บทที่ 100 พลิกเกม
ตอนนี้หลี่เจียอี๋ที่โดนล็อกไว้กับเครื่องฮีตเตอร์ร้องไห้จนไม่มีเสียงแล้ว
ทั้งร่างของเย่จื่อเฉินเหมือนกับเพิ่งโดนลากขึ้นมาจากน้ำเหงื่อเม็ดโตไหลลงตามเรียวคางหยดแหมะลงบนพื้น
เปรี๊ยะ!
กระบองในมือกระทุ้งเข้าไปอีกครั้งเย่จื่อเฉินที่แทบจะไม่หลงเหลือสติแล้วตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างรุนแรง
หลิวเฉียงเลียริมฝีปากหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขากระชากผมเย่จื่อเฉินขึ้นก่อนจะเงื้อมือขึ้นชกลงบนใบหน้าของเย่จื่อเฉิน
“เจ้าหนู แกอวดเก่งอีกสิ?”
เย่จื่อเฉินหลุบเปลือกตาลงพร้อมกับมองริมฝีปากหลิวเฉียงเผยรอยยิ้มสนุกสะใจออกมา แล้วพูดขึ้น
“อยากพูดอะไร?”
ระหว่างที่พูด หลิวเฉียงก็เอียงหูเข้าไปใกล้ๆ ด้วย
“ แก มัน ไอ้ สวะ…”
ตุบ
กระบองใหญ่ฟาดเข้าที่ท้องของเย่จื่อเฉิน หลิวเฉียงหรี่ตาลงแล้วพูดเสียงห้วน
“ปากแข็งนักใช่ไหม”
สิ้นเสียง เขาก็หยิบกระบองแล้วลุกขึ้นเดินไปทางหลี่เจียอี๋
“นี่ผู้หญิงของแกใช่ไหม?”
หลิวเฉียงเชยคางหลี่เจียอี๋ขึ้น เขาแสยะยิ้มมุมปากพูดกลั้วหัวเราะ
“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าข้างนั้นของเธอเธอก็สวยใช้ได้นะ โดยเฉพาะหุ่นนี่ จุ๊จุ๊…มันช่างงดงามจริงๆ”
“ปล่อยฉันนะ”
หลี่เจียอี๋ดิ้นขัดขืนเต็มแรง เย่จื่อเฉินที่แทบจะไม่หลงเหลือสติ พอเห็นภาพนั้นก็หยัดกายลุกขึ้นยืนทันที
“ไอ้คนขี้ขลาด ถ้าแกเก่งแกก็มาลงที่ฉัน ฉัน...ไม่กลัวแกหรอก”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”
ตุบ
หลิวเฉียงกระทุ้งกระบองเข้าใส่อีกครั้งเย่จื่อเฉินโดนตีจนถึงกับกระอักเลือดออกมา
ทันใดนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของหลิวเฉียงก็ดังขึ้นมาเขามองเบอร์ที่โชว์ แล้วจึงหันไปยิ้มหยันใส่เย่จื่อเฉิน
“ถือว่าแกดวงดีนะ”
หลิวเฉียงถือโอกาสกระทุ้งกระบองใส่เย่จื่อเฉินอีกครั้ง ก่อนจะถือโทรศัพท์เดินออกไปจากห้อง
“เย่จื่อเฉิน…” หลี่เจียอี๋ร้องเรียก
“หึหึ” เย่จื่อผงกหัวขึ้นอย่างอ่อนแรงแล้วแสยะยิ้มพูดขึ้น “ไม่ต้องกลัว อีกเดี๋ยว…ไอ้คนขี้ขลาดนั่น…มันก็ต้องเจ็บปวด”
ในตอนนั้น หลิวฉิงก็ได้ลอยเข้ามา เอื้อมมือออกไปเพื่อหวังจะประคองร่างของเย่จื่อเฉินเอาไว้
“เย่จื่อเฉิน นายต้องอดทนนะ เดี๋ยวพ่อฉันก็จะมาช่วยนายแล้ว”
“หึหึ”
เย่จื่อเฉินหรี่ตาลงพร้อมกับยิ้มโง่ๆ พยักหน้าไม่หยุด
“ผู้การหวัง”
หลิวเฉียงยืนอยู่ข้างนอกห้อง ใช้น้ำเสียงที่เป็นปกติรับโทรศัพท์
“ผมขอถามคุณหน่อย เมื่อกี้คุณจับผู้ต้องหาที่เย่จื่อเฉินมาใช่ไหม”
ทำไมผู้การหวังถึงถามเรื่องนี้
หัวใจของหลิวเฉียงเต้นตึกตัก กลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพูด “ใช่ครับ ผมรับผู้ต้องหาที่ชื่อเย่จื่อเฉินมาจริงๆเขามีความเกี่ยวข้องกับแก๊งค้าของเถื่อน ผมถึง…”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ!” เสียงตวาดลั่นของผู้การหวังดังขึ้นในสายทันที “ผมขอบอกคุณไว้เลยนะ รีบปล่อยตัวเย่จื่อเฉินซะทางกองบังคับการตำรวจได้ส่งคนไปรับตัวแล้ว แล้วอีกอย่าง คุณไปขอโทษเขาด้วยขอโทษดีๆ เข้าใจไหม?”
“...”
มือของหลิวเฉียงสั่นระริก รูม่านตาขยายกว้าง เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นมาทันที
“ทราบ…ทราบแล้วครับ”
“เหอะ” ผู้การหวังตอบกลับเสียงห้วน แล้วจึงพูด “จริงสิ คุณไม่ได้ให้คุณเย่เข้าเรียนก่อนใช่ไหม?”
เข้าเรียนในที่นี้หมายถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำกับเย่จื่อเฉินไปเมื่อครู่
หัวใจของหลิวเฉียงเต้นแรงจนแทบจะระเบิด เขากลืนน้ำลายแล้วกัดฟันพูด
“ปะ…เปล่าครับ”
“หึ ถือว่าคุณโชคดีไปนะ ไม่อย่างนั้นต่อให้คุณมีสิบหัวมันก็ไม่พอให้หัวหลุดหรอก! อีกเดี๋ยวคนของทางกองบังคับการตำรวจคงจะไปถึง พูดกับเขาดีๆ เอาล่ะเอาแบบนี้ก็แล้วกัน”
ติ๊ด
โทรศัพท์ตัดสายไป
...
ทันใดนั้น รถตำรวจคันหนึ่งก็ขับเข้ามาจอดอยู่ด้านนอกของโรงพักหลินซีเยว่สวมหมวกตำรวจ ตามด้วยตำรวจอีกสามนายวิ่งมาด้วยท่าทางเร่งรีบ
“ซีเยว่ คุณมาได้ยังไง?”
จ้าวจื่อหมิงเดินออกจากห้องทำงานมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มหลินซีเยว่ขมวดคิ้วมุ่นแล้วพูด
“จื่อหมิง ทางโรงพักของคุณได้จับเย่จื่อเฉินมาหรือเปล่า?”
“เย่จื่อเฉิน? ชื่อคุ้นจัง” จ้าวจื่อหมิงทำหน้าสงสัย สักพักถึงได้พูดขึ้นมา “นี่มันชื่อผู้มีพระคุณของคุณไม่ใช่เหรอผมไม่เห็นได้ยินว่ามีใครจับเขามาเลยนะ”
“ถ้าอย่างนั้นคุณรีบถามคนของคุณให้หน่อย เย่จื่อเฉินโดนคนของคุณจับมาฉันได้รับคำสั่งให้มาพาเขาออกไป”
ใบหน้าของหลินซีเยว่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดหลังจากที่เธอได้รับโทรศัพท์จากผู้การหลิว เธอก็รีบมาที่นี่เลย
ถึงแม้ว่าแต่ก่อนเธอจะไม่ค่อยชอบเย่จื่อเฉิน แต่ตั้งแต่เรื่องครั้งนั้น…
ความคิดที่เธอมีต่อเขาก็เปลี่ยนไปมาก
สีหน้าของจ้าวจื่อหมิงดุดันเมื่อสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่หลินซีเยว่มีต่อเย่จื่อเฉินแต่ใบหน้าของเขายังคงแสร้งทำเป็นตื่นตกใจ ก่อนจะพูดขึ้น
“ได้ ผมจะรีบโทรถามเดี๋ยวนี้”
หลังจากที่คุยกับผู้การหวัง หลิวเฉียงก็ช็อกไปทันที เขานั่งลงกับพื้นอย่างอ่อนแรงส่วนโทรศัพท์ก็หล่นลงข้างกายไปนานแล้ว
“หลิวเฉียง”
ทันใดนั้น เสียงตะโกนของจ้าวจื่อหมิงก็ดังขึ้นข้างหูของหลิวเฉียง
หัวหน้าจ้าว
ใช่แล้ว ทุกอย่างนี้หัวหน้าจ้าวเป็นคนสั่งให้เขาทำ เขาเป็นคนให้ผ้าขนหนูเขาเป็นคนสั่งให้ตนเองทำแบบนั้น
ที่เขาทำแบบนั้น ทั้งหมดก็เป็นเพราะคำแนะนำของหัวหน้าจ้าว!
“หัวหน้าจ้าว ช่วยผมด้วย”
หลิวเฉียงคุกเข่าคลานเข้าไปหา จ้าวจื่อหมิงมองเขา ก่อนจะพูดเสียงเข้ม
“เย่จื่อเฉินล่ะ?”
“นั่น”
หลิวเฉียงยกมือขึ้นชี้ไปในห้อง หลินซีเยว่วิ่งเข้าไปทันที
“...”
เมื่อเห็นภาพสลดภายในห้อง หลินซีเยว่ก็เจ็บแปลบที่ใจขึ้นมาทันที
“เย่จื่อเฉิน นายฟื้นสิ…เย่จื่อเฉิน…”
เธอประคองลำคองของเย่จื่อเฉินเอาไว้มั่น ตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดัง
ในตอนนั้น หลิวเฉียงกับจ้าวจื่อหมิงก็เดินเข้ามาเมื่อเห็นภาพหลินซีเยว่กอดเย่จื่อเฉินอยู่
หน้าของจ้าวจื่อหมิงก็ยิ่งดุดันขึ้นมากกว่าเดิม
“เอากุญแจมาให้ฉัน”
หลินซีเยว่แทบจะตวาด หลิวเฉียงหยิบกุญแจออกมาด้วยใบหน้าซีดขาว
หลินซีเยว่ไขกุญแจมือให้เย่จื่อเฉินอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ตะโกนเรียกชื่อเขาไม่หยุด
“เย่จื่อเฉิน นายฟื้นสิ…ฟื้นสิ…”
ในขณะที่ตำรวจคนอื่นได้ไขกุญแจมือให้หลี่เจียอี๋ ทันใดนั้นเธอก็วิ่งเข้าไปหาเย่จื่อเฉินทันทีพร้อมผลักหลินซีเยว่ล้มลงกับพื้นเต็มแรง
“คุณออกไปเลยนะ”
“เธอกล้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเหรอ” จ้าวจื่อหมิงตะโกน
“พวกคุณมันก็ไม่มีใครดีทั้งนั้นแหละ!” หลี่เจียอี๋ถลึงตาตวาดใส่จ้าวจื่อหมิงจากนั้นก็ประคองศีรษะของเย่จื่อเฉินไว้พร้อมกับร้องไห้ “เย่จื่อเฉิน นายอย่ามาทำให้ฉันตกใจนะ นายรีบฟื้นขึ้นมาสิ…เย่จื่อเฉิน…”
“เธอ…” จ้าวจื่อหมิงหน้าตึงแต่หลินซีเยว่กลับห้ามเขาเอาไว้ มุมปากกระตุกยิ้มเย็นชา “จ้าวจื่อหมิง คุณดูลูกน้องที่แสนดีของคุณนะ”
สิ้นเสียง เธอก็หันไปสั่งนายตำรวจที่อยู่ข้างหลัง
“รีบโทรเรียกรถพยาบาล แล้วก็พาตัวเขาไปด้วย”
ตำรวจที่หลินซีเยว่พามารีบกดโทรศัพท์ทันที พร้อมกับคุมตัวหลิวเฉียงเอาไว้
ใบหน้าของหลิวเฉียงเต็มไปด้วยความตกใจกลัวเขายื่นมือออกมาพร้อมกับร้องเรียกจ้าวจื่อหมิง
“หัวหน้าจ้าว ช่วยผมด้วย เรื่องทั้งหมดนี้คุณ...”
ตุบ
จ้าวจื่อหมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เตะท้องเขาเต็มแรงพร้อมกับเตะนายตำรวจสองคนที่คุมตัวเขาเอาไว้จนล้มลงกองกับพื้นไปด้วย
“การที่ฉันมีลูกน้องอย่างนาย มันช่างเป็นความอัปยศของฉันจริงๆ”
“หัวหน้าจ้าว!”
หลิวเฉียงกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับต้องสะดุ้งหดหัวกลับไปเพราะสายตากระชากวิญญาณของจ้าวจื่อหมิง
เขารู้
ว่าเขาจะไม่มีโอกาสได้กลับตัวแล้ว
“แค่กๆ…”
ทันใดนั้น เย่จื่อเฉินที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของหลี่เจียอี๋ก็สำลักขึ้นมาอย่างรุนแรงหลินซีเยว่รีบปรี่เข้าไปหา แต่สายตาขุ่นมัวของหลี่เจียอี๋นั้นทำให้เธอทำได้แค่ยืนมองเย่จื่อเฉินด้วยความเป็นห่วงอยู่ไกลๆ
“จื่อเฉิน นายฟื้นแล้ว”
เมื่อเห็นว่าเย่จื่อเฉินลืมตาขึ้นมาได้แล้วหลี่เจียอี๋ก็ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาทันที
“ฮ่า…ฉันจะพลิกเกมแล้ว!”
นี่เป็นคำพูดแรกเมื่อเย่จื่อเฉินลืมตาขึ้นมา