ตอนที่ 11 เรือนเซียว (1)
เรือนของเซียวิ่หางเป็เรือนที่มีทางเข้าสามชั้น ตอนนั้นเขามาหยางโจวและเสาะหาร้านค้าสี่ห้าร้าน เลือกอยู่นานหลายวันถึงได้ลงหลักปักฐานที่นี่
เรือนหลังนี้ตั้งอยู่บนถนนไฉ่สยาใกล้กับประตูซีเฉิง[1]ซึ่งไม่ค่อยคึกคักเท่าไร ฉะนั้นพวกลัทธิศาสนาและสำนักวิชาอาชีพต่างๆ ก็ย่อมมีน้อย
ตอนนั้นองค์หญิงใหญ่ฉางหนิงก็มาที่หยางโจวกับเขาด้วยเหมือนกัน เลือกแล้วเลือกอีก ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้ชอบเรือนหลังเล็กที่มีทางเข้าสามชั้นนี้หรอก แต่ว่าตัวเซียวิ่หางนั้นชอบ ผนวกกับที่มันก็สะอาด องค์หญิงใหญ่เลยพยักหน้าตกลงให้เขาซื้อมัน
ต่อมาองค์หญิงใหญ่ไม่วางใจที่เขาอยู่หยางโจวตัวคนเดียว จึงทิ้งหมอมอ[2]ข้างกายสองคนที่พาออกมาจากวังไว้ และคัดเลือกหญิงรับใช้มากมายที่เคยได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีที่แม้แต่ไทเฮาในวังก็ทรงเคยให้ความสนใจและถามถึง นับว่าทิ้งคนไว้ที่หยางโจวโดยไม่ปริปากเลย
ตอนสวี่เฉิงอวี๋ยืนอยู่ที่ด้านนอกเรือนเซียวกับท่านพ่อและพี่ชายของนางนั้น ก็เกิดอารมณ์ที่ไม่รู้จักจบจักสิ้นขึ้นมาจริงๆ แล้ว
ชาติก่อนนางเคยมาที่เรือนของเซียวิ่หางไม่กี่ครั้งแต่ว่าจำได้ขึ้นใจ
ตอนนั้นระหว่างเซียวิ่หางกับนาง...ทั้งเกรงอกเกรงใจและห่างเหิน แต่ว่าก็มีความรู้อกรู้ใจกันโดยที่ไม่ต้องพูดมันออกมา
พวกเขารู้อยู่แก่ใจกันดีว่าในอนาคตนางจะกลายเป็นายหญิงของเรือนหลังนี้
ดังนั้นตอนนั้นเซียวิ่หางจึงไม่เคยควบคุมนาง กลับเป็ทุกครั้งที่นางมาก็จะเรียกหมอมอข้างกายมาพานางไปเดินดูรอบๆ
สวี่เฉิงอวี๋เป็สตรีตระกูลใหญ่ที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี รู้หนังสือ มีมารยาท อ่อนน้อมถ่อมตน เป็ที่ชื่นชอบของผู้อื่น แม้แต่เหล่าหมอมอที่มาจากในวังก็ยังพอใจนางเป็อย่างมาก ยิ่งไม่รู้ว่าต่อหน้าองค์หญิงใหญ่นั้นจะพูดอะไรไปมากแค่ไหน
นางคิดถ้าเซียวิ่หางไม่ประสบอุบัติเหตุขณะออกเรือละก็ บางทีทุกอย่างอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้
วันนี้ก็ถือว่าเป็การกลับมาเยี่ยมชมสถานที่เก่าๆ แล้วกัน
สวี่เฉิงอวี๋สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วมองไปที่สิงโตหินสองตัวที่อยู่ตรงหน้าประตู ช่างน่าเกรงขามมากจริงๆ
นางเหลือบขึ้นมองป้ายที่แขวนไว้เหนือประตู ตัวอักษรเลื่อมทองขนาดใหญ่ประกายวิบวับ ดูร่ำรวยสูงศักดิ์เหลือประมาณ
สวี่ซงซานเห็นนางยืนเหม่อลอยอยู่ตรงนั้นจึงตบนางเบาๆ พร้อมสายตาเปี่ยมรัก “ไม่เป็ไร เมื่อพบคุณชายน้อยเ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ส่วนเื่ของขวัญขอบคุณมีข้ากับพี่ชายใหญ่ของเ้าอยู่”
สวี่เฉิงอวี๋ถึงได้ยิ้มแล้วหันหน้าไปสบตาพ่อของตนเอง “ท่านพ่อคิดว่าข้าประหม่าหรือเ้าคะ”
นางว่าแล้วก็ส่ายศีรษะค่อยเอ่ยต่อ “ข้าแค่กำลังคิดว่าตระกูลสูงศักดิ์เช่นนี้ ช่างไกลเกินเอื้อมจริงๆ เพียงแค่มองจวนของคุณชายน้อยในหยางโจว ข้าก็รู้สึกยำเกรงแล้ว ที่ท่านเล่าว่าในเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็จวนองค์หญิงใหญ่ จวนกั๋วกง[3] หรือแม้กระทั่ง...เขตรอบวังหลวง มันจะน่าเกรงขามถึงขนาดไหนกัน แต่ข้ากับคุณชายน้อยกลับได้มีโอกาสพบกันเช่นนี้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ”
สวี่ซงซานตะลึงไปเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปมองสวี่ไท่จือ สวี่ไท่จือเข้าใจในทันที ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วเรียกนาง “เื่เมื่อวานทำให้เ้าใกลัวใช่หรือไม่”
สวี่เฉิงอวี๋บอกว่าไม่ บางทีพ่อกับพี่ชายอาจจะรู้สึกว่านางนั้นคิดมากเกินไปหน่อย
แต่สำหรับนางแล้ว ความรู้สึกที่จริงแท้ที่สุดนั้นก็เป็อย่างนั้นละ
ระหว่างนางกับเซียวิ่หาง...ตอนนี้นางรู้สึกสับสนจริงๆ ชาติที่แล้วนางไปพัวพันกับคนอย่างเซียวิ่หางได้อย่างไรกันนะ เป็การจับคู่ของท่านพ่อกับพี่ชาย หรือเป็ตัวเซียวิ่หางเองที่มีแผนอื่นในใจกัน
สวี่เฉิงอวี๋ไม่อาจทราบได้
นางรู้เพียงว่ารักคนผิดมาตลอดชีวิต ทุ่มเทความรักผิดคน เอาทั้งชีวิตหรือแม้กระทั่งตระกูลสวี่ไปทำลายในมือของอู๋เว่ย นางไม่อยากทำอีกครั้ง และยิ่งไม่มีทางที่จะปล่อยให้ซ้ำรอยเดิมอีก
้าหลีกเลี่ยงบางคนและบางเื่อย่างระมัดระวัง แล้วก็พยายามอย่างยิ่งที่จะทำบางสิ่งให้ดี เพื่อให้ท่านพ่อและพี่ชายยอมรับความสามารถของนาง
เชิงอรรถ
^ ประตูซีเฉิง หรือประตูเมืองทิศตะวันตก^ หมอมอ หมอมอเป็นคำเรียกหญิงสูงวัย บางครั้งอาจใช้เรียกแม่นม บางครั้งหมายถึงนางกำนัลในวังหลวง^ กั๋วกง เป็นตำแหน่งข้าราชการสูงสุดของขุนนางขั้นกง มักจะพระราชทานให้แก่คนที่มีเชื้อสายราชวงศ์