ผมเพ่งมองลงไปด้านล่างหลังจากฟังแผนของโซเสร็จ หากสันนิษฐานไม่ผิด ผมเชื่อว่านางไม้เหล่านี้ใช้วิธีการเคลื่อนที่ผ่านเนื้อไม้เป็หลัก นั่นเป็เหตุผลว่าทำไมพวกนางถึงเล็ดลอดเข้ามาในเขตบาเรียของวีวี่ได้อย่างง่ายดาย นางใช้วิธีเคลื่อนย้ายร่างตนเองผ่านรากของต้นไม้ที่เชื่อมพัวพันกันอย่างมากมายใต้ดิน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ต้นไม้สร้างร่างเพิ่มให้แก่ตนเองได้อีกด้วย ผมคิดว่าร่างพวกนี้ทั้งหมดจะต้องไม่ใช่ร่างที่แท้จริงอย่างแน่นอน นางยังคงซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งภายในผืนป่าใหญ่แห่งนี้ และแทนที่เราจะฝ่าต้นไม้ที่มีจำนวนมหาศาลเข้าไปไล่ล่านางให้เสียเปรียบ วิธีที่น่าจะดีกว่าคือการดึงดูดนางให้ออกมาจากที่ซ่อน
ยังไม่ทันที่เราจะได้ทำตามแผน เหล่าบรรดานางไม้เบื้องล่างได้เริ่มต้นลงมืออีกครั้ง คราวนี้พวกนางใช้การขว้างเล็บทั้งสิบนิ้วออกมากลายเป็ดั่งเศษไม้แหลมพุ่งขึ้นมาหาพวกเรา จำนวนนั้นมากมายเกินจะนับ ผมรีบโยนเ้ามิ้วมิ้วไปทางนกเหยี่ยวที่มีโซอยู่ แล้วรีบใช้สองมือสร้างบาเรียพลังเวทย์ม่านเหล็กเพื่อปกป้องนกของนาลีนและโซทันที นั่นทำให้ตัวผมและนกเหยี่ยวของผมกลายเป็ฝ่ายที่ต้องรับการโจมตีที่มาดั่งห่าฝนเข้าไปแทนเพราะไม่สามารถสร้างม่านเหล็กที่สามเพิ่มได้ นกเหยี่ยวตัวที่ผมอาศัยยืนอยู่าเ็สาหัสจนหายไปก่อนเวลา ส่วนผมก็มีาแจากเศษไม้พวกนี้พอสมควร นาลีนบังคับนกให้รีบบินมาและคว้ามือผมไว้ทันก่อนที่ผมจะตกลงไป ตอนนี้พวกเราเหลือเวลาไม่มากแล้ว
นกทั้งสองตัวรีบมุ่งหน้าไปตามแผนการที่วางไว้ทันที นั่นก็คือรีบบินไปยังูเาลูกใหญ่ที่ใกล้ที่สุด โซสังเกตเห็นว่าูเาพวกนี้ส่วนใหญ่เป็หน้าผาหินสูงชันยากที่ต้นไม้ใหญ่จะขึ้นไปเติบโตได้ นี่จึงเป็ชัยภูมิที่ดีที่สุดในเวลานี้แล้ว เมื่อเราบินอยู่เหนือจุดที่เป็เชิงเขา โซได้รวบรวมพละกำลังของเขาในทันที
“ค้อนอุกกาบาตทลายพิภพ พลังเต็มพิกัด”
โซเปิดใช้ท่าไม้ตายของเขาเพื่อโจมตีลงไปบริเวณตีนเขาด้านล่าง เมื่อรวมกับบัฟพลังเวทย์ของวีวี่ที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตีให้มากขึ้นหลายเท่า อาวุธอันทรงพลังได้เปล่งพลังทำลายล้างที่รุนแรงออกมา แม้ระดับของโซยังคงเท่ากับ 48 แต่มวลพลังการโจมตีครั้งนี้เทียบเท่าระดับ 60 ได้เลยทีเดียว
“ตู้มมมมม!!!”
เสียงการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างพื้นดินและอาวุธชั้นเลิศประจำเผ่า ดินถูกบีบอัดลงไปด้านล่างอย่างรุนแรง และแรงทำลายของมันแผ่กระจายออกไปทางป่า แม้แต่ต้นไม้โบราณเก่าแก่ก็ไม่อาจทานทนสิ่งนี้ได้ จึงกระเด็นและล้มระเนระนาดคล้ายถูกถอนรากถอนโคนออกไปเป็รัศมีครึ่งวงกลมถึง 50 เมตร พวกนางไม้ที่ไล่ตามมาก็ไม่พ้นต้องตัวลอยเสียหลักหกล้มกันไม่เป็ท่า การโจมตีนี้ทำเพื่อให้เราไม่ถูกล้อมกรอบด้วยกับต้นไม้เหมือนแต่แรก และด้านหลังเราก็มีูเาสูงคอยปกป้องด้านหลัง ทีนี้สิ่งที่ต้องกังวลก็จะมาจากทางด้านหน้าของเราเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
เมื่อบริเวณตั้งรับพร้อมและทุกคนได้ลงมาถึงพื้นดินแล้ว นี่ยังไม่เพียงพอ ต่อไปเป็คิวของผม ผมรวมพลังไปยังหมัดทั้งสองของผมทันที แล้วปล่อยหมัดซ้ายตรงไปทีู่เาด้วยระดับพลังที่ 40 และปล่อยหมัดขวาอัปเปอร์คัตเสยขึ้นอย่างเต็มแรงอีกครั้งด้วยพลังเต็มที่ที่ระดับขั้น 50 การโจมตีครั้งแรก้าให้เกิดรอยร้าวเป็วงกว้างทีู่เา ส่วนครั้งที่สองปล่อยพลังทำลายให้หินทั้งก้อนเล็กก้อนใหญ่กระจายลอยขึ้นไปบนฟ้า การโจมตีของผมยังทำให้เกิดช่องว่างในูเาเท่าห้องเล็ก ๆ ไว้สำหรับหลบภัยได้ด้วย
นาลีนเร่งพาเดลล์เข้าไปหลบในช่องที่ผมสร้างไว้และรีบส่งเม็ดยาคืนพลังเวทย์ 30% ให้แก่โซ เขาใช้พลังเวทย์ที่คืนมาเร่งใช้ทักษะเฉพาะตัวในการควบคุมหินทั้งหมดที่ลอยขึ้นไปบนฟ้าจากฝีมือของผมให้ดีขึ้น แล้วบังคับให้พวกมันบางส่วนลงมาคอยกำบังคล้ายประตูหินเพื่อป้องกันวีวี่ที่กำลังฟื้นพลังเวทย์ให้กับเดลล์อยู่ การใช้พลังเวทย์ที่คุณมีจนหมดจะทำให้คุณไม่สามารถใช้เวทย์ใด ๆ ได้อีก แต่การที่คุณใช้มากเกินไปจนติดลบนั่นจะทำให้คุณสลบไป แม้ว่าพลังในส่วนนี้จะค่อย ๆ สะสมกลับคืนมาดังเดิมอัตโนมัติแต่ก็จะช้ามาก วีวี่จึงต้องคอยช่วยเสริมเร่งให้พลังเวทย์ของเดลล์กลับคืนมาโดยไว แล้วนั่นก็จะทำให้เขาฟื้นกลับมา
ระหว่างที่เ้ามิ้วมิ้วใช้พลังช่วยรักษาาแให้ผมเท่าที่มันสามารถ ผมมองเห็นบรรดาพวกนางไม้เริ่มลุกขึ้นและเดินมาทางพวกเราอีกครั้ง แต่สีหน้าที่แสดงออกมาทำให้ผมรู้ได้เลยว่าการทำลายป่าครั้งนี้ของพวกเรามันสร้างน้ำโหให้กับพวกนางไม่น้อย ถ้าเป็แบบนี้แผนการณ์ของพวกเราก็มีแววทำสำเร็จเป็แน่
“ไนท์ นายรักษาตัวไปก่อน เดี๋ยวฉันจัดการเอง” นาลีนก้าวมาข้างหน้า เป็สัญญาณว่าคราวนี้เธอ้าที่จะทำหน้าที่ปกป้องทุกคน
“นี่! นาลีน จำนวนเยอะขนาดนี้เธอไม่ไหวหรอก” ผมพูดพร้อมทำท่าจะลุกขึ้น
“รักษาตัวก่อน พร้อมแล้วค่อยตามมา” เธอพูดตัดบท พร้อมดึงดาบอีกเล่มออกมาจากวงเวทย์มิติที่ด้านในท่อนแขนซ้ายของเธอ นี่เป็ความสามารถเฉพาะตัวที่ทำให้นาลีนเก็บอาวุธเพิ่มเติมได้โดยไม่ต้องพกให้พะรุงพะรังไปทั้งตัว
ผมได้แต่ต้องยอมรับคำพูดของเธอในครั้งนี้ เพราะการที่ผมโดนโจมตีจากเศษไม้เมื่อตอนอยู่บนฟ้าทำให้พลังกายของผมไม่เพียงพอ ถ้าผมพลาดโดนโจมตีแบบนั้นอีกจนถึงตายนั่นอาจจะทำให้สมาชิกในทีมลำบาก ผมจึงต้องพักฟื้นร่างกายก่อนสักระยะหนึ่ง
ไอพลังงานสีฟ้าปรากฏขึ้นรอบ ๆ ตัวของนาลีน นั่นเป็การบ่งบอกว่าเธอกำลังใช้พลังเวทย์ในการเพิ่มความเร็วให้กับตัวเธอเองจนถึงระดับสูงสุด ดาบทั้งสองในมือถูกกำแน่น ตอนนี้เธอพร้อมสำหรับการโจมตีเต็มกำลังแล้ว
พวกนางไม้ก้าวเข้ามาในเขตที่ต้นไม้ถูกแรงกระแทกของโซจนกระจุย เมื่อเข้ามาอีกจนอยู่ในระยะการโจมตีของนาลีน เธอพุ่งออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
“ฉัวะ!!!”
เพียงพริบตาเดียวที่ประกายแสงสีฟ้าพุ่งไปข้างหน้า ร่างกายของนางไม้ถึงกับขาดครึ่งไปถึง 4 ตน นี่เป็พลังที่เกิดจากความเชื่อมั่นไร้ซึ่งความกลัวของเธอ มันจะเปล่งพลังได้สูงสุดในยามที่เธอ้าปกป้องพวกพ้อง การโจมตีที่รวดเร็วแบบนี้ทำให้พวกนางไม้ใอยู่บ้าง แต่อาศัยจำนวนที่มากกว่าถาโถมเข้าไป พวกนางก็เชื่อมั่นว่าจะสามารถสังหารเหยื่อของนางได้ นาลีนบุกเข้าไปท่ามกลางเหล่านางไม้เพื่อล่อความสนใจให้ออกห่างจากพวกเรา ถึงแม้มันจะได้ผลและเธอก็สามารถปกป้องตัวเองได้ด้วยความเร็ว แต่ดูเหมือนนั่นยังไม่เพียงพอ โซจึงต้องบังคับควบคุมหินที่เหลือให้ไปช่วยนาลีนโจมตีพวกนางไม้และป้องกันการโจมตีที่เธอไม่สามารถหลบได้ทัน ผมได้แต่กัดฟันกรามแล้วลุ้นระทึกทุกครั้งที่โซช่วยนาลีนไว้ได้ทันท่วงที
ผ่านไปหลายนาทีดูเหมือนสิ่งที่นาลีนและโซทำจะประสบผล พวกนางไม้พลาดท่าเสียทีเราไปหลายสิบตน นาลีนสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์เลวร้ายนี้ได้อย่างไม่ธรรมดา นั่นจึงเป็เหตุผลที่เธอเก่งที่สุดในปาร์ตี้ของเรา ทว่าถึงแม้ดูเหมือนว่าเรากำลังได้เปรียบ แต่ความเป็จริงนั้นตรงกันข้ามอย่างโหดร้าย ในขณะที่พวกนางไม้เหล่านี้เป็ร่างจำลองของตัวจริงและไม่สามารถเปล่งพลังออกมาได้อย่างเต็มที่ อย่างมากก็มีพลังถึงแค่ระดับ 30 ต้น ๆ เท่านั้น แต่ด้วยจำนวนมหาศาลของศัตรูที่เมื่อร่างหนึ่งตายลง ร่างใหม่ก็ถูกสร้างและส่งออกมาจากต้นไม้รอบ ๆ ทันที และนาลีนเองที่ใช้การเพิ่มความเร็วอย่างต่อเนื่อง มันทำให้พลังเวทย์ของเธอกำลังค่อย ๆ ลดลง สังเกตได้ไม่ยากจากไอพลังงานสีฟ้ารอบกายที่กำลังแ่บางไปจากตอนแรกมาก ถ้าเป็แบบนี้เมื่อพลังของเธอหมดลง เธอจะต้องโดนพวกนางไม้รุมสังหารเป็แน่ แต่มาถึงตอนนี้เธอก็ถ่วงเวลาไปได้พอสมควร จนผมสามารถฟื้นพลังกายได้มากกว่า 80% จากการช่วยรักษาของเ้ามิ้วมิ้ว ถ้าวีวี่เป็คนรักษา ผมก็คงจะสามารถฟื้นร่างกายได้รวดเร็วเกือบจะในทันที แต่เพราะเธอต้องรีบช่วยให้เดลล์ฟื้นสติโดยเร็ว เธอจึงไม่สามารถมารักษาผมได้ ซึ่งแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ผมรีบกินเม็ดยาเพิ่มพลังเวทย์ทันทีเพื่อให้อย่างน้อยต้นทุนในการใช้สกิลความสามารถของผมมีเต็มร้อย ทดแทนกับพลังกายของผมบางส่วนที่ขาดหายไป
“นาลีนถอยออกมา” ผมพูดพลางลุกขึ้นยืน เตรียมพร้อมจะเข้าจู่โจม
เธอถอยหลบออกมาได้ แต่อย่างนั้นไม่วายที่พวกนางก็ยังขว้างหอกรากไม้จำนวนมากไปทางนาลีน โซใช้หินใหญ่ก้อนสุดท้ายเพื่อป้องกันนาลีนได้สำเร็จ ผมรีบพุ่งเข้าไปจัดการในขณะที่พวกนางไม้ส่วนใหญ่ไร้อาวุธทันที แสงสีขาวที่เห็นได้เป็ทางยาวมีจุดกำเนิดมาจากหมัดทั้งสองของผม นี่เป็ท่าไม้ตายที่ผมใช้เมื่อ้าเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน แม้จะไม่รวดเร็วเด็ดขาดเท่านาลีน แต่มันก็ทำให้ผมเข้าประชิดตัวศัตรูได้ไวขึ้น ความเร็วการโจมตีก็เพียงเทียบเท่ากับมนุษย์ที่เหวี่ยงหมัด เมื่อเป็เช่นนี้ความโดดเด่นของกระบวนท่านี้จึงอยู่ที่พลังการทำลาย พวกนางไม้ที่โดนผมโจมตีเข้าอย่างจัง ร่างกายก็เสียหายถึง 1 ใน 3 ส่วนของทั้งหมด เรียกได้ว่ารุนแรงถึงขนาดทำให้หมดสภาพต่อสู้ได้ทันที บางตนพุ่งแทงหอกมาเพื่อสวนการโจมตีกับผม แต่ด้วยกับพลังแค่ระดับ 30 ต้น ๆ จึงไม่สามารถทานรับพลังระดับขั้นเลเวล 50 ทีใช้กระบวนท่านี้ของผมได้ นางจึงต้องย่อยยับกลับไป
ผมใช้หมัดที่ทำลายสสารนี้บุกฝ่าไปใจกลางดงของศัตรูได้สำเร็จ ตอนนี้ท่าไม้ตายที่เหมาะที่สุดก็คงจะเป็ ‘โดมแห่งความมืด’ ฝ่ามือของผมกระแทกลงไปบนพื้นก่อให้เกิดคลื่นพลังขยายตัวออกเป็รูปคล้ายโดมสีดำจาง ๆ ทรงกลมใหญ่ครอบคลุมศัตรูไว้ ท่านี้แตกต่างจากท่าแรกที่ผมใช้ เพราะพลังทำลายของมันไม่ได้มีมากมายเท่า สิ่งที่มันทำก็คือใช้พลังของธาตุมืดค่อย ๆ กัดกินพลังชีวิตของศัตรูทีละเล็กทีละน้อยพร้อมกับให้สถานะดีบัฟสโลว์ (Slow) แก่คู่ต่อสู้ ทำให้เคลื่อนไหวช้าลง 50% สภาพมันก็เหมือนคุณลงไปดำน้ำในทะเลแล้วลองเตะต่อยดูนั่นล่ะ พวกนางไม้เหล่านี้ก็เหมือนกัน เมื่อก้าวเข้ามาในโดมของผมแล้วมีความเร็วต่ำลงจนเชื่องช้าพอ ๆ กับที่มนุษย์ธรรมดาจะรับมือได้ นั่นจึงเป็โอกาสให้ผมมีเวลาในการจัดการได้โดยไม่ต้องเปลืองพลังเวทย์ทำลาย ดูเหมือนถึงเวลาที่ศิลปะป้องกันตัวที่ฝึกมาจะได้ออกโรงแล้ว
ผมใช้พลังต่อสู้ในระดับขั้น 50 จัดการกับพวกนางไม้โดยที่ไม่ได้ใช้สกิลพิเศษใด ๆ เพิ่มเติม เพราะเพียงแค่การเตะต่อยแบบนี้ก็เพียงพอในการคว่ำคู่ต่อสู้แล้ว ผมถ่วงเวลาไปได้พักหนึ่ง เหล่านางไม้เมื่อเห็นว่าเสียเปรียบในยามที่ตนเองอยู่ในโดมพลังเวทย์เเห่งนี้ จึงเริ่มแบ่งกลุ่มออกไปเพื่อไปจัดการกับพวกโซและนาลีน ผมเห็นท่าไม่ดีจึงเร่งจัดการพวกที่อยู่ในโดมแล้วจะตามไปช่วยคนอื่น ๆ โซเองถึงจะแข็งแกร่งแต่ถ้าโดนรุมด้วยจำนวนขนาดนี้ก็คงไม่ไหว นาลีนเองก็ยังไม่ฟื้นพลังกลับมา ในขณะที่สถาณการณ์กำลังจะแย่ลง วีวี่ก็ร้องะโออกมาด้วยความดีใจ
“ทุกคน! เดลล์ฟื้นแล้ว!”
สมาชิกปาร์ตี้ที่เหลือยิ้มออกมาได้ทันที ถึงเวลาที่จะเดินหน้าแผนอีกขั้นแล้ว
“เดลล์! ใช้ลมหายใจแห่งสุริยะเผาป่าเดี๋ยวนี้เลย!!!” ผมรีบบอกสิ่งที่เขาต้องทำทั้ง ๆ ที่เขาก็ยังมึนอยู่เพราะพึ่งตื่น
เดลล์ถึงแม้จะงง ๆ กับสถาณการณ์แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่เวลาจะมาเซ้าซี้ถามไถ่ เขาจึงรีบกินยาเม็ดฟื้นพลังเวทย์และรับพลังเพิ่มเติมจากการถ่ายโอนเวทย์ของวีวี่ นี่เป็วิธีลัดที่จะทำให้เขาฟื้นพลังเต็มที่ทันทีเพื่อใช้การอัญเชิญอีกครั้ง แต่ก็เเลกมากับการที่วีวี่จะต้องรอการฟื้นพลังเช่นเดียวกันกับนาลีน
เดลล์เร่งพลังเต็มที่แล้วส่งพลังไปด้านหน้าปรากฏวงแหวนเวทย์บนพื้น หลังจากมันเปล่งแสงวาบก็ปรากฏดวงไฟเล็กดวงหนึ่งขนาดเท่ากำมือลอยอยู่ แล้วมันก็ค่อย ๆ ขยายออกจนมีลักษณะคล้ายรูปลักษณ์เด็กที่ทำด้วยไฟ นี่คือเพลิงน้อย ภูติไฟประเภทหนึ่งที่เดลล์สามารถอัญเชิญมาได้ เห็นตัวเล็ก ๆ แบบนี้แต่อย่าได้ดูถูกพลังของมันเชียวล่ะ
เพลิงน้อยได้ยินภาษาโบราณที่เดลล์พูดด้วยก็เข้าใจทันทีว่าผู้อัญเชิญ้าอะไร ร่างกายไฟจึงเผาไหม้รุนแรงขึ้นจนร่างขยายใหญ่กลายเป็รูปร่างมนุษย์ไฟขนาดั์ นี่ขนาดภูติไฟเด็ก ยังมีพลังขนาดนี้ ถ้าเป็ภูติไฟตนที่เต็มวัยกว่านี้จะแกร่งกล้าขนาดไหน ตอนนี้ความสามารถของเดลล์ยังอัญเชิญได้แค่ภูติไฟเด็กเท่านั้น และครั้งนี้ก็ดูไม่กินแรงเขาจนต้องสลบไปอีกเหมือนเมื่อครั้งที่แล้ว
ผมรีบะโอย่างเต็มแรงออกจากวงล้อมศัตรูเพื่อกลับไปยังกลุ่มเพื่อน ๆ ทันที ตอนนี้ทุกคนรีบถอยหลังหลบไปอยู่ด้านหลังเดลล์กันหมด ความร้อนเริ่มแผ่กระจายออกไปมากขึ้น สิ้นเสียงคำโบราณของเดลล์ ร่างไฟั์ก็เริ่มโจมตีทันที
ไฟถูกปล่อยออกไปเป็ระลอก ๆ มันเป็คลื่นแห่งเพลิงพินาศที่ถาโถมเข้าสู่ป่าเบื้องหน้า เหล่านางไม้กรีดร้องด้วยความใสุดขีด แต่ละร่างถูกไฟเผาผลาญมอดไหม้ ที่หนีได้ก็หนี แต่เพลิงที่ถาโถมซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้ต้นไม้บริเวณนี้ลุกไหม้เต็มไปหมดยากที่ร่างนางไม้จะถูกสร้างใหม่ได้อีก จะมีศัตรูใดที่ร้ายกาจสำหรับป่าอีกเล่านอกจากไฟ
ป่าเต็มไปด้วยทะเลเพลิงเป็วงกว้าง แต่ที่มุมลี้ลับอีกแห่งหนึ่งของป่ามีร่างของนางไม้ตนหนึ่งที่ฝังลงไปในต้นไม้โบราณ นางใลืมตาตื่นเพราะรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้นางจะถูกครอบงำด้วยพลังมืด แต่ความรักในป่านั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลง นางกลืนหายลับเข้าไปในต้นไม้ใหญ่ในทันใด
ในขณะที่ทุกคนกำลังเฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ในใจเองก็คงรู้สึกผิดที่ต้องมาจัดการเผาป่าแบบนี้ แต่มันก็เป็สิ่งที่ต้องทำเพราะถึงยังไงป่าก็ค่อย ๆ ตายลงอย่างช้า ๆ อยู่แล้ว จึงต้องรีบจัดการกับสาเหตุให้ไวที่สุด วีวี่ที่กำลังนั่งพักอยู่ได้ยินเสียงของบางสิ่ง เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนยอดเขาก็เจอกับใครบางคน
“ทุกคน! ดูนั่นสิ!” วีวี่รีบะโบอก
นางไม้นั่นเอง นี่คงจะเป็ร่างที่แท้จริงของนางอย่างแน่นอน ผลึกคริสตัลแห่งความมืดเม็ดใหญ่ที่ถูกฝังอยู่บนอกของนางเป็สิ่งบ่งบอก นางจ้องมองลงมาที่พวกเราอย่างเคียดแค้นอาฆาต
..เอาล่ะสิ.. ดูเหมือนแผนการของพวกเราจะทำให้นางโกรธสุดขีดเข้าซะแล้ว..