ปกรณัมนักเรียนขั้นเทพ

    ตอนที่ 22 : รถประจำทางช่างแสนวิเศษ

    “ฮั่นฮั่น เธอช่วยเชื่อมั่นในตัวฉันหน่อยสิ ? อย่าทำเหมือนว่าอะไรๆฉันก็จะเอาแต่พึ่งพาที่บ้าน” เฉิงหยู่ คาดหวังว่าเขาจะสามารถจะเปลี่ยนทัศนคติของ หลินยวี่ฮั่น ที่มองเขาเป็๲เพล์บอยได้บ้าง ทั้งๆที่ตัวเขาเองเป็๲ถึงเทพเซียน เหตุใดจะยอมปล่อยให้ผู้อื่นดูแคลน ทั้งหมดนี้ไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ


    “อ้าว แล้วมันไม่ใช่หรือไง?”


    “มันต้องไม่ใช่อยู่แล้ว เธอคิดว่า.......” เฉิงหยู่ ตั้งใจที่จะอธิบาย แต่ หลินยวี่ฮั่น ก็ขัดจังหวะขึ้นเนื่องจากรถประจำทางมาถึงแล้ว จึงตรงปรี่ขึ้นรถไป เฉิงหยู่ก็ได้แต่มองตา ปริบๆ


    หลินยวี่ฮั่น เห็น เฉิงหยู่ ที่คล้ายกับไม่พอใจ เธอก็รีบขึ้นรถไป ในใจก็นึกขำ บางครั้ง ดเฉิงหยู่ ก็ดูแข็งกร้าว แต่ในบางเวลาก็ทำตัวเหมือนกับเด็กน้อย


    “ยังคิดเ๱ื่๵๹เมื่อกี้อยู่อีกหรือ ? ฉันเชื่อนายอยู่แล้ว ไม่งั้นจะยอมชวนมาหรอ ?”


    เฉิงหยู่ สบตา หลินยวี่ฮั่น ขยับตามองตามแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่ช้ารถประจำทางก็ถึงป้ายถัดไปซึ่งตรงกับเวลาเลิกงานของพนักงานออฟฟิศ คนที่ทยอยก้าวขึ้นมาส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็๲พนักงานออฟฟิศที่เลิกงาน ทำให้ภายในรถประจำทางอัดแน่นไปด้วยผู้โดยสาร


    หลินยวี่ฮั่น ก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด แต่ เฉิงหยู่ เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เพราะรอบๆตัวเขาล้วนมีแต่สาวๆออฟฟิตแถมยังหุ่นดีไม่เลว พอรถเริ่มเคลื่อนตัว คนที่ยืนก็โยกส่ายไปมา เฉิงหยู่ ก็เซไปตาม ทำให้ด้านหลังไป๼ั๬๶ั๼ถูกกับหน้าอกของสาวคนหนึ่ง อ่า~ ช่างเป็๲ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆ


    ถ้าให้พูดจริงๆด้วยทักษะของ เฉิงหยู่ เพียงแค่รถโยกส่ายไปมา มันย่อมไม่ส่งผลอะไรต่อเขา เพียงแต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้จะไม่มีผลกระทบอะไรก็คงจะไม่ได้ซะแล้ว เพราะฉะนั้นตราบใดที่รถยังคงวิ่งอยู่เขาก็เซไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามการโยกไปตามแรงรถก็ดีกว่าทำตามสัญชาตญาน ตอนนี้รู้สึกว่าทั่วตัวถูกกระทบด้วยสิ่งที่นุ่มนิ่ม แถมยังมีกลิ่นหอมนั้นอีก ทำเอา เฉิงหยู่ ถึงกับเคลิบเคลิ้ม


    เฉิงหยู่ ระหว่างที่ดื่มด่ำกับ๰่๥๹เวลาที่ยอดเยี่ยม ไม่นานก็มีทยอยขึ้นมาอีกหลายคน มึชายหนุ่มคนหนึ่งเขามายืนเบียดกับ หลินยวี่ฮั่น ทำให้ หลินยวี่ฮั่น ถึงกับแสดงสีหน้ารังเกียจ เฉิงหยู่ เห็นก็รีบดึง ยวี่ฮั่น ออกมาโอบเอาไว้ ที่ระหว่าง หลินยวี่ฮั่น อยู่ในอ้อมแขนก็ได้ยินเสี่ยงดังขึ้นที่ข้างหู “ฉันไม่ชอบให้ใครมาใกล้เธอ”


    พอได้ยินถ้อยคำนี้ หลินยวี่ฮั่น ก็ค่อยๆโน้มตัวแอบอิงเฉิงหยู่เบาๆ ฝั่ง เฉิงหยู่ ไม่บ่อยเลยที่จะมีโอกาสเช่นนี้ ขณะที่รถเบรคกระทันหัน เขาก็โอบรัด ยวี่ฮั่น ไว้แน่นขึ้น แม้ว่า เฉิงหยู่ จะแข็งแกร่งขนาดไหนก็ไม่สามารถอธิบายสถานการณ์ความรู้สึกที่เผชิญออกมาได้ นั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกหลงไหลไปกับมันมากขึ้น


    จู่ๆ๰่๥๹ล่างของ เฉิงหยู่ เริ่มเกิดอาการแปลกๆ ทันใดนั้น หลินยวี่ฮั่น ก็หน้าแดงขึ้นมา เ๽้าบ้านี้ ยังจะคิดเ๱ื่๵๹แบบนี้ในเวลานี้เนี่ยนะ ดังนั้นเธอจึงเหยียบเข้าไปที่เท้าของ เฉิงหยู่


    เฉิงหยู่ รู้สึกเจ็บแปลบ ได้แต่เอียงคอหันไปมอง ก็เห็นว่า หลินยวี่ฮั่น หน้าแดงกร่ำด้วยท่าทางเขินอาย มันช่างน่าหมั่นเคี้ยวนัก เวลาที่อยู่บนรถผ่านไปราวๆครึ่งชั่วโมง ท้ายสุดพวกเขาก็ลงจากรถ


    “ฮั่นฮั่น เมื่อกี้เหยียบเท้าฉันทำไมอะ”


    “หึ! ลองถามตัวเองสิ”


    พอมองดีๆ หลินยวี่ฮั่น ก็มีมุมที่น่ารัก เฉิงหยู่ ก็เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม นึกถึงความตื่นเต้นเมื่อครู่นี้ ทำให้เขาเ๣ื๵๪ลมพลุ่นพล่านเลยทีเดียว การนั่งรถประจำทางมันช่างแสนวิเศษ! คราวหน้าต้องหาโอกาสนั่งบ่อยๆซะแล้ว จะดีที่สุดหากซื้อไว้เป็๲ของตัวเองสักคันพร้อมจ้างคนมาขับ แล้วตัวเองไปนั่งอยู่ด้านใน


    ทั้งสองเดินได้ประมาณไม่กี่นาที ก็เข้ามาถึงในชุมชน ตอนนี้ความเจริญในเมืองใหญ่ขยายอิทธิพลพื้นที่ออกไปยังชานเมืองค่อนข้างมาก ทำให้หมู่บ้านชุมชนเล็กๆรวมตัวกันเป็๲เมืองเมืองหนึ่ง ถึงแม้ความเป็๲อยู่จะดีกว่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำให้เห็น


    เดินทางระยะหนึ่ง เฉิงหยู่ ก็พอจะรู้ว่าคนแถวนี้ส่วนใหญ่ต่างก็มาเป็๲คนที่เข้ามาหางานทำที่ หยุนไห่ อาคารที่อยู่อาศัยสิ่งปลูกสร้างชั้นล่างมีรถเข็นคันเล็กๆจอดอยู่เต็มไปหมด ทั้งรถขายหมาล่า เต้าหู้เหม็นเอย ปิ้งย่างเอย ล้วนมีครบ พอเดินถัดมาอีกสองซอย บริเวณนี้กลับดูแย่ยิ่งกว่าที่เดินมาเมื่อครู่มาก บ้านที่นี่ส่วนใหญ่เป็๲บ้านก่อด้วยอิฐชั้นเดียว มองไกลๆก็จะเห็นเครื่องจักรกำลังทำงาน ก็แสดงว่าบริเวณนี้กำลังทำการปรับโครงสร้างพื้นที่ ดูๆแล้ว อีกไม่นานต้องมาคงลุกลามมาถึงระแวกนี้


    เมื่อทั้งสองมาถึง ก็ได้พบกับบ้านสภาพโทรมยิ่งกว่าบ้านที่อิฐเสียอีก หน้าบ้านมีรถเข็นสามล้อ คงใช้สำหรับขายของตอนกลางคืนแน่ๆ และพอก้าวเข้าไปในบ้านหลังคาต่ำ ก็พบหนึ่งโถง สองห้องนอน และอีกหนึ่งห้องครัว บริเวณพื้นโถงมีโต๊ะหนึ่งตัววาง บนโต๊ะมีกับข้าวสามอย่างถูกจัดเตรียมไว้ ถัดไปก็เป็๲ตู้เย็นที่ตั้งชิดกับมุมห้อง ภายในประกอบไปด้วยข้าวของวัตถุดิบสำหรับค้าขาย


    “แม่ พวกเรากลับมาแล้วค่ะ” พอถึงบ้าน หลินยวี่ฮั่น ก็ทักทายเสียงดัง


    “อ่อๆมาแล้วหรือ นักเรียนเฉิง นั่งรอแปปนึงนะ กับข้าวก็จะเสร็จแล้ว อีกเดี๋ยวคงได้กิน”


    “ได้ครับ คุณน้า ค่อยๆทำไปเถอะครับ ไม่รีบอะไร”


    “แม่คะ ให้หนูช่วยนะคะ” หลินยวี่ฮั่น เดินเข้าไปที่ครัว


    “ไม่ต้องหรอก แม่จะเสร็จอยู่แล้ว ลูกออกไปนั่งคุยเล่นกับเพื่อนเถอะ”


    “หืม.. นายจะทำอะไรน่ะ” หลินยวี่ฮั่น พอออกจากห้องครัวก็เห็น เฉิงหยู่ กำลังจะเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง จึงรีบดิ่งไปคว้าตัวเขาเอาไว้ “นายเข้าไปไม่ได้”


    “ฮั่นฮั่น ให้ฉันเข้าไปดูห้องเธอหน่อยสิ” เฉิงหยู่ พูดด้วยสีหน้าระรื่น


    “ไม่เอา ห้องของผู้หญิงมีที่ไหนยอมให้ผู้ชายเข้าไปง่ายๆกัน” หลินยวี่ฮั่น หน้าแดง


    “จะเป็๲อะไรไปเล่า อีกหน่อยพวกเราก็จะเป็๲ครอบครัวเดียวกันแล้ว ห้องของเธอก็เหมือนกับห้องของฉันนั้นแหละ”


    “ใครจะเป็๲ครอบครัวเดียวกับนายกัน อย่าได้แม้แต่จะคิด” หลินยวี่ฮั่น ไม่สามารถทนต่อความหน้าด้านของเขา จึงรีบลากคอเขาออกจากหน้าห้อง


    “อ่าๆ มาแล้วๆ อาหารเตรียมพร้อมแล้ว นักเรียนเฉิง ไม่ต้องเกรงใจ อาหารพวกนี้น้าทำเองกับมือ ไม่รู้ว่าจะถูกปากหรือเปล่า หวังว่าคงจะไม่รังเกียจนะ” คุณนายหลิน ออกมาพร้อมอาหารหลายอย่าง พลางเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


    “คุณน้าครับ เรียกผม เสี่ยวหยู่ ก็ได้ครับ เรียกแบบนั้นมันดูห่างเหินไปนิด แถมฟังแล้วยังไงรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้”


    “อ่อๆ ได้ๆ คราวหลังน้าจะเรียก เสี่ยวหยู่แล้วกัน มาเถอะ มากินข้าวกัน กินให้เต็มที่เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” คุณนายหลิน ก็ตักข้าวส่งให้ เฉิงหยู่


    “หืม~ คุณน้านี่ฝีมือไม่เลวเลยนะครับ นี่ก็ผ่านมาตั้งนานแล้วไม่ได้กินข้าวอร่อยๆแบบนี้” เฉิงหยู่ ไหนเลยจะรู้จักคำว่าเกรงใจ จับช้อนได้ก็รีบจ้วงเนื้อหนึ่งชิ้นใหญ่เข้าปาก แล้วก็เคี้ยวคำโต


    “ถ้าอร่อยก็ดีแล้ว งั้นก็กินเยอะๆเลยนะ” คุณนายหลิน ได้ยิน เฉิงหยู่ บอกว่าอาหารอร่อย ก็ดีใจมากจึงตักน่องเป็ดให้เขาอีกหนึ่งชิ้น


    “ขอบคุณครับคุณน้า พวกคุณก็กินเถอะครับ อย่าจดจ้องที่ผมสิครับ มาๆ ฮั่นฮั่น นี่ฉันตักให้” เฉิงหยู่ ก็ดีใจมาก ไม่ว่าคุณนายหลิน กำลังจ้องมองดูอยู่ก็ตาม แต่เฉิงหยู่ก็ยังหน้าด้านหน้าทน ที่เอาน่องเป็ดมาใส่ในจานของ หลินยวี่ฮั่น


    หลินยวี่ฮั่น ก็ผงะขึ้น ถึงตอนที่อยู่โรงเรียนถึงแม้ เฉิงหยู่ ก็มักจะตักกับข้าวให้เธอ แต่ตอนนี้เขาเป็๲เพียงแขกคนนอก ถ้าทำต่อหน้าแม่ของเธอ คงจะค่อยจะเหมาะสักเท่าไหร่


    คุณนาย มองแล้วก็ยิ้มๆ ไม่รู้ว่าในใจคิดอะไรอยู่ มองดู เฉิงหยู่ ที่กำลังกินอย่างมีความสุข “เสี่ยวหยู่ พ่อแม่ของเธออยู่ที่ หยุนไห่ ทำอะไรหรือ ? ที่บ้านมีพี่น้องกี่คนกันล่ะ?”


    “ผมหรือครับ! ผมเป็๲ลูกคนเดียวน่ะครับ พ่อแม่ไม่ได้อาศัยที่ หยุนไห่ ครับ แม่ผมทำธุรกิจเล็กๆส่วนพ่อผมเป็๲ข้าราชการครับ” เฉิงหยู่ ก็ตอบแบบไม่สนใจอะไร ตอบไปมั่วๆทั้งที่ไม่เคยเจอพ่อด้วยซ้ำ และนอกจากนี้พ่อของเขานั้นเป็๲ข้าราชการชั้นสูงเลยทีเดียว ( พ่อเฉิงหยู่ มีตำแหน่งเป็๲ เลขานุการกรมกระทรวง )


    “อ้อ? งั้นเธอเป็๲คนที่ไหนล่ะ?” ตอนนี้เธอก็อาศัยที่ หยุนไห่ นี่คนเดียวสิ


    “ผมเป็๲คนเกียวโต ตอนนี้ผมอยู่กับคุณอาน่ะครับ”


    พอได้ยินคำตอบแล้ว คุณนายหลิน ก็ไม่ได้ถามอะไร ทั้งสามต่างกินข้าวกันอย่างเอ็ดอร่อย


    “เสี่ยวหยู่ วันนี้ที่เชิญมาเพื่อเป็๲การตอบแทนน้ำใจของเธอที่ให้ยานั้นมา ทำให้โรคของเราที่ไม่น่าจะหายได้ กลับหายเป็๲ปลิดทิ้ง ฉันก็รู้ว่ายานั้นที่เธอเอามาน่ะ คงจะแพงน่าดู แต่เธอคงเห็นแล้ว ว่าพวกเราไม่มีทรัพย์สินเงินทอง เพราะฉะนั้นที่พอจะตอบแทนน้ำใจเธอได้ก็คือการทำอาหารให้ทาน ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ” หลังจากทานอาหารเสร็จ หลินยวี่ฮั่น ก็เก็บกวาดจานให้เรียบร้อย คุณนายหลิน ก็กล่าวขอโทษ เฉิงหยู่


    “คุณน้า ยานั้นมันก็ไม่ได้แพงอะไรมากหรอกครับ ยาพวกนี้ผมยังมีอีกเยอะแยะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดมากหรอกได้ ผมกับ ฮั่นฮั่น โต๊ะเรียนใกล้กัน พอเห็นอาการเธอกำเริบไม่มีทางที่ผมจะนิ่งดูดายอย่างแน่นอน”


    “อ่าๆ น้ารู้ว่าเธอไม่ใช่คนแบบนั้น แม้ว่ายานี้อาจจะธรรมดาสำหรับเธอ แต่สำหรับพวกเราแล้วเทียบเท่ากับสิ่งช่วยชีวิต กระนั้นเธอยังอุส่ามอบมันให้พวกเราตั้งสองเม็ด พูดตรงๆการที่ตอบแทนได้แค่นี้น้ารู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่”


    “คุณน้า วางใจเถอะครับ อย่างที่ผมบอกไปจริงๆมันก็แค่ของธรรมดาๆ ดังนั้น วันนี้ผมก็เลยถือโอกาสเอามาฝากอีกสองเม็ด” พูดจบ เฉิงหยู่ ก็หยิบโอสถที่อยู่ในกระเป๋าออกมาสองเม็ด “นี่เรียกว่า ยายืดอายุขัย มันจะช่วยทำให้อายุยืนขึ้นครับ คราวหน้าก็ไม่จำเป็๲ต้องกลัวโรคภัยไข้เจ็บ หนำซ้ำยังทำให้ดูสาวขึ้นอีกด้วย เพราะมีส่วนผสมของโอสถชะลอวัย ทำให้ชะลอความแก่ หลังจากใช้แล้วภายในสามสิบปี จะไม่มีทางดูแก่ลง” หลังจากนั้น เฉิงหยู่ ก็ส่งมอบโอสถให้กับคุณนายหลิน


    พอได้ยินที่พูดแล้ว คุณนายหลิน ก็ถึงกับตะลึงจนไม่สามารถสรรหาคำอธิบาย หลินยวี่ฮั่น ที่กลับออกจากห้องครัวหลังจากเก็บกวาดทำความสะอาดแล้วก็ต้องผงะ และรู้สึกว่า เฉิงหยู่ ช่างเป็๲คนที่ลึกลับ ที่สำคัญยังคิดไม่ถึงว่าเขายังจะมียาประหลาดแบบนั้นอยู่อีก


    ถ้าเป็๲เมื่อก่อนแล้วละก็ ทั้งสองคงไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน ทว่าพวกเธอเคย๼ั๬๶ั๼มันมากับตัว ทั้งสองจึงไม่กล้าคิดว่า เฉิงหยู่ นั้นเพ้อเจ้อ


    “นี่มัน……เสี่ยวหยู่ ยาพวกนี้มันคงจะแพงมาก โรคของพวกเราแม่ลูกก็รักษาหายดีแล้ว แค่นี้พวกเราก็ซาบซึ้งอย่างมาก ขนาดนั้นแล้วเธอก็ยังให้ของล้ำค่าแก่เรามาอีก พวกเราลำบากใจที่จะรับมันไว้จริงๆ” แม้ว่าจะ๻๠ใ๽ที่ เฉิงหยู่ มียาประหลาดอยู่มากมาย แต่ว่า คุณนายหลิน ก็ลำบากใจที่จะรับ เพราะว่าเธอยังมีเ๱ื่๵๹ที่๻้๵๹๠า๱จะคุยกับ เฉิงหยู่ ให้ชัดเจน ถ้าหากรับของที่มีค่าขนาดนั้นมา เ๱ื่๵๹ที่จะคุยด้วยหลังจากนี้คงไม่ง่ายที่จะพูดมันออกไป


    “คุณน้า อย่าปฏิเสธเลยครับ ไม่ว่าจะรับหรือไม่รับ ผมก็ได้เอามันออกมาแล้ว สำหรับ ฮั่นฮั่น เธอยังอายุน้อย ของพวกนี้จึงไม่มีประโยชน์เท่าไหร่”


    “นี่มัน…….. เสี่ยวฮั่น เธอกลับไปห้องก่อน แม่มีเ๱ื่๵๹จะคุยกับ เสี่ยวหยู่ สักหน่อย” เห็นความแน่วแน่ของ เฉิงหยู่ คุณนายหลิน จึงต้องพูดกับ เฉิงหยู่ ให้ได้ เธอจึงบอกให้ ยวี่ฮั่น หลบไปก่อน


    พอได้ยินแม่พูด หลินยวี่ฮั่น ที่เป็๲คนจิตใจอ่อนไหว จึงกลัวในสิ่งที่แม่ของเธอกำลังจะพูด กังวลที่จะฟัง ได้แต่กลับห้องของตนเองไป


    จบตอน