การเดินทางของคณะผู้ตรวจการคนใหม่ที่มีเซียงหยางร่วมทางมาด้วย หลังจากเกิดการโจมตีของนักฆ่าขึ้นทุกคนต่างระมัดระวังตัว ทำให้การเดินทางหลายวันมานี้กลุ่มนักฆ่าไม่อาจจะลงมือได้อีก แต่กลุ่มนักฆ่าก็ไม่คิดที่จะเลิกรา้าเอาชีวิตเป้าหมายให้จงได้ การเดินทางของคณะผู้ตรวจการไม่แน่ว่าจะไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย
พระอาทิตย์สาดส่อง่เวลาฟ้าแจ่มใส การเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อย ก็หยุดลงที่พักริมน้ำแห่งหนึ่ง
“เจียลี่ เ้าเป็อย่างไรบ้างการเดินทางไปเมืองชิงโจวลำบากยิ่งนัก หากเ้าไม่ไหวก็บอกข้าข้าจะได้ให้เ้าพักได้มากขึ้นกว่านี้”
“ป๋อเหวิน ข้าไม่เป็ไร ข้าสบายดีตอนแรกก็เหนื่อยอยู่มาก แต่น้องเซียงหยาง ให้ข้ากินยาบำรุงทำให้ข้ารู้สึกมีกำลังขึ้นมาก ไม่เหนื่อยล้าหากท่านเองเหนื่อยข้าจะขอให้ท่านบ้างก็ได้นะ”
“ยาของข้ามีน้อยใช้สำหรับคนอ่อนแอเช่นพี่สาว สามีท่านเป็ผู้ฝึกยุทธมีกำลังภายในไม่จำเป็ต้องใช้ยาบำรุงกำลังของข้าหรอก”
“ใช่ๆ ข้าไม่เป็อะไรมาก ยามีไม่มากเ้าก็ให้เจียลี่ได้ใช้เถอะ ข้าไม่เป็อะไร”
“คุณชาย จากแผนที่เดินทางอีกครึ่งวันเราจะถึงหมู่บ้านเล็กๆมีโรงเตี๊ยมสำหรับพัก ท่านว่าเราพักที่นี้ดีหรือไม่ครับ แต่เราอาจจะไปถึงที่นั่น่ค่ำเล็กน้อย”
“ก็ดีเหมือนกันหลายวันมานี้เจียลี่นอนพักแต่บนรถม้าคงไม่สบายตัวให้เ้าได้นอนที่ดีๆบ้างจะได้หายเหนื่อย”
“เอาตามท่านว่าข้าก็อยากทานอาหารดีๆบ้างเหมือนกัน”
“เช่นนั่นก็ดี เอาละพักกันหายเหนื่อยแล้วเราเดินทางกันต่อเถอะ จะได้ถึงที่พักไม่ค่ำนัก”
แล้วทุกคนต่างก็เก็บของออกเดินทางต่ออีกครั้ง ในระหว่างทาง บนรถม้าเจียลี่มีความสงสัยในใจมาตลอดจึงคิดสินใจคุยกับเซียงหยาง
“น้องเซียงหยาง เราก็เดินทางกันมาหลายวันเ้าคงแน่ใจแล้วว่าข้าไม่คิดร้ายกับเ้า”
“พี่หญิงท่านมีอะไรจะพูดทำไมท่านถึงพูดแบบนั่น”
“จริงๆแล้วก่อนที่ข้าจะใช้แซ่ฮัวที่เป็ของพ่อบุญธรรม ข้ามีแซ่ว่า เจา เจาเจียลี่เ้าพอจะรู้จักคนแช่เจาบ้างหรือไม่”
“อืม ไม่เลย ข้ารู้จักคนไม่มาก สกุลเจาข้าคงไม่รู้จัก”
“แซ่เจา เป็แซ่ของพ่อแท้ๆของข้าแต่แม่ของข้านั่น แซ่ เซียง”
พอเซียงหยางได้ยิน ก็นิ่งไปครู่หนึ่ง
“แซ่เดียวกับข้าเลย ช่างบังเอิญจริงๆแต่แผ่นดินกว้างใหญ่ คนชื่อแซ่ซ้ำกันมีมากท่านลองบอกข้ามาเพื่อข้าอาจจะรู้จักก็ได้”
“แม่ของข้า มีชื่อว่า เซียงลู่เสียนข้ามีท่านลุงที่ชื่อว่า เซียงโยว เ้าพอจะรู้จักพวกเขาหรือไม่”
เซียงหยางเมื่อได้ยิน ก็เงียบไปและตาเบิกกว้างเล็กน้อย มีอาการใเมื่อได้ยินและนางก็รู้แล้วว่า นี้คือลูกสาวของน้าของนาง และเจียลี่นางก็คือลูกพี่ลูกน้องของเซียงหยางและจึงเป็คำตอบว่าทำไมนางสองคนถึงหน้าตาคล้ายกัน
“และลุงของข้า ก็มีลูกสาวที่อายุน้อยกว่าข้าเล็กน้อยนางชื่อว่า เซียงหยาง”
“ท่านแน่ใจั้แ่เมื่อไรว่าเป็ข้า”
“ตอนแรกข้าก็ไม่แน่ใจพอฟังเื่ที่เ้าเล่ามาข้าก็เกิดสงสัย เ้าเป็คนชิงโจว มีแซ่เดียวกับท่านแม่และข้าก็รู้มาว่า ท่านลุงต้องโทษ คนในบ้านถูกขายไปเป็ทาสผู้ใหญ่ถูกส่งไปใช้แรงงานที่เหมือง หลายปีนี้ข้าเองก็ถูกรับเลี้ยงโดยพ่อบุญธรรมแม่บุญธรรม ทำให้ต้องเปลี่ยนแซ่ และพอห่างไกลจึงไม่มีโอกาสได้กลับมาหาข่าวญาติสนิทพอข้าเห็นเ้าข้าก็ดีใจและเมื่อได้ยินชื่อของเ้า ข้าก็สงสัยว่าอาจจะเป็ญาติผู้น้องที่ไม่เคยพบกัน”
“นั่นสิ ข้าเองก็รู้สึกได้ว่าข้ารู้สึกดีกับท่านมากกว่าผู้อื่น ไม่คิดว่าโลกจะแคบทำให้เราได้พบกันโดยบังเอิญ”
“ถึงแม้ตอนเด็กๆเราจะไม่เคยเจอกันแต่ข้าก็เคยได้ยินเื่ของเ้ามาบ้าง หลายปีนี้เ้าไปอยู่ที่ไหนเหตุใดเ้าถึงได้เป็เช่นนี้”
“เป็เช่นนี้พี่สาวคิดว่าข้าเป็เช่นใด”
“ก็เ้าสามารถฆ่าคนได้ในฝ่ามือเดียวข้าไม่รู้ว่าตอนนี้เ้าเป็อะไร และมีที่มาเช่นใดเ้าต้องลำบากขนาดไหนถึงเป็ได้เช่นนี้”
“ข้านั่นลำบากมาก แต่ก็ไม่เท่าไรการใช้ชีวิตก็ถือว่าสุขสบาย แม้จะลำบากในการฝึกยุทธบ้าง แต่ก็ได้มาซึ่งพลังที่ข้าไม่ต้องกลัวว่าใครจะข่มเหงรังแก แต่ข้าไม่สามารถบอกท่านได้ถึงเื้ัขอพี่สาวอย่าได้ถามอีกเลย ข้าคือเซียงหยางลูกพี่ลูกน้องของท่านแน่นอนและการไปชิงโจวครั้งนี้ ก็เพื่อสะสางเื่ที่ควรสะสาง”
“เ้าคงไม่ไปไล่ฆ่าคนใช่ไหม”
“หึ ก็ไม่แน่นะพี่สาว”
“เ้าพูดเล่นใช่ไหม ข้าจริงจังนะข้ากลัวว่าเ้าจะมีอันตราย ป๋อเหวินบอกข้าแล้วว่าต่อให้เราทุกคนร่วมมือก็ไม่อาจสู้กับเ้าได้ถึงเ้าจะมีฝีมือที่ล้ำเลิศแต่ศัตรูก็ไม่ได้มีแค่คนเดียวข้าไม่อยากให้ญาติคนเดียวที่ข้าพบต้องประสบเคราะห์ร้าย”
“เื่ของชาวยุทธ พี่สาวคงไม่เข้าใจถึงข้าจะไปคนเดียว แต่เพื่อนชาวยุทธข้ามีไม่น้อยอีกอย่างข้าไม่ทำอะไรสิ้นคิดอย่างไปไล่ฆ่าคนแบบนั่นหรอก ท่านพี่โปรดสบายใจเื่ของข้าท่านอย่าสนใจมากเลย ท่านก็เห็นแล้วว่าตอนนี้ข้าสบายดีจะไปที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวผู้ใด เอาเป็เื่ของท่านจะดีกว่าท่านพี่หลายปีมานี้ท่านต้องลำบากเจอสิ่งใดบ้าง เล่ามาให้ข้าฟังหากท่านอยากฆ่าใครข้าจะฆ่าให้”
“ที่ข้าไล่ ให้พวกนางออกไปนั่งรถม้าอีกคันเพราะถ้าเ้าคือญาติข้าจริงๆ ข้าก็จะเล่าทุกอย่างให้เ้าฟัง ถ้าเ้าเป็เซียงหยางจริงๆข้านั่นระอายใจต่อท่านลุงนัก ครอบครัวเ้าอาจจะเดือดร้อนเพราะข้ากับท่านแม่”
“ท่านหมายความว่าอย่างไร เื่มันเป็มาเช่นไร”
“ข้าก็ไม่รู้ว่าท่านลุงถูกผู้ใดใส่ความหรือทำร้ายแต่ข้าคิดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกันก็ได้ เริ่มจากที่พ่อของข้าตายไปเื่ในตระกูลก็มาลงที่ท่านแม่ ท่านแม่ต้องดูแลการค้าของท่านพ่อทั้งหมดท่านพ่อมีพี่ชายอยู่หนึ่งคน ท่านลุงแต่งงานกับลูกสาวนายอำเภอเกา นางชื่อว่าเกาเข่อชิงนางเป็ป้าสะใภ้ของข้า แต่เคราะห์ร้ายที่ท่านลุงป่วยตายไปแล้วต่อมาพ่อของข้าก็ส่งสียงเลี้ยงดูเพราะนางเป็คนในครอบครัวแต่เพราะพ่อของนางมีอำนาจ จึงคิดจะหุบทรัพย์สมบัติของท่านพ่อมาตลอด ทั้งที่ท่านพ่อทำการค้าสร้างมันมาเองกับมือนางไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆเลย พอท่านพ่อจากไปท่านแม่ต้องดูแลแทนนางไม่มีความรู้การค้ามากนัก จึงถูกแผนกลลวงของป้าสะใภ้ทำให้ท่านแม่เสียใจที่ไม่สามารถดูแลทรัพย์สินของท่านพ่อที่ทิ้งไว้ให้ดีได้ ปีต่อมาท่านแม่ก็เริ่มป่วยจึงขอร้อง ให้พ่อบุญธรรมรับข้าไปเลี้ยงก่อนที่นางจะตาย เพราะถ้าปล่อยให้ข้าอยู่กับป้าสะใภ้ชีวิตคงรักษาไว้ไม่ได้แต่ก่อนที่จะเป็พ่อบุญธรรมท่านแม่คิดจะยกทรัพย์สมบัติให้ ท่านลุงโยวเป็คนดูแลไม่ยอมยกให้กับป้าสะใภ้ แต่ไม่นานหลังจากนั่น ครอบครัวของท่านลุงก็เกิดเื่ทำให้คนในตระกูลรวมทั้งเ้าเดือดร้อน ข้าแน่ใจว่าเื่นี้ต้องเกี่ยวข้องกันแน่หลังจากนั่นก็เป็พ่อบุญธรรม แม่ของข้าก็สั่งเสียมอบทรัพย์สมบัติไว้ให้ข้าทั้งหมดแต่เพราะตอนนั่นในเมืองชิงโจวนางมีอำนาจมากพ่อบุญธรรมจึงได้เจรจาต่อรองให้นางเป็คนดูแลทรัพย์สมบัติทั้งหมดและแบ่งกำไรให้ข้าคนละครึ่ง โดยสัญญาว่า หากข้าอายุเกิน20 และแต่งงานมีครอบครัวแล้วจะยกมอบทรัพย์สินคืนให้ หลายปีมานี้นางส่งมาให้ ปีๆหนึ่งแค่ไม่กี่ตำลึงบอกแต่เพียงว่าขาดทุน เป็ใครก็รู้ว่าแท้จริงแล้วการค้าของพ่อข้าเป็การค้าที่ใหญ่ที่สุดในชิงโจวมีร้านค้ามากมายจะขาดทุนได้อย่างไร เื่ทั้งหมดก็เป็เช่นนี้”
“จากเื่ที่ฟังมา เกาเข่อชิงนางเป็ตัวการสินะ”
“นางแค่คนเดียวไม่สามารถทำอะไรได้แน่ท่านพ่อบุญธรรมเคยหลุดปากครั้งหนึ่งว่า มีแม่ทัพและขุนนางในชิงโจวร่วมมือกับนางทำให้ท่านพ่อบุญธรรมต้องยอมทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตข้าไว้แต่เพราะท่านพ่อเป็องครักษ์ของฮ่องเต้ ทำให้พวกเขาไม่กล้าทำอะไรมากนัก”
“ไม่ว่ามันจะเป็ใคร ข้าจะลากพวกมันออกมาและให้พวกมันได้ชดใช้”
“น้องเซียงหยาง ข้าขอโทษเพราะข้าทำให้พวกเ้าต้องเดือดร้อน หากรู้เช่นนี้ข้าคงบอกให้ท่านแม่มอบมันให้นางไป ครอบครัวของเ้าคงไม่พอกับเคราะห์ร้าย แต่เพราะเื่นี้ที่ทำให้ท่านลุงต้องเดือดร้อนทำให้ท่านแม่ตรอมใจหนักมากกว่าเดิม จนท่านแม่ต้องจากไป แต่ท่านก็ไม่ยอมยกสิ่งใดให้นางนั่นตอนนั่นข้ายังเด็ก ได้แต่มองดู ทำอะไรไม่ได้ วันนี้ข้ากลับมา ถึงจะอ่อนแอแต่ข้าจะไม่ให้นางได้เสพสุขอย่างสบายใจ”
“ท่านอย่าโทษตัวเองเลย ใครก่อคนนั่นต้องรับท่านพ่อของข้า ถึงไม่ได้รับของพวกนั่นมา ถ้าหากรู้ว่าน้องสาวของตนเดือดร้อนก็ต้องเข้าไปช่วยอยู่ดีถึงตอนนั่น ต่อให้ไม่ยุ่งเกี่ยว พ่อข้าก็ไปเกี่ยวข้องอยู่ดีข้านั่นรู้นิสัยท่านพ่อดี คนชั่วพวกนั่นไม่มีทางปล่อยศัตรูไว้หรอก เช่นกันข้าก็ไม่ปล่อยพวกมันไว้เหมือนกัน”
“ดี น้องเซียงหยางหากมีเ้าอีกคนข้าว่าเราต้องจัดการได้อย่างแน่นอน”
“ในเมื่อท่านเป็พี่สาวข้า ข้าจะปกป้องท่านเอง”
เมื่อได้รู้ความจริงว่าเซียงหยางเป็ญาติของตน เจียลี่ก็ดีใจมากและคิดว่ามีเพื่อนร่วมอุดมการณ์มาอีกหนึ่ง นางจะต้องต่อกรกับป้าสะใภ้ของนางได้แน่
ส่วนทางเซียงหยางในใจนางนั่นก็ดีใจเช่นกันแต่กลับต้องคิดหนักกว่าเดิม เพราะการลอบสังหารนางคิดมาตลอดว่านี้เป็เื่ของขุนนาง แต่เมื่อได้รู้เื่ของเจียลี่นางก็คิดได้ว่า ตกลงเป้าหมายการสังหารในครั้งนี้คือใครกันแน่ ผู้ตรวจการคนใหม่ที่จะไปรับตำแหน่งทำให้ขุนนางที่นั่นต้องวุ่นวายจึงต้องฆ่าทิ้งระหว่างทาง หรือหญิงสาวที่กลับไปเพื่อทวงทรัพย์สมบัติมหาศาลคืนกันแน่ หากนางตายไปทรัพย์ทั้งหมดนั่นก็ตกเป็ของ ป้าสะใภ้นางทันที นางคิดว่านี้มันกลุ่มแกะอ้วนๆที่เดินหลงไปในกลุ่มหมาป่าชัดๆ
หลังจากนั่นก็เดินทางมาถึงที่พักที่ตั้งใจไว้ ลักษณะที่พักเป็โรงเตี๊ยมเล็กๆ มีคนเข้าพักน้อยเพราะเป็พื้นที่ห่างไกลชนบท มีพ่อค้า หยุดพักระหว่างทางไม่มากนักทางลูกน้องของป๋อเหวินได้ตรวจสอบไม่เห็นสิ่งผิดปรกติ จึงได้เข้าพักแต่การตรวจสอบไม่ได้เข้มงวดเหมือนที่ผ่านมา เหตุเพราะเดินทางกันมาถึงมืดค่ำแล้วและเหนื่อยล้าจากการเร่งเดินทางใน่กลางวัน ทำให้การระแวดระวังตกลงไป
“ข้าว่าที่นี้ไม่ค่อยเหมาะนะพี่เขย” เซียงหยางพูดขึ้น
“เ้ามีปัญหาอะไรลูกน้องของข้าตรวจสอบดีแล้ว ไม่มีคนน่าสงสัย”
“แต่ว่า ด้านหลังเป็ป่า เหมาะสุ่มโจมตีและคนพักก็น้อยเกินไป เหมือนว่างไว้รอพวกเรา ท่านไม่คิดเช่นนั่นหรือ”
“แม่นางท่านคิดมากไปแล้วข้านำคนไปตรวจสอบแล้ว ไม่มีพิรุธอันใด หรือถ้าแม่นางไม่เชื่อก็เชิญตรวจสอบดูได้คุณชายกับฮูหยินเชิญข้างในครับ ข้าได้ให้เถ้าแก่จัดเตรียมไว้แล้ว” หาญเกอพูดขึ้น
“เจียลี่เข้าไปข้างในกันเถอะ” ป๋อเหวินชวนเจียลี่เข้าไปในโรงเตี๊ยม และเขาทั้งสองก็เดินไปด้วยกัน
“แต่ข้ารู้สึกไม่ดีกับที่นี้จริงๆนะข้าว่าเราพักที่อื่นจะดีกว่า” เซียงหยางพูดขึ้น
“ถ้าท่านไม่อยากเข้าพักก็นอนที่รถม้าก็ได้นะ ข้าสองคนตามคุณหนูเข้าไปแล้ว” ตงหนูพูดขึ้น
“ไม่มีใครฟังข้าเลย ช่างเถอะ ขอให้ไม่มีอะไรก็แล้วกัน”
แล้วทุกคนก็เดินเข้ามา และนั่งยังโต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้เซียงหยางเดินตามเข้ามาทีหลัง นางมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นสิ่งผิดปรกติใดๆแต่ก็เห็นบ้างอย่างที่แปลกไป คือมีการจุดกำยานมากกว่าปรกติ แต่นางก็ดมดูแล้วก็ไม่พบกับพิษอะไรจึงได้เดินมานั่งลงข้าง เจียลี่
“เชิญพวกท่านครับ จะรับอะไรดีครับร้านเราอยู่ห่างไกล มีแต่อาหารพื้นบ้าน หวังว่าพวกท่านจะให้อภัย”
“เถ้าแก่ ร้านเ้า ทำไมถึงจุดกำยานมากขนาดนี้”
“ต้องขอโทษท่านด้วย พอดีป่าด้านหลังมีแมลงเยอะทำให้ต้องจุดกำยานไล่แมลงไว้มากหน่อย ต้องขออภัยพวกท่านด้วย”
“เถ้าแก่เอาเหล้าและอาหารมาอะไรที่ร้านเ้ามีก็เอาออกมาให้พอกับพวกข้า”
“ได้ครับ ได้ครับ”
เซียงหยางคิดในใจเอาเถอะดูแล้วก็ไม่มีอะไร เสียงคนที่สุ่มอยู่แถวนี้ก็ไม่มี คนในร้าน 5-6 คน ข้าก็ััถึงพลังยุทธระดับสูงไม่ได้อยู่กันแค่ขั้น2-3เท่านั่น คงจะแค่ฝึกไว้ป้องกันตัว ถ้าเป็พวกนักฆ่าคงมีฝีมือมากกว่านี้
ผ่านไปครู่ใหญ่ๆ
“นายท่าน อาหารมาแล้วครับ”
เถ้าแก่และคนงานในร้านอีกคนก็ช่วยกันนำอาหารมาวางไว้บนโต๊ะให้พวกของป๋อเหวินได้ทาน ทางป๋อเหวินและเซียงหยางก็พิสูจน์พิษก่อนทาน ก็ไม่พบสิ่งใดจึงได้ทานกันปรกติ
“เห็นไหมแม่นางเซียงหยาง พวกข้าดูดีแล้วไม่มีอันตรายแน่นอน ท่านเชื่อใจพวกข้าเถอะ” หาญเกอพูดขึ้น
“ข้าเชื่อใจแต่ตัวเองเท่านั่น”
“เออออ....” ฟุบ! เพ้ง! อยู่ดีๆทุกคนก็อ่อนแรง แม้กระทั่งแรงจะถือชามข้าวก็ไม่มีชามข้าวและช้อนล่วงล้นบนโต๊ะบ้าง บนพื้นบ้าง มีแต่เซียงหยางที่ไม่รู้สึกว่าเป็อะไรแต่เมื่อเห็นดังนั่นจึงรีบแกล้งว่าโดนพิษด้วย
“นี้มันอะไรกัน ทำไมเป็แบบนี้ คุณชาย” หาญเกอพูดขึ้น ทางป๋อเหวินรู้ตัวก็รีบโคจรพลัง แต่ก็ไม่เป็ผล
“นี้มันอะไรกัน ทำไมถึงไร้เรี่ยวแรงไม่สามารถเดินพลังได้” ป๋อเหวินพูดขึ้น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่สุดก็จัดการพวกเ้าได้สักทีหลายวันก่อนฆ่าคนของข้าไปมากมาย วันนี้ข้าจะให้เ้าได้ชดใช้”
ทางเถ้าแก่ก็ได้เปิดเผยตัวว่าเป็กลุ่มนักฆ่า และนำอาวุธออกมาจากหลังร้านส่งให้คนที่อยู่ในโรงเตรียม และพวกมันก็ได้กินยาบ้างอย่างทำให้พลังยุทธกลับมาอยู่ในขั้นที่ห้ากันทุกคน
“ที่แท้พวกเ้าก็กินยาสะกดพลังเอาไว้ข้าถึงััไม่ได้”
“ใช่แล้ว แม่นางเ้านั่น มีวรยุทธล้ำลึกนักแต่ก็เท่านั่น ด้วยพิษสลายพลังของพวกข้า มีไว้เพื่อจัดการคนที่จัดการยากอย่างพวกเ้าโดยเฉพาะ”
“ได้ยังไงกัน พวกเราทดสอบแล้วไม่มีพิษนี้”ป๋อเหวินพูดขึ้น
“ของสองสิ่งหากอยู่แค่อย่างเดียวก็แค่ของธรรมดาแต่ถ้ามันอยู่คู่กันจะกลายเป็พิษ กำยานนั่นเป็กลิ่นของดอกไม้ส่วนเหล้าและอาหารที่พวกเ้ากิน ข้าก็ใส่ยาอีกตัวลงไป เมื่อสูดควันเข้าไป และยาอีกตัวที่พวกเ้ากินเมื่อพวกมันผสมกันในกระแสเื ก็จะเกิดพิษในร่างขึ้นมา ซึ่งมันไม่ร้ายแรงอะไรแค่ทำให้หมดแรง เดินพลังไม่ได้สัก หนึ่งชั่วยาม ซึ่งมันมากพอที่ข้าจะฆ่าพวกเ้า”
พอหัวหน้าพูดจบก็ส่งสัญญาณ ลูกน้องของมันก็ทำการฆ่าคนที่ติดตามป๋อเหวินมาทันที เหลือ แค่โต๊ะของป๋อเหวินที่ยังไม่ถูกลงมือ
“อย่าฆ่าข้า” ฉีก!“อา...!”
“พวกเ้าใครส่งมา ทำแบบนี้้าอะไรข้าถูกส่งมาโดยฮ่องเต้ หากข้าตาย จะต้องเป็เื่ใหญ่แน่ พวกเ้าไปสะแล้วข้าจะถือว่าเื่นี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใครสนใจเ้ากัน เ้าเองก็ต้องตายคนที่ข้า้าคือเมียของเ้าต่างหาก”
“ที่แท้ ก็เป็นางเองสินะที่ส่งมา”
ทันใดนั่น เซียงหยางก็จู่โจมใส่นักฆ่าในทันทีนักฆ่าคนแรกตายในฝ่ามือเดียวในทันที พวกนักฆ่าต่างใไม่คิดว่าจะมีคนที่ไม่โดนพิษอยู่ แต่ก็ตั้งสติได้ทันเวลาจึงรีบช่วยกันเขารับมือเซียงหยาง ถึงแม้จะพยายามร่วมกันรับมือแต่ด้วยฝีมือที่ห่างชั้นเกินไป ทำให้นักฆ่าถูกเซียงหยางฆ่าไปทีละคน ทีละคนจนหัวหน้าโจร ถูกฝ่ามือของเซียงหยาง จนาเ็กระเด็นกองกับพื้น ส่วนนักฆ่าอีกสองคนก็กำลังรับมือกับเซียงหยาง
หัวหน้าโจรคิดว่าวันนี้ตัวเองคงไม่รอดไปแน่ๆ แต่งานรับมาแล้วต้องทำให้สำเร็จทันใดนั่นหัวหน้าโจรจึงรวบรวมพลังลุกขึ้นเข้าโจมตี ใส่เจียลี่ในทันทีเซียงหยางใน่เวลานั่นก็จัดการ นักฆ่าสองคนลงได้พอดี เมื่อหันมาอีกทีก็เห็นหัวหน้านักฆ่า กำลังซัดฝ่ามือเข้าหาเจียลี่ เซียงหยางรีบเข้าไปขวางแต่ก็ไม่ทันการจึงรีบดึงแส้ัหลับใหลออก โจมตีใส่นักฆ่าทันที แส้ได้ฟาดเข้าที่อกของนักฆ่าแต่ฝ่ามือนั่นก็ถูกเข้าที่หลังของเจียลี่ นักฆ่ากระเด็นออก สิ้นชีวิตในทันทีแต่เจียลี่ก็ถูกพลังฝ่ามือเข้าไปถึง ห้าส่วน ในสิบส่วนแต่นั่นมันก็มากเกินไปสำหรับผู้ไม่มีวรยุทธ
เจียลี่าเ็สาหัสกระอักเืออกมาก ป๋อเหวินเห็นคนรักตรงหน้า แต่กลับไม่สามารถทำสิ่งใดได้ได้แต่ร้องคร่ำครวญออกมา
“เจียลี่เ้าอย่าเป็อะไรนะ เจียลี่ เจียลี่”ป๋อเหวินใและตื่นตระหนกมาก เมื่อเห็นภรรยาของตนาเ็น้ำตาก็ค่อยๆไหลออกมา จากเล็กน้อย จนเป็ทาง และไหลไม่หยุดแม้จะไม่มีเสียงร้องไห้ออกมาแม้แต่น้อย แต่น้ำตาที่ไหลออกมา มันช่างดูโศกเศร้าเกินบรรยาย
“คุณหนู อย่าเป็อะไรนะ คุณหนู” สาวใช้ทั้งสองที่อยู่ด้วยกันก็ต่างใและร้องไห้โฮออกมากลัวว่าเจียลี่จะสิ้นชีวิต
เซียงหยางเมื่อก้าวมาถึงตัวของเจียลี่ก็รีบใช้พลังปราณ ช่วยรักษาเจียลี่ในทันทีไม่ว่าใครจะถามสิ่งใดและร้องขอให้ช่วยชีวิตเจียลี่ เซียงหยางก็ไม่สนใจและไม่โต้ตอบพยายามเดินพลังรักษาเจียลี่อย่างต่อเนื่อง
ผ่านไป1 ชั่วยาม...
คนที่ยังรอดชีวิตตอนนี้พิษได้คลายลงแล้ว ได้กลับมามีแรงอีกครั้ง ป๋อเหวิน เมื่อลุกขึ้นได้ก็เข้ามาหาเจียลี่ในทันที แต่ก็ไม่สามารถจับต้องตัวนางได้ เพราะพลังที่เซียงหยางถ่ายทอดรักษาอยู่นั่นรุนแรงได้แต่ยืนมองไม่สามารถช่วยได้ เพราะตนมีพลังไม่กล้าแข็งพอที่จะเข้าไปช่วย หากเซียงหยางช่วยไม่ได้ในที่นี้ก็ไม่มีใครสามารถทำได้แล้ว
เวลาผ่านไปอีก1 ชั่วยาม เซียงหยางได้หยุดการรักษา และเจียลี่ก็ได้ฝืนขึ้นแต่หน้าตาของเซียงหยางนอกจากจะอ่อนล้าจากการใช้พลังที่มากแล้วยังแฝงไปด้วยความผิดหวังและ เสียใจ
“เจียลี่ เจียลี่ เ้าเป็ยังไงบ้าง”ป๋อเหวินรีบเข้ามาพร้อมกับ น้ำตาที่นองหน้า
“ป๋อเหวิน ข้าไม่เป็อะไรแล้วท่านอย่าเสียใจไปเลย”
“ดี...ดีจ่ะ เ้าต้องไม่เป็อะไรเราจะอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า” ป๋อเหวินค่อยๆ จับไปที่ชีพจรของเจียลี่และเขาก็ได้นิ่งไป ไม่พูดสิ่งใด มีเพียงน้ำตาที่ยังคงไหลต่อเนื่อง
“ข้าพยายามเต็มที่แล้ว พี่เจียลี่คงอยู่ได้แค่พระอาทิตย์ขึ้นเท่านั่น” เมื่อทุกคนได้ยินก็ใ
“ไม่นะ คุณหนู ท่านอย่าจากพวกเราไปข้าจะรับใช้ท่าน และยังมีลูกของท่าน ข้าสัญญาไว้แล้วว่าจะเลี้ยงคุณชาย และคุณหนูท่านต้องมีชีวิตต่อไป อย่าจากพวกเราไปเลย” สาวใช้ทั้งสองต่างร้องไห้ด้วยความเสียใจ
“พวกเ้าต่อไป ก็รับใช้ป๋อเหวินให้ดีช่วยดูแลเขาแทนข้า มีเ้าสองคนรับใช้ ข้าคงจากไปได้อย่างสบายใจ”
“ไม่นะ คุณหนู ไม่นะ” สาวใช้พูดไปร้องไห้ไป ส่ายหน้าไป
“น้องเซียงหยาง”
“พี่สาวข้าอยู่นี้”
“ข้าขอร้องเ้าก่อนข้าตายได้หรือไม่”
“ท่านพี่พูดมาเถอะ ท่านอยากให้ข้าช่วยสิ่งใด”
“ข้าอยากกลับไปทวงความเป็ธรรมให้กับแม่ของข้า แต่ข้าไม่สามารถกลับไปได้แล้ว หากข้าตายคนชั่วพวกนั่นคงได้สมใจ” แล้วเจียลี่ก็หยิบของออกมาและมอบให้กับเซียงหยาง
“นี้คือ หยกประจำตัวของข้าและรายการทรัพย์สินทั้งหมด จากนี้เ้าช่วยเป็ข้า และทวงความเป็ธรรมให้ท่านแม่ได้หรือไม่”
“ได้ข้ารับปาก ถึงท่านไม่บอกข้าก็จะไปลากคอพวกมันออกมาทุกตัว ข้าจะเอาสมบัติของตระกูลท่านคืนมาให้หมดให้พวกมันได้ชดใช้ทั้งต้นทั้งดอก ข้ารับรองว่า พวกมันจะต้องหวาดกลัวด้วยชื่อของท่านข้าขอสาบานท่านพี่”
“จากนี้ไปของของข้าน้องเซียงหยางใช้ได้ทั้งหมด พวกเ้าต้องช่วยเหลือน้องเซียงหยางเข้าใจหรือไม่” เจียลี่หันหน้าไปพูดกับสาวใช้ทั้งสองสาวใช้พยักหน้ารับทั้งน้ำตา
“ป๋อเหวิน ข้าอยากอยู่กับท่านอยากดูพระอาทิตย์กับท่านเป็ครั้งสุดท้าย”
เจียลี่พูดด้วยความอ่อนแรงน้ำตาก็ไหลออก ความโศกเศร้าที่มีในใจนั่นมากล้น เวลานี้นางไม่ได้สนใจเื่ความแค้นหรือทรัพย์สมบัติ แต่ในใจกลับเสียใจที่ต้องจากคนรักไปไม่สามารถอยู่กับคนรักได้ตามที่ใจปรารถนา
“ได้ เราออกไปดู พระอาทิตย์กันเถอะ”
“ข้าขอเวลาสักครู่ ท่านพี่ข้าจะปลอมเป็ท่านเพื่อทวงความเป็ธรรมให้ท่านและครอบครัว ข้ามีวิชาอ่านความทรงจำ ผ่านจิติญญาถ้าท่านยินดี ข้าขอดูความทรงจำของท่านได้หรือไม่ข้าจะได้จดจำใบหน้าทุกคนที่เคยทำร้ายท่าน”
“ไม่ได้ ความทรงจำของนางมีค่ามีทั้งเื่ราวของเรา จะให้เ้ามาดูได้อย่างไร”
“ไม่เป็ไรป๋อเหวิน หากนางได้รู้ทุกสิ่งนางจะได้ช่วยให้ข้าสมหวัง”
ป๋อเหวินเมื่อได้ยินภรรยาพูดจึงไม่ได้ห้ามอีกเซียงหยางได้ประทับฝ่ามือไปที่หน้าผาของเจียลี่อย่างเบามือ และได้ใช้จิติญญาเข้าดูความทรงจำเจียลี่ความทรงจำทั้งหมดไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทั้งความสามารถ วิชาความรู้ผู้คนที่เคยได้พบเจอ ความรักที่สวยงาม เซียงหยางรับรู้ได้ทั้งหมด
วิชานี้เป็วิชาที่หลินเยว่อิงถ่ายทอดให้ เป็วิชาที่ใช้ดูความทรงจำของผู้อื่นเพื่อคัดลอกวิชายุทธหรือเื่ราวตามที่ผู้ใช้้าแต่หลินเยว่อิงไม่ให้ใช้จำจดชีวิตของผู้อื่นเพราะถ้าความทรงจำที่มากเกินไป จะทำให้ความเป็คนๆนั่นเข้าแทรกแซงตัวตนและลักษณะนิสัยดังเดิมของผู้ใช้ได้ให้เจาะจงเฉพาะสิ่งที่ตนอยากรู้แต่ครั้งนี้เซียงหยางกลับเจาะจงที่จะรู้ทุกสิ่งของเจียลี่ ทำให้เหมือนกับเซียงหยางได้เคยใช้ชีวิตเป็เจียลี่ในชั่วเวลาเพียงพริบตารับรู้ทุกการกระทำเื่ราวทั้งแต่เกิดจนถึงปัจจุบัน
เซียงหยางได้หลีกไปและนั่งเดินพลังปราณรักษาพลังของตน ป๋อเหวินก็อุ้มเจียลี่ ค่อยๆเดินออกไปโดยที่สาวใช้ทั้งสองและ หาญเกอคนใช้สนิทของป๋อเหวินไม่ได้ตามออกไปป๋อเหวินได้เดินหยุดอยู่ที่ริมน้ำ หันหน้าไปทางพระอาทิตย์ขึ้นแต่เวลาก็เหลืออีกหลายชั่วยาม กว่าพระอาทิตย์จะขึ้น
เจียลี่ได้อยู่ในอ้อมกอดของผู้ที่เป็ที่รักทั้งสองได้พูดคุยกันถึงวันคืนที่มีความสุข จากที่น้ำตาไหลออกด้วยความเสียใจใบหน้าต่างเปลี่ยนไปเป็ความสุข เหมือนทั้งสองได้อยู่ในโลกของตน เวลานั่นแสนสั้นแสงแรกของยามเช้าก็ได้มาถึง
“ป๋อเหวิน”
“ข้าอยู่นี้แล้ว”
“ข้าไม่เคยมองพระอาทิตย์ที่งดงามเช่นนี้มาก่อนเลยท่านว่ามันสวยงามหรือไม่”
“สวย สวยงามมากทุกเช้าข้าจะมาชมพระอาทิตย์กับเ้า เ้าว่าดีไหม”
“ดีสิ ไว้วันหน้าเรามาชมด้วยกันอีกนะตอนนี้ข้าขอดูหน้าท่านชัดๆ”
เจียลี่ได้มองหน้าป๋อเหวิน และน้ำตาก็ค่อยๆไหลอีกครั้ง มือค่อยๆเอื้อมมือจับที่หน้าของป๋อเหวิน
“ป๋อเหวิน ข้าเหนื่อยแล้วข้าขอนอนพักสักครู่นะ”
“ได้...ข้าจะอยู่เป็เพื่อนเ้านะ”
ตาของเจียลี่ค่อยๆหลับลงมือที่จับหน้าของป๋อเหวินก็ล่วงล้น ป๋อเหวินจับมือเจียลี่ขึ้นมาอีกครั้งมองหน้าเจียลี่ เหมือนน้ำตานั่นจะไหลออกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับมีน้ำตาไหลออกเพียงไม่กี่หยดน้ำตาไม่มีจะไหลออกอีกแล้วตอนนี้มีเพียงน้ำตาที่อยู่ในใจเท่านั่นที่ไหลอย่างไม่หยุดยัง
ป๋อเหวินนั่งกอดเจียลี่อยู่อย่างนั่น จากพระอาทิตย์ขึ้น จนพระอาทิตย์ตก ไม่ขยับไปไหนไม่ส่งเสียง ไม่พูดสิ่งใด เหมือนทั้งโลกนี้ได้พังทลายลงเหมือนชีวิตนี้จะไม่สามารถอยู่ต่อไปได้ทุกคนที่เฝ้าดูต่างก็ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปหา เซียงหยางจึงเดินเข้าไปและจี้จุดที่คอ ทำให้ป๋อเหวินหลับไป
เซียงหยางได้นำศพของเจียลี่มาจัดการทำพิธี วางบนแท่นไม้ เตรียมที่จะเผา เมื่อทุกอย่างจัดเตรียมเสร็จแล้วจึงได้ปลุกให้ป๋อเหวินตื่นขึ้นมา เมื่อป๋อเหวินเห็นจึงรีบวิ่งเข้ามา
“เ้าจะทำอะไร นางยังไม่ตายเดี๋ยวนางก็ตื่นขึ้นมา นางแค่นอนพักเท่านั่น”
“ข้ารู้ว่าท่านเสียใจแต่ท่านจะปล่อยให้นางอยู่ในสภาพแบบนี้หรือ เผานางและนำนางไปกับเราเถอะนะ แล้วพานางกลับไปบ้านเกิดของนางและเอาคนพวกนั่นออกมาชดใช้ต่อหน้า อัฐิ ของนาง ข้ารู้ว่าท่านเสียใจแต่ท่านต้องลุกขึ้น”
“เ้า เ้ามีฝีมือสูงส่งแต่ทำไมถึงไม่รีบฆ่าพวกมัน ปล่อยให้พวกมันฆ่านาง ทำไมเ้าไม่ช่วยนาง”
“หากท่านไม่มีความสามารถปกป้องคนที่รักได้ก็อย่าโทษผู้อื่น ท่านจะก้าวต่อไป หรือจะจมปรักโทษความอ่อนแอของตนเองก็เชิญแต่ตอนนี้ข้าจะทำตามที่พี่เจียลี่้า ข้าจะไม่ให้นางจากไปอย่างผิดหวังส่วนท่านเป็คนที่พี่เจียลี่รักมากที่สุด หากนางเห็นว่าท่านเป็เช่นนี้คงจากไปอย่างไม่มีความสุขหากท่านไม่เผาศพของพี่เจียลี่ ข้าจะเผาเอง”
“ไม่... ข้าจะทำเองข้าขออยู่กับนางอีกสักครู่”
ป๋อเหวินนั่นรู้แก่ใจว่า ตนนั่นไม่สามารถปกป้องภรรยาที่รักไว้ได้ที่พูดใส่เซียงหยางเป็เพียงแค่การระบายอารมณ์ออกมา เมื่อเซียงหยางพูดแทงความรู้สึกก็เริ่มคิดได้ จากอารมณ์ที่ฟุ้งซ่าน ก็เริ่มแปลเปลี่ยนเป็เป้าหมาย การแก้แค้นการชิงทุกอย่างของภรรยารักที่จากไปคืนมา อย่างน้อยตอนนี้แม้จะโศกเศร้าแต่ก็ต้องก้าวเดินด้วยเป้าหมายที่หนักแน่น
ในใจของป๋อเหวิน จึงพูดขึ้น “หากข้าจัดการทุกอย่างสำเร็จ ข้าจะไปอยู่เป็เพื่อนเ้า” จากนั่นป๋อเหวินก็เริ่มจุดไฟขึ้น
ทุกคนรู้ดีว่าที่ไม่สร้างหลุมศพให้นางเพราะยังให้ใครรู้ว่าเจียลี่ได้สิ้นชีวิตไปแล้ว แต่ต้องเผา และนำเพียงเถ้ากระดูกติดตัวไป และเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น จะนำเถ้ากระดูกกลับไป ทำพิธีให้ถูกต้องในสุสานตระกูลเฮอ
เมื่อไฟมอดลงป๋อเหวินได้เก็บเถ้ากระดูกของนาง ด้วยหน้าตาที่เ็า สายตาเปี่ยมไปด้วยความแค้นเขาไม่เสียน้ำตาอีกต่อไปแล้ว
“ทุกคน ข้าจะเดินทางต่อไปที่เมืองชิงโจวแต่ข้ามีเื่ที่อยากจะขอร้องแม่นางเซียงหยาง”
“ท่านมีสิ่งใด”
“ข้าขอให้แม่นาง พา ตงหนู กับ เซียเว่ยกลับไปที่เมืองหลวง ส่วนข้าจะเดินทางกับหาญเกอกันสองคน”
“คุณชายทำไมกันเ้าค่ะคุณหนูให้พวกข้าดูแลท่าน ทำไมท่านถึงจะให้เรากลับเมืองหลวง”
“การเดินทางจากนี้จะอันตรายมากเจียลี่ฝากข้าดูแลพวกเ้า ข้าไม่ยากให้พวกเ้าเป็อันตรายพวกเ้ากลับไปที่เมืองหลวงสะเถอะ เื่ต่อจากนี้ข้าจะจัดการเอง”
“คุณชาย จะดีหรือครับ มีแค่ท่านกับข้าไปก่อนฮูหยินจะจากไป ยังฝากแม่นางเซียงหยาง หากไม่มีแม่นางเซียงหยางไปกับพวกเราเราจะทำเื่ให้สำเร็จได้อย่างไร”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าคือนายของพวกเ้าเอาตามที่ข้าสั่ง แม่นางเซียงข้าขอร้องท่าน ได้โปรดช่วยเหลือข้าน้อยสักครั้ง”ป๋อเหวิน โน้มตัวคำนับขอร้องเซียงหยาง
เซียงหยางนิ่งมองอยู่ครู่หนึ่ง “ได้ข้าจะพานางสองคนกลับเมืองหลวง”
“ขอบคุณแม่นางเซียงหยาง”
“คุณชาย...!” ตงหนูจะพูดขึ้นเซียงหยางได้ยกมือห้ามไว้
“หาญเกอ เอารถม้าให้พวกนางเราจะเอาแต่เสื้อผ้าจำเป็ของพวกเราเท่านั่น”
แล้วป๋อเหวิน ก็เก็บเสื้อผ้า พร้อมกับ อัฐิ ของภรรยาและเดินทางไปด้วยม้าสองตัว ทิ้งรถม้าให้เซียงหยาง ตงหนู และ เซียเว่อไว้พร้อมกับของสัมภาระทั้งหมด
“ท่านทำไมถึงห้ามพวกข้าตามคุณชายไป”
“เขาบอกว่าให้ข้าไปส่งพวกเ้าแต่ถ้าพวกเ้าไม่ยอมกลับและจะตามไป ข้าจะทำอะไรได้”
“ท่านหมายความว่า...”
“ตอนนี้เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าข้าเ้าว่าทำไม เพราะข้าหน้าคล้ายพี่เจียลี่ หากเขามองข้าก็เหมือนได้เห็นเงาของภรรยาที่เขาไล่พวกเ้าไม่ใช่เพราะพวกเ้าหรอก แต่เขาไม่อยากเห็นข้ามากกว่า”
“แล้วแบบนี้ ถ้าท่านตามไปคุณชายจะไม่ยิ่งเสียใจหรือ”
“วันเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นข้ารับปากพี่เจียลี่ไว้แล้ว ข้าจะทำให้สำเร็จ” ในใจก็คิด “รวมทั้งเื่ของข้าด้วย”
“เราจะตามคุณชายไป เราจะไม่กลับเมืองหลวงคุณหนูฝากให้ข้าดูแลคุณชาย ข้าจะทำตามที่คุณหนูบอก”
“ดีแล้ว จากนี้ไป พวกเ้าเรียกข้าว่า คุณหนูเหมือนที่พวกเ้าเคยเรียกพี่เจียลี่ จากวันนี้จนกว่าทุกอย่างจะจบลงห้ามใครเรียกข้าว่า เซียงหยาง จะมีแต่ ฮัวเจียลี่เท่านั่น”
“ท่านจะให้...พวกเราเรียกท่านเป็คุณหนู พวกข้า...”
“ทำไมทำใจไม่ได้หรือ แต่ถ้าไม่ทำแบบนั่นพวกนั่นก็จะเข้าใจว่านางตายไปแล้ว แล้วสิ่งที่นางฝากไว้จะทำเช่นไรหากพวกเ้าลำบากใจ ก็ให้คิดว่า ทำเพื่อพี่เจียลี่ เช่นนี้พวกเ้าจะได้สบายใจขึ้นและอีกอย่างข้าไม่คิดจะเป็พี่เจียลี่ไปชั่วชีวิตหลอกนะ” ในใจก็คิดไม่พูดออกมา“แม้ว่าข้าจะเหมือนได้เป็นางมาก็ตามคำพูดสุดท้ายในความคิดของนาง ข้าก็ได้ให้คำมั่นไว้แล้ว”
“สิ่งที่ข้า้ามากที่สุดคือสิ่งเดียวเ้าช่วยปกป้องเขาอย่างให้เขาตายได้หรือไม่” คำพูดสุดท้ายในความคิดของเจียลี่ที่ขอร้องกับเซียงหยาง และเซียงหยางก็ตอบ “ข้ารับปากท่าน”
สาวใช้ทั้งสองคน ก็มองหน้ากันและพยักหน้าและหันมามองที่เซียงหยาง และพูดพร้อมกัน “คุณหนูเจียลี่”
“จากนี้เราจะช่วยท่านต่อให้เราต้องเสี่ยงชีวิตเราก็ยอม ขอเพียงทวงความเป็ธรรมให้คุณหนู”
“ดี งันเราเดินทางกันต่อเถอะ”
“คุณหนู แล้วเื่คุณชายเราจะทำเช่นใดปล่อยเขาไปแบบนั่น”
“ปล่อยให้เขาได้อยู่กับตัวเองสักพักเถอะตอนนี้ไม่เหมาะที่ข้าจะเข้าไปยุ่ง แต่พวกเ้าไม่ต้องห่วง ก่อนถึงเมืองชิงโจวข้าต้องลากเขามาคุยให้รู้เื่ ตอนนี้เขาสนใจแต่จะไปฆ่าคน ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว มุ่งหน้าไปตายชัดๆ”
“แบบนี้ยิ่งปล่อยไปไม่ได้เราต้องตามคุณชายให้ทัน ถ้าคุณชายไปแลกชีวิตกับพวกมัน มีแต่จะตายเปล่าๆ”
“พวกเ้าไม่ต้องร้อนรนไปพวกเ้าไปตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ เราก็แค่เดินทางตามเขาไปเรื่อยๆ ให้เขาใจสงบลงก่อน”
แล้วเซียงหยางก็ออกเดินทางกับสาวใช้อีกสองคนตามป๋อเหวินไปแบบห่างๆ ไม่นานนัก ก็แอบติดต่อกับหาญเกอ หาญเกอก็ให้บอกเื่ราวตลอดทางที่เดินทาง ป๋อเหวินเอาแต่ดื่มเหล้า ข้าวปลาแถบไม่ได้ทาน เมาและหลับแม้ขณะเดินทางก็เมาหลับบนหลังม้า ถึงที่พักก็ดื่มเหล้าจนสว่างหรือไม่ก็หลับคาจอกเหล้าเป็อย่างนี้ตลอดทาง เวลาก็ผ่านไปเกือบเดือน
หลายวันต่อมาการเดินทางของป๋อเหวิน ก็ใกล้เข้าเขตเมืองชิงโจว เหลือระยะทางอีกไม่มากก็จะถึงยังเมืองหลักตอนนี้ป๋อเหวินได้เข้าพักที่โรงเตี๊ยมก่อนที่จะเข้าเมือง ในที่นี้ค่อนข้างจะมีผู้คนเพราะเป็ที่พักสุดท้ายก่อนที่จะถึงด่านตรวจเข้าเขตชิงโจวทำให้พ่อค้าและนักเดินทางต่างแวะพักที่นี้เป็เมืองแวะพักเล็กๆของนักเดินทางก็ว่าได้
ป๋อเหวินและหาญเกอค่อยๆเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม เห็นผู้คนอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่อึกทึกครึกโครมเสียงดังต่างคนก็ต่างนั่งทานอาหารโต๊ะใครโต๊ะมัน
ป๋อเหวินนั่งลงบนโต๊ะที่ว่างไม่สนใจผู้ใด หน้าตาทรุดโทรม หมดอะไรตายยาก พอนั่งลงก็สั่งเหล้าเพียงเท่านั่นแต่ไม่รู้เลยว่ามีคนเฝ้ามองอยู่จากโต๊ะด้านหนึ่ง
“คุณชายนั่นใช่เขาแน่หรือครับ”
เนี่ยนเจินลูกชายเ้าเมืองชิงโจวเฝ้ามองอยู่แต่ไม่พูดสิ่งใดออกมาคนใช้ที่นั่งอยู่ด้วยจึงไม่พูดสิ่งใดต่อ และต่างเฝ้ามองต่อไป
ผ่านไปครู่ใหญ่...
“ข่าวว่าเขามากับภรรยา แต่กลับมากันแค่สองคนนี้คือคนที่ฮ่องเต้ส่งมาจริงๆหรือ เหมือนถูกลงโทษแล้วขับออกจากเมืองหลวงมากกว่า”
“ดูแค่นี้ เรายังตัดสินไม่ได้เขามาเพื่ออะไร เป็คนฝ่ายใด เราต้องรู้ให้ได้”เนี่ยนเจินพูดขึ้น
ป๋อเหวินนั่งดื่มเหล้าไปเรื่อยๆจนเมามาย หาญเกอก็เหนื่อยที่จะห้าม
“เราไปกันเถอะ” เนี่ยนเจินนั่งดูป๋อเหวินมาพักใหญ่จนทนไม่ไหวจึงลุกจะจากไป
ในขณะที่ทุกคนกำลังกินดื่มพูดคุยกันเป็ปรกติก็มีหญิงสาว สามคนเดินเข้ามา ทุกสายตาต่างมองไปที่พวกนางความงามของเซียงหยางก็สามารถสะกดสายตาของผู้คนได้ไม่น้อย
“มีคนที่น่าสนใจเข้ามาแล้วสิ” ขณะที่เนี่ยนเจินกำลังจะลุกขึ้น เมื่อเห็นกลุ่มของเซียงหยางเดินเข้ามาจึงยืนมองอย่างสนใจ
เซียงหยางเดินมาที่โต๊ะและยืนดูหาญเกอรีบลุกขึ้นต้อนรับ
“ฮูหยิน คุณชายเอาแต่ดื่มเหล้าไม่ได้สติเลยครับ”
“ไม่เป็ไร ข้าดูเขาเอง… ป๋อเหวิน ป๋อเหวิน” เซียงหยางเรียกด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
ป๋อเหวินเมื่อได้ยินคิดว่าตนเองนั่นฝันไป ค่อยๆลืมตาขึ้น และเห็นเจียลี่อยู่ตรงหน้า
“เจียลี่ เ้ากลับมาแล้วเ้าอย่าจากข้าไปอีกเลยนะ เจียลี่”
“ได้ข้าจะไม่จากท่านไป ท่านพักเถอะ” แล้วเซียงหยางก็จับไปที่ไหล่ของป๋อเหวิน และป๋อเหวินหลับไปในทันที
“หาญเกอ พาคุณชายขึ้นไปพัก” แล้วทั้งห้าคนก็ขึ้นไปในห้องพัก้า
“ที่แท้ก็แค่ชายที่คลั่งรักแค่เมียโกรธนิดหน่อยก็ดื่มเหล้าเสียใจเอาเป็เอาตายช่างเป็คนที่ไร้ประโยชน์โดนแท้”
“เขาจะเป็เช่นนี้จริงหรือ คนที่ฮ่องเต้ส่งมาจะไร้ค่าถึงเพียงนี้เลยหรือ”เนี่ยนเจินส่ายหน้าอย่างสงสัย
“ไปกันเถอะ”
เมื่อมาถึงห้องพัก เซียงหยางก็เข้าห้องพักกับป๋อเหวิน และให้หาญเกอไปนอนเฝ้ารถม้าและสัมภาระส่วน ตงหนู กับ เซียเว่ย นอนอีกห้อง เมื่อเซียงหยางเข้ามาก็จัดแจงให้ป๋อเหวินได้นอนพักบนเตียง เซียงหยาง มองป๋อเหวินด้วยสายตาที่อาลัยอาวรณ์เมื่อผ่านไปชั่วครู่หนึ่งนางก็ละสายตาออก แล้วใช้ผ้าผูกเป็เปลนอนในห้องนั่น และขึ้นนอนบนผ้านั่น
ในใจของเซียงหยาง “ข้าจะให้ความทรงจำและความรู้สึกของพี่เจียลี่ เข้ามาไม่ได้ข้าไม่ใช่นางนางไม่ใช่ข้า”
แล้วค่ำคืนนั่นก็ผ่านไป…