ราตรีนี้ ท้องฟ้าเหนือคฤหาสน์เรเวนวูดถูกปกคลุมด้วยเมฆหนาทึบจนมองไม่เห็นดวงจันทร์ คฤหาสน์หินสีเทาที่เคยโอ่อ่าและสง่างาม บัดนี้ถูกประดับประดาด้วยโคมไฟเวทมนตร์สีแดงฉานสลับทองเพื่อต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากสภาขุนนางฝั่งตะวันออก บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารหรูหราและไวน์ชั้นเลิศ แต่มันกลับแฝงไปด้วยกลิ่นคาวเืจางๆ ที่ลอยมาจากห้องโถงพิธีกรรมชั้นใต้ดิน
เคานต์เบอร์นาร์ด ในชุดกำมะหยี่สีม่วงเข้ม ยืนถือจอกไวน์ทองคำอยู่บนระเบียงชั้นสอง เขามองลงไปยังลานหน้าคฤหาสน์ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน
"อีกไม่กี่ชั่วโมง... ดาบศักดิ์สิทธิ์ประจำตระกูลเรเวนวูดจะถูกย้อมด้วยเืของเครื่องสังเวย และข้าจะเป็ผู้อำนาจที่ไอ้อาเธลสตันเคยมี!" เขากล่าวพลางหัวเราะในลำคอ
ทว่า เขาไม่รู้เลยว่าภายใต้เงามืดของกำแพงคฤหาสน์ ซีโร่ และหน่วยเนตรนิรันดร์ได้แฝงตัวอยู่ทุกจุดเรียบร้อยแล้ว พวกเขาไม่ใช่เพียงพ่อค้าหรือคนรับใช้ แต่คือมัจจุราชที่กำลังรอเวลาดึงสลักะเิ
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
"ท่านเคานต์ครับ... ของขวัญจากสภาขุนนางฝ่ายกลางมาถึงแล้วครับ" นายทหารองครักษ์คนหนึ่งวิ่งขึ้นมารายงาน "เป็หีบศพสามใบ... พวกเขาบอกว่าเป็ผลงานจากการลงไปสำรวจสุสานชั้นที่ 1"
เบอร์นาร์ดเลิกคิ้ว "หีบศพหรือ? หึ พวกนั้นคงอยากจะแสดงให้เห็นว่าจัดการร่องรอยของอาเธลสตันเรียบร้อยแล้วสินะ เอาเข้ามาไว้กลางห้องโถงจัดเลี้ยง! ให้ทุกคนได้เห็นเป็ขวัญตา!"
หีบศพหินอ่อนสามใบถูกยกเข้ามาวางกลางห้องโถงท่ามกลางสายตาขุนนางนับร้อย อาร์คิบัลด์ที่เหลือเพียงซากมัมมี่ถูกบรรจุอยู่ในนั้น (แต่ขุนนางเ่าั้คิดว่าเป็เพียงศพของศัตรูที่ถูกจัดการ) บรรยากาศในงานเลี้ยงยิ่งทวีความคึกคัก ขุนนางต่างพากันชนแก้วเฉลิมฉลองความพ่ายแพ้ของตระกูลเรเวนวูดอย่างรื่นเริง
"ถึงเวลาแล้ว..." เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดังขึ้นในใจของซีโร่
เป๊าะ!
ซีโร่ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ไฟโคมระย้าคริสตัลขนาดั์บนเพดานก็ดับวูบลงทันที ความมืดมิดเข้าครอบงำห้องโถงในชั่วพริบตา เสียงกรีดร้องด้วยความใดังระงมไปทั่ว
"เกิดอะไรขึ้น! ใครก็ได้จุดไฟ!" เบอร์นาร์ดะโก้อง
ทันใดนั้น หีบศพใบที่สามที่ตั้งอยู่ตรงกลางก็ะเิออก! แต่มันไม่ได้ะเิด้วยแรงดินปืน มันะเิด้วย [เพลิงิญญา] สีม่วงดำที่สว่างวาบจนแสบตา ควันหนาทึบพวยพุ่งออกมาพร้อมกับกลิ่นอายความตายที่รุนแรงจนขุนนางบางคนถึงกับอาเจียนออกมาเป็เื
การพิพากษาของขุนนางหนู
ท่ามกลางกลุ่มควัน เงาร่างสูงใหญ่ก้าวออกมาอย่างช้าๆ ชุดเกราะเงินดำสะท้อนแสงไฟิญญาดูน่าเกรงขาม ผ้าคลุมสีดำลายกุหลาบสีเืโบกสะบัดราวกับมีชีวิต ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องตรงไปที่เบอร์นาร์ด
"งานเลี้ยงสนุกดีนี่... เพื่อนรัก"
เบอร์นาร์ดตัวสั่นสะท้าน จอกไวน์ในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังเพล้ง "อะ... อาเธลสตัน? เป็ไปไม่ได้! แกตายไปแล้ว! ข้าเห็นแกถูกฝังไปกับตา!"
"ข้าตายไปแล้วจริงๆ เบอร์นาร์ด... แต่นรกมันน่าเบื่อเกินไป ข้าเลยพากองทัพกลับมาเยี่ยมเยียนเ้า" อาเธลสตันสะบัดมือเบาๆ
ทันใดนั้น ผนังห้องโถงะเิออก กองพลเหมันต์นับร้อยตนขี่ม้าศึกน้ำแข็งพุ่งทะลุเข้ามาจากทุกทิศทาง เสียงฝีเท้าม้าและเสียงคำรามของอันเดดดังกึกก้องไปทั่วคฤหาสน์ หน่วยเนตรนิรันดร์ถอดรูปลักษณ์มนุษย์ทิ้ง กลายเป็เงาสีดำที่ว่องไวดุจสายฟ้า เริ่มต้นการไล่ล่านักฆ่า 'เงาโลกันตร์' ที่ซ่อนตัวอยู่
"ทหาร! ฆ่ามัน! ฆ่ามอนสเตอร์ตัวนี้ซะ!" เบอร์นาร์ดสั่งการอย่างบ้าคลั่ง
องครักษ์เหล็กกล้านับร้อยพุ่งเข้าหาอาเธลสตัน แต่อาเธลสตันเพียงแค่ปักดาบเขี้ยวอสูรลงบนพื้นหินอ่อน
"[สุสานนิรันดร์: เขตแดนพิพากษา]!"
พื้นที่รอบตัวอาเธลสตันกลายเป็พื้นที่สีดำสนิทที่มีมือกระดูกนับหมื่นงอกขึ้นมาจากพื้นดินฉุดรั้งขาของทหารเ่าั้ไว้ ทันใดนั้น จอมพลไอเซ็นฮาร์ท และ เซอร์กาเวน ก็ปรากฏกายขนาบข้างอาเธลสตัน
"ระดับพลัง... ขั้น 4-3!" นักเวทที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนะโด้วยความหวาดกลัว "นี่มันไม่ใช่แค่มอนสเตอร์... แต่มันคือกองทัพขุนพลิญญา!"
อาเธลสตันเดินฝ่าวงล้อมของทหารที่กำลังถูกกองพลเหมันต์สับปะาอย่างราบคาบ เขาตรงไปหาเบอร์นาร์ดที่พยายามจะหนีไปยังห้องพิธีกรรม
"แกจะไปไหนล่ะ? พิธีสังเวยนั่นน่ะเหรอ? ข้าจัดการเปลี่ยนเครื่องสังเวย 100 คนของแกให้กลายเป็หุ่นเชิดของข้าเรียบร้อยแล้ว"
คมดาบแห่งความแค้น
อาเธลสตันคว้าคอเสื้อของเบอร์นาร์ดแล้วเหวี่ยงร่างของเขาลงไปที่ห้องโถงชั้นล่างจนกระแทกกับโต๊ะอาหารที่พังพินาศ เขาพุ่งตัวตามลงไปและเหยียบลงบนหน้าอกของเบอร์นาร์ด
"แก... แก้าอะไร เงินทอง? อำนาจ? ข้ายกให้แกได้ทุกอย่าง!" เบอร์นาร์ดอ้อนวอนพร้อมเืที่กบปาก
"ข้า้าให้แกััถึงความเ็ปตอนที่ดาบแทงทะลุหัวใจข้า... และความสิ้นหวังตอนที่ข้ามองเห็นครอบครัวของข้าถูกพรากไป" อาเธลสตันยกดาบเขี้ยวอสูรขึ้น "แต่ไม่ต้องห่วง... ข้าจะไม่ให้แกตายง่ายๆ ิญญาของเ้าจะถูกขังอยู่ในกรงของชั้นที่ 4 และถูกทรมานโดยจอมเพชฌฆาตของข้าชั่วนิรันดร์"
"ไม่! อย่า!"
อาเธลสตันแทงดาบลงที่ไหล่ของเบอร์นาร์ด และเริ่มทักษะ [เนตรกลืนิญญา: รูปแบบทรมาน] เขากระชากดวงิญญาของเบอร์นาร์ดออกมาทีละนิดอย่างช้าๆ เพื่อให้เบอร์นาร์ดได้รับความเ็ปสูงสุด
ในขณะที่งานเลี้ยงกลายเป็ทุ่งสังหาร แขกขุนนางที่เหลือต่างถูกควบคุมตัวโดยหน่วยเนตรนิรันดร์ อาเธลสตันหันไปหาซีโร่
"ซีโร่... ประกาศออกไปให้ทั่วอาณาจักร ในนามของตระกูลเรเวนวูด ใครก็ตามที่ร่วมมือกับสภาขุนนางในการกวาดล้างเรา... จงเตรียมตัวรับการเยี่ยมเยียนจาก 'เนตรนิรันดร์'"
อาเธลสตันมองดูคฤหาสน์ของเขาที่บัดนี้อาบไปด้วยเืของศัตรู เขารู้สึกถึงความแค้นที่เบาบางลงเล็กน้อย แต่มันยังไม่จบ... สภาขุนนางฝ่ายตะวันออกยังมีหัวหน้าใหญ่ และเขายังไม่ได้ลงไปถึงชั้นที่ 5 และ 6 ของสุสาน
"เซบาสเตียน... เตรียมเคลื่อนย้ายฐานบัญชาการมาที่นี่ชั่วคราว ข้าจะใช้คฤหาสน์นี้เป็จุดเชื่อมต่อระหว่างโลกคนเป็และคนตาย"
ท่ามกลางกองซากศพของศัตรู อาเธลสตันยืนตระหง่านในฐานะ "ขุนนางหนูผู้ทวงคืน" บัดนี้โลกเบื้องบนได้รับรู้แล้วว่า... กุหลาบแห่งเรเวนวูดไม่ได้เหี่ยวเฉาไป แต่มันกำลังเบ่งบานขึ้นมาใหม่ด้วยหยดเืและความตาย!
[สรุปสถานะตอนที่ 13]
ระดับพลัง: ขั้น 4-3 (จอมขุนพลเงา)
ผลลัพธ์: เคานต์เบอร์นาร์ดถูกจับและิญญาถูกจองจำ, คฤหาสน์เรเวนวูดถูกยึดคืน
สถานะเนตรนิรันดร์: เปิดตัวอย่างเป็ทางการในฐานะองค์กรนักฆ่าในเงามืด
เป้าหมายถัดไป: ค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ในชั้นที่ 5 (วิหารแห่งความดับสูญ)