หวังอีฮังกับมาที่ห้องของตนและฝึกวิชาครั้งนี้เขาเลือกวิชาที่จะฝึกคือ วิชากายาเหล็ก วิชานี้จะช่วยให้ร่างกายของเขานั้นแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าแม้แต่การโจมตีในระดับเดียวกันก็โจมตีไร้ผลเมื่อต่อสู้กับเขา
เมื่อฝึกสำเร็จขั้นแรกร่างกายจะแข็งแกร่งเทียบเท่าตัวตนที่เปิดประตูบานที่สี่ได้ แต่เลังต่อสู้นั้นยังคงเท่าเดิมไม่มีเปลี่ยน
“ข้าจะต้องพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่ข้าจะได้กลับไปถามความจริงกับลู่เอ๋อ” หวังอีฮังใช้เวลาฝึกผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ แต่ร่างกายของเขานั้นก็แข็งแกร่งขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ก็อกๆ!!
เสียงเคราะประตูห้องดังขึ้น”เข้ามา”หวังอีฮังกล่าวขึ้น จากนั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา “ไงหวังอีฮังไม่ได้พบกันนานเลยนะ”ซิลกล่าว หวังอีฮังพยักหน้าเล็กน้อย ซิลนั้นรักษาร่างกายของเขาเพียงสองวันก็หายเป็ปกติ
“ข้าได้ข้อมูลมาแล้วเกี่ยวกับผลน้ำตาที่เ้า้า” ซิลเอ่ยขึ้น “เช่นนั้นเ้ารีบบอกข้ามาว่ามันอยู่ที่ไหน”หวังอีฮังนั้น้ารู้ที่อยู่ของผลน้ำตาอย่างมาก
“มันก็หาได้ไม่ยากหลอกแต่มีสิ่งหนึ่งที่เฝ้ามันเอาไว้” ซิลกล่าวด้วยใบหน้าที่ดูจริงจัง “มันเป็มอนสเตอร์ที่ดุร้ายมันมีพล้งบ่มเพาะอยู่ที่ระดับเปิดประตูบานที่สี่ และมันก็ยังเป็มอนสเตอร์ระดับท็อบอีกด้วย” หวังอีฮังยังคงถาม”แล้วมันอยู่ไหนละ”
“เ้าไม่กลัวหรือไง”ซิลถามด้วยความสงสัย “ข้า้าใช้มันบอกข้าทีมันอยู่ที่ไหนกันแน่” ซิลถอนหายใจเมื่อหวังอีฮังยืนกลาน
“ผลน้ำตานั้นอยู่ถ้ำหลากสีมันอยู่ห่างจากน้ำตกหลากสีร้อยลี้”หวังอีฮังพยักหน้าและกล่าวขอบคุณและเขาก็เริ่มเตรียมของ ซิลพูดขึ้น”เดียวข้าไปกับเ้าด้วย”แต่กวังอีฮังนั้นก็ปฐิเสธน้ำใจของซิล
“ข้าไปคนเดียวได้ ข้ามีสมบัติใช้ป้องกันตัวอยู่”เมื่อหวังอีฮังพูดออกมาแบบนี้ซิลเองก็ถอนหายใจ “เช่นนั้นเ้าก็เดินทางโชคดีละกัน”
หวังอีฮังใช้เวลาสองชั่วยาเขาก็มาถึงน้ำตกหลากสี แต่ครั้งนี้เขาไม่เห็นหมึกกล้ามปูตัวใหญ่อยู่ในน้ำ เขารีบเร่งฝีเท้าอย่างเต็มที่เพื่อที่จะไปให้ถึงถ้ำหลากสีก่อนพระอาทิตย์ตก
ด้วยความเร็วของระดับเปิดประตูบานที่สามทำให้ไปถึงถ้ำหลากสีในหนึ่งชั่วยาม แต่เมื่อเขามาถึงก็ได้พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่มาถึงก่อน “นั้นมันตราสัญลักษณ์ของสำนักอื่นหนิ” ออร่าของทั้งสี่คนที่อยู่หน้าปากถ้ำนั้นล้วนแล้วดูแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เปิดประตูบานที่สี่ หวังอีฮังเห็นคนที่มีพลังบ่เพาะมากที่สุดในกลุ่ม
“มาจากสำหนักไหนกัน ทำไมพวกเขาถึงได้มายังถ้ำหลากสีที่อยู่ในเขตสำนักหุบเขานภากัน” หวังอีฮังยังคงเฝ้ามอง
“ศิษย์พี่เว่ยข้าว่าข้างในถ้ำดูท่าทางจะอันตราย พวกเราควรไปแจ้งทางสำนักดีหรือไม่” ศิษย์ผู้หนึ่งกล่าวขึ้น
“ไม่จำเป็ ที่นี่มีเพียงมอนสเตอร์ระดับเปิดประตูบานที่สี่เฝ้าไว้ ไม่จำเป็ต้องถึงมือของสำนักหลอก”ศิษย์พี่เว่ยสงสายตาดุร้ายไปหาคนที่พูดก่อนหน้านี้ ศิษย์น้องผู้นั้นตัวสั่นและพูดเสียงสั่นไปว่า “ข้าคิดว่าไม่จำเป็ถึงมือทางสำนักเหมือนอย่างที่พี่เว่ยกล่าว”
ศิษย์พี่เว่นพยักหน้าและให้ศิษย์คนเมื่อครู่นั้นเดินดำหน้าเข้าไปในถ้ำ ศิษย์คนนั้นต้องอดทนและเดินนำเข้าไปในถ้ำจากนั้นทั้งสามก็เดินตามเข้าไปเมื่อรู้ว่าข้างในไม่มีอันตราย
หวังอีฮังเฝ้ามองอยู่ครึ่งชั่วยาก่อนที่เขานั้นจะตัดสินใจเดินตามเข้าไปข้างใน หวังอีฮังเปิดใช้ประตูบานที่สองจากนั้นก็มีร่างโกเลมโผล่ออกมาต่อหน้าเขา จากนั้นมันก็กลายเป็ชุดเกราะสวมใส่ให้แก่หวังอีฮัง หนังสือศักดิ์สิทธิ์ที่หวังอีฮังถือเขาเปิดใช้งานบาเรียเพื่อป้องกันการลอบโจมตี
ข้างในถ้ำนั้นมืดอยากที่จะมองออกว่าข้างหน้านั้นมีอะไร แต่ด้วยสายตาของโกเลมนักบวชทำให้หวังอีฮังนั้นมองเห็นข้างหน้าราวกับมองภาพตอนกลางวัน
หวังอีฮังค่อยๆเดินตาทางที่ศิษย์พี่เว่ยนั่นเดินเข้าไป เดินไปได้ร้อยเมตรเขาก็พบกับทางเข้าห้อง เมื่อหวังอีฮังเดินเข้าไปห้องนี้กว้างเป็อย่างมาก [ท่านได้เข้าสู่สนามประลอง คู่ต่อสู้ของท่านจะปรากฏภายในสามสิบวินาที] จากนั่นเสียงระบบที่ไม่คาดคิดก็ดังขึ้นมา