พวกเขาแต่ละคนล้วนมีวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งยากนักที่คนภายนอกจะเข้ามาส่วนลึกที่สุดของหุบเขาทมิฬแห่งนี้ได้
ยายฮวารีบกลับไปหาเฟิ่งหยูพร้อมกับเล่าเื่ราวต่างๆให้เขาฟัง
“เฟิ่งหยูเ้ามาอยู่ที่นี่ก็หลายเดือนแล้วเ้าคิดว่าพวกเราเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายเป็ยังไงบ้าง”
“พวกท่านดีกับข้ามากๆ เลยท่านยาย ดีกว่าคนในตระกูลของข้าเสียอีก”
“งั้นก็ดีเฟิ่งหยู หากพวกเราเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายจะรับเ้าเป็หลานบุญธรรมเ้าจะว่าอย่างไรบ้าง? เ้าจะยอมรับพวกเราเป็ปู่เป็ย่าเป็ตาเป็ยายของเ้าหรือไม่?”ยายฮวาเอ่ยถามเฟิ่งหยูด้วยสายตาที่มองเหมือนลูกเหมือนหลาน
“เยี่ยมเลยท่านยายข้าจะกราบพวกท่านเป็เหมือนดังผู้าุโตระกูลข้า พวกท่านดีกับข้ามากทั้งยังช่วยชีวิตข้าอีกด้วย ข้าต้องทดแทนบุญคุณของพวกท่านข้าจะทำพิธีกราบไหว้พวกท่าน ขอบคุณท่านยาย ขอบคุณทุกๆ คนที่ดีกับข้าถึงเพียงนี้”เฟิ่งหยูกล่าวด้วยความจริงใจ เขารู้สึกดีใจเป็อย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับจากเหล่าผู้เฒ่าผู้แก่ทั้งหลาย
“ประเสริฐประเสริฐยิ่ง” ยายฮวากล่าวพร้อมกับน้ำตาคลอ
“ไม่เสียแรงจริงๆ ที่พวกเราช่วยสั่งสอนให้กับเ้า”
เสียงหนึ่งดังมาจากข้างนอกพร้อมกับเหล่าผู้เฒ่าทั้งเก้าคนที่เดินมาพร้อมๆ กันแม้ระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมาทุกคนต่างเข้มงวดกับเฟิ่งหยูแต่ทุคคนก็พยายามดูแลและสั่งสอนเฟิ่งหยูให้ดีที่สุด
“นับแต่วันนี้เป็ต้นไปพวกเราทั้งสิบขอรับเ้าเป็หลานบุญธรรม เ้าเองก็อย่าทำให้พวกเราต้องเสียใจหละ”ผู้าุโใหญ่พลันเอ่ยกับเฟิ่งหยูขึ้นมา
เฟิ่งหยูคุกเข่ากับพื้นพร้อมโคกศีรษะสามครั้ง
“ข้าน้อยเฟิ่งหยูขอยอมรับผู้าุโทั้งสิบเป็ปู่บุญธรรมและท่านยายฮวาด้วยข้าจะปฏิบัติกับพวกท่านเสมือนปู่ และยายแท้ๆ ของข้า ข้าขอสาบานด้วยจิติญญา”
รุ่งเช้าผู้าุโใหญ่พาเฟิ่งหยูออกจากหมู่บ้านไปยังหุบเขาทมิฬ ชั้นที่ลึกที่สุด
“หากเ้า้าที่จะแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดมีแต่ทางนี้เท่านั้นที่ข้าพอจะช่วยเ้าได้นั้นคือการหาประสบการณ์จากการต่อสู้กับสัตว์อสูร” ผู้าุโใหญ่เอ่ยขึ้นมา
หุบเขาทมิฬแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยสัตว์อสูรจำนวนมากไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะเป็พื้นที่อาศัยของสัตว์อสูรระดับสูงไปจนถึงระดับสูงสุดด้วยและยังเหมาะแก่การฝึกฝน สำหรับเฟิ่งหยูนับเป็โอกาสที่ดียิ่ง
ผู้าุโใหญ่จึงเรียกยายเฒ่าฮวามาปรึกษาหลายเดือนนี้การพัฒนาของเฟิ่งหยูเป็ไปอย่างรวดเร็วยิ่งนัก พื้นฐานต่าง ๆก็แข็งแกร่งยิ่ง แต่เขายังขาดประสบการณ์ในการต่อสู้จริง ยายเฒ่าฮวา
“ข้าจะพาเขาออกไปเองตัวเ้าก็ไม่ต้องห่วงอะไรมาก เฟิ่งหยูก็เป็เหมือนหลานคนหนึ่งของข้าเช่นเดียวกัน” แม้ว่าแม่เฒ่าฮวาอยากจะโต้แย้งแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เป็จริงอย่างที่ผู้าุโใหญ่กล่าวจริง ๆ แต่เขาก็อดเป็ห่วงเฟิ่งหยูไม่ได้เขารักเฟิ่งหยูเหมือนลูกของเขาจริง ๆ
จากนั้นผู้าุโใหญ่และเฟิ่งหยูเดินทางออกไปพร้อมกันยายฮวามองเฟิ่งหยูและผู้าุโใหญ่จนลับสายตา เฟิ่งหยูเองก็อยากจะขัดเกลาตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นบุญคุณความแค้นของเขายังไม่ได้สะสาง เขาต้องเข้มแข็งยิ่งกว่านี้ให้ได้
เฟิ่งหยูเดินทางออกจากหมู่บ้านพร้อมกับผู้าุโใหญ่พวกเขาเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนมองไม่เห็นหมู่บ้านแล้ว
ในตอนนี้เป็ฤดูใบไม้ผลิสายลมอุ่นปะทะใบหน้าของเขาช้า ๆ ทันทีที่เฟิ่งหยูก้าวไปในเขตของหุบเขาทมิฬ สัตว์อสูรส่วนใหญ่ยังเป็สัตว์อสูรระดับสูงเขาจึงต้องออกแรงจำนวนมากกว่าจะเอาชนะมาได้อย่างหนักหนาสาหัสพอสมควรแม้จะเป็สัตว์อสูรระดับ 5 แต่มันก็ไม่ง่ายเลยในการที่จะต่อกรกับสัตว์อสูรระดับนี้ได้
เนินเขาทางทิศเหนือที่อยู่อาศัยของฝูงอสูรลิงั์
ฝูงอสูรลิงั์เป็สัตว์อสูรที่มีอารมณ์ดุร้ายชอบอยู่รวมกันเป็ฝูง ทำการโจมตีศัตรูที่เข้ามาใกล้ในทันทีสถานที่แห่งนี้เป็เขตของฝูงลิงั์มันกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่พวกมันจะเดินไปรอบๆ อย่างไร้เป้าหมายตอนนี้พวกมันยังไม่เห็นเฟิ่งหยูที่อยู่นอกเขตแดนของพวกมัน
“หากเ้า้าเอาชนะสัตว์อสูรประเภทนี้เ้าต้องหาตัวหัวหน้าของพวกมัน หรือพูดง่าย ๆก็คือเ้าต้องจัดการกับจ่าฝูงก่อนเป็อันดับแรกแต่ว่าตอนนี้เ้าคงยังเอาชนะมันยังไม่ได้เป็แน่เ้าก็ลองเล่นกับพวกลูกกระจ๊อกพวกนี้ดูก่อนก็แล้วกัน”ผู้าุโใหญ่อธิบายให้กับเฟิ่งหยูฟัง
ผู้าุโใหญ่หยิบหินมาก้อนหนึ่งจากนั้นก็ขว้างมันออกไปหินก้อนนั้นกระทบตรงกลางหัวอสูรลิงั์ตัวหนึ่งอย่างจัง มันมองดูรอบๆ อสูรลิงั์ที่กำลังเดินนอนหลับเงียบๆ ถูกรบกวน ดวงตาแดงฉานราวกับเืคู่หนึ่งพุ่งตรงมายังเฟิ่งหยู ส่วนทางด้านผู้าุโได้หายไปจากที่ตรงนั้นเรียบร้อยแล้วอสูรลิงั์แยกเขี้ยววาววับ ก่อนจะกระโจนเข้ามาหาเฟิ่งหยู ความเร็วของอสูรลิงั์นั้นรวดเร็วมากมันร้องคำรามด้วยความโกรธ มันพุ่งตัวมาหาเฟิ่งหยูด้วยความเร็วที่สูงมาก มันพุ่งตรงมาถึงตำแหน่งของเขาพอดิบพอดี
แม้เฟิ่งหยูจะไม่เคยต่อสู้จริงๆ แต่เมื่อเห็นอสูรลิงั์ เฟิ่งหยูก็ไม่คิดจะถอยหนีไปจากไป เฟิ่งหยูค่อย ๆหรี่ตาลงแล้วค่อย ๆ ยกดาบในมือของเขาขึ้นมา
ฉับ!
สายลมกรรโชกแรงปะทะใบหน้า สายตาเฟิ่งหยูสงบนิ่ง ในตอนที่คมเขี้ยวอสูรลิงั์กำลังจะััตัวของเฟิ่งหยูร่างของเฟิงหยูก็พลิกกลับอย่างรวดเร็ว เขาหมุนตัวหลบฉากไปอีกด้านหนึ่ง พลันก่อให้เกิดช่องว่างเล็กๆทำให้อสูรลิงั์ตัวใหญ่ที่เกือบจะโจมตีถูกเขาพุ่งผ่านเฟิ่งหยูไปยิ่งเฟิ่งหยูหลบหลีกได้ว่องไวแค่ไหน เวลาคิดของเขายิ่งเฉียบคมขึ้นเรื่อย ๆช่องว่างเริ่มแคบลงเรื่อย ๆในการต่อสู้จริงกับอสูรลิงั์นั้นเขาต้องใช้เวลาในการตัดสินใจในแต่ละครั้งให้เร็วที่สุดดังนั้นการควบคุมการหลบหลีกให้สมบูรณ์จึงเป็เื่ที่ยากที่จะทำได้
อสูรลิงั์ที่พุ่งผ่านตัวเฟิ่งหยูไปมาครั้งแล้วครั้งเล่ามันหมายจะจับตัวเฟิ่งหยูให้ได้เพียงแต่ความรวดเร็วของเฟิ่งหยูนั้นมีมากอสูรลิงั์ฟุ่งมาและก็เป็อีกครั้งที่มันพลาดเป้าหมาย อสูรลิงั์พุ่งผ่านตัวเขาไปตามด้วยสายลมหอบใหญ่เฟิ่งหยูไม่แม้แต่จะมองไปด้านหน้าร่างกายที่เพิ่งจะยืนขึ้นเอนตัวไปด้านหลังจนแทบจะขนานไปกับพื้นแล้วยกดาบในมือขวาขึ้นมาจ้วงแทงไป้า...
‘ฉัวะ!’
ร่างของอสูรลิงั์ถูกเฟิ่งหยูโจมตีอีกครั้งมันรีบกระโจนผ่านร่างของเฟิ่งหยูไปโดยไม่อาจโจมตีเฟิ่งหยูได้ เฟิ่งหยู ยกดาบฟันเข้าใส่ท้องของมันเป็ทางยาวอสูรลิงั์กระโจนตามเฟิ่งหยูติดๆ ร่างของเฟิ่งหยูยืดขึ้นขณะเดียวกันก็ยืมแรงบิดเล็กน้อยโดยใช้เท้าขวาหนุนร่างกายเพื่อหมุนตัวกลับมาเขาเดินไปด้านหน้าอีกไม่กี่ก้าวก่อนจะจ้วงแทงดาบต่อเนื่องสองครั้งใส่ร่างอสูรลิงั์เวลาที่ใช้ในการจัดการกับอสูรลิงั์ตัวนี้ เวลาที่ใช้ในการโจมตีอสูรลิงั์ั้แ่ต้นจนจบไม่ถึงสิบวินาที มันไม่ใช่การโจมตีในครั้งเดียวแต่เป็การโจมตีอย่างต่อเนื่องการโจมตีของอสูรลิงั์ถูกเฟิ่งหยูหลบหลีกได้ทั้งหมดและเขาทำเพียงขยับร่างกายไปทางซ้ายเล็กน้อยเดินตรงด้านหน้าและด้านข้างอีกหน่อยเท่านั้นเอง
เพื่อเป็การฝึกฝนของเขาซึ่งจะส่งผลต่อประสาทรับรู้เฟิ่งหยูหลบการโจมตีของหมาป่าอสูรลิงั์นั้นถูกโต้กลับอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นเขาแทงอสูรลิงั์อีกครั้งในที่สุดมันก็จนตรอกหมุนร่างกลับมาแล้วกระโจนเข้าใส่เฟิ่งหยูครั้งนี้อสูรลิงั์ตั้งใจจะขย้ำเฟิ่งหยูพร้อมกันนั้น เฟิ่งหยูพลันหรี่ตาลงใช้ความเร็วสูงสุดของร่างกายเสี่ยงพุ่งตัวผ่านช่องว่างตรงกลางระหว่างร่างของอสูรลิงั์ระหว่างที่กำลังเคลื่อนที่อยู่นั้นก็วาดดาบฟันไปที่ร่างของอสูรลิงั์ตัวเดิมอีกสองครั้งเมื่อร่างของเฟิ่งหยูหยุดลง เขาก็ปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหลังอสูรลิงั์นั้นแล้วขยับดาบโจมตีต่อเนื่องไปอีกสองครั้งเป้าหมายในการโจมตีของเขาเน้นไปที่ศีรษะของเ้าอสูรลิงั์
หลังจากโจมตีติดต่อกันถึงห้าครั้งอสูรลิงั์มันเริ่มรู้สึกถึงความเ็ปและเริ่มขู่ออกมาเสียงดังมันหมุนตัวกลับมาพุ่งเข้าใส่หมายจะขย้ำเฟิ่งหยูอีกครั้ง
แต่ราวกับเฟิ่งหยูนั้นคาดเดาการกระทำของอสูรลิงั์ได้ร่างสูงยืนนิ่งเท้าขวาปักหลักมั่นคงรักษาท่าทีสงบเยือกเย็นก่อนจะสไลด์ตัวเข้าไปจนห่างจากอสูรลิงั์เพียงสองเมตรแล้วหมุนตัวกลับไปโจมตีมันอีกสองครั้งเขากำลังต่อสู้กับอสูรลิงั์เพียงลำพัง หลังจากที่โจมตีไปสิบกว่าครั้งอสูรลิงั์ที่แข็งแกร่งกลับไม่อาจที่จะสามารถแตะเฟิ่งหยูได้
ร่างกายของเฟิ่งหยูเคลื่อนที่วูบไหวเหมือนผีโจมตีเข้าใส่อสูรลิงั์เขากวัดแกว่งดาบงดาบในมืออย่างต่อเนื่องเรียกเสียงโหยหวนจากอสูรลิงั์ไม่หยุดเวลาไม่ถึงครึ่งนาทีท่ามกลางเสียงที่อ่อนแรงของอสูรลิงั์ตัวนั้น ก็ตายไปในที่สุด
เฟิ่งหยูพุ่งไปยังอสูรลิงั์ตัวที่สองตัวความตึงเครียดของเฟิ่งหยูค่อยๆ ลดลง เขาพุ่งไปด้านหน้าตรง ๆ วาดดาบตัดศรีษะของอสูรลิงั์จนเืสาดกระจายไปทั่ว
ตอนนี้เฟิ่งหยูมีการตอบสนองและการรับรู้เกินกว่าคนธรรมดาไปแล้วไม่รู้กี่เท่ากำลังสะท้อนให้เห็นถึงความจริง อสูรลิงั์ทั้งสองตัวถูกฆ่าจนหมดเฟิ่งหยูถอนหายใจเล็กน้อยเขาสู้กับอสูรลิงั์ระดับห้า ถึงสองตัวกลับาเ็ไม่น้อยสายตากวาดมองไปรอบๆ ข้าง ๆ ศพของอสูรลิงั์ ก่อนจะกระโจนออกไปจากพื้นที่นั้นโดยเร็วก่อนที่อสูรลิงั์ตัวอื่นๆ จะมาอีก