ตอน 16 ข้าเป็เพียงคนของเ้า
"ห่ะ อาชวี่.... อาชวี่งั้นเหรอ... นางเรียกข้า..."
"นอกจากเสด็จพ่อ กับเสด็จแม่ ก็คงมีเพียงเอ้อหลันเท่านั้นที่เรียกข้าว่าอาวี่..." ไท่จื่อผู้เขลาเบาปัญญาเริ่มคิดสงสัย หันหลังกลับทันควัน
"ไม่ได้!!! ไม่ได้นะ เ้าจะตายตอนนี้ไม่ได้ !!! ตราบใดที่ข้าไม่ยินยอมให้เ้าตายเ้าจะต้องอยู่" ไท่จื่อหันกลับไป หวังจะไท่ถามให้กระจ่าง ทว่าเอ้อหลันนางทนความเ็ปบนร่างกายไม่ไหว นางหมดสติไป นอนหายใจรวยริน ราวกับว่ากำลังจะสิ้นใจ
แต่ความคับข้องในใจของไท่จื่อ ยังคงขุ่นมัว เขาไม่อาจปล่อยผ่านได้ ผู้เดียวเท่านั้นที่จะไขข้อสงสัยนี้ได้ก็คงจะเป็นางเพียงคนเดียว
อวี๋ชวี่จึงตัดสินใจที่จะยกโอบนางนักโทษผู้ร่างอาบเื ที่เกิดจากผลงานชิ้นโบแดงของตัวเอง ขึ้นแนบอก จนอาภรณ์ัสีทองเบื้อนเื พานางเข้าตำหนักของตน ยินยอมให้นอนบนเตียงัหยก
"หมอหลวงอยู่ไหน !!! เร็วเข้า!! ตามหมอหลวงมาช่วยคน" ไท่จื่ออย่างเขาไม่มั่นใจนักว่านางคือเอ้อหลัน หรือคือใครกันแน่ เขาจึงไม่อาจที่จะวางใจใช้เืกรีดเนื้อของตนเพื่อรักษานาง
ไท่จื่อทำได้แค่ตะเบงเสียงเรียกหาหมอหลวงก็เท่านั้น
"ไท่จื่อขอรับ เพื่อชำระล้างและสร้างกุศลต้อนรับการที่ทวยเทพส่งท่านกลับมา ฮองเฮาส่งตัวหมอหลวงทั้งหมดไปรักษาคนเจ็บป่วยที่เกิดจากโรงระบาดในหมู่บ้านที่แสนแร้นแค้นริมชายแดน บัดนี้หมอหลวงที่ท่านเรียกใช้คงมาไม่ได้แล้ว"
"แย่แล้ว ข้าลงมือกับนางหนักหน่วงปานนี้ ปล่อยไว้ อีกไม่เกินครึ่งชั่วยาม นางได้ตายสมใจข้าแน่!!!" ไท่จื่อคิดในใจ คิ้วบนหัวหยิกงอ แทบจะโค้งจอดกัน
"เอาเถอะนะ เพื่อเอ้อหลันแล้ว ต่อให้ต้องกรีดเนื้อจนตัวตาย ข้าก็ยอมแลก " อวี๋ชวี่่ตัดสินใจได้แล้ว คว้ากริดใต้หมอนเตรียมกรีดแขนตัวเอง
เพื่อรักษานาง อวี๋ชวี่กรีดแขนนับสิบแผล เพื่อให้ได้เือันแสนพิเศษ มาป้ายทาตามลำตัวของนาง
ทว่าาแของนางนั้น มีมากมายทั่วตัว อวี๋ชวี่จำเป็ต้องปลดอาภรณ์เก่าๆของนางให้เหลือเพียงแค่เนื้อหนังร่างเปลือย
ระหว่างที่ลูบไล้ทาเืสดๆคาวๆบนลำตัวของนางแล้ว อวี๋ชวี่กลับต้องชะงัก กับสร้อยคอเส้นนั้นที่นางสวมใส่
"หลี สร้อยของนางสลักอักษรหลีงั้นหรือ น่าแปลกจริงๆ " อวี๋ชวี่ก็แค่เอะใจ แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เขายังคงรักษานางต่อไป
ทว่าร่างกายที่เปลือยเปล่าขนาดนั้น แม้มือของเขาจะอังััลูบเนินอก หรือกระทั่งใช้เือังทางจุดลับใต้หว่างขา ก็ไม่ทำให้เขาหวั่นไหวได้ ผู้เดียวที่มีผลต่อเขาก็คือหลีเอ้อหลันคนเดียวเท่านั้น
1 วันผ่านไปเต็มๆ
หลีเอ้อหลัน รู้สึกตัวฟื้นขึ้นในตำหนักที่แสนโอ่อ่า
"นี่ข้าตายแล้วหรือ ..."
"ที่นี่คงเป็์สินะ โชคดีที่พระเ้ามิได้ใจร้าย ส่งข้าไปตกนรกอเวจีปอยเปต" เอ้อหลันพึมพำกับตัวเอง ค่อยๆกวาดสายตาไปรอบๆ
"ห่ะ ข้าไม่รู้สึกเ็ปอะไรเลย ตายแล้วมันดีแบบนี้นี่เอง ก่อนจะตายข้าแสนทรมารนัก " เอ้อหลันลูบเนื้อตัวไม่รู้สึกถึงความเ็ป มันยิ่งทำให้นางหลงคิดว่าตัวเองตายไปแล้วจริงๆ
พอนางค่อยๆลุกขึ้นนั่งบิดี้เีจะก้าวขาลงจากเตียงเท่านั้นแหละ นางกลับเห็นเงาชายผู้หนึ่งกำลังเดินมาจากหน้าประตูใหญ่ เอ้อหลันมัวแต่สังเกตเงานั่น โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าตัวเองกำลังอยู่ในร่างเปลือยเปล่า มีเพียงแค่ผ้าห่มผืนเดียวเท่านั้นที่ปกคลุม
"ห่ะ นั่นมันไอ้ไท่จื่อผู้เลวระยำ!!!! "
"หึ!!! ไม่สิ ข้าต้องบอกว่า เขาคืออาชวี่สามีของข้าสินะ!!! " เมื่อเอ้อหลันเพ่งมองให้ดี จึงเห็นใบหน้าที่ชัดเจนของเขาเต็มสองตา นางหมดคำจะด่าทอก็ได้แต่คิดในใจ
"ถึงขั้นว่า!! ข้าตายขึ้น์แล้ว เ้าก็ยังตามมาหลอกหลอนข้า"
"ระหว่างข้ากับเ้า หากบอกว่าเ้าเป็ผี!!! ข้าก็ขอเชื่อสุดใจ" เอ้อหลันบ่นมุบมิบตรงมุมปากพร้อมกลอกตามองบน
เอ้อหลันคิดว่านั้นเป็เพียงภาพลวงตา นางเกิดมีความคิดอยากจะสอยหน้าอาชวี่สักยก อยากสวนหมัดยัดเข้าหน้าเขาเอาคืนสักครั้ง เอ้อหลันก็ไม่ได้สนใจอะไรเข้าไปใหญ่ ลุกขึ้นพรวดทั้งที่ร่างเปลือยนั้น เดินโจ้งๆโท่งๆไป ตามทางเดิน
อวี๋ชวี่รู้สึกอุจาดตานัก อีกทั้งเขากลัวว่าคนอื่นจะมาเห็นเข้า จึงรีบเดินเร็วขึ้น ถอดผ้าคลุมไหล่โอบกายให้นางพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆว่า "ตื่นแล้วหรือ"
อวี๋ชวี่อุ้มนางขึ้นบนบ่า ทิ้งตัวนางลงเตียง โยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สั่งให้คนหามาให้
"สวมใส่นี่ซะ ชุดเดิมของเ้าเน่าเละซะจนใส่ไม่ได้แล้ว" อวี๋ชวี่เบือนหน้าหนีไม่มองนาง
"นะ นะ นี่ ข้าไม่ได้กำลังฝันหรือ" กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปละจ้า เขาเห็นกีหมดแล้วลู๊กกก!!!
ย๊ากกกกก!!! อ๊ากกกกกกกกกก !!! เอ้อหลันร้องกรี้ดหนักมาก อวี๋ชวี่กลัวว่าคนอื่นจะได้ยินเข้ารีบขึ้นคร่อมร่างนางบนเตียง ใช้มืออุดปากนางแน่นจนเอ้อหลันหายใจไม่ออก
เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป เอ้อหลันกัดอุ้งมือของเขาเต็มแรงจนเืสาด ทว่าเพียงพริบตา แผลบนมือของเขาก็สมานกัน
"อาชวี่... เ้าคืออาชวี่จริงๆด้วย" เอ้อหลันอึ้งตาค้าง!!!
สองหนุ่มสาวยังไม่ทันได้พูดกันให้มากความ เื่วุ่นๆอันใหม่ก็มาเยือน
"ไท่จื่อขอรับ... แม่นางเหอเถาเยา ว่าที่พระชายาเอกมารอเข้าพบ " บ่าวที่เฝ้าอยู่หน้าประตูส่งเสียงรายงาน
"ห้ามให้นางเข้ามาเด็ดขาด วันนี้ข้าป่วยไม่ค่อยสบายนัก ไม่้าพบผู้ใด "อวี๋ชวี่พยายามหาเหตุผลปฏิเสธนาง หารู้ไม่ว่านางยืนอยู่หน้าประตูแล้ว และที่มากไปกว่านั้นคือนางได้ยินคำพูดของเขาทั้งหมด
"อวี๋ชวี่....ท่านร้ายนักนะ คิดจะผลักไสข้าหรือ มันไม่ใช่เื่ง่ายขนาดนั้นหรอกน่า" เถาเยาคิดในใจ
"หลบไป ยังไงข้ามาถึงแล้ว ข้าก็จะพบอวี๋ชวี่ให้ได้ ยิ่งเขาป่วย ข้ายิ่งสมควรเข้าพบ " เถาเยาผลักบ่าวรับใช้ผู้เฝ้าประตูจนหงายหลัง
"ข้าจะจำใบหน้าของเ้าไว้ หากข้าได้เป็พระชายาเอกเมื่อไหร่ คนแรกที่ข้าจะเล่นงานก็คือเ้า" เถาเยาขู่บ่าวตัวเล็กอย่างเขาจนหวาดกลัวเนื้อตัวสั่นริกๆ
พรวด!!! เสียงเถาเยาเปิดประตูโดยพลการ อวี๋ชวี่ไหวพริบดี จะปล่อยให้นางเห็นสตรีนางอื่นอยู่ในตำหนักของเขาสองต่อสองต้องเป็เื่ใหญ่แน่
อวี๋ชวี่ผลักเอ้อหลันให้หลบหลังม่าน พร้อมกระซิบเบาๆ
"จงหลบซ่อนให้ดี อย่าได้สร้างปัญหาแก่ข้า และห้ามคิดหนีแม้แต่ก้าวเดียว อาภรณ์ที่ข้ามอบให้รีบสวมใส่มันซะ"อวี๋ชวี่ผลักเอ้อหลันให้หลบหลังม่าน พร้อมกระซิบเบาๆ
"โอ่ว...ข้าก็นึกว่าผู้ใดกัน ช่างกล้าบุกเข้าตำหนักของข้าโดยพลการ เห็นทีบ่าวเฝ้าประตูนายนี้ไร้ความสามารถไปหน่อย ครั้งหน้าข้าคงจะเข้มงวดมากไปกว่านี้ กระทั่งว่าข้าแจ้งว่าป่วย เ้าก็ยังจะเข้ามาให้ได้ เหลือเชื่อจริงๆ" อวี๋ชวี่กล่าวกับเถาเยาด้วยท่าทีหยิ่งผยอง (ไม่ใช่เอ้อหลันก็เหนื่อยหน่อยนะ)
"ไท่จื่อ เหตุใดท่านกล่าวเช่นนั้น อีกไม่นาน ท่านก็ต้องเป็ของข้า ตำหนักของท่านข้าจะเข้านอกออกในไม่ใช่เื่หวงห้าม"
"เถาเยา เ้าเป็แค่บุตรสาวเพียงคนเดียวของมหาเสนาบดีจิ๋นหลาง ผู้มีความสัมพันธ์อันดีกับเสด็จพ่อ (เหอจิ๋นหลาง สหายสนิทของฝ่าาในวัยเด็ก) "
"หากไม่ใช่เพราะสายสัมพันธ์นี้ คนเช่นเ้าอย่าหวังเลยที่จะเอื้อมถึงข้า"
"ไท่จื่อ ท่านปากคอเราะร้ายนัก ข้ารักท่านด้วยใจจริงั้แ่วัยเด็ก เหตุใดท่านไม่เคยเชยชมน้ำใจของข้าเลย"
"อีกทั้งครั้งที่ท่านประสบภัยร้าย หายไปจากวัง กว่า108วัน ผู้ใดก็ปักใจเชื่อว่าท่านสิ้นแล้ว แม้กระทั่งฝ่าาเอง "
"มีเพียงข้าผู้เดียวที่เชื่อว่าท่านยังมีชีวิตรอดอยู่ การที่ท่านรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ เป็เพราะบารมีของข้า ที่เฝ้าปฏิบัติดีเพื่อท่าน ณ อารามหลวง ทุกวันข้าสวดมนต์ กินเจ ไหว้วอนต่อเทพเ้าให้ช่วยโอบอุ้มท่านนำคืนสู่แดนัหยก" เถาเยา พูดไปพูดมาก็เพ้อเจ้อไปกันใหญ่ คำที่ว่ามาแต่ละอย่างราวกับว่ากำลังทวงบุญคุณ
"ฮะ ฮะ ฮ่าาาาาาาาาาาา น่าขัน น่าขันจริงเชียว" อวี๋ชวี่หัวเราะลั่น
"ไท่จื่อ ท่านหมายความว่าอย่างไร น้ำใจของข้าที่ทำเพื่อท่านมันตลกเพียงนั้นเชียวหรือ" เถาเยาเริ่มจะอารมณ์ไม่ดี เพราะนางคิดว่าการที่นางเสียสละใช้ชีวิตอันแสนสุขสบายในจวน ไปกินเจถือศีลที่อารามหลวง ถือเป็เื่ราวการเสียสละที่แสนยิ่งใหญ่
"จะไม่ให้ข้าหัวเราะลั่นได้อย่างไรกัน เื่ที่เ้าเสียสละไปอารามหลวงเพื่อขอพรให้ข้า ขอบใจมาก ข้ารับรู้ได้ถึงความปรารถนาดีของเ้า ทว่าจะให้ข้าเชื่อว่าข้ารอดชีวิตมาได้เพราะการขอพรของเ้าแล้วล่ะก็ ข้าคงกลั้นความขบขันไว้ไม่ไหว" อวี๋ชวี่พูดแบบไม่รักษาน้ำใจนางแม้แต่น้อย
"ที่ข้ารอดมาได้ เพราะหลีเอ้อหลันช่วยเหลือข้าไว้ต่างหาก กล่าวเช่นนั้นถึงจะถูกต้อง ข้านั้นแม้จะโง่เขลาถูกปิดหูปิดตาไปบ้าง แต่ไม่ได้หนักหนาถึงขั้นแยกไม่ออกว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ" อวี๋ชวี่คิดในใจ แต่แค่ไม่ได้พูดออกมา เขาแค่ยืนเอามือคัดไขว้หลังยืนรักษาระยะห่างจากเถาเยาก็เท่านั้น มีบาง่บางจังหวะที่อวี๋ชวี่แอบเหลือบตามองไปทางหลังม่าน เพราะกลัวนางจะแอบหนีไป