ไป่ฉีเดินออกมาจากห้องรับรองพิเศษ เขาเดินไปยังห้องรับแขกอีกห้องหนึ่ง ซึ่งทางผู้อาวุโสได้จัดไว้ให้เขาเป็นพิเศษ เนื่องจากไป่ฉีไม่อยากพบปะใครก่อนงานประมูล
ภายในห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้ มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งทีวี เกม เตียง โซฟา เหมือนกับห้องสันทนาการมากกว่าจะเป็นห้องนั่งรอก่อนการประมูลจะเริ่ม
จากที่ไป่ฉีสอบถามเหล่าผู้อาวุโสเกี่ยวกับฐานอำนาจในยุทธภพ ทำให้เขาทราบรูปแบบการปกครองในโลกยุทธภพนี้ โดยในโลกมิดการ์ดแห่งนี้แบ่งออกเป็น 5 ทวีปใหญ่
ทวีปแรกคือ ทวีปวิหคสีชาด เพราะมีลักษณะคล้ายเหมือนนกกำลังสยายปีก ดินในทวีปนี้ส่วนใหญ่จะมีสีแดงด้วยมีแร่สังกะสีและเหล็กปนอยู่มาก ทวีปวิหคสีชาดนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปกิเลน อากาศร้อนและแห้ง ที่นั่นเหล่าผู้ฝึกยุทธ์จะถูกปกครองโดยประมุขตำหนักเทพวิหคสีชาด ซึ่งเฟิงจินที่ไปหาเรื่องไป่ฉีที่ตระกูลไป๋ เป็นนายน้องของตำหนักเทพวิหคสีชาด ก็อาศัยอยู่ในทวีปนี้เช่นกัน
ทวีปที่สองคือ ทวีปพยัคฆ์ขาว ที่นี่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีปกิเลน มีลักษณะคล้ายอุ้งเท้าเสือ ทวีปนี้ค่อนไปทางเหนือ ทำให้สภาพอากาศหนาวเย็น และมีหิมะปกคลุมถึง 9 เดือนใน 1 ปี นอกจากนั้นจะเป็นฝนสลับกับอากาศอุ่นสบาย ที่นี่ปกครองโดยตำหนักเทพพยัคฆ์ขาว โดยประมุขมีบุตรชื่อ หู่จิ้ง อายุเท่ากับเฟิงจิน และมีธิดาชื่อ หู่เสี่ยวปิง อายุน้อยกว่าหู่จิ้ง 1 ปี
ทวีปที่สามคือ ทวีปมังกรคราม เป็นทวีปที่อยู่ทางตะวันออกของทวีปกิเลน ทวีปนี้ตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร มีอากาศร้อนชื้นตอนกลางของทวีป และทางใต้ของทวีปจะมีฝน 9 เดือนใน 1 ปี ทางเหนือจะเป็นอากาศหนาวสลับร้อน มีฝนแค่ 3 เดือน ซึ่งทวีปนี้มีประเทศอยู่ด้วยกัน 5 ประเทศ คือ มังกรไม้ มังกรไฟ มังกรน้ำ มังกรดิน และมังกรทอง ประเทศที่ไป่ฉีอาศัยอยู่ตอนนี้คือ ประเทศมังกรทอง ตั้งอยู่ใจกลางทวีป ปกครองโดยตำหนักเทพมังกรคราม ประมุขมีบุตรชายคนเดียวคือ หลงเทียนหมิง ปีนี้อายุ 25 ปี อยู่ระดับปราณชั้นจักรพรรดิขั้น 5 นับว่าแข็งแกร่งที่สุดในหมู่นายน้อยของตำหนักเทพขณะนี้ คนผู้นี้เป็นอัจฉริยะรุ่นใหม่โดยแท้จริง
ทวีปที่สี่คือ ทวีปเต่ามังกร ทวีปนี้เป็นทวีปเดียวที่มีพื้นดินติดกับทวีปกิเลน ลักษณะทวีปคล้ายกระดองเต่า ทวีปนี้มีอากาศดีตลอดปี ฝนไม่มากหรือน้อยเกินไป มีพื้นที่ป่ามาก ประกอบกับมีเหมืองแร่จำนวนมาก ปกครองโดยตำหนักเทพเต่ามังกร ประมุขมีบุตรชายเพียงคนเดียวคือ อู่กุยเหวินป๋อ ที่มีระดับปราณชั้นจักรพรรดิขั้น 3 ซึ่งผู้ฝึกยุทธ์ในทวีปนี้มีความสามารถในการใช้ปราณธาตุไม้ที่หายาก กับปราณธาตุดินที่ได้ชื่อว่ามีพลังป้องกันสูงที่สุดในธาตุทั้ง 5 (ของจีน มี ดิน น้ำ ไม้ ไฟ ทอง)
ทวีปสุดท้ายคือ ทวีปกลางหรือทวีปกิเลน เป็นทวีปที่มีสภาพอากาศหลากหลาย ใจกลางทวีปเป็นทะเลทราย ซึ่งใจกลางทะเลทรายนี้มีโอเอซิส และโอเอซิสนี้เป็นที่ตั้งของตำหนักเทพกิเลน ประมุขพรรคกิเลนมีบุตรชื่อ จี๋หลินเส้าเทียน อายุ 18 ปีเท่านั้น มีระดับปราณเพียงชั้นราชันย์ขั้น 8 นับว่าน้อยที่สุดในบรรดานายน้อยของตำหนักเทพทั้งหมด และยังมีบุตรชายอีกคนที่เกิดจากอนุภรรยา ชื่อ จี๋หลินเฟิงเทียน อายุ 15 ปี ซึ่งมีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำ เพราะเส้นลมปราณพิการ
ส่วนพรรคตะวันดับนั้นเป็นองค์กรที่เป็นตัวกลางการซื้อขายแลกเปลี่ยนทั้งสมุนไพร โอสถ อาวุธ การทำธุรกรรมการเงิน หรือแม้แต่ซื้อขายมนุษย์หรือผู้ฝึกยุทธ์ที่พวกมันจับหรือรับมาอีกต่อ ให้กับพวกอาชญากรยุทธภพ พวกมารร้ายของยุทธภพที่เข่นฆ่าคนเพื่อความสนุก หรือเพื่อสูบเอาพลังจากเหยื่อสำหรับฝึกวิชาหรือปราณของตนเอง พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกมีนิสัยชอบการฆ่าฟันเป็นหลัก
พรรคตะวันดับ จนถึงปัจจุบันไม่ทราบว่าตำแหน่งพรรคหลักตั้งอยู่ที่ใด พวกมันทำการทดลองยาหรือสร้างสัตว์อสูรที่ผิดกฎของยุทธภพ นั่นคือการใช้มนุษย์เป็นตัวทดลอง
ไป่ฉีเองก็เพิ่งทราบว่าเหลาเหล่าเพิ่งโดนเล่นงานโดยนางมารปิงโหย่ว นางเป็นนางมารที่สูบปราณหยางของชายหนุ่มเพื่อฝึกพลังปราณของตน ส่วนมากมักเป็นการใช้กำลังขืนใจอีกฝ่ายก่อนจะฆ่าทิ้ง การโจมตีสำนักของเหลาเหล่าครั้งล่าสุดถือว่าพวกศิษย์ของเหลาเหล่าโชคดีที่ไม่โดนฆ่าตายแม้แต่คนเดียว ซึ่งนางมารปิงโหย่วต่างกับเฟิงจินตรงที่แม้เฟิงจินจะต้องอาศัยปราณหยินในการฝึกพลังปราณ แต่ก็จะทำกับภรรยาของตนเท่านั้น
ไป่ฉีอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเคล็ดการฝึกปราณแบบสุดโต่งพวกนี้ถึงเป็นที่นิยมกันนัก พอลองถามผู้อาวุโสของสมาคมการค้าตะวันจันทราก็ได้คำตอบที่น่าตกใจมา นั่นคือเคล็ดการบ่มเพาะพลังปราณแบบสุดโต่งนั้นโดยส่วนมากจะเน้นการฝึกโดยใช้การประสานหยินหยาง (เสพสังวาส) เป็นหลัก เพื่อปรับสมดุลปราณในร่างของตน วิธีนี้เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการฝึกพลังปราณให้ก้าวหน้า หากแต่ต้องอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั่นจะกลายเป็นพวกเสพติดเซ็กส์ เหมือนกับเหลาเหล่า แม้ที่จริงจะมีวิธีปรับสมดุลพลังปราณโดยใช้โอสถ แต่สมุนไพรหยินและหยางที่เป็นสมุนไพรลมปราณหายากมาก ผู้คนจึงเลือกใช้วิธีเสพสังวาสมากกว่า
สำหรับสำนักต่าง ๆ ในโลกนี้นั้นมีที่มีอิทธิพลรองลงมาจากตำหนักเทพ ซึ่งสำนักเหล่านั้น ไป่ฉีคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะในต้าเซียน สำนักเหล่านี้ก็เป็นเสาหลักที่คอยค้ำจุนยุทธภพให้สงบสุข โดยมีเส้าหลิน บู๊ตึ๊ง คุนลุ้น ง้อไบ้ กระยาจก ห้าขุนเขากระบี่ และตระกูลถัง
แต่จะแตกต่างกันตรงที่เส้าหลินในโลกนี้นั้นค่อนข้างลึกลับ เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของเส้าหลินจะปรากฎตัวเพื่อปราบเหล่ามารร้ายในยุทธภพเท่านั้น ไม่สนใจการประลองหรืออำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ผู้อาวุโสสมาคมการค้าตะวันจันทราเองก็แทบไม่ได้พบหลวงจีนพวกนี้มาที่นี่เลย ซึ่งวัดเส้าหลินที่คนทั่วไปเข้าไปท่องเที่ยวกันนั้นคือวัด ไม่ใช่สำนัก มีหน้าที่หารายได้มาจัดหาทรัพยากรสำหรับสำนักเส้าหลิน ตรงนี้ไป่ฉีสนใจมาก เขาคิดว่าทางเส้าหลินคงมีคนที่ชำนาญค่ายกลหรืออักขระลมปราณเหมือนไท่ซื่อคงแน่ ๆ ถึงได้ไม่มีใครหาสำนักของพวกเขาเจอ
พอลองถามว่าทางสมาคมการค้าตะวันจันทรามีข้อมูลของเส้าหลินรึเปล่า พวกผู้อาวุโสต่างตอบว่าแทบจะไม่มีเลย แต่ในการประลองประจำปี สำนักเส้าหลินจะมาร่วมชมงานเฉย ๆ โดยไม่ส่งคนเข้าร่วมการประลอง ครั้งสุดท้ายที่เส้าหลินส่งคนเข้าประลองมีบันทึกไว้เมื่อราว ๆ 3 พันปีก่อน หรือก็คือก่อนเกิดสงครามแย่งชิงตำแหน่งเจ้ายุทธภพ
ส่วนสมาคมการค้าตะวันจันทรานั้นมีสาขาอยู่ใน 5 ทวีป โดยสำนักงานใหญ่คือที่นี่ ซึ่งจะมีผู้อาวุโสทั้ง 10 ดูแลโดยตรง ส่วนสาขาในทวีปอื่นจะมีการตั้งสำนักงานหลักในทวีปนั้น ๆ โดยส่งคนระดับปราณจักรพรรดิไปคอยควบคุมดูแลที่ละ 10 คน ส่วนสาขาย่อยนั้นจะส่งคนระดับปราณจักรพรรดิไปควบคุมดูแล 3-5 คนแล้วแต่ขนาดของสาขา
ขณะที่ไป่ฉีกำลังเรียบเรียงข้อมูลในหัว ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น มีเสียงหญิงสาวเรียกชื่อเขา พร้อมกับบอกว่าใกล้เริ่มงานประมูลแล้ว เธอจะเป็นคนนำทางไปยังห้องที่ผู้อาวุโสได้จัดเตรียมไว้ให้
“เข้าใจแล้ว จะไปเดี๋ยวนี้” ไป่ฉีลุกขึ้น ก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากห้องไป มีหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดพนักงานยืนคอยเขาอยู่หน้าห้อง เธอบอกว่าผู้อาวุโสอี้เซียนสั่งให้เธอมานำทางเขาไปยังห้อง VIP ซึ่งปกติจะเป็นห้องสำหรับพวกตำหนักเทพและเสาหลักทั้ง 7 ในยุทธภพ โดยไป่ฉีได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
ขณะนี้มีรถจำนวนมากขับเข้ามาในซอยตัน ซึ่งเป็นทางเข้ามายังสมาคมการค้าตะวันจันทราสำนักงานใหญ่นั่นเอง
เหล่าผู้มีอำนาจจำนวนมากเดินทางมาเพราะเว็บไซต์ของสมาคมการค้าตะวันจันทราได้อัพเดทสินค้าที่จะประมูลในครั้งนี้เอาไว้ ซึ่งมีตั้งแต่สมุนไพรหายาก เหล็กลมปราณ และอาวุธ โดยอาวุธส่วนใหญ่ที่นำมาประมูลจะเป็นระดับปฐพี กับระดับนภา บางครั้งก็มีการประมูลปืนแบบต่าง ๆ ที่ผลิตจากเหล็กลมปราณขั้นต้นเช่นกัน แต่เนื่องจากกระสุนของมันก็ใช้เหล็กลมปราณขั้นต้นเช่นกัน หากจะใช้ทีหนึ่งอาจถึงขั้นเป็นโรคทรัพย์จางได้เลยทีเดียว ดังนั้นอาวุธที่เหล่าชาวยุทธ์ส่วนใหญ่ใช้ยังคงเป็นพวกอาวุธระยะประชิดเช่น ดาบ กระบี่ ขวาน หอก ทวน เพราะไม่ต้องมานั่งจ่ายค่ากระสุนเหล็กลมปราณที่มีราคาแพงนั่นเอง
ลานจอดรถหน้าสมาคมการค้าต่างเนืองแน่นไปด้วยรถหลากหลายยี่ห้อ เหล่าผู้อาวุโสทั้ง 10 คนกำลังยืนรอต้อนรับเหล่าผู้มีอำนาจในยุทธภพอยู่
“โอ้ ท่านหู่หยุน คงเดินทางมาเหนื่อย ๆ กระผมจะให้คนนำท่านไปยังห้อง VIP ซึ่งได้จัดเตรียมอาหาร เครื่องดืม และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้รอแล้วครับ” สือเหลียงกล่าวทักทายหู่หยุน ประมุขตำหนักเทพพยัคฆ์ขาว เขามาพร้อมกับบุตรชาย บุตรสาว และผู้อาวุโสลำดับที่ 1 กับ 2 ในงานประมูลนั้นจะจำกัดให้คนแต่ละพรรค สำนัก หรือองค์กรหนึ่ง ๆ มาร่วมงานประมูลได้แค่ 5 คนเท่านั้น เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งที่รุนแรงเกินกว่าจะระงับได้ (ยกพวกตีกัน)
“ไม่ได้พบกันเสียนาน ปกติผมส่งผู้อาวุโสมาแทน แต่เพราะวันนี้มีโอสถความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วนซึ่งให้ผลเท่ากับโอสถเสริมลมปราณระดับกลาง ผมถึงต้องมาด้วยตัวเองแบบนี้” หู่หยุนกล่าว
“ผู้อาวุโสสือเหลียง ท่านอวี้กง มารึเปล่า” หู่เสี่ยวปิงถาม ตอนแรกที่เธอได้ยินข่าวว่ามีคนได้รับฉายาเทพกระบี่ เธออดคิดไม่ได้ว่านี่มันเป็นเรื่องตลกรึยังไง ขนาดพวกห้าขุนเขากระบี่ที่ใช้กระบี่ได้เก่งกาจ ยังไม่มีใครได้รับฉายาเทพกระบี่เลยแม้แต่คนเดียว แล้วคน ๆ นี้โผล่มาจากไหนกันถึงสามารถทำให้ผู้คนยกย่องเขาให้เป็นเทพกระบี่ได้ เธอให้คนไปทำการซื้อไฟล์วิดีโอการประลองระหว่างคิไมร่า 2 ตัวกับอวี้กงมาจากสมาคมการค้าตะวันจันทรา ทันทีที่เธอได้เห็นอวี้กง หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น และเมื่อเห็นถึงความแข็งแกร่งของอวี้กง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจแทบจะกระโดดออกมาอยู่ข้างนอก มันไม่ใช่ความรัก แต่มันเป็นความชื่นชมในความแข็งแกร่ง จากนั้นเธอก็พยายามติดตามข่าวว่าอวี้กงไปที่ไหนหรือทำอะไรบ้าง (ไป่ฉี : ใครก็ได้มาจับยัยสตอล์คเกอร์นี้ที ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยมาก ๆ)
“เรียนคุณหนูเสี่ยวปิง ท่านอวี้กงตอนนี้อยู่ที่ห้อง VIP ครับ” สือเหลียงกล่าว
“เสี่ยวปิง สำรวมหน่อย” หู่หยุนดุลูกสาวของตน
“รู้แล้วค่า” หู่เสี่ยวปิงตอบเอื้อยเจื้อย ขณะที่ในใจเธอตอนนี้แทบจะกระโดดโลดเต้น เธอจะได้เจอเทพกระบี่ที่เธอคลั่งไคล้ ช่วงที่ให้เดินชมสิ่งของที่นำมาประมูล เธอจะรีบเข้าไปทักเขาแน่นอน หากมีใครตัดหน้าเธอ วันนี้เธอจะขย้ำและฉีกพวกมันเป็นชิ้น ๆ แน่ คอยดูสิ
จากนั้นพนักงานสาวได้นำคณะของหู่หยุนเข้าไป คณะที่เข้ามาต่อจากหู่หยุนคือคณะของเฟิงหลง จากตำหนักเทพวิหคสีชาด วันนี้เขามาพร้อมกับผู้อาวุโสของตระกูลทั้งหมด 4 คน เพราะเขาสั่งให้ลูกชายตัวแสบของเขาอยู่ในหอสำนึกตนสักระยะ
“ท่านเฟิงหลง สมาคมการค้าตะวันจันทราของเรายินดีต้อนรับครับ” จิ่วลี่กล่าวต้อนรับอย่างอบอุ่น เขาชื่นชมการกระทำของเฟิงหลงที่สั่งลงโทษลูกตัวเอง เส้นสายของสมาคมการค้าตะวันจันทรานั้นมีอยู่ทั่ว เรื่องการสั่งลงโทษเฟิงจินไม่อาจรอดสายตาของจิ่วลี่เช่นกัน
“สวัสดี ผู้อาวุโสจิ่ว วันนี้เทพกระบี่ก็มาด้วยใช่ไหม” เฟิงหลงถาม เพราะหากมีโอกาสเขาจะต้องขอโทษแทนลูกชายของเขา
ตอนนี้ตัวตนของเทพกระบี่เป็นที่สนใจของตำหนักเทพทั้งหลาย รวมถึงขั้วอำนาจในยุทธภพ ข่าวสารนั้นไวมาก ข่าวที่อวี้กงกับผู้อาวุโสของสมาคมการค้ากำจัดสัตว์อสูรที่กลายพันธุ์จากมนุษย์ ที่มีระดับปราณชั้นจักรพรรดิ (ความแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ชั้นปราณราชันย์ทรราช) ในตอนบ่าย ล่วงรู้ถึงหูของพวกเขาอย่างรวดเร็ว หากเขาไม่รีบประสานรอยร้าวระหว่างตำหนักเทพวิหคสีชาดกับอวี้กง เห็นทีตำหนักเทพอื่นอาจฉวยโอกาสนี้ดึงอวี้กงเข้าไปเป็นพวกก็ได้ คิดถึงตรงนี้ทำให้เขาคิดว่า ทำไมเขาถึงไม่มีลูกสาวเหมือนหู่หยุนกัน หากเขามีลูกสาว เขาจะส่งเสริมให้ลูกสาวสานสัมพันธ์กับเทพกระบี่ ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด เพราะมันทำให้เขานึกถึงเจ้าลูกชายไม่ได้เรื่องของเขา
“เทพกระบี่มาแล้วครับ ตอนนี้อยู่ที่ห้อง VIP ยังไงขอเชิญท่านเฟิงจินกับผู้อาวุโสไปยังห้อง VIP ของพวกท่านเถอะครับ งานกำลังจะเริ่มแล้ว” จิ่วลี่ผายมือไปที่ทางเข้าสมาคมการค้า โดยมีพนักงานสาวยืนรออยู่แล้ว หลังเฟิงจินกับคณะเข้าไปด้านในแล้ว คณะของตำหนักเทพเต่ามังกรก็มาถึง
____________________________________
อ่านกันต่อยาว ๆ ครับ ^^