สายฝนในค่ำคืนนั้นตกกระหน่ำจนมองแทบไม่เห็นทางบัว เดินถือร่มฝ่าความมืดออกไปซื้อของใช้จำเป็ที่ร้านสะดวกซื้อท้ายซอยเพียงลำพังท่ามกลางความสลัวของไฟทาง ใบหน้าสวยคมของเธอดึงดูดสายตาอันหยาบโลนของ ไอ้เก่ง วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างประจำปากซอยมานานมันพยายามเข้ามาเต๊าะมาจีบเธอนับครั้งไม่ถ้วนแต่บัวก็แค่นิ่งเฉยและเดินผ่านไปเหมือนมันเป็ธาตุอากาศความเ็าของเธอแปรเปลี่ยนเป็ความแค้นเคืองในใจของมันจนกระทั่งค่ำคืนที่ปลอดคนและฝนตกหนักเช่นนี้... สัญชาตญาณสัตว์ป่าของมันจึงสบโอกาส
ไอ้เก่งแอบเดินตามบัวมาจากมุมมืดทันทีที่เธอเดินเข้าสู่จุดอับสายตา มันก็พุ่งเข้ามาชาร์จจากด้านหลังมือหนาสกปรกตะปบเข้าที่ปากของบัวเพื่อกักเสียงร้องและพยายามจะฉุดกระชากเธอเข้าไปในตึกร้างข้างทาง
เอี๊ยดดด!
เสียงเบรกรถเก๋งคันหรูบดกับถนนที่เจิ่งนองด้วยน้ำดังลั่นบาดแก้วหูแสงไฟหน้ารถสาดส่องสว่างวาบเข้ามายังจุดเกิดเหตุ เพลงซึ่งกำลังขับรถกลับจากการเตรียมงานเบรกรถอย่างแรงเมื่อเห็นภาพหญิงสาวกำลังถูกทำร้ายตรงหน้าเชฟสาวพรวดพราดเปิดประตูลงมาจากรถทันทีโดยไม่สนใจสายฝนที่สาดกระหน่ำ
“ทำอะไรน่ะ! ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะ!” เพลงะโลั่นแข่งกับเสียงฝนเธอวิ่งไปคว้าท่อนไม้ท่อนหนาแถวนั้นแล้วเงื้อสุดแขนทุบเข้าที่กลางหลังของไอ้เก่งอย่างแรง!
พลั่ก!
ไอ้เก่งร้องลั่นด้วยความเ็ปมันปล่อยมือจากบัวทันที หันกลับมาด้วยใบหน้าถมึงทึง ั์ตาแดงเกรี้ยว “อีเวร! แส่หาเื่นักใช่ไหม!” มันพุ่งตัวเข้าใส่เพลงด้วยความโมโหจัดเพลงใก้าวถอยหลังจนล้มพรืดลงกับพื้นโคลน ไอ้เก่งง้างกำปั้นเตรียมจะชกหน้าเชฟสาวบัวที่นอนหอบอยู่บนพื้นตั้งสติได้ทันเห็นท่าไม่ดีจึงคว้าก้อนอิฐบล็อกแหลมคมแถวนั้นขึ้นมาด้วยสองมือยันตัวขึ้นแล้วทุบเข้าที่ท้ายทอยของไอ้เก่งอย่างสุดแรงเกิดเพื่อช่วยเพลง!
อั่กกก!
ร่างของวินมอเตอร์ไซค์ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นนิ่งสนิทเืสีแดงฉานค่อยๆ ทะลักออกจากาแ ไหลซึมปะปนไปกับสายน้ำฝนบนพื้นปูนตึกร้าง...
ความเงียบอันน่าพรั่นพรึงปกคลุมทันทีมีเพียงเสียงฝนตกกระทบพื้น ทั้งบัวและเพลงยืนมองหน้ากันหอบหายใจถี่โยนหัวใจเต้นะเิระรัวในอกด้วยความช็อก เพลงตัวสั่นสะท้าน เธอค่อยๆย่อตัวลงอย่างหวาดหวั่น ใช้นิ้วที่สั่นเทาไปแตะที่เส้นเืใหญ่ตรงคอของไอ้เก่ง...
ไร้ซึ่งสัญญาณชีพจร ไร้ซึ่งลมหายใจ
เพลงผงะถอยหลังดวงตาคู่สวยเบิ่งกว้างด้วยความตื่นตระหนกขั้นสุด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเื “เขา... เขาไม่หายใจแล้วค่ะ... เขาตายแล้ว!”
“แจ้ง... แจ้งความไหมคะ?” บัวถามเสียงพร่าสั่นมือของเธอยังคงกำก้อนอิฐเปื้อนเืแน่น ตัวสั่นจนแทบทรงตัวไม่อยู่ความกลัวชั่วขณะทำให้คิดถึงความถูกต้องเป็อย่างแรก
“ไม่ได้ค่ะ!” เพลงปฏิเสธทันควันสติของเธอแทบจะแตกสลาย ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง
“ถ้าแจ้งความ... ตำรวจต้องไม่เชื่อเราแน่ๆเราอาจจะติดคุกคดีร่วมกันฆ่าคนตาย!พรุ่งนี้เช้าเพลงต้องไปทำอาหารให้เ้าของโรงแรมชิมเพื่อรับตำแหน่งเชฟใหญ่มันคืออนาคตทั้งหมดของเพลงเลยนะ... ถ้ามีประวัติฆ่าคน ชีวิตเพลงจบสิ้นแน่ๆ!”
น้ำตาของเชฟสาวไหลทะลักปนไปกับหยาดน้ำฝนเธอร้องไห้ออกมาด้วยความขวัญเสียสุดขีด
คำว่า ‘คุก’ ดังก้องในหัวของบัวเหมือนเสียงระฆังคุกคามภาพของแม่ที่พิการทางสายตาที่บ้านแล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว หากเธอโดนจับเข้าคุกใครจะคอยดูแล และแม่จะอยู่ยังไง ความหวาดกลัวตื่นตระหนกวิ่งชนกันในหัวของสองสาวอย่างหนักหน่วงเสียงหัวใจเต้นตึกตักดังกลบเสียงฝน แต่แล้ว...ความรักตัวกลัวตายและพันธนาการของภาระหน้าที่ ก็กลืนกินความถูกต้องจนหมดสิ้น
บัวหลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างระงับอารมณ์ เธอพยายามเค้นสติทั้งหมดที่เหลืออยู่กลับคืนมาเมื่อเปิดตาขึ้นอีกครั้งั์ตาที่เคยหวาดกลัวของบัวกลับแปรเปลี่ยนเป็ความเด็ดเดี่ยว เ็า และมุ่งมั่น บัวก้าวเข้าไปคว้าข้อมือของเพลงที่กำลังสติแตกขึ้นมากุมไว้แน่นเพื่อส่งผ่านกระแสความเข้มแข็ง
“ตั้งสติค่ะ... ฟังฉันนะ” บัวพูดเสียงต่ำแต่หนักแน่นและเฉียบขาด “ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์นี้และจะไม่มีใครรู้เื่นี้ทั้งนั้น”
เพลงมองหน้าบัวทั้งน้ำตา พยักหน้ารับอย่างสับสนและสั่นเกร็ง
“ขึ้นรถค่ะ... ช่วยกันอุ้มศพมันขึ้นท้ายรถของเธอ”บัวสั่งการด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ไร้ความลังเลอีกต่อไป “ไปที่ร้านของฉัน... เราจะจัดการมันที่นั่น”
…….