หูหลันเยวี่ยตอบรับไมตรีจากหลินซือหย่วนด้วยความยินดี"ถ้าอย่างนั้นฉันไม่เกรงใจนายแล้วนะต่อไปถ้าจะใช้จักรยานเมื่อไหร่ ฉันจะมาเอานะ"
พูดจบหูหลันเยวี่ยก็สาวเท้าเดินไปหาถิงถิงที่ยืนรอเธออยู่ริมถนน
เดินต่อไปไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงบ้าน
"พี่คะ หนูขอไปห้องน้ำก่อนนะ" ถิงถิงพูดพร้อมกับยื่นของในมือให้หูหลันเยวี่ย
หูหลันเยวี่ยใช้มือข้างที่ว่างรับของจากถิงถิงมาแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
หูหลันเยวี่ยถือของตรงไปยังห้องโถงขณะที่ใกล้จะถึงประตู เธอก็ได้ยินเสียงพ่อแม่คุยกันอยู่ในห้องด้านใน
เมื่อได้ยินพ่อแม่พูดถึงคำว่า'เชี่ยนเชี่ยน' หูหลันเยวี่ยก็วางเท้าที่กำลังจะก้าวลงอย่างแผ่วเบา
ขณะนั้นเองหูฉางหมินกำลังคุยเล่นกับจ้าวหงเหมยที่ให้นมยายาอยู่ในห้องด้านใน
จ้าวหงเหมยพูดขึ้น"ป้าคนรองมาที่บ้านอีกสองสามวันจะให้พวกเราไปจับหมูที่บ้านนั้นเธอรู้ว่าบ้านเราเพิ่งจ่ายค่าปรับให้ยายาไป ไม่มีเงินเธอเลยบอกให้พวกเราจับหมูมาเลี้ยงไว้ก่อน พอมีเงินแล้วค่อยเอาไปใช้คืน"
หูฉางหมินพูดตอบ"ที่บ้านก็ยังมีเงินอยู่นี่นา ตอนที่ผมไปจับหมูที่บ้านป้าคนรองผมจะเอาเงินไปด้วยก็แล้วกัน บ้านนั้นกำลังจะแต่งสะใภ้ใหม่อยู่ในช่วงที่ต้องใช้เงินพอดี"
จ้าวหงเหมยพูด"ป้าคนรองบอกว่า พวกเรายังไม่ต้องให้เงินค่าซื้อหมูงั้นพวกเราก็ยังไม่ต้องให้แล้วกัน เงินที่บ้านเราขายของป่าได้เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันว่าจะเอาไปซื้อเครื่องประดับแก้วส่งไปให้เชี่ยนเชี่ยนสักสองชิ้นสกุลเฉินดีกับเยวี่ยเยวี่ยของพวกเรามาก แต่พวกเรากลับปล่อยให้เชี่ยนเชี่ยนต้องมาลำบากไปกับเรา"
"ก็ตามใจคุณแล้วกัน เอาเงินซื้อหมูเก็บไว้ซื้อของส่งไปให้เชี่ยนเชี่ยนก็ดี"จากนั้นหูฉางหมินก็ถอนหายใจแผ่วเบา"ไม่รู้ว่าเชี่ยนเชี่ยนกลับไปอยู่ที่นั่นแล้วจะคุ้นเคยหรือเปล่าไม่ส่งข่าวมาให้พวกเราบ้างเลย"
จ้าวหงเหมยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"เยวี่ยเยวี่ยที่กลับมาจากในเมืองยังชินกับการใช้ชีวิตในชนบทได้เลยฉันว่าเชี่ยนเชี่ยนก็คงจะชินกับการใช้ชีวิตในเมืองแล้วล่ะตอนที่เชี่ยนเชี่ยนยังพักอยู่ที่บ้านพวกเราเธออยากให้พวกเราซื้อเครื่องประดับแก้วให้มาตลอดพวกเราก็เอาแต่บอกว่ามันแพงแล้วก็ไม่ได้ซื้อให้ คราวนี้ก็ซื้อให้เธอเยอะๆหน่อยก็แล้วกัน"
หูฉางหมินและจ้าวหงเหมยเป็นคนซื่อและใจดีพวกเขาคิดว่าลูกสาวของตนเองมีชีวิตที่ดีในบ้านสกุลเฉิน
แต่พวกเขากลับไม่ได้ทำให้ลูกสาวของบ้านสกุลเฉินได้มีชีวิตที่ดีจึงรู้สึกผิดต่อบ้านสกุลเฉินอยู่เสมอเพราะรู้สึกผิดต่อเชี่ยนเชี่ยนที่เรียกพวกเขาว่าพ่อกับแม่มาสิบแปดปี
ที่จริงแล้วพวกเขาดีกับเชี่ยนเชี่ยนอย่างสุดความสามารถแล้ว
หลังจากหูหลันเยวี่ยที่ยืนอยู่หน้าประตูได้ยินแผนการของพ่อแม่แล้วก็วางของในมือลงตรงนั้นเงียบๆ แล้วหันหลังเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
ในใจของเธอรู้สึกเศร้า
เธอไม่ได้เศร้าที่พ่อแม่ยังห่วงใยเฉินเชี่ยนเชี่ยนแต่เศร้าที่พ่อแม่ไม่รู้ธาตุแท้ของเฉินเชี่ยนเชี่ยนเศร้าที่ความจริงใจของพ่อแม่จะไร้ค่าเหมือนอาหารหมา
ถ้าพ่อแม่รู้ความจริงเรื่องการสลับลูกในอดีตและรู้ธาตุแท้ของเฉินเชี่ยนเชี่ยนพวกเขาก็คงจะไม่ได้รู้สึกผิดต่อเชี่ยนเชี่ยนเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้
แต่จะทำยังไงให้พ่อแม่รู้เรื่องทั้งหมดได้กันล่ะ?
หูหลันเยวี่ยทึ้งผมตัวเองอย่างหงุดหงิด
ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอเดินมาถึงนอกประตูบ้านแล้ว
ถิงถิงออกจากห้องน้ำแล้วกำลังจะเดินเข้าบ้าน
เมื่อเห็นหูหลันเยวี่ยที่หน้าซีดและดูเป็นกังวลเดินออกมาจากในบ้านถิงถิงก็ตกใจ "พี่ เป็นอะไรไปเหรอคะ?"
"ฉันไม่เป็นอะไร รีบเข้าไปข้างในเถอะ" หูหลันเยวี่ยพยายามยิ้มให้ถิงถิง"พี่ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ"
หลังจากที่ถิงถิงเข้าไปในบ้านแล้วเห็นของที่วางอยู่หน้าประตูความสงสัยในใจของเธอก็ยิ่งมากขึ้น
เธอหยิบของที่หูหลันเยวี่ยวางไว้บนพื้นเงียบๆแล้วถือเข้าไปในห้องโถง
หูฉางหมินที่ได้ยินเสียงจึงรีบออกมาจากห้องด้านใน
เมื่อเห็นถิงถิงกลับมาคนเดียวเขาก็รีบถาม "พี่สาวหนูไปไหน?"
ถิงถิงตอบด้วยสีหน้าสงสัย"พี่สาวเข้ามาก่อนหนูอีก ไม่รู้เป็นอะไรพี่ถึงวางของไว้หน้าประตูแล้วก็ออกไป ดูท่าทางไม่ค่อยดีด้วย"
ตอนแรกหูฉางหมินก็ชะงักไปจากนั้นเขาก็เข้าใจในทันที "เมื่อกี้พ่อกับแม่คุยกันว่าจะซื้อเครื่องประดับแก้วส่งไปให้พี่เชี่ยนเชี่ยนของลูกพี่สาวคงได้ยินแล้วก็เลยคิดมากไป"
"ไม่มั้งคะ หนูว่าพี่สาวไม่ใช่คนใจแคบแบบนั้นนะ" ถิงถิงพูดด้วยความกังขา
ผ้าม่านถูกเปิดขึ้นจ้าวหงเหมยเดินออกมาจากข้างใน เธอกระซิบกับหูฉางหมิน"ถึงเยวี่ยเยวี่ยจะเป็นคนตรงไปตรงมา แต่ก็เป็นผู้หญิงนะผู้หญิงน่ะขี้น้อยใจแล้วก็อ่อนไหวกันทั้งนั้นเงินที่บ้านเราหามาได้เมื่อไม่กี่วันก่อนก็ต้องขอบคุณเยวี่ยเยวี่ยการเอาเงินที่ลูกหามาได้ไปซื้อของให้เชี่ยนเชี่ยนก็ดูจะไม่ค่อยเหมาะสมจริงๆนั่นแหละ พวกเราคิดไม่รอบคอบเอง"
หูฉางหมินเห็นด้วยกับสิ่งที่ภรรยาพูด"ที่เยวี่ยเยวี่ยไม่ได้เข้ามาผมว่าลูกคงไม่อยากให้พวกเรารู้ว่าลูกได้ยินพวกเราคุยเรื่องอะไรกันเพราะฉะนั้นเดี๋ยวพอเยวี่ยเยวี่ยกลับมา พวกเราก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเถอะ"
คำพูดของหูฉางหมินเน้นย้ำกับถิงถิงเป็นพิเศษ
เขารู้ว่าถิงถิงเก็บความลับไม่อยู่แถมยังปากไวอีกด้วย
หูหลันเยวี่ยบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำแต่จริงๆ แล้วเธอไม่ได้ไป
ตอนนี้เธอแค่อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ
หูหลันเยวี่ยเดินเข้าไปในป่าไผ่เขียวชอุ่มที่คั่นกลางระหว่างบ้านของพวกเธอกับบ้านของหลินซือหย่วน
หลังจากที่หลินซือหย่วนกลับถึงบ้านก็รีบยิ้มร่าเอาผ้าที่เลือกซื้อให้ย่าออกมา
"ย่าครับ ย่าชอบผ้าผืนนี้ไหมครับ?"
หลินซือหย่วนยื่นผ้าในมือให้ย่าหลินแล้วมองด้วยสายตาอ้อนวอนขอคำชม
ย่าหลินรับผ้าจากมือหลินซือหย่วนมาเธอพิจารณาลวดลายของผ้าอย่างละเอียด จากนั้นก็ลูบไล้เนื้อผ้าอย่างพิถีพิถัน
"ผ้าดี ลายนี้ย่าชอบ เหมาะกับคนแก่อย่างย่า เนื้อผ้าก็ดี" ย่าหลินยิ้มพึงพอใจให้หลานชายสุดที่รักที่กำลังรอเธอชมอยู่ "เจ้าเด็กนี่รู้จักซื้อผ้าให้ตัดเสื้อแล้วในที่สุดก็ไม่เสียทีที่ย่าเลี้ยงดูให้กินแป้งจี่กับหมั่นโถวมาตั้งหลายปี"
จากนั้นย่าหลินก็เปลี่ยนเรื่อง"พูดมาตามตรง ผ้าผืนนี้หลานเลือกให้ย่าเองเหรอ?"
หลินซือหย่วนยิ้มแหยๆ"ว่าแล้วไม่มีอะไรปิดบังสายตาเหยี่ยวของย่าได้จริงด้วยผ้าผืนนี้หลันเยวี่ยช่วยผมเลือกครับ เธอสายตาดีใช่ไหมล่ะ?"
"ย่าว่าแล้ว ไอ้คนซื่อบื้ออย่างหลานจะไปรู้ได้ยังไงว่าลายแบบไหนเหมาะกับย่าหรือต้องใช้ผ้าเท่าไหร่ในการตัดเสื้อคลุมสักตัว" ย่าหลินชอบผ้าในมือมากจึงกางผ้าออกจนสุด"ยัยหนูเยวี่ยเก่งจริงๆย่ายังไม่ได้บอกเธอเลยว่าใส่เสื้อผ้าขนาดอะไร เธอก็ยังกะขนาดตัวคร่าวๆ ออกมาได้"
ย่าหลินตัดเสื้อผ้ามานานแล้วเพราะฉะนั้นพอผ้าถูกกางออก จึงสามารถกะขนาดคร่าวๆ ได้ว่าผ้าขนาดนี้สามารถตัดเสื้อผ้าขนาดอะไรได้บ้าง
หลังจากเก็บผ้าแล้วย่าหลินถึงถามหลินซือหย่วน "หลานได้ซื้อของอร่อยๆให้เยวี่ยเยวี่ยกับถิงถิงหรือยัง? พวกเธอกินอะไรเป็นมื้อเที่ยง?"
หลินซือหย่วนรีบตอบ"ผมซื้อของอร่อยๆ ให้พวกเธอแล้วมื้อเที่ยงผมพาเธอกับถิงถิงไปที่บ้านคุณอาครับ ยัยคนนั้นก็จริงๆ เลยบอกแล้วว่าใช้โทรศัพท์บ้านคุณอาไม่ต้องเสียเงินพอเธอโทรศัพท์หาพ่อแม่อุปถัมภ์เสร็จก็ยังเอาเงินไปวางไว้บนโต๊ะอีก"
ย่าหลินพูดด้วยความชื่นชม"นี่แสดงว่ายัยหนูเยวี่ยไม่ใช่คนชอบเอาเปรียบใครแบบนี้ก็เหมือนกับพ่อแม่ของเธอไม่มีผิด"
ยังไม่ทันที่หลินซือหย่วนจะได้พูดอะไรย่าหลินก็พูดต่อ "หย่วนจื่อย่าคิดไว้แล้ว รอให้หลานกับยัยหนูเยวี่ยสนิทกันมากกว่านี้อีกหน่อยย่าจะไปสู่ขอเธอที่บ้านสกุลหูด้วยตัวเอง"