จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 53 งานประมูล 1 Re


            ไป่ฉีเดินออกมาจากห้องรับรองพิเศษ  เขาเดินไปยังห้องรับแขกอีกห้องหนึ่ง  ซึ่งทางผู้อาวุโสได้จัดไว้ให้เขาเป็นพิเศษ  เนื่องจากไป่ฉีไม่อยากพบปะใครก่อนงานประมูล


            ภายในห้องที่ถูกจัดเตรียมไว้  มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย  ทั้งทีวี  เกม  เตียง  โซฟา  เหมือนกับห้องสันทนาการมากกว่าจะเป็นห้องนั่งรอก่อนการประมูลจะเริ่ม


            จากที่ไป่ฉีสอบถามเหล่าผู้อาวุโสเกี่ยวกับฐานอำนาจในยุทธภพ  ทำให้เขาทราบรูปแบบการปกครองในโลกยุทธภพนี้  โดยในโลกมิดการ์ดแห่งนี้แบ่งออกเป็น 5 ทวีปใหญ่


            ทวีปแรกคือ ทวีปวิหคสีชาด  เพราะมีลักษณะคล้ายเหมือนนกกำลังสยายปีก  ดินในทวีปนี้ส่วนใหญ่จะมีสีแดงด้วยมีแร่สังกะสีและเหล็กปนอยู่มาก  ทวีปวิหคสีชาดนี้ตั้งอยู่ทางใต้ของทวีปกิเลน  อากาศร้อนและแห้ง  ที่นั่นเหล่าผู้ฝึกยุทธ์จะถูกปกครองโดยประมุขตำหนักเทพวิหคสีชาด  ซึ่งเฟิงจินที่ไปหาเรื่องไป่ฉีที่ตระกูลไป๋  เป็นนายน้องของตำหนักเทพวิหคสีชาด  ก็อาศัยอยู่ในทวีปนี้เช่นกัน


            ทวีปที่สองคือ ทวีปพยัคฆ์ขาว  ที่นี่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีปกิเลน  มีลักษณะคล้ายอุ้งเท้าเสือ  ทวีปนี้ค่อนไปทางเหนือ  ทำให้สภาพอากาศหนาวเย็น และมีหิมะปกคลุมถึง 9 เดือนใน 1 ปี  นอกจากนั้นจะเป็นฝนสลับกับอากาศอุ่นสบาย  ที่นี่ปกครองโดยตำหนักเทพพยัคฆ์ขาว  โดยประมุขมีบุตรชื่อ หู่จิ้ง  อายุเท่ากับเฟิงจิน  และมีธิดาชื่อ หู่เสี่ยวปิง อายุน้อยกว่าหู่จิ้ง 1 ปี


            ทวีปที่สามคือ ทวีปมังกรคราม เป็นทวีปที่อยู่ทางตะวันออกของทวีปกิเลน  ทวีปนี้ตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร  มีอากาศร้อนชื้นตอนกลางของทวีป และทางใต้ของทวีปจะมีฝน 9 เดือนใน 1 ปี  ทางเหนือจะเป็นอากาศหนาวสลับร้อน  มีฝนแค่ 3 เดือน  ซึ่งทวีปนี้มีประเทศอยู่ด้วยกัน 5 ประเทศ  คือ  มังกรไม้  มังกรไฟ  มังกรน้ำ  มังกรดิน และมังกรทอง  ประเทศที่ไป่ฉีอาศัยอยู่ตอนนี้คือ ประเทศมังกรทอง  ตั้งอยู่ใจกลางทวีป  ปกครองโดยตำหนักเทพมังกรคราม  ประมุขมีบุตรชายคนเดียวคือ หลงเทียนหมิง  ปีนี้อายุ 25 ปี  อยู่ระดับปราณชั้นจักรพรรดิขั้น 5 นับว่าแข็งแกร่งที่สุดในหมู่นายน้อยของตำหนักเทพขณะนี้  คนผู้นี้เป็นอัจฉริยะรุ่นใหม่โดยแท้จริง


            ทวีปที่สี่คือ ทวีปเต่ามังกร  ทวีปนี้เป็นทวีปเดียวที่มีพื้นดินติดกับทวีปกิเลน  ลักษณะทวีปคล้ายกระดองเต่า  ทวีปนี้มีอากาศดีตลอดปี  ฝนไม่มากหรือน้อยเกินไป  มีพื้นที่ป่ามาก  ประกอบกับมีเหมืองแร่จำนวนมาก  ปกครองโดยตำหนักเทพเต่ามังกร  ประมุขมีบุตรชายเพียงคนเดียวคือ อู่กุยเหวินป๋อ  ที่มีระดับปราณชั้นจักรพรรดิขั้น 3  ซึ่งผู้ฝึกยุทธ์ในทวีปนี้มีความสามารถในการใช้ปราณธาตุไม้ที่หายาก กับปราณธาตุดินที่ได้ชื่อว่ามีพลังป้องกันสูงที่สุดในธาตุทั้ง 5 (ของจีน มี ดิน น้ำ ไม้  ไฟ  ทอง)


            ทวีปสุดท้ายคือ ทวีปกลางหรือทวีปกิเลน เป็นทวีปที่มีสภาพอากาศหลากหลาย  ใจกลางทวีปเป็นทะเลทราย  ซึ่งใจกลางทะเลทรายนี้มีโอเอซิส และโอเอซิสนี้เป็นที่ตั้งของตำหนักเทพกิเลน  ประมุขพรรคกิเลนมีบุตรชื่อ จี๋หลินเส้าเทียน อายุ 18 ปีเท่านั้น  มีระดับปราณเพียงชั้นราชันย์ขั้น 8 นับว่าน้อยที่สุดในบรรดานายน้อยของตำหนักเทพทั้งหมด และยังมีบุตรชายอีกคนที่เกิดจากอนุภรรยา  ชื่อ จี๋หลินเฟิงเทียน อายุ 15 ปี  ซึ่งมีระดับการบ่มเพาะที่ต่ำ  เพราะเส้นลมปราณพิการ


            ส่วนพรรคตะวันดับนั้นเป็นองค์กรที่เป็นตัวกลางการซื้อขายแลกเปลี่ยนทั้งสมุนไพร โอสถ อาวุธ  การทำธุรกรรมการเงิน หรือแม้แต่ซื้อขายมนุษย์หรือผู้ฝึกยุทธ์ที่พวกมันจับหรือรับมาอีกต่อ  ให้กับพวกอาชญากรยุทธภพ  พวกมารร้ายของยุทธภพที่เข่นฆ่าคนเพื่อความสนุก หรือเพื่อสูบเอาพลังจากเหยื่อสำหรับฝึกวิชาหรือปราณของตนเอง  พวกนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกมีนิสัยชอบการฆ่าฟันเป็นหลัก


            พรรคตะวันดับ  จนถึงปัจจุบันไม่ทราบว่าตำแหน่งพรรคหลักตั้งอยู่ที่ใด  พวกมันทำการทดลองยาหรือสร้างสัตว์อสูรที่ผิดกฎของยุทธภพ  นั่นคือการใช้มนุษย์เป็นตัวทดลอง


            ไป่ฉีเองก็เพิ่งทราบว่าเหลาเหล่าเพิ่งโดนเล่นงานโดยนางมารปิงโหย่ว  นางเป็นนางมารที่สูบปราณหยางของชายหนุ่มเพื่อฝึกพลังปราณของตน  ส่วนมากมักเป็นการใช้กำลังขืนใจอีกฝ่ายก่อนจะฆ่าทิ้ง  การโจมตีสำนักของเหลาเหล่าครั้งล่าสุดถือว่าพวกศิษย์ของเหลาเหล่าโชคดีที่ไม่โดนฆ่าตายแม้แต่คนเดียว  ซึ่งนางมารปิงโหย่วต่างกับเฟิงจินตรงที่แม้เฟิงจินจะต้องอาศัยปราณหยินในการฝึกพลังปราณ  แต่ก็จะทำกับภรรยาของตนเท่านั้น


            ไป่ฉีอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเคล็ดการฝึกปราณแบบสุดโต่งพวกนี้ถึงเป็นที่นิยมกันนัก  พอลองถามผู้อาวุโสของสมาคมการค้าตะวันจันทราก็ได้คำตอบที่น่าตกใจมา  นั่นคือเคล็ดการบ่มเพาะพลังปราณแบบสุดโต่งนั้นโดยส่วนมากจะเน้นการฝึกโดยใช้การประสานหยินหยาง (เสพสังวาส) เป็นหลัก  เพื่อปรับสมดุลปราณในร่างของตน  วิธีนี้เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการฝึกพลังปราณให้ก้าวหน้า  หากแต่ต้องอยู่ในการควบคุมดูแลอย่างเคร่งครัด  ไม่เช่นนั่นจะกลายเป็นพวกเสพติดเซ็กส์ เหมือนกับเหลาเหล่า  แม้ที่จริงจะมีวิธีปรับสมดุลพลังปราณโดยใช้โอสถ  แต่สมุนไพรหยินและหยางที่เป็นสมุนไพรลมปราณหายากมาก  ผู้คนจึงเลือกใช้วิธีเสพสังวาสมากกว่า


            สำหรับสำนักต่าง ๆ ในโลกนี้นั้นมีที่มีอิทธิพลรองลงมาจากตำหนักเทพ  ซึ่งสำนักเหล่านั้น  ไป่ฉีคุ้นเคยเป็นอย่างดี  เพราะในต้าเซียน  สำนักเหล่านี้ก็เป็นเสาหลักที่คอยค้ำจุนยุทธภพให้สงบสุข  โดยมีเส้าหลิน  บู๊ตึ๊ง  คุนลุ้น  ง้อไบ้  กระยาจก  ห้าขุนเขากระบี่ และตระกูลถัง


            แต่จะแตกต่างกันตรงที่เส้าหลินในโลกนี้นั้นค่อนข้างลึกลับ  เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ของเส้าหลินจะปรากฎตัวเพื่อปราบเหล่ามารร้ายในยุทธภพเท่านั้น  ไม่สนใจการประลองหรืออำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น  แม้แต่ผู้อาวุโสสมาคมการค้าตะวันจันทราเองก็แทบไม่ได้พบหลวงจีนพวกนี้มาที่นี่เลย  ซึ่งวัดเส้าหลินที่คนทั่วไปเข้าไปท่องเที่ยวกันนั้นคือวัด  ไม่ใช่สำนัก  มีหน้าที่หารายได้มาจัดหาทรัพยากรสำหรับสำนักเส้าหลิน  ตรงนี้ไป่ฉีสนใจมาก  เขาคิดว่าทางเส้าหลินคงมีคนที่ชำนาญค่ายกลหรืออักขระลมปราณเหมือนไท่ซื่อคงแน่ ๆ ถึงได้ไม่มีใครหาสำนักของพวกเขาเจอ


            พอลองถามว่าทางสมาคมการค้าตะวันจันทรามีข้อมูลของเส้าหลินรึเปล่า  พวกผู้อาวุโสต่างตอบว่าแทบจะไม่มีเลย  แต่ในการประลองประจำปี  สำนักเส้าหลินจะมาร่วมชมงานเฉย ๆ โดยไม่ส่งคนเข้าร่วมการประลอง  ครั้งสุดท้ายที่เส้าหลินส่งคนเข้าประลองมีบันทึกไว้เมื่อราว ๆ 3 พันปีก่อน หรือก็คือก่อนเกิดสงครามแย่งชิงตำแหน่งเจ้ายุทธภพ


            ส่วนสมาคมการค้าตะวันจันทรานั้นมีสาขาอยู่ใน 5 ทวีป  โดยสำนักงานใหญ่คือที่นี่  ซึ่งจะมีผู้อาวุโสทั้ง 10 ดูแลโดยตรง  ส่วนสาขาในทวีปอื่นจะมีการตั้งสำนักงานหลักในทวีปนั้น ๆ โดยส่งคนระดับปราณจักรพรรดิไปคอยควบคุมดูแลที่ละ 10 คน  ส่วนสาขาย่อยนั้นจะส่งคนระดับปราณจักรพรรดิไปควบคุมดูแล 3-5 คนแล้วแต่ขนาดของสาขา


            ขณะที่ไป่ฉีกำลังเรียบเรียงข้อมูลในหัว  ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น  มีเสียงหญิงสาวเรียกชื่อเขา  พร้อมกับบอกว่าใกล้เริ่มงานประมูลแล้ว  เธอจะเป็นคนนำทางไปยังห้องที่ผู้อาวุโสได้จัดเตรียมไว้ให้


            “เข้าใจแล้ว  จะไปเดี๋ยวนี้” ไป่ฉีลุกขึ้น  ก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากห้องไป  มีหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดพนักงานยืนคอยเขาอยู่หน้าห้อง  เธอบอกว่าผู้อาวุโสอี้เซียนสั่งให้เธอมานำทางเขาไปยังห้อง VIP ซึ่งปกติจะเป็นห้องสำหรับพวกตำหนักเทพและเสาหลักทั้ง 7 ในยุทธภพ  โดยไป่ฉีได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น


            ขณะนี้มีรถจำนวนมากขับเข้ามาในซอยตัน  ซึ่งเป็นทางเข้ามายังสมาคมการค้าตะวันจันทราสำนักงานใหญ่นั่นเอง


            เหล่าผู้มีอำนาจจำนวนมากเดินทางมาเพราะเว็บไซต์ของสมาคมการค้าตะวันจันทราได้อัพเดทสินค้าที่จะประมูลในครั้งนี้เอาไว้  ซึ่งมีตั้งแต่สมุนไพรหายาก  เหล็กลมปราณ และอาวุธ  โดยอาวุธส่วนใหญ่ที่นำมาประมูลจะเป็นระดับปฐพี กับระดับนภา  บางครั้งก็มีการประมูลปืนแบบต่าง ๆ ที่ผลิตจากเหล็กลมปราณขั้นต้นเช่นกัน  แต่เนื่องจากกระสุนของมันก็ใช้เหล็กลมปราณขั้นต้นเช่นกัน  หากจะใช้ทีหนึ่งอาจถึงขั้นเป็นโรคทรัพย์จางได้เลยทีเดียว  ดังนั้นอาวุธที่เหล่าชาวยุทธ์ส่วนใหญ่ใช้ยังคงเป็นพวกอาวุธระยะประชิดเช่น ดาบ  กระบี่  ขวาน  หอก  ทวน  เพราะไม่ต้องมานั่งจ่ายค่ากระสุนเหล็กลมปราณที่มีราคาแพงนั่นเอง


            ลานจอดรถหน้าสมาคมการค้าต่างเนืองแน่นไปด้วยรถหลากหลายยี่ห้อ  เหล่าผู้อาวุโสทั้ง 10 คนกำลังยืนรอต้อนรับเหล่าผู้มีอำนาจในยุทธภพอยู่


            “โอ้ ท่านหู่หยุน คงเดินทางมาเหนื่อย ๆ  กระผมจะให้คนนำท่านไปยังห้อง VIP  ซึ่งได้จัดเตรียมอาหาร  เครื่องดืม และสิ่งอำนวยความสะดวกไว้รอแล้วครับ” สือเหลียงกล่าวทักทายหู่หยุน  ประมุขตำหนักเทพพยัคฆ์ขาว  เขามาพร้อมกับบุตรชาย  บุตรสาว และผู้อาวุโสลำดับที่ 1 กับ 2  ในงานประมูลนั้นจะจำกัดให้คนแต่ละพรรค  สำนัก  หรือองค์กรหนึ่ง ๆ มาร่วมงานประมูลได้แค่ 5 คนเท่านั้น  เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งที่รุนแรงเกินกว่าจะระงับได้ (ยกพวกตีกัน)


            “ไม่ได้พบกันเสียนาน  ปกติผมส่งผู้อาวุโสมาแทน  แต่เพราะวันนี้มีโอสถความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วนซึ่งให้ผลเท่ากับโอสถเสริมลมปราณระดับกลาง  ผมถึงต้องมาด้วยตัวเองแบบนี้”  หู่หยุนกล่าว


            “ผู้อาวุโสสือเหลียง  ท่านอวี้กง มารึเปล่า” หู่เสี่ยวปิงถาม  ตอนแรกที่เธอได้ยินข่าวว่ามีคนได้รับฉายาเทพกระบี่  เธออดคิดไม่ได้ว่านี่มันเป็นเรื่องตลกรึยังไง  ขนาดพวกห้าขุนเขากระบี่ที่ใช้กระบี่ได้เก่งกาจ  ยังไม่มีใครได้รับฉายาเทพกระบี่เลยแม้แต่คนเดียว  แล้วคน ๆ นี้โผล่มาจากไหนกันถึงสามารถทำให้ผู้คนยกย่องเขาให้เป็นเทพกระบี่ได้  เธอให้คนไปทำการซื้อไฟล์วิดีโอการประลองระหว่างคิไมร่า 2 ตัวกับอวี้กงมาจากสมาคมการค้าตะวันจันทรา  ทันทีที่เธอได้เห็นอวี้กง  หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น และเมื่อเห็นถึงความแข็งแกร่งของอวี้กง  ทำให้เธอรู้สึกเหมือนหัวใจแทบจะกระโดดออกมาอยู่ข้างนอก  มันไม่ใช่ความรัก  แต่มันเป็นความชื่นชมในความแข็งแกร่ง  จากนั้นเธอก็พยายามติดตามข่าวว่าอวี้กงไปที่ไหนหรือทำอะไรบ้าง (ไป่ฉี : ใครก็ได้มาจับยัยสตอล์คเกอร์นี้ที  ผมรู้สึกไม่ปลอดภัยมาก ๆ)


            “เรียนคุณหนูเสี่ยวปิง  ท่านอวี้กงตอนนี้อยู่ที่ห้อง VIP ครับ” สือเหลียงกล่าว


            “เสี่ยวปิง สำรวมหน่อย” หู่หยุนดุลูกสาวของตน


            “รู้แล้วค่า” หู่เสี่ยวปิงตอบเอื้อยเจื้อย  ขณะที่ในใจเธอตอนนี้แทบจะกระโดดโลดเต้น  เธอจะได้เจอเทพกระบี่ที่เธอคลั่งไคล้  ช่วงที่ให้เดินชมสิ่งของที่นำมาประมูล  เธอจะรีบเข้าไปทักเขาแน่นอน  หากมีใครตัดหน้าเธอ  วันนี้เธอจะขย้ำและฉีกพวกมันเป็นชิ้น ๆ แน่  คอยดูสิ


            จากนั้นพนักงานสาวได้นำคณะของหู่หยุนเข้าไป  คณะที่เข้ามาต่อจากหู่หยุนคือคณะของเฟิงหลง จากตำหนักเทพวิหคสีชาด  วันนี้เขามาพร้อมกับผู้อาวุโสของตระกูลทั้งหมด 4 คน  เพราะเขาสั่งให้ลูกชายตัวแสบของเขาอยู่ในหอสำนึกตนสักระยะ


            “ท่านเฟิงหลง  สมาคมการค้าตะวันจันทราของเรายินดีต้อนรับครับ” จิ่วลี่กล่าวต้อนรับอย่างอบอุ่น  เขาชื่นชมการกระทำของเฟิงหลงที่สั่งลงโทษลูกตัวเอง  เส้นสายของสมาคมการค้าตะวันจันทรานั้นมีอยู่ทั่ว  เรื่องการสั่งลงโทษเฟิงจินไม่อาจรอดสายตาของจิ่วลี่เช่นกัน


            “สวัสดี ผู้อาวุโสจิ่ว  วันนี้เทพกระบี่ก็มาด้วยใช่ไหม” เฟิงหลงถาม  เพราะหากมีโอกาสเขาจะต้องขอโทษแทนลูกชายของเขา


            ตอนนี้ตัวตนของเทพกระบี่เป็นที่สนใจของตำหนักเทพทั้งหลาย  รวมถึงขั้วอำนาจในยุทธภพ  ข่าวสารนั้นไวมาก  ข่าวที่อวี้กงกับผู้อาวุโสของสมาคมการค้ากำจัดสัตว์อสูรที่กลายพันธุ์จากมนุษย์  ที่มีระดับปราณชั้นจักรพรรดิ (ความแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ชั้นปราณราชันย์ทรราช) ในตอนบ่าย  ล่วงรู้ถึงหูของพวกเขาอย่างรวดเร็ว  หากเขาไม่รีบประสานรอยร้าวระหว่างตำหนักเทพวิหคสีชาดกับอวี้กง  เห็นทีตำหนักเทพอื่นอาจฉวยโอกาสนี้ดึงอวี้กงเข้าไปเป็นพวกก็ได้  คิดถึงตรงนี้ทำให้เขาคิดว่า ทำไมเขาถึงไม่มีลูกสาวเหมือนหู่หยุนกัน  หากเขามีลูกสาว  เขาจะส่งเสริมให้ลูกสาวสานสัมพันธ์กับเทพกระบี่  ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด  เพราะมันทำให้เขานึกถึงเจ้าลูกชายไม่ได้เรื่องของเขา


            “เทพกระบี่มาแล้วครับ  ตอนนี้อยู่ที่ห้อง VIP  ยังไงขอเชิญท่านเฟิงจินกับผู้อาวุโสไปยังห้อง VIP ของพวกท่านเถอะครับ  งานกำลังจะเริ่มแล้ว” จิ่วลี่ผายมือไปที่ทางเข้าสมาคมการค้า  โดยมีพนักงานสาวยืนรออยู่แล้ว  หลังเฟิงจินกับคณะเข้าไปด้านในแล้ว  คณะของตำหนักเทพเต่ามังกรก็มาถึง

    ____________________________________

    อ่านกันต่อยาว ๆ ครับ ^^

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน