"มาช้าชะมัด นายปล่อยให้พวกชั้นรออยู่นะ" เสียงของยัยเทพธิดาที่กินแล้วชิ่งตะกี้นี่หว่า
"อะไรของหล่อนห๊ะ เข้ามาในห้องของคนอื่นตามใจชอบ อ๊ะ..." ผมเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับพูดไปด้วยทั้งที่ยังไม่เห็นหน้า
ยัยนี่ใส่ชุดเมดแฮะ แต่นี่มันเลยเวลางานแล้วไม่ใช่หรอ ? แล้วแม่สาวผมแดงที่นั่งอยู่ข้างๆนั่นใครล่ะ
ผมมองไปที่เตียงของผมที่ขณะนี้มีคุณเมด 2 คนกำลังนั่งอยู่
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะท่านนักผจญภัย นี่เป็การพบกันครั้งแรกของเราสินะคะ" แม่สาวผมแดงที่นั่งข้างๆยัยเทพธิดานั่นลุกขึ้นพูดพร้อมกับก้มหัวอย่างมีมารยาท
"ชั้นชื่อรูบี้(ทับทิม)เป็เทพธิดาอันดับ 2 ค่ะ" หล่อนแนะนำตัวเอง
"เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ว่าแต่มีธุระอะไรงั้นหรือครับ" ผมตอบกลับ
"เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ดิชั้นขอเข้าเื่เลยนะคะ" หล่อนพูดเข้าประเด็นสำคัญ
"เมื่อหลายร้อยปีก่อน..." หล่อนเอ่ยขึ้น
"เดี๋ยวครับๆๆๆๆ" ผมขัด
"ไม่ต้องเล่าแบบนิทาน หรือตำนานก็ได้ครับ เอาเนื้อหาหลักๆเลย" ผมตัดบท
"อ่า ชอบแบบรวบรัดสินะคะ" เทพธิดาผมแดงพูดพร้อมกับยิ้ม
ผมนั่งลงตรงเก้าอี้ที่โต๊ะเครื่องแป้งคุณเทพธิดาเมื่อเห็นผมนั่งจึงนั่งตามลงไป
"เื่มันเกิดขึ้นเมื่อราวๆ 100 กว่าปีที่แล้วค่ะ อ๊ะ แต่พวกเราเทพธิดายังไม่เกิดกันหรอกนะคะตอนนั้นน่ะ เพราะงั้นดิชั้นยังไม่ใช่คุณป้านะคะ" หล่อนเล่าพร้อมแวะใส่มุขตลกข้างทาง
"อ่า ครับ" ผมทำหน้ารับมุขแล้วปล่อยหล่อนเล่าต่อไป
"มันเป็ยุคสมัยของพระเ้าองค์ก่อนถ้านับทางฝั่งเราก็เป็คุณปู่ของพวกเราค่ะ" หล่อนเล่าต่อ
"มันมีสิ่งที่มีพลังมหาศาลที่ใช้เพื่อทำให้โลกต่างๆมีสมดุลและสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้เป็สมบัติที่ถูกเก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของ์ซึ่งถูกเรียกกันว่า 'รัตนชาติ' ค่ะ" หล่อนพูดชื่อเ้าสมบัติของ์ออกมา
"รัต...น...ชาติ" ผมพูดตาม
"หมายถึงอัญมณี 9 ชนิดค่ะ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน แซฟไฟร์ จันทรกานต์ เพทาย และสุดท้ายไพฑูรย์ค่ะ" หล่อนพูดชื่อ 9 อัญมณีออกมา
"ไพฑูรย์ .... จะว่าไปคือชื่อของยัยเทพธิดานี่ไม่ใช่หรอ" ผมพูดพร้อมกับชี้ไปที่ยัยเทพธิดาประจำตัว
ยัยไพฑูรย์สะดุ้ง
"ยัยนี่ ? ฮึ ฮึ ฮึ" คุณพี่รูบี้ที่ได้ยินคุณผู้กล้าใช้สรรพนามเรียกน้องสาวของตนใเล็กน้อยแล้วก็ขำออกมา
"ใช่แล้วค่ะ พวกเราเทพธิดามีทั้งหมด 9 คน และแต่ละคนก็ถูกตั้งชื่อตาม 'รัตนชาติ' แต่ละอย่าง ไพฑูรย์เป็น้องคนสุดท้องค่ะ" พี่รูบี้อธิบายที่มาของชื่อของตนและน้องสาว
"เื่มันมีอยู่ว่าวันหนึ่งมีขโมยได้เข้าไปขโมย 'รัตนชาติ' ที่อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของ์เพื่อนำไปใช้สนองกิเลสของตนเอง..." หล่อนยังพูดไม่จบ
"เหมือนกับในการ์ตูนเลยแฮะ" ผมพึมพำ
"ใช่มั้ยล่ะคะ แต่นี่คือเื่จริงที่เกิดขึ้นค่ะ หลังจากเหตุการณ์นั้นทำให้โลกต่างๆเกิดความโกลาหลขึ้นค่ะ เกิดภัยพิบัติตามมา คลื่นั์ ฟ้าผ่า แผ่นดินถล่ม พายุฝน และอีกมากมาย" หล่อนเริ่มพูดผลลัพธ์ที่ตามมา
"ท่านปู่ได้ส่งคนออกตามหาผู้ที่ขโมย 'รัตนชาติ' ไปจาก์และได้สืบทราบมาว่าเขาได้มายังที่โลกแห่งนี้ค่ะ" คุณรูบี้เริ่มพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
"หลังจากที่รู้ที่อยู่ของเค้ากำลังพลที่ได้รับมอบหมายก็เริ่มบุกเข้าโจมตีเพื่อชิง 'รัตนชาติ' กลับคืนมา แต่ไม่สำเร็จค่ะ เค้าใช้พลังของมันสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งขึ้นเพื่อรับใช้ตนเอง" คุณเทพธิดาเล่าต่อ
"ด้วยพลังของ 'รัตนชาติ' นั้นทำให้สามารถควบคุมได้ทุกอย่าง ดิน ฟ้า อากกาศ แม้กระทั่งห้วงมิติเวลาค่ะ" หล่อนเล่าเสริมพร้อมก้มหน้าลง
"แต่ท่านพ่อที่ตอนนั้นยังเพิ่งอายุไม่มากก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้น" ยัยไพฑูรย์เล่าบ้าง
"ก็คือยืมกำลังของมนุษย์จากโลกอื่นๆที่มีความดีความชอบแต่เกิดตายลงให้กลับมาเกิดที่โลกนี้เพื่อช่วยนำ 'รัตนชาติ' กลับคืนสู่์ของเรา" หล่อนเล่าต่อ
"อ้อ เพราะแบบนั้นชั้นเลยถูกส่งมาที่นี่สินะ ?" ผมถาม
"มันไม่ใช่การบังคับกันหรอกนะ เพราะพวกเราจะถามความสมัครใจของผู้ที่จะถูกส่งมาทุกครั้ง" หล่อนตอบ
"แต่ชั้นว่า ชั้นจำไม่เห็นได้เลยนะ" ผมตอบกลับ
"ก็นายขอให้ลบความทรงจำไอ้ซื่อบื้อ" หล่อนย้ำสิ่งที่เคยพูด
"จะว่าไปก็จริงแฮะ" ผมที่เพิ่งระลึกชาติตอนเราเจอกันครั้งแรกได้
"ไอ้...ซื่อ...บื้อ" คุณพี่รูบี้ได้ยินสรรพนามที่น้องสาวตนเองเรียกคุณนักผจญภัยก็หันไปทางต้นเสียง
"ใช่พี่รูบี้ ไอ้หมอนี่มันซื่อบื้อสุดๆ แถมยังขี้งกด้วย" ยัยนี่เริ่มเผาผมให้พี่สาวตัวเองฟัง
"ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ" คุณพี่รูบี้เริ่มหัวเราะออกมา
"ขอโทษทีค่ะ พอดีมันกลั้นไม่อยู่น่ะ" หล่อนแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
"นี่คือเหตุผลที่มาหาผมในวันนี้สินะครับ" ผมถามคุณพี่
"เหตุผลหลักก็ใช่ค่ะ แต่จริงๆมีเหตุผลอีกข้อคือ ทหารของเราสืบทราบมาว่า 1 ใน หัวหน้ากองกำลังของทางฝั่งศัตรูแฝงตัวอยู่ในเมืองนี้ค่ะ" หล่อนพูดพร้อมทำหน้าจริงจัง
"ในเมือง....นี้" ผมพูดพร้อมสีหน้าแย่ลง
"เดี๋ยวสิครับ ทำไมมอนสเตอร์ถึงเข้ามาในเมืองได้ล่ะ ทหารยามต้องสังเกตุเห็นบ้างสิ" ผมตั้งข้อสังเกตุ
"ด้วยพลังของ 'รัตนชาติ' สามารถทำได้ทุกอย่างค่ะ ขอแค่มีพลังนั่นการจะแฝงตัวเป็มนุษย์ก็ไม่ใช่เื่ยาก" หล่อนพูด