“ฉันเกลียดการวาดรูปที่สุดในชีวิต” รสาพูดขึ้นอย่างนั้น ภาวินมองหน้าคนพูดอย่างไม่เข้าใจ
“แต่เธอก็อยู่กับการวาดรูปมาตลอดไม่ใช่เหรอ”
“แม่ฉันเป็จิตรกรวาดรูป ชีวิตของฉันอยู่ในการควบคุมของแม่มาตลอด ผู้หญิงคนนั้นจะบอกให้ทำอะไรฉันก็ต้องทำ นายรู้ไหมว่าแม่สอนฉันว่าอะไร” ภาวินมองคนที่เล่านิ่ง รสาเลยพูดต่อ “อย่าแสดงความรู้สึกให้ใครเห็นต่อให้เจ็บแค่ไหนก็ตาม ฉันเลยดีใจยังไงล่ะ ที่วันนั้นนายยังแสดงออกมาได้ว่านายเจ็บ”
“รสา” ภาวินเรียกชื่อหญิงสาวพร้อมกับบีบมือบางแน่นขึ้น
“แม่บังคับให้ฉันวาดรูปจนกว่าจะพอใจ นายเห็นมือฉันไหม” รสายกมือข้างที่บวมของตัวเองขึ้น “ฉันรู้ว่าพวกดินสอ ปากกา พู่กัน ทิ่มลงมาบนมือมันเจ็บขนาดไหน ฉันกลัวมากเลยนะลม แต่ถ้าฉันยิ่งแสดงออกมาว่ากลัว แม่ก็จะยิ่งทำให้ฉันเจ็บ ต่อให้มือฉันบวมหรือปวดแค่ไหน ถ้าฉันพูด แม่ก็จะทำให้มันยิ่งเจ็บ”
“เธอเลยเลือกที่จะทำเหมือนไร้ความรู้สึกอย่างนี้ เพราะเธอกำลังกลัวใช่ไหม”
“ฉันแค่รู้สึกปลอดภัยที่ไม่มีคนรู้ว่าฉันกำลังรู้สึกอะไร”
“แต่มันทำให้เธอต้องอยู่คนเดียว ไม่มีใครเข้าใจเธอนะ รสา” ภาวินพูดแย้งอย่างนั้น สายตาของรสาก็เศร้าลง
“เพราะฉันได้ยินสิ่งที่ทุกคนพูดลับหลังฉันยังไงล่ะ ลม” รสาพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่คนมองอดที่เศร้าตามไม่ได้ “แต่อย่างน้อยก็ยังมีนายคนหนึ่งที่ช่างสงสัยเื่ของฉัน แต่ไม่เคยจะเอาเื่ที่ได้ฟังไปเป็เื่เป็ราวเลย นายคงไม่รู้ว่านายทำพวกนั้นหัวเสีย ผิดแผนไปนับครั้งไม่ถ้วน เพราะนายไม่ยอมพูดสิ่งที่ได้ยินออกไป”
“อย่างนั้นเหรอ”
“นายรู้กฎของการรักษาความลับไหม” ภาวินได้ยินคำถามขึ้นมาก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “การรักษาความลับที่ดีคือการที่นายเก็บทุกอย่างไว้กับตัว แต่ถ้านายอยากให้คนทั้งโลกรู้ นายต้องพูดว่าเื่นี้ลับมาก อย่าเอาไปบอกใคร แต่นายน่ะ ไม่พูดอะไรเลย ฉันเลยเป็ห่วงนายยังไงล่ะ ถ้านายจะเป็แบบคนพวกนั้นที่อยากเอาเปรียบฉัน ฉันก็คงจะสบายใจกว่านี้ แต่นายดันเป็คนดีเกินไป” รสาพูดขึ้นอย่างนั้น ภาวินเลยยิ้มออกมา
“เพราะผมชอบรสามากเกินไปยังไงล่ะ น้าชัยเคยบอกผมว่าต่อเวลาผ่านไปนานเท่าไร คนก็จำภาพที่เจอครั้งแรกได้ดีกว่าปัจจุบัน มันคงจริง เพราะภาพแรกที่ผมเห็นรสา มันทำให้ผมมีความหวังว่าผมจะมีชีวิตรอดจากพวกนักเลงพวกนั้น เชื่อเถอะว่าถ้าก่อนหน้านี้ ถ้ารสาพูดกับผมดีกว่านี้อีกสักนิด ผมคงจะเอาแต่เดินตามรสาไม่ไปไหนแน่”
“ฉันคิดว่านายชอบฉัน เพราะฉันสวยมากกว่านะ ลม” รสาพูดขึ้นอย่างนั้น ภาวินก็หัวเราะออกมา
“เธอสวยมาก แม้จะแต่งตัวประหลาดมากเหมือนกัน”
“นายมันเป็พวกไม่เข้าใจแฟชั่น” รสาพูดออกมาก่อนจะยักไหล่แล้วจะหันไปหยิบรีโมตมากดเปิดซีรีส์ดูต่อ แต่ก็มีมือมาแย่งกลับไปได้ก่อน รสาหันไปกลับไปมองก็เห็นว่าใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ใกล้จนเธอมองชัดยิ่งกว่าชัดซะอีก
“ต่อให้เธอแต่งตัวยังไง เธอก็ยังสวยอยู่ดี” ภาวินบอกออกมาเสียงเบา แต่หญิงสาวที่ใบหน้าแทบจะชิดกับคนพูดก็อดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้ อยู่ ๆ ก็รู้สึกริมฝีปากแห้งขึ้นมาเมื่อสายตาของเธอหลบสายตาคมไล่มองลงไปจนถึงริมฝีปากหนาได้รูปของคนตรงหน้า ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาจนค่อย ๆ ลามไปถึงลำคอ
“ฉันรู้” รสาฝืนพูดออกมาให้น้ำเสียงเป็ปกติที่สุด แต่เธอก็รู้ว่าเสียงของตัวเองสั่นซะไม่มีเหมือนกัน
“รสาอยากจูบผมไหม” เสียงทุ้มดังขึ้นราวกับกำลังกระซิบถาม หญิงสาวก็พยักหน้าอย่างมึนงงก่อนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะออกมา แต่เพียงเสียงหัวเราะหายไป รสาก็รับรู้ถึงลมหายใจของคนตรงหน้าก็ขยับเข้ามาใกล้ก่อนที่ริมฝีปากของชายหนุ่มจะแตะลงมาแ่เบา
ภาวินผลักอย่างริมฝีปากอิ่มอย่างอ้อนอิ่ง ก่อนจะดึงร่างบางมากอดเอาไว้ “ผมชอบที่รสาเป็แบบนี้ ชอบเวลาที่เราได้คุยกันไปเรื่อย ๆ แบบนี้ ชอบจนไม่อยากให้เวลาแบบนี้ผ่านไปเลย”
“ฉันอาจจะไม่ใช่โลกที่สดใสของนายนะลม แต่นายจะเป็โลกที่น่าอยู่สำหรับฉันตลอดไป”
“แล้วผมก็ชอบคำบอกรักของรสา ที่ไม่เคยมีคำว่ารักเลยสักคำ” ภาวินพูดขึ้นพร้อมกับกอดร่างบางแน่นขึ้น แต่รสาก็ผลักคนที่กอดตัวเองแน่นออกเบา ๆ ก่อนที่มือบางจะลูบใบหน้าคนตรงหน้าอย่างเบามือ
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่ารักคืออะไร เพราะตลอดชีวิตฉันไม่เคยเห็นมันมาก่อน ถึงฉันจะเคยบอกนายไปแล้ว แต่นายก็คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตฉัน”
“ทำไมรสาพูดเหมือนแม่ที่เห็นลูกชายโตแล้วตัวเองก็ภูมิใจมากอย่างนี้กันล่ะ” ภาวินพูดอย่างนั้น รสาก็ยิ้มออกมาพร้อมกับบีบแก้มคนที่หรี่ตามอง
“ฉันเลี้ยงนายมานี่” รสาพูดก่อนจะเข้าไปกอดภาวินเอาไว้ “นายมาไกลกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีกนะ ลม”
“เอาเป็ว่าหลังจากนี้ผมจะพยายามเลี้ยงรสาเอง รสาจะได้ไม่ต้องทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ดีไหม” ภาวินพูดขึ้นก่อนจะผลักร่างบางที่กอดตัวเองออกแล้วมองใบหน้าหวานที่ยิ้มอยู่ “ถึงแม้ผมจะหาเงินได้ไม่เท่าที่รสาวาดภาพสามเดือนแล้วได้เจ็ดหลัก แต่ผมก็จะไม่ทำให้รสาต้องลำบากหรอก”
“ฉันรวย ต่อให้ฉันจะอยู่เฉย ๆ ไปทั้งชาติก็ทำได้ นายไม่ต้องมาห่วงเื่เงินหรอกน่า” รสาพูดอย่างนั้น ภาวินก็มองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“แล้วทำไมเธอต้องทนวาดรูปทั้งที่เกลียดด้วย”
“ไม่รู้สิลม ฉันอยู่กับสิ่งที่เกลียดจนไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร” รสาพูดออกมาก่อนจะยิ้มให้คนตรงหน้า “ฉันเลยมีความสุขยังไงล่ะ เวลาเห็นนายได้ทำสิ่งที่ชอบ”
“เรามาลองหาสิ่งที่รสาชอบกันไหม ผมเชื่อว่าถ้ารสาได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ รสาจะมีความสุขมากกว่าเวลาที่ได้เห็นผมมีความสุขอีกนะ” ภาวินบอกขึ้นมาเมื่อเห็นว่าตัวเองเหมือนจะเป็สิ่งที่หญิงสาวยึดมาตลอดโดยที่เขาไม่รู้ตัว
“ฉันก็ลองมาหลายอย่างแล้วนะ แต่ฉันชอบมองลมมีความสุขมากที่สุด” รสาพูดออกมาอย่างนั้น คนที่ตั้งใจว่าจะลองหาความสุขของรสาก็เหมือนจะใจอ่อนลงทันที เป็ใครได้ฟังอย่างนี้จะยังใจแข็งอยู่ได้ เขาเชื่อว่าไม่มีหรอก
ภาวินฟุบหน้าลงกับไหล่ของหญิงสาวแล้วก็ส่ายหัวไปมาจนรสาได้แต่มองตาปริบ ๆ
“เป็อะไร ลม” รสาถามขึ้นเมื่อเห็นอาการแปลก ๆ ของชายหนุ่ม แต่เธอก็มีแก่ใจที่จะลูบแผ่นหลังกว้างอย่างแ่เบา
“ผมจะต้องหลงรสาตายอยู่ตรงนี้แน่” รสาได้ยินคำพูดของคนที่ซบหน้าลงกับไหล่ตัวเองแล้วก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้กับคำพูดของภาวิน
“คงมีนายคนเดียวที่จะพูดกับฉันอย่างนี้” รสาพูดออกมาตามความรู้สึก เพราะคงไม่มีใครพูดถึงเธออย่างนี้แน่ ภาวินเงยหน้าขึ้นแล้วจับแก้มของหญิงสาวทั้งสองข้างก่อนที่จะขยับไปแตะริมฝีปากอิ่มเบา ๆ แล้วผลักออก
“รสาน่ารักกับผมอย่างนี้คนเดียวก็พอ” ภาวินบอกด้วยทั้งน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังขัดกับประโยคที่ชายหนุ่มพูดจนคนฟังอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
“ถ้าฉันสั่งนายบ้าง นายจะทำไหม” รสาย้อนถามกลับ แต่ภาวินกันยักไหล่ราวกับไม่ใช่เื่ยากอะไร
“ถึงรสาไม่สั่งผมก็ทำเป็ปกติอยู่แล้ว ผมไม่เคยสนใจใครเหมือนรสาหรอก”
“เพราะพวกนั้นไม่สวยเท่าฉันน่ะสิ” รสาพูดแย้งขึ้นจนชายหนุ่มก็ได้แต่ยิ้มออกมา
“รสา เื่แบบนี้มันต้องให้คนอื่นชมนะ ผมยังไม่พูดว่าตัวเองหล่อที่สุดอะไรพวกนั้นเลย ถ้าคนอื่นได้ยินมันจะหมั่นไส้เอานะ” ภาวินบอกออกไปอย่างนั้น รสาก็กะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะถามขึ้นเสียงใสจนทำให้ใจของชายหนุ่มแกว่งไป
“ลมคิดว่าฉันไม่สวยเหรอ”
“ต่อให้รสาจะแก่จนหนังเหี่ยวยาน หย่อนคล้อย รสาก็จะเป็นางฟ้าของผม” ภาวินพูดจบ รสาก็ดึงมือหนาที่จับแก้มตัวเองออกไปทันที แล้วจ้องชายหนุ่มตาเขม่น
“ใครเขาเอาความแก่มาพูดเล่นกัน”
“ผมเปรียบเทียบให้เห็นภาพยังไงว่าต่อให้รสาจะแก่ รสาก็จะสวยที่สุดในสายตาของผม” ถึงแม้ภาวินพูดอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้คนที่มองตาเขม่นอาการดีขึ้นเลย กลับคิ้วขมวดขึ้นยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ
“ถ้าฉันแก่ นายน่ะจะแก่ก่อนฉันซะอีก” รสาพูดขึ้นก่อนจะสะบัดหน้าไปทางอื่น แต่ภาวินกลับโคลงศีรษะไปมาก่อนจะทิ้งตัวไปกับพนักพิงโซฟา
“ผมแก่ก่อนก็ได้ เกิดมาถ้าไม่ตายก็ต้องแก่ก่อนแล้วค่อยตาย มันเป็เื่ธรรมดา แต่ผมอยากแก่ไปกับรสาแล้วค่อยตายไปด้วยกัน แบบนั้นน่าจะดีกว่า ผมอยากอยู่กับรสาไปนาน ๆ” ภาวินบอกอย่างนั้น คนที่กำลังอารมณ์ขึ้นก็ค่อย ๆ คิดตาม ถึงแม้คำว่าแก่มันจะไม่ค่อยถูกหูสาววัยใกล้เลขสามก็ตาม แต่คำว่าอยากอยู่กับเธอไปนาน ๆ มันก็เลยทำให้พอรับได้ขึ้นมาบ้าง ถึงแม้จะนิดเดียวก็ตาม!
-------------------------------------