เช้าตรู่วันถัดไป เสิ่นจวินเซี่ยวก็รอซิ่วอิ๋งอยู่นอกจวนจยาซิน
เฟิงซื่อสวมเสื้อคลุมให้บุตรสาวเสร็จ เห็นนางคลุมร่างมิดชิด ถึงจูงนางเดินออกจากเรือน
“พี่สะใภ้” เสิ่นจวินเซี่ยวหันไปคารวะเฟิงซื่อ เฟิงซื่อมองไปทางเด็กหนุ่มผู้สุขุม “วันนี้ลิงซนนี้อาจจะลำบากน้องสามต้องดูแลแล้ว”
ซิ่วอิ๋งแอบยื่นปากไม่พอใจ นาง้าคนดูแลที่ไหนกัน
เสิ่นจวินเซี่ยวเห็นท่าทางของนาง พูดกับเฟิงซื่อด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “พี่สะใภ้กล่าวหนักไปแล้ว ซิ่วอิ๋งเป็เด็กดีมาก”
คำพูดสุภาพนี้พูดเสียเฟิงซื่อไม่คิดเชื่อถือ เพียงแค่ปิดปากยิ้มขัน เอานิ้วมือจิ้มไปที่ศีรษะบุตรสาวตน เป็การกำชับเตือน
ซิ่วอิ๋งกล่าวลาเฟิงซื่อ หลังจากนั้นก็ถูกเสิ่นจวินเซี่ยวจูงตรงไปยังประตูส่วนใน
เดินไปถึงครึ่งทาง เสิ่นจวินเซี่ยวจู่ๆ ก็พูดขึ้น “เมื่อครู่เ้าคิดว่าอาสามจะไม่ดูแลเ้า หรือว่าดูแลเ้าไม่ได้หรือ”
ซิ่วอิ๋งคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเห็นทั้งหมดแล้ว ยังขุดเื่เก่าๆ มาพูด กะพริบตาวาวใสพลางเอ่ย “ไม่ใช่ทั้งนั้น เป็ข้ารู้สึกว่าไม่้าคนดูแล โดยปกติท่านอาสามก็ล้วนดูแลข้าดีมาก”
สาวน้อยผมแกละพูดด้วยใบหน้าจริงจัง เสิ่นจวินเซี่ยวไหนเลยจะฟังความนัยในประโยคสุดท้ายของนางไม่ออก ยกมือเขกศีรษะนางเบาๆ
“ข้าก็รู้สึกว่าดูแลเ้าดีมาก”
ซิ่วอิ๋งแกล้งเจ็บ เบะปากสูดอากาศ “อาสาม ไม่ต้องเขกศีรษะข้าอีก การเรียนของข้าไม่ดีล้วนเป็ท่านที่เขกศีรษะ”
เสิ่นจวินเซี่ยวยื่นมือออกมาอีก รอบนี้ซิ่วอิ๋วกลัวจริงๆ ว่าเขาจะเขกอีกครั้ง ตัวตรงหดคอกลับ ใครจะรู้มือของเขาเพียงตกลงมาเบาๆ ขยี้ผมของนาง “อาสามดูแลเ้าได้ดีแน่นอน” เื่ของชาติก่อน เขาไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก
ตอนเด็กหนุ่มพูดคำนี้สีหน้าเคร่งขรึมอย่างมาก แสงแดดอัสดงฉายลงบนตัวเขา ทำให้หน้าตาที่หล่อเหลาของเขาปกคลุมด้วยชั้นของความอ่อนโยน ซิ่วอิ๋งเงยหน้ามอง รู้สึกว่าอาสามของนางเป็คนที่ทำให้คนรู้สึกสบายใจ
ภายในใจของนางรู้สึกอบอุ่นยิ่ง อาสามเป็คนดูแลนางดีมาตลอดจริงๆ นอกจากท่านแม่ คนที่นางพึ่งพาได้ที่สุดก็คือเขา
นางไม่รู้ตัวเลยว่าจับมือของเด็กหนุ่มแน่น หันไปยิ้มสดใสให้เขา “เช่นนั้นอาสามโปรดชี้แนะมากๆ แล้ว” ชาตินี้ นางจะมีชีวิตที่ดี นาง้าเห็นกับตาถึงการแต่งงานของอาสาม ชาติก่อนเป็หนึ่งในเื่ที่นางเสียดาย
รอยยิ้มของสาวน้อยยังสดใสและสวยกว่าแสงแดด เสิ่นจวินเซี่ยวที่ค่อนข้างหนักใจกลายเป็ผ่อนคลาย
เสิ่นจวินเซี่ยวสัญญาจะพาซิ่วอิ๋งขี่ม้าออกไปเที่ยวชมธรรมชาติ แต่ยังสั่งให้คนเตรียมรถม้าแล้ว เขาไม่รู้ว่ายัยหนูอ่อนแอนี่จะเหนื่อยตอนไหน ผิงเอ๋อร์ที่ปรนนิบัติซิ่วอิ๋งก็นั่งอยู่บนรถม้าด้วย
ถูกอุ้มขึ้นหลังม้าสูงใหญ่ ซิ่วอิ๋งที่เคยมีอายุสิบแปดปีอดตื่นเต้นไม่ได้ มือเล็กลูบแผงขนบนคอของม้าขาวไม่หยุด
ตาหงส์ของเสิ่นจวินเซี่ยวเปร่งแสงอบอุ่นเข้ามา สวมหมวกคลุมให้นางดีๆ “เ้ากอดข้าให้แน่น อีกเดี๋ยวออกวิ่งแล้ว ยึดแผงคออย่างเดียวอาจทำเ้าตกลงไปได้”
ซิ่วอิ๋งที่สวมหมวกคลุมยิ่งดูอ้วนกลม นางนั่งเอียงข้าง ถ้าไม่ตั้งใจดูคงมองไม่เห็นนาง
...ต้องกอดหรือ
กอดที่ไหนกัน เอวอาสามหรือ
ซิ่วอิ๋งเม้มริมฝีปาก เงยหน้ามองเขา เสิ่นจวินเซี่ยวก้มศีรษะพอดี คุณชายหยก หล่อเหลาและสูงสง่า หูของซิ่วอิ๋งร้อนผ่าวขึ้นมา
นางทำไม่ได้ ทำไมรู้สึกเหมือนนางเอาเปรียบอาสามอยู่
เสิ่นจวินเซี่ยวสงสัย เด็กนี่ทำไมเหม่อ เขาตั้งใจดึงเชือกบังเหียน ร่างของซิ่วอิ๋งก็เอียงไปข้างหน้า นี่ทำเอานางใ ไม่ทันคาดคิดก็กระโจนเข้าสู่อ้อมอกเสิ่นจวินเซี่ยว สองมือกอดเอวของเขาแน่น
มีเสียงหัวเราะแทรกเข้าหูนาง พร้อมเสียงหัวใจเต้นที่ทรงพลังและมั่นคง นางพลันรู้ตัวว่าตัวเองถูกหลอก
นางโกรธมากแหงนหน้าขึ้น เสิ่นจวินเซี่ยวริมฝีปากยกยิ้ม ยกมือฟาดแส้หนึ่งที “นั่งดีแล้วนะ” ม้าจึงเริ่มปล่อยตัววิ่งไป
ความโกรธที่ถูกแกล้งของซิ่วอิ๋งพลันหดกลับไป กลั้นหายใจคว้าจับเสิ่นจวินเซี่ยวแน่น ฟังเสียงลมที่เฉียดผ่านหู หัวใจของนางก็เต้นเร็วขึ้นมา นางชอบความรู้สึกที่สายลมพัดผ่านเช่นนี้
เสิ่นจวินเซี่ยวขี่ม้าออกจวน คนใช้ในจวนล้วนพากันตกอกใ เดิมทีนายท่านสามที่สงบสุขุมทำไมถึงทำตัวไม่สำรวมเช่นนี้ได้
ครั้งแรกที่ได้นั่งควบอยู่บนหลังม้าแบบนี้ ตอนแรกซิ่วอิ๋งค่อนข้างกลัว จากนั้นมีเพียงความตื่นเต้น ดวงตาลูกท้อคู่โตมองไปรอบ เห็นบนถนนที่ถอยหลังไม่หยุด ทิวทัศน์ที่ถูกทิ้งไว้ไกลๆ ด้านหลัง อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
ซิ่วอิ๋งคิดว่าคงออกจากเมืองทันที ใครจะรู้เสิ่นจวินเซี่ยวออกประตูเมืองแล้วก็หยุดลง นางโผล่ศีรษะออกจากอ้อมอกเขา “อาสาม”
“รอเพื่อนร่วมชั้นของอาสามอีกสองคนก่อน”
ยังนัดคนไว้ด้วยหรือ
ซิ่วอิ๋งร้อง ‘อ่อ’ นั่งแต่โดยดี
ไม่นานก็มีเสียงม้าใกล้เข้ามา ซิ่วอิ๋งฟังได้ยินเสียงฟุบ ม้าดำสี่ตัวก็หยุดอยู่ด้านข้างพวกนาง
“นี่ท่านพาเด็กมาด้วยรึ” เสียงหนึ่งเอ่ยถามขึ้น
ซิ่วอิ๋งช้อนสายตากวาดผ่านไป เป็เด็กหนุ่มที่อยู่ด้านข้าง รูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้าน ดูมีความรู้ อีกคนหนึ่งคิ้วคมตากระจ่าง สวมเสื้อคลุมยาวสีคราม อีกสองคนที่ขี่อยู่บนหลังม้า แต่งกายด้วยชุดบ่าวชาย
เสิ่นจวินเซี่ยวพูด “หลานสาวคนโตของข้า”
หนุ่มน้อยอีกคนจูงเชื่อกบังเหียนเดินเข้ามาใกล้สองก้าว เอ่ยอย่างตกตะลึง “นึกไม่ถึงเลยว่ายังเป็สาวน้อยน่ารัก ท่านสาม ท่านทำตัวเกินความคาดหมายของข้าเสียจริง”
สถานะของเสิ่นจวินเซี่ยวไม่เพียงแต่สูงในตระกูลเสิ่นเท่านั้น ระหว่างเพื่อนร่วมชั้นก็สูงมากเช่นกัน นายท่านใหญ่เสิ่นเป็ผู้ว่าการเมือง คงไม่ดีถ้าทุกคนเรียกพี่เรียกน้องกับเขา เลยพากันเรียกเขาว่าท่านสาม
ซิ่วอิ๋งที่ได้ฟังกลับไม่พอใจ
สาวน้อยแล้วเป็อะไร อาสามพานางออกมาข้างนอกแล้วเป็อะไร พูดเสียเหมือนกับว่านางพบเจอคนไม่ได้
เสิ่นจวินเซี่ยวได้ยินคนที่อยู่ด้านหน้าร้องเสียงหึเบาๆ ยิ้มขำในใจ เพื่อนร่วมชั้นสองคนของเขาคงขัดใจแม่ทูลหัวคนนี้แล้ว
สามคนพูดคุยกันสองสามประโยคแล้ว ก่อนมุ่งไปยังพื้นที่ทางใต้
ตีนเขาจั่งเฟิงมีป่าต้นหลีผืนใหญ่ ต้นน้ำของแม่น้ำที่ไหลผ่านเมืองก็ไหลมาจากตรงนั้น ก่อนแบ่งเป็หลายสาย ล้อมรอบป่าต้นหลีผืนนั่น พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ดอกหลีดุจหิมะ ทำให้คนเหมือนกับตกอยู่ในทะเลเมฆ เป็สถานที่ออกไปเที่ยวชมธรรมชาติที่ชาวบ้านเมืองหย่งผิงชอบไปเที่ยวชม
ครึ่งชั่วยาม ทุกคนก็เดินทางมาถึงสถานที่ ตอนซิ่วอิ๋งโดนอุ้มลงจากม้า ใบหน้าเล็กล้วนกลายเป็รอยยับย่น ในที่สุดนางก็เข้าใจว่าทำไมเสิ่นจวินเซี่ยวถึงบอกว่านางอ่อนแอ
ความรู้สึกสั่นตอนอยู่บนหลังม้านานๆ เป็สิ่งที่ไม่สนุกจริง
นางรู้สึกตาลายทั้งสองข้าง สองขาก็ค่อนข้างสั่น เจ็บก้นไปหมดแล้ว ถ้าหากนั่งคร่อมเหมือนอย่างพวกเขาแบบนั้น เกรงว่าขาด้านข้างคงถูกกระแทกจนแตก
เสิ่นจวินเซี่ยวเอาหมวกคลุมของนางออก เห็นหน้าบึ้งตึงของนาง พลันหลุดขำ ตามปกติยัยหนูที่ร่าเริงชอบวิ่งไปมาผู้นั้น คงได้รับความลำบากแล้ว
คิดแล้วก็สงสารจับใจ โน้มหลังพินิจมองสีหน้านาง “รู้สึกแย่มากหรือ อยากอาเจียนหรือไม่”
ซิ่วอิ๋งสั่นศีรษะ เพื่อนร่วมชั้นอาสามนั้นล้อมกันเข้ามา นางไม่มีทางยอมเสียหน้า
เสิ่นจวินเซี่ยวเห็นนางยืนกราน ละสายตามองเพื่อนร่วมชั้นอีกครั้ง ไหนเลยจะไม่เข้าใจ มือใหญ่วางลงลูบผมนาง ยัยหนูนี่ตัวเล็กขนาดนี้ก็รักหน้าตาแล้วหรือ?!
ทรมานตัวเองแท้ๆ!
เขาไม่กล่าววาจาอุ้มนางไว้ในอก ท่าทางสบายและผ่อนคลาย นี่ไม่เพียงแต่ซิ่วอิ๋งบื้อไป โจวิอี๋และสวี่หลิวที่เดินเข้ามาต่างพากันชะงักไป เสิ่นจวินเซี่ยวเพิกเฉยสีหน้าของพวกเขาโดยสิ้นเชิง “รีบหาที่เงียบๆ กันเถอะ พวกเราจะได้พัก”
ซื่อเป่าที่อยู่ด้านหลังเสิ่นจวินเซี่ยวไปหาสถานที่แล้ว ผิงเอ๋อร์ ชุยเอ๋อร์หิ้วของตามมา
เวลานี้ยังถือว่าเช้า ซื่อเป่าหาที่นั่งดีๆ อยู่ทางด้านลำธาร ตอนทุกคนไปถึงบนพื้นวางเบาะรองนั่งไว้แล้ว ตรงกลางวางโต๊ะเล็กๆ เอาไว้
ระหว่างซื่อเป่าจัดแจงจุดไฟและต้มชา ซิ่วอิ๋งเห็นไม่ไกลออกไปมีคนอยู่ไม่น้อย
ไม่น้อยเลยจริงๆ ยังมีกลุ่มองครักษ์สวมชุดคลุมยาวล้อมรอบคุณชายน้อยท่านหนึ่งไว้ตรงกลาง
ซิ่วอิ๋งขมวดคิ้วทันที ลอบแอบไปอยู่ด้านหลังเสิ่นจวินเซี่ยว...
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/7012340b7983053f1267ffdb04fe563d