที่สุดเสียก่อน หน่วยจู่โจมให้แบ่งเป็สามหมู่ก็เพียงพอ"
"ใช้คนเพียงแค่สามสิบสามคนหรือพ่ะย่ะค่ะ"
"เราจะใช้แผ่นการรบแบบกองโจร และข้า้าทหารที่มีพลังิญญาไม่ต่ำกว่าขั้นกลาง และขอผู้แปรธาตุิญญาลมหรืออื่นใดที่เพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหวได้ " คำขอของลีเดียเริ่มสร้างความลำบากใจแก่เ้าเมืองและมิแลนด้า เพราะเมืองขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกลจากราชอาณาจักรจะหาทหารผู้มากฝีมือเช่นนี้ได้อย่างไร
ถึงกระนั้นอีชิลเดอร์ก็มิอาจทำสิ่งใดนอกจากการออกคำสั่งให้ทหารสาวของตนไปจัดการ แม้ว่านางจะแสดงสีหน้าบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบจากไปเพื่อทำตามคำสั่งด้วยเวลาอันสั้น
"อีชิลเดอร์ นางผู้นี้มีพลังิญญาแข็งแกร่งสุดในบรรดาอัศวินของเ้าแล้วหรือไม่" และทันทีที่มิแลนด้าเดินหายไปลีเดียก็กล่าวเรียกเ้าเมืองอย่างสงบนิ่ง
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา"
"ข้าศึกมีพลังิญญาขั้นสูงระดับสูงหนึ่งตน ขั้นสูงระดับต้นสี่สิบตน ที่เหลือขั้นกลางระดับกลางและต้น ไม่มีต่ำกว่านี้แม้แต่ตนเดียว.."
สายลมเริ่มหยุดนิ่งลงพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้น ก่อนเสียงหัวใจจะดังะเิออกมาจากทรวงอก เพราะความหวาดวิตกถึงเื่กำลังพลและพลังิญญาของข้าศึกจนหลงคิดว่านี่อาจเป็การล้อเล่นของท่านหญิงเพียงเท่านั้น
"นี่อาจเป็จุดจบของทราซินเวีย แต่ด้วยนามแห่ง คิง ลีเดีย ข้าขอปกป้องเมืองแห่งนี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่"
แต่ลีเดียตอบกลับไปด้วยความสงบนิ่งเกินกว่าเ้าเมืองจะเข้าใจ ด้วยกำลังข้าศึกที่สามารถทำลายทุกชีวิตได้ในชั่วพริบตา แล้วทำไมนางยังกล้าปฏิญาณตนด้วยความสง่าและหนักแน่นจนทำให้อีชิลเดอร์ต้องรีบคุกเข่าพร้อมก้มศีรษะแนบชิดติดพื้นดินก่อนจะเปล่งเสียงอย่างสุดกำลัง
"กระหม่อมขอร้องจากหัวใจพ่ะย่ะค่ะฝ่าา ช่วยปกป้องเมืองแห่งนี้แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของกระหม่อมด้วยเถิด"
"ข้าให้สัจจะ"
................................................................
ขณะเดียวกัน ณ ห้องแคบในชั้นใต้ดินได้ปรากฏแสงสีเขียวอ่อนบริเวณฝ่ามือของชายผมขาวที่กำลังใช้พลังรักษาและยังมอบความสดชื่นให้แก่ทั้งสองนางได้อย่างอัศจรรย์
"เทีย..ท่านแม่กับข้าไม่เป็อะไรแล้ว ยิ้มออกมาเสียหน่อยมิได้หรือ" เอนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอันแสนหวานดั่งน้ำผึ้งเดือนห้าพร้อมกับยกมือขึ้นััใบหน้าอันเศร้าหมองประหนึ่งก้อนเมฆสีเทาของชายผมขาว
และทันใดนั้นเองนางก็ใช้นิ้วจิ้มไปยังดวงตาอันหมองหม่นอย่างรวดเร็ว!!!
"อ๊ากกกก ทำอะไรของเ้ากันเนี่ยเอนี่"
"ฮ่า ฮ่า ข้าว่าแล้วดวงตาของเ้าต้องเป็จุดอ่อนแน่ๆ เทีย ฮ่า ฮ่า "
"เอนี่ ทำเกินไปแล้วนะ" เอ็มม่าะโขึ้นด้วยความใก่อนจะโผตัวเข้าไปดูอาการของเทียอย่างรวดเร็ว
"เ้านี่ผิดสัญญากับข้านะท่านแม่ ทำไมถึงมาดุด่าข้าล่ะ?? "
"ก็เ้าไปทำร้ายเขานะเอนี่ จะให้แม่กล่าวชมอย่างนั้นรึ " เอ็มม่าเริ่มดุด่าบุตรสาวของตนที่กำลังยืด อกด้วยความภูมิใจ แต่ยังไม่ทันได้สั่งสอนสิ่งใดกลับมีทหารถึงสองนายปรากฏกายอยู่ตรงประตูทางเข้าอย่างน่าหวาดหวั่น
"อย่าเข้ามานะ" เอนี่โผตัวมาข้างหน้าพร้อมกับกางสองแขนออกอย่างหาญกล้าเพื่อปกป้องมิให้ใครมาทำร้ายแม่ของตนหรือชายผมขาวได้เป็อันขาด
"เ้าคือเทียใช่หรือไม่" ทหารนายหนึ่งเอ่ยขึ้นโดยไม่สนใจต่อท่าทีของเด็กสาวที่แสดงความเป็ปรปักษ์อย่างแจ่มชัด พวกเขาทำเพียงแค่เพ่งเล็งสายตามายังชายผู้นอนดิ้นทรมานอยู่บนพื้นห้อง
"พวกข้ามีข่าวจากท่านเ้าเมืองมาแจ้ง ตอนนี้ซุ้มคนจรนอกเมืองกำลังถูกปีศาจโจมตี เ้ารีบไปตอนนี้เสียเถิด"
เมื่อสิ้นประโยคหัวใจที่เคยเต้นอย่างมั่นคงของสองนางกลับรู้สึกหล่นวูบคล้ายตกลงในหุบเหวอันไร้ก้นบ่อ
"ท่านพ่อข้าเป็อย่างไรบ้าง!! " เอนี่ะโขึ้นด้วยความหวาดวิตกเช่นเดียวกับเอ็มม่าที่กังวลถึงสามีโดยไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไร
"เื่นี้ข้าไม่ทราบ แต่อย่าได้รอช้าเลยเทียสถานการณ์ตอนนี้วิกฤตอย่างมาก"
"เทีย.." เอ็มม่าเอ่ยพร้อมกับหันไปมองชายผมขาวที่มิได้ดูร้อนใจแต่อย่างใด เขาทำเพียงนั่งคุกเข่าลงและใช้มือััไปยังพื้นห้องด้วยความสงบนิ่งเป็เวลาพักใหญ่กว่าเทียจะลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าอันเคร่งขรึม
"ข้าฝากพวกนางทั้งสองด้วยนะ"
"เทียเกิดอะไรขึ้น ให้ข้าไปด้วย…" เอนี่ะโพร้อมกับคว้าแขนเสื้อของเทียอย่างรวดเร็วจนชายผมขาวซึ่งกำลังก้าวขาออกจากห้องได้หยุดชะงักลง ก่อนจะหันมาจ้องมองใบหน้าเด็กสาวด้วยสายตาอันเฉยเมยอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงเดินหายไปโดยไม่มีใครห้ามปรามอีก
" เ้าทิ้งข้าไว้อีกแล้วนะเทีย.."
ชายผมขาววิ่งตรงไปยังบันไดหลังปราสาทเพื่อหาสิ่งที่้า ก่อนจะพบกับคบเพลิงหน้าตาประหลาด และเมื่อเขาผลักมันเข้าไปด้านในกำแพงก็มีก้อนอิฐกระเด้งออกมาอย่างเร็ว
เทียไม่รอช้าที่จะทุบมันจนแหลกด้วยมือเปล่าก่อนจะนำเม็ดยาสีน้ำตาลขนาดเท่าลูกอมออกมาจากเศษอิฐ
"แค่สามสิบนาทีเท่านั้นรึ.." เทียจ้องมองเม็ดยาซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังิญญาอย่างพินิจใคร่ครวญถึงหนทางไปยังนอกเมืองก่อนที่จะกลืนสิ่งนั้นลงคอ
'ระยะทางจากปราสาทไปยังนอกประตูประมาณสามสิบกิโล ถ้าวิ่งเต็มกำลังจริงคงใช้เวลาเพียงห้านาที แต่ด้วยพลังิญญาระดับขั้นต้นคงหมดสิ้นก่อนจะถึงเป็แน่ เช่นนั้นแล้วข้าจะต่อกรกับปีศาจนอกเมืองได้อย่างไร'
ปัญหามากมายปรากฏขึ้นในใจ เขาควรคิดคำนึงอย่างถี่ถ้วนด้วยพละกำลังและเวลาที่มีจำกัด เทียหลับตาลงจินตนาการถึงแผนที่เมืองทราซินเวีย ซึ่งซุ้มคนจรนั้นตั้งอยู่ทิศตะวันตกห่างจากตัวเมืองอีกสิบกิโลเมตร แน่นอนว่าเขาไม่สามารถใช้พลังทั้งหมดกับการวิ่งไปตรงนั้นได้ แต่ก็ไม่ไร้หนทางเสียทีเดียวเพราะทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ใกล้สำนักชีมีร้านดูแลม้าอยู่หลายแห่ง อาจจะยืดระยะทางออกไปประมาณสองถึงสามกิโลมันก็คุ้มสำหรับการออมพลังิญญา
'เช่นนั้นข้าน่าจะถึงร้านดูแลม้าภายในสองนาที ขี่ม้าต่ออีกยี่สิบกิโลโดยเสริมพลังิญญาให้กับมันเสียหน่อยคงใช้เวลาราวๆ สิบนาทีและเสียพลังิญญาแค่หนึ่งในสี่ส่วน' เทียเผยรอยยิ้มที่ไม่ค่อยปรากฏบนใบหน้านี้เสียนาน ในหัวกลับนึกถึงใครบางคนอย่างมีเลศนัย
" ดูเหมือนจะได้เวลาตอบแทนข้าแล้วนะ บราโด้"
................................................................
"มาทางนี้ "
"ทุกคนใจเย็นๆ อย่าวิ่ง พยายามเดินเร็วไว้"
ณ สำนักชีมีการอพยพพลเรือนออกจากจุดอันตรายตามการฝึกลี้ภัยประจำปีได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ชาวบ้านจะแสดงอาการหวาดวิตกแต่เหล่าทหารก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยการโจมตีสกัดกั้นกลุ่มปีศาจร้ายมิให้ย่างกายมาทำอันตรายต่อประชาชน
"กรี๊ดดด"
แต่แล้วความผิดพลาดก็เกิดขึ้นเมื่อปีศาจหนึ่งตนนั้นหลุดพ้นจากการโจมตีของกลุ่มทหาร มันพุ่งตัวใส่เด็กสาวซึ่งยืนอยู่ปลายแถวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคว้าตัวนางไว้ด้วยร่างกายอันสูงโปร่งพร้อมิัดำสนิทดั่งท้องฟ้ายามราตรี ก่อนดวงตาสีแดงฉานประหนึ่งดอกกุหลาบจับจ้องมายังเด็กสาวราวกับจะกินเืเนื้อเสียให้สิ้น
"ช่วยลูกข้าด้วย!!! "
เสียงร้องของผู้เป็แม่สั่นกลัวจนแทบขาดใจเมื่อลูกน้อยต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างไร้ทางสู้ นางจึงรีบหันไปขอความช่วยเหลือคนรอบข้างกลับไม่พบเจอผู้ใดนอกจากตั้งหน้าตั้งตาวิ่งหนีเอาตัวรอด แม้แต่เหล่าทหารก็ทำเพียงแค่ยืนดูสถานการณ์ด้วยท่าทางหวาดวิตก
"บ้าชัดๆ พลังิญญาของมัน...ขั้นกลางระดับสูงเชียวรึ" เมื่อััระดับพลังที่ห่างชั้นเกินกว่าขั้นต้นระดับสูงอย่างพวกตนจะต่อกร กลุ่มทหารจึงเริ่มถอยร่นลงมาเพื่อตั้งแนวป้องกัน แต่ความสิ้นหวังก็ปรากฏต่อสายตาอีกครั้งเมื่อปีศาจอีกนับสิบตนเผยกายพร้อมจิตสังหารอันน่าหวาดหวั่น ก่อนจะกระโจนตัวเข้าหาพลเรือนด้วยความรวดเร็วจนมิอาจตั้งรับได้ทัน!!
แล้วพวกมันก็กระชากตัวเด็กสาวพร้อมกับวิ่งหายลับไปจากขอบฟ้า โดยไม่ทำอันตรายต่อผู้ใดจนกลุ่มทหารซึ่งตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อไคลต้องยืนงงอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายจากเสียงร่ำไห้ของพ่อแม่ที่ถูกพรากลูกสาวไป
ฟิ้ววว
แต่ทันใดนั้นวัตถุบางชนิดก็พุ่งผ่านหยาดน้ำตาพร้อมเสียงดังอันเสียดหูทะยานเข้าสู่ผิวกายสีดำที่กำลังวิ่งหนีไปพร้อมเด็กสาวอีกหลายชีวิต
ฉึก ฉึก ฉึก
นั่นคือลูกธนูนับสิบดอกปักเข้าบริเวณต้นขาของเหล่าปีศาจจนทะลุกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า แล้วพวกมันก็ทรุดตัวลงไปกับพื้นดิน ก่อนเงาสีดำจะปรากฏขึ้นเหนือหัวพร้อมคมดาบที่ฟาดฟันต้นคอของปีศาจทั้งหลายจนมันขาดสะบั้นในพริบตา ทำให้เืสีแดงเฉกเช่นมนุษย์ไหลทะลักออกมาจากาแอย่างน่าฉงนว่าสีเืของพวกมันก็ไม่ต่างจากมนุษย์อย่างนั้นหรือ
และการปรากฏตัวของทหารทั้งเก้าพร้อมมิแลนด้าหัวหน้าหน่วยจู่โจมได้ทำให้สถานการณ์ความวุ่นวายเริ่มสงบลง และเหล่าเด็กสาวที่รอดพ้นจากเงื้อมมือของปีศาจก็รีบวิ่งเข้าหาอ้อมกอดพ่อแม่ตนด้วยความดีใจ
แต่แล้วเสียงคำรามอันน่าพรั่นพรึงก็ดังสะท้านจนมิแลนด้าต้องรีบจัดทัพเพื่อตั้งรับต่อสถานการณ์ไม่คาดฝัน
"หน่วยนำทีมอพยพ รีบพาพลเรือนออกจากพื้นที่อันตรายโดยเร็ว หน่วยจู่โจมเตรียมตั้งรับการต่อสู้ " มิแลนด้าสั่งการด้วยสีหน้าสุดตึงเครียดเมื่อััได้ถึงพลังิญญาขั้นสูงระดับต้นที่กำลังจ้องมองพวกตนอย่างอาฆาตมาดร้ายอยู่บนอาคารสูงไม่ไกลจากจุดอพยพ
…............................................................
สิบนาทีก่อนการต่อสู้
"มากันครบแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าา" อีชิลเดอร์เอ่ยเรียกลีเดียที่กำลังจ้องมองฟากฟ้าด้วยใบหน้าอันผ่องใส่ประหนึ่งเทพยดา ก่อนนางจะหันมาจ้องมองเหล่าทหารด้วยดวงตาอันเยือกเย็น
"ขั้นกลางระดับต้นแค่สิบสองคนเท่านั้นเองรึ"
"ต้องขออภัยฝ่าา นี่คืออัศวินชั้นแนวหน้าในเมืองแห่งนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"ไม่เป็ไร" ลีเดียก้มหน้าลงอย่างผิดหวังแต่ในสมองของนางนั้นยังคงครุ่นคิดถึงแผนการที่จะคว้าชัยในศึกนี้
"ผู้ใดมีพลังิญญาขั้นกลางก้าวมาข้างหน้า" สิ้นคำกล่าวเหล่าอัศวินผู้รู้หน้าที่ของตนต่างเดินขึ้นมาหน้าแถวด้วยความรวดเร็ว
"พวกเ้าสามารถแปรธาตุใดได้บ้าง" เมื่อลีเดียเอ่ยถามอัศวินทั้งสิบสองจึงเริ่มอธิบายถึงความสามารถและการแปรพลังิญญามาเป็ธาตุต่างๆ ซึ่งก็ยังคงทำให้ลีเดียผิดหวังอีกครั้งเมื่อมีผู้แปรธาตุลมเพียงแปดคนธาตุไฟและน้ำอีกสองคนมันผิดจากที่นางขอเป็อย่างมาก
"เอาล่ะ ข้าจะแบ่งพวกเ้าเป็สามหมู่ เฟดดี้ ไนท์อาย มิแลนด้า ก้าวมาหน้าแถว"
" หมู่ที่หนึ่งมิแลนด้าจะเป็ผู้นำโดยมีไนท์อายสนับสนุน หมู่ที่สองจะเป็เฟดดี้ และหมู่ที่สามคือข้า ผู้ที่สามารถแปรธาตุพลังลมได้อยู่หมู่หนึ่งสองคน หมู่สองและสาม สามคน ผู้ที่แปรธาตุไฟให้อยู่หมู่สองธาตุน้ำอยู่หมู่สาม ที่เหลือผู้มีพลังิญญาขั้นต้นระดับสูงอยู่หมู่หนึ่งแปดคน หมู่สองและสามหกคน จัดแถวตามนี้ปฏิบัติ"
สิ้นคำสั่งการจัดแถวก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วโดยต่างคนต่างรู้หน้าที่จนลีเดียรู้สึกพอใจในวินัยของทหารเมืองทราซินเวียแห่งนี้
"อัศวินแห่งทราซินเวีย พวกเ้าเคยต่อสู้กับปีศาจบ้างหรือไม่"
"......."
ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจนน่าใจหาย เมื่อคนเหล่านี้ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้กับปีศาจ แล้วจะเอาสิ่งใดไปคว้าชัยในสนามรบกัน
"มีคำกล่าวของนักปราชญ์ว่ารู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง และสิ่งหนึ่งที่พวกเ้าควรรู้คือปีศาจนับร้อยตนมีพลังิญญาไม่ต่ำกว่าขั้นกลางทุกตัว!!! …..
และยังมีร่างกายแข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายสิบเท่านัก ส่วนอวัยวะต่างๆ เช่นแขนขาก็สามารถเปลี่ยนเป็อาวุธได้ตามใจนึก นั่นหมายความว่าหากสู้กันตรงๆ ไม่มีทางที่เราจะชนะ"
ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมหัวใจของเหล่าทหารทันทีที่รับรู้ถึงพลังิญญาอันห่างชั้น แม้แต่มิแลนด้าผู้เป็ถึงหัวหน้าหน่วยจู่โจมยังมิอาจสงบใจให้เยือกเย็นได้เหมือนทุกครั้ง
"แต่ใช่ว่าจะไร้หนทางเสียทีเดียว เพราะปีศาจขั้นกลางยังไม่สามารถแปรธาตุได้ จำเป็ต้องอยู่ขั้นสูงแล้วเท่านั้น แถมยังมีพื้นฐานทางร่างกายคล้ายมนุษย์เช่นสมองอยู่ส่วนหัว หัวใจตรงอกซ้าย แขนขาและกล้ามเนื้อล้วนมีจุดอ่อน สิ่งที่ต้องทำคือการโจมตีแบบสายฟ้า "
ทหารทุกนายรับฟังอย่างตั้งใจ แต่การโต้ตอบปีศาจตามที่นางกล่าวนั้นมันได้สร้างความสงสัยจนสีหน้างุนงงของทุกคนเริ่มปรากฏอย่างเด่นชัด ก่อนลีเดียจะรีบอธิบายโดยละเอียดอีกครั้ง
" นั่นคือ อัศวินแปรธาตุลมคอยใช้ธนูซุ่มโจมตีเน้นไปยังขาและดวงตา ที่เหลือขั้นต้นทำการจู่โจมบริเวณท้ายทอยซึ่งเป็จุดอ่อนของพวกมันให้ขาดสะบั้นในครั้งเดียวอย่างรวดเร็วที่สุด ถ้าเกิดพลาดให้รีบถอยโดยไม่ลังเลหลบซ่อนตัวตามอาคารโดยให้พลธนูยิงสกัดการโจมตีเอาไว้ แล้วรอการจู่โจมครั้งใหม่ หากหมู่เ้ามีการพลิกแพลงอย่างไรก็จัดการตามนั้นได้เลย ชัดเจนหรือไม่"
แล้วทหารหนึ่งนายก็ยกมือขึ้นเพื่อกล่าวถาม จนเป็ที่สังเกตต่อสายตาของคนหมู่มาก
"กระหม่อมมีนามว่า ฟิวกาซัส สามารถแปรธาตุลมได้ขอรับฝ่าา และพวกเราหลายคนต่างไม่เชี่ยวชาญการใช้ธนู เกรงว่าจะทำพลาดในเื่สนับสนุน เหตุใดฝ่าาไม่เลือกทหารพลธนูโดยตรงหรือขอรับ "
"ส่วนนั้นข้าจะให้ไนท์อายสอนพวกเ้าภายในห้านาที และที่ข้าเลือกผู้แปรธาตุลมโดยเฉพาะนั้นก็คือิัของปีศาจแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าหากใช้พลธนูทั่วไปคงไม่มีทางทำอันตรายมันได้ แต่พวกเ้าสามารถโจมตีได้ไกลกว่าธาตุใด แถมยังเพิ่มคุณสมบัติในการทำลายให้กลับอาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นนี้แล้วยังสงสัยในการตัดสินใจข้าหรือไม่"
ฟิวกาซัสก้มหน้าลงเมื่อเข้าใจในคำอธิบายอย่างแจ่มชัดพร้อมกับคนอื่นๆ ที่ไร้ซึ่งข้อกังขาใดๆ อีก
"ถ้าเข้าใจกันแล้ว ข้าจะอธิบายแผนการสุดท้าย…หมู่หนึ่งหน้าที่หลักของพวกเ้าคือการสืบข่าว...สืบมาให้แน่ชัดถึงเป้าหมายและความ้าของปีศาจที่จู่โจมเมืองแห่งนี้มาให้มากที่สุด ไนท์อายเ้าใช้นกวิณญาณในการส่งข่าวเราจะสื่อสารผ่านวิธีนี้ "
"พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าา"
…............................................................
ณ ปัจจุบัน
"ท่านไนท์อายนี้เก่งกาจชะมัดยาด ยิงได้มากกว่าสิบดอกในเวลาไล่เลี่ยกันเลย แม้จะอยู่ห่างถึงสามร้อยเมตรแต่ความแม่นยำและพลังทำลายไม่ตกลงเลยสักนิด "
"เ้านี่ช่างพูดเสียจริง มีสมาธิกับงานตรงหน้าบ้างสิเว่ย "
การกล่าวชมอย่างไม่หยุดหย่อนของทหารหนึ่งนายที่กำลังซุ่มโจมตีปีศาจจาก้าของตัวอาคารได้สร้างความน่ารำคาญแก่สหายและไนท์อายซึ่งประจำจุดอยู่ข้างเคียงกัน
โฮ้กกกก!!
จู่ๆ เสียงคำรามอันดังสนั่นก็เรียกความสนใจต่อกลุ่มทหารที่กำลังซุ่มโจมตีให้กลับมาเตรียมพร้อมอีกครั้ง แม้แต่มิแลนด้าซึ่งตอนนี้มีท่าทีหวาดวิตกต่อพลังิญญาของศัตรูตรงหน้า
พรึ่บ!!
และแล้วการเคลื่อนไหวของปีศาจตัวร้ายก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนสายตาของมนุษย์มิอาจตามทัน
จึงทำให้เด็กสาวพึ่งรอดพ้นจากภัยร้ายกลับถูกคว้าด้วยเงื้อมมือของปีศาจที่อันตรายกว่าครั้งก่อนลักพาตัวไปอย่างรวดเร็ว แม้มิแลนด้าและทหารคนอื่นๆ จะคอยขวางกั้นแต่ก็ต้องล้มเหลวด้วยการตวัดแขนอันรุนแรงจนเหล่าทหารพ่ายแพ้ลงในทันใด
ซึ่งไนท์อายก็ไม่รอช้า นางยกคันธนูขึ้นด้วยแขนข้างซ้ายแล้วดึงลูกดอกจนสุดติงหู ก่อนจะเค้นพลังิญญาจนปรากฏออร่าสีเขียวอ่อนรายล้อมร่างกายและแปรเปลี่ยนเป็สายลมอันรุนแรงดั่งพายุ
ดวงตาจับจ้องศัตรูอย่างมาดมั่นแล้วปล่อยให้ลูกธนูดอกนั้นซึ่งอัดแน่นด้วยพลังิญญาแห่งธาตุลม พุ่งตรงไปยังเป้าหมายอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบดุจภัยร้ายที่ไร้เสียงแจ้งเตือน
เปรี๊ยะ!!
เมื่อลูกธนูกระทบเข้ากับิัอันแข็งแกร่ง เสียงคล้ายบางสิ่งแตกหักก็ดังขึ้นจนเหล่าทหารคิดว่าปีศาจตนนั้นได้สิ้นใจลงเป็แท้
แต่ความเป็จริงช่างโหดร้ายเมื่อลูกธนูดอกนั้นมิอาจสร้างาแใดๆให้แก่มันได้อย่างที่ไนท์อายต้องยอมปล่อยให้มันวิ่งหายไปพร้อมกับเด็กสาวอีกสองคน
"สั่งการด้วยขอรับท่านมิแลนด้า" เหล่าทหารกำลังงุนงงต่อสถานการณ์จนไม่รู้ว่าควรทำสิ่งใดระหว่างไล่ตามมันไปกับประจำจุดเพื่อปกป้องพลเรือน
"ไม่ต้องตาม เราจะรวบรวมข้อมูลจากสถานการณ์ตรงนี้เสียก่อน มีสิ่งผิดปกติคาใจข้าอยู่หลายอย่างนัก"