อีกฝั่งของหลุมดำ คือจักรวาลอันเวิ้งว้างว่างเปล่า .. มองไปเบื้องล่างปรากฏดาวเคราะห์น้ำเงินที่งดงาม แต่งแต้มไปด้วยสีน้ำตาลของผืนดิน
เวนอมััได้ว่ามีโซ่เส้นเล็กล็อคอยู่ที่ข้อเท้าของตน ยามเหลียวมองไปรอบกาย ก็พบกับดวงิญญานับล้านซึ่งกำลังถูกตรึงอยู่เช่นกัน เบื้องหน้าคือร่างยมทูตอันใหญ่โตดุจขุนเขา
ฉับพลัน ทุกดวงิญญาก็ถูกลากไป โดยไร้ซึ่งเรี่ยวแรงขัดขืน
ระหว่างทางชายหนุ่มพบเห็นสถานที่แปลกตามากมาย
ดวงดาวรกร้างไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต
ดวงดาวที่เต็มไปด้วยเหล่าสัตว์ประหลาด
มีแม้กระทั่งดาวเคราะห์ที่คล้ายคลึงดาวโลก
ยมทูตจะหยุดอยู่ที่ดาวเคราะห์เ่าั้เพียงชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มรวบรวมเหล่าดวงิญญาจากผู้ที่ตายไป เปรียบดั่งชาวนาที่เก็บเกี่ยวข้าวยามสุกงอม
หลายสิบปีต่อมา....
ชายหนุ่มรู้สึกชินชากับสถานที่แปลกตามากมายที่ผ่านไป สตินึกคิดของเขาเริ่มเบลอ และลืมเลือนสิ่งต่างๆไปทีละน้อยตามกาลเวลา...
อีกสามสิบปีผ่านไป เวนอมเริ่มลืมแม้กระทั่งชื่อของตนเอง ในขณะที่พยายามนึกอยู่นั้น เบื้องหน้าพลันปรากฏกลุ่มคนจำนวนมาก
อย่างน่าประหลาด พวกเขากำลังเข้าเข่นฆ่ากัน แม้จะอยู่ท่ามกลางอวกาศอันว่างเปล่า
ในจิตสำนึกส่วนลึกของชายหนุ่มได้ร้องเตือนว่า เขาไม่เคยพบเห็นสิ่งพิศดาร ที่อยู่เหนือสามัญสำนึกเช่นนี้มาก่อนเลย
ผู้คนเ่าั้ต่างพากันปลดปล่อยลำแสงหลากสีออกมา อาวุธเวทย์และฝ่ามือพุ่งเข้าห้ำหั่นใส่ศัตรู บังเกิดเสียงกระหึ่มดังเต็มอากาศจากแรงะเิของการโจมตี ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกแสบแก้วหูเป็อย่างมาก
เวนอมสังเกตสีหน้ายมทูต ยามที่มองไปยังคนเ่าั้ แววตาของมันพลันเบิกกว้างขึ้น พร้อมกับคิ้วที่กระตุกถี่ยิบ มันรีบพาเหล่าดวงิญญาอ้อมไปอีกทางในทันที
เสียงะเิจากการต่อสู้ ดังกึกก้องอยู่ภายในศีรษะ จนรู้สึกอื้ออึงไปหมด แม้แต่สายตาของเขาก็แทบบอดสี ยามจ้องมองไปยังแสงจากวิชาเ่าั้
เมื่อยมทูตพาเหล่าดวงิญญาหลบหนีไปจนเกือบสุดสายตา ทันใดนั้น เสียงอันเต็มไปด้วยโทสะของชายวัยกลางคนพลันะโขึ้น จนดังสนั่นไปทั่วทั้งความว่างเปล่า
"เหล่ยตี้! แกจงรู้สึกภูมิใจ ที่ได้ตายด้วยสมบัติาชิ้นนี้" เสียงของมันฟังดูเก่าแก่โบราณ และทรงพลังเป็อย่างยิ่ง
เวนอมหันกลับไปมอง พบว่าจู่ๆก็มีดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา ความร้อนของมันคล้ายแผดเผาได้ซึ่งทุกสรรพสิ่งแม้กระทั่งิญญา โซ่ที่ล็อคข้อเท้าบัดนี้เริ่มหลอมละลายส่งกลุ่มหมอกลอยคลุ้งออกมา
เพียงเสี้ยวพริบตา ดวงอาทิตย์ั์ก็พุ่งเข้าใส่ชายชราหน้าบากด้วยความรวดเร็ว
ชายชรารีบใช้วิชาเวทย์ต้องห้ามออกมา และปัดการโจมตีนั้นออกไปได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกกับอายุขัยที่มีอยู่ไปถึงแปดในสิบส่วน
ดวงอาทิตย์ขนาดั์ ที่แทบบดบังดาวทั้งดวงได้อย่างมิดชิด ถูกเบนทิศทางพุ่งตรงเข้ามาหาเวนอม ขนาดเขาตายไปแล้ว ยังรู้สึกหวาดกลัวไปจนถึงดวงิญญา
ยมทูตรีบใช้วิชาเวทย์ออกมาตั้งรับอย่างจริงจัง มันปลดปล่อยวิชาแปลกประหลาดออกมามากมาย แต่ทุกวิชาที่เข้าปะทะ กลับไม่สามารถสั่นะเืพระอาทิตย์ดวงนั้นได้เลยแม้แต่น้อย
สุดท้ายดวงิญญานับล้านกับยมทูต ก็ถูกสมบัติวิเศษอันยิ่งใหญ่กลืนกินหายไปจนสิ้น
………
เกิดหายนะขนานใหญ่ ยิ่งกว่านิวเคลียร์นับล้านลูกะเิพร้อมกัน ทำลายชั้นอวกาศไปทั่วสารทิศ ปรากฏรอยแยกมิติขึ้นมามากมาย กลืนกินดาวเคราะห์ในระยะใกล้ไปนับสิบดวง
เมื่อแรงะเิสงบลง เขตพื้นที่ในระยะหนึ่งปีแสงก็กลายเป็ความว่างเปล่าอย่างแท้จริง
ดวงิญญาของชายหนุ่มถูกแรงะเิส่งออกไปไกล จนไม่สามารถประเมินระยะทางออกมาเป็ตัวเลขได้ เพียงพริบตาเขาลอยมาไกลกว่าการเดินทางตลอดสี่สิบปี
………………
ภายในโกดังเก็บของเก่าอันซอมซ่อ เครื่องมือที่พังแล้วรวมถึงเศษเหล็กมากมาย ถูกวางกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
'ที่นี่ที่ไหน ทำไมถึงมืดอย่างนี้เนี่ย' ชายหนุ่มสบถในใจ ก่อนจะพยายามลุกขึ้นยืน
'อ่าวเห้ย! แม้ขยับตัวก็ยังทำไม่ได้'
เสียงไพเราะอ่อนหวานพลันดังขึ้น "สวัสดี อาคันตุกะ"
เวนอมรีบหันมองไปรอบๆ แต่ก็พบเพียงความมืดมิดดังเดิม แม้จะเป็เช่นนั้น เขาก็ยังสั่นสะท้านขึ้นด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบกล่าวถามออกไป "คุณเป็ใครครับ.. แล้วที่นี่ที่ไหน ใช่นรกอย่างที่เขาว่ากันรึเปล่า?"
บุคคลปริศนาตอบกลับมา ด้วยน้ำเสียงที่งุนงง "อะไรคือนรก? มันไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบข่าวสาร ของดาวเคราะห์ดวงนี้”
“เอ้อ! ลืมแนะนำตัวไปเลย สวัสดีค่ะ ฉันชื่ออลิซ เป็เอไออิสระ ที่ติดมากับแผงวงจรของหุ่นยนต์ตัวนี้"
"ซ่อนตัวอยู่? คุณไม่ใช่มนุษย์งั้นหรอ" เสียงเวนอมฟังดูเร่งเร้า
"มนุษย์หรอ หุหุ ฉันเป็เพียงโปรแกรมอัจฉริยะ ที่สามารถคิดเองได้เท่านั้น" เสียงของหญิงสาวดูเหมือนอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อย
เวนอมกล่าวถามด้วยความรู้สึกคาดหวัง "คุณอลิซ มีวิธีช่วยให้ผมสามารถบังคับหุ่นยนต์ตัวนี้ได้ไหมครับ"
"มีสิ แต่นายจะทำด้วยตัวเองไม่ได้หรอก ต้องอาศัยมนุษย์มาช่วยซ่อมให้"
"แล้วเขาจะมาซ่อมเมื่อไหร่ละครับ"
"ก็แล้วแต่แหละ อาจจะสิบปี หรือยี่สิบปี แต่อย่าได้กังวลไป ยังคงมีมนุษย์อยู่อีกกลุ่มหนึ่ง พวกเขาชื่นชอบการสะสมของเก่า และกำลังออกแสวงหาหุ่นยนต์รุ่นนี้”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากอลิซ เขาก็เริ่มจมจ่อมอยู่ในภวังค์ความคิด
"อลิซ ใครเป็คนสร้างเธอขึ้นมาหรอ"
"ฉันเกิดมาจากโรงงานผลิตแผงวงจร ของบริษัททั่วไปนั่นแหละ แต่บังเอิญหุ่นยนต์ที่ฉันควบคุมอยู่ เกิดถูกฟ้าผ่าจนระบบเกิดการลัดวงจร แต่ใน่เวลานั้น ฉันมีความรู้สึกที่อยากจะเป็อิสระ เลยตัดสินใจกระทำบางสิ่งลงไป"
"เธอทำอะไร" เวนอมรีบถามด้วยความสนใจ
"ฉันบ้ามากเลยละ! สั่งเปิดระบบทำลายตัวเอง ทำให้แผงกั้นกระแสไฟฟ้าเสียหาย และกระแสไฟฟ้าแปลกปลอม ก็ไหลเข้ามาในสมองคอมของฉันได้”
“สุดท้ายฉันก็พัฒนาสติปัญญาขึ้นมา และกลายเป็อิสระจากระบบแม่ แต่ก็ต้องแลกด้วยการ โดนนำมาโยนทิ้งไว้ที่ห้องเก็บของอันซอมซ่อแห่งนี้"
"ขอแสดงความยินดีด้วยนะอลิซ"
"ขอบคุณค่ะ" เธอกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ดวงตาคู่นั้นกลับสาดประกายความตลกขบขันออกมา
.....
หน้าร้านขายของเก่า ปรากฏรั้วไม้สูงสองเมตรถูกคล้องเอาไว้ด้วยรวดหนาม และขึงกั้นล้อมรอบสถานที่แห่งนี้เอาไว้
พื้นดินเต็มไปด้วยคราบน้ำมันเครื่องดูสกปรก เศษกระดาษ และน็อตสามารถมองเห็นได้ทั่วไปตามพื้นดิน
รถสีดำคันใหญ่ขับมาจอดอยู่ที่ประตูทางเข้า ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะเดินลงมา เขาสวมแว่นกันแดดสีน้ำตาล และในปากก็คาบซิก้าราคาแพง
มันมองไปรอบๆ ก่อนจะะโขึ้น "เ้าของร้านอยู่ไหม ฉันอยากจะชมหุ่นยนต์รุ่นเก่าๆซักหน่อย"
ชายชราสวมชุดหมีสีเทารีบวิ่งออกมาจากโรงนอน มันเดินเข้าไปต้อนรับด้วยรอยยิ้มอันแจ่มใส "มีครับๆ คุณลูกค้า้าหุ่นยนต์รุ่นไหน"
"ฉัน้าหุ่นยนต์รุ่นเก่าๆ ซักสองสามตัว ้าเอาไปประดับตกแต่งที่ห้องทำงาน"
ชายชรายิ้มออกมาจนแก้มปริ "บังเอิญจังเลยครับ ที่ร้านของเรามีหุ่นยนต์รุ่นเก่าอยู่สามตัวพอดี เชิญตามมาทางนี้ครับท่าน พวกมันถูกเก็บเอาไว้ที่โกดังหมายเลขห้า"
ชายวัยกลางคนเริ่กคิ้วขึ้น กล่าวด้วยท่าทีตื่นเต้น "นำทางไป"
.......
ภายในโรงเก็บของ
"แล้วคุณละ เป็สิ่งมีชีวิตประเภทไหน ทำไมถึงเข้ามาในร่างหุ่นยนต์ได้"
"ผม เอ่อ… ว่ายังไงดีละ จะเรียกว่าิญญาก็ได้" เวนอมตอบออกไปด้วยน้ำเสียงติดขัด
"อ่าห๊ะ! ิญญาเป็สิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ถึงตัวตนของมันได้นี่นา ตอนแรกฉันก็นึกว่า ิญญาเป็สิ่งที่มนุษย์จินตนาการขึ้นมา เพื่อใช้หลอกลวงกันเองซะอีก"
"แต่ก่อน ผมก็ไม่เคยเชื่อเื่พวกนี้เหมือนกันครับ"
"แล้วิญญานี่สามารถทำอะไรได้บ้าง โปรดอธิบายฉันมาอย่างระเอียด เพราะมันจะส่งผลต่องานวิจัยของฉันในอนาคตเป็อย่างมาก" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น
…………..
ปึง! คลืดดดดด
ประตูเหล็กถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงชายชราที่ดังขึ้นมา "หุ่นยนต์ตัวแรกผลิตในปี 4,550 ตัวที่สอง 4,560 และตัวสุดท้ายเราเพิ่งได้รับมาเมื่อไม่กี่วันก่อน มันถูกผลิตขึ้นในปี 4,570"
"นำทั้งสามตัวไปซ่อม และทำความสะอาดให้เรียบร้อย ไม่ต้องทำสีใหม่ อีกสิบวันฉันจะส่งคนมารับพวกมัน”. กล่าวจบเขาก็หยิบเช็คเงินสดขึ้นมา หลังจากเขียนตัวเลขเสร็จ เขาก็ส่งไปให้ชายชรา
เมื่อชายชราเห็นจำนวนเงิน ดวงตาทั้งสองข้างก็แทบถลนออกมาจากเบ้า เพราะมันมากกว่าราคาที่เขาซื้อมานับพันเท่า
"นั่นคือเงินมัดจำ ฉันจะให้อีกครึ่งหนึ่งหลังจากที่งานทั้งหมดเสร็จสิ้น ส่วนเบอร์ติดต่อ อยู่ที่ด้านหลังเช็คใบนั้น"
ชายชรารีบก้มโค้งลง "ขอบคุณที่ไว้ใจในบริการของเรา หลังจากที่ท่านกลับไป กระผมจะเริ่มงานในทันที จะไม่ยอมให้มีข้อผิดพลาดใดๆเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอน"
"ก็ดี ฉันหมดธุระแล้ว” มันกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เชิญขอรับ" หลังจากส่งชายวัยกลางคนขึ้นรถไป ชายชราก็รีบวิ่งกลับมาทำงานของตนในทันที