เสียงเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำภายในตัวอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายของเหงื่อ กลิ่นน้ำยาทำความสะอาดเบาะยาง และเสียงสะท้อนของการฝึกซ้อมที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
หลังจากที่เพียงฟ้าพาธีร์หลบหนีออกมาจากสถานการณ์อันน่าอึดอัดกับเพื่อนสมัยเด็กที่ห้างสรรพสินค้า รถซูเปอร์คาร์สีดำด้านก็แล่นมาจอดยังเป้าหมายต่อไป ซึ่งเป็อาคารขนาดใหญ่ที่ถูกดัดแปลงให้เป็ 'สำนักฝึกยูโด' และศูนย์ฝึกศิลปะการป้องกันตัวแบบครบวงจร
เพียงฟ้าในชุดเดรสสีครีมรัดรูปที่ดูขัดกับสถานที่อย่างสิ้นเชิง เดินนำหน้าชายหนุ่มเข้ามาภายในโถงทางเดินที่มุ่งหน้าสู่ลานฝึกเบาะทาทามิ (Tatami) เสียงฝีเท้าของทั้งคู่ดังประสานไปกับเสียงะโสั่งการและเสียงฝีเท้าเปล่าที่ย่ำลงบนเบาะของเหล่านักเรียนที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ด้านใน
ระหว่างที่เดินเคียงคู่กันไปตามโถงทางเดิน เพียงฟ้าก็หันมามองเสี้ยวหน้าคมคายของชายหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบ และเปิดบทสนทนาที่เข้ากับสถานที่
"จริงสิคะ ธีร์..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงใคร่รู้ "ฉันเคยได้ยินพวกบอดี้การ์ดที่บริษัทคุยกันว่า... พวกทหารหน่วยรบพิเศษ นอกจากจะฝึกการใช้อาวุธปืนหรือยุทธวิธีทางทหารแล้ว พวกคุณยังต้องเรียนรู้ทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอย่างหนักด้วย... ใช่ไหมคะ?"
ธีร์ที่กำลังกวาดสายตามองสำรวจโครงสร้างของอาคารและทางหนีทีไล่ตามสัญชาตญาณ พยักหน้ารับช้าๆ
"ใช่ครับ" ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ความจริงมันก็แล้วแต่หลักสูตรของแต่ละหน่วยรบพิเศษว่าจะเน้นไปที่ศิลปะการต่อสู้แขนงไหน แต่โดยหลักๆ แล้ว ทหารแนวหน้าทุกคนจะต้องถูกฝึกฝนวิชา CQC (Close Quarters Combat) หรือการต่อสู้ระยะประชิดอย่างเข้มงวดครับ เพราะในสมรภูมิรบจริง เมื่อะุหมด อาวุธปืนขัดลำกล้อง หรือต้องบุกเข้าไปในพื้นที่แคบๆ ที่ใช้ปืนยาวไม่ได้... ร่างกายและมือเปล่า คืออาวุธชิ้นสุดท้ายที่จะตัดสินความเป็ความตาย"
"อืม... ฟังดูอันตรายและเด็ดขาดจังเลยนะคะ" เพียงฟ้าพยักหน้าตาม
"วิชาพวกนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งขันชิงเหรียญทองครับ แต่มันถูกออกแบบมาเพื่อ 'ปลิดชีพ' หรือทำลายความสามารถในการต่อสู้ของศัตรูให้เร็วที่สุด" ธีร์อธิบายต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับกำลังพูดเื่สภาพอากาศ "อย่างเช่นวิชาของพวกรัสเซีย... หน่วยรบพิเศษสเปซนาซ (Spetsnaz) พวกเขาจะฝึกวิชาซิสเตมา (Systema) ซึ่งเน้นการทำลายจุดตายอย่างแม่นยำและลื่นไหล... ร้ายกาจและป่าเถื่อนไม่แพ้คราฟมากา (Krav Maga) ที่ผมใช้เลยล่ะครับ"
เพียงฟ้าฟังแล้วก็แอบลอบกลืนน้ำลายเล็กน้อย เมื่อนึกภาพว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอคนนี้ คืออาวุธสังหารที่มีชีวิตเดินได้ หญิงสาวปรับอารมณ์ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ แล้วดึงบทสนทนากลับมาสู่เป้าหมายที่แท้จริงของการมาเยือนในวันนี้
"ที่ฟ้าถามเื่นี้ ก็เพราะว่า..." เพียงฟ้าชี้มือไปยังบานประตูบานสวิงที่อยู่สุดโถงทางเดิน "เพื่อนของฟ้าคนที่ชื่อ 'หยก' ที่เรากำลังจะไปหาน่ะค่ะ... แม้ว่าเธอจะเป็ผู้หญิง แต่เธอก็เป็ผู้หญิงที่เก่งกาจและแข็งแกร่งมากเลยนะคะ... จนถึงตอนนี้ ในบรรดาผู้ชายอกสามศอกทั้งหมดที่อยู่ในสำนักฝึกแห่งนี้... ยังหาผู้ชายคนไหนที่สามารถเอาชนะเธอได้ ไม่เจอเลยสักคนเดียวค่ะ"
เมื่อได้ยินคำโอ้อวดสรรพคุณเพื่อนสนิทจากปากของคู่หมั้น ธีร์ก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ชายหนุ่มหันมามองใบหน้าสวยสะกดของเพียงฟ้า ก่อนจะเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
"ที่คุณเล่าให้ฟังแบบนี้... คุณ้าจะให้ผม 'สู้' กับเธอเหรอครับ?"
เพียงฟ้ายกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ั์ตาสีเข้มดุจนางพญาทอประกายเ้าเล่ห์และซุกซน
"ฉันไม่ได้บอกแบบนั้นสักหน่อยนี่คะ..." เพียงฟ้าเอียงคอเล็กน้อย ส่งยิ้มท้าทายให้หมาป่าหนุ่ม "ฉันก็แค่เล่าให้ฟังเฉยๆ... แต่ว่านะ บางทีในเกมการต่อสู้นี้... คุณทหารรับจ้างระดับพระกาฬอย่างคุณ... อาจจะเป็ฝ่ายที่ต้อง 'พ่ายแพ้' ให้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ ก็ได้นะคะ ใครจะไปรู้"
ธีร์ที่ได้ฟังคำยั่วยุนั้น ก็ไม่ได้แสดงอาการร้อนรน หรือรู้สึกเสียหน้าแต่อย่างใด ชายหนุ่มเพียงแค่รับฟังเงียบๆ เพราะสำหรับเขาแล้ว คำว่า 'แพ้' หรือ 'ชนะ' ในการซ้อมกีฬา มันไม่มีความหมายอะไรเลย หากเทียบกับการเอาชีวิตรอดในสนามรบที่พลาดคือตาย
ทั้งสองคนผลักบานประตูเข้าไปภายในโถงฝึกซ้อมหลัก ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือลานเบาะทาทามิสีเขียวขนาดใหญ่ ที่บัดนี้กำลังมีบรรดานักเรียนและครูฝึกในชุดยูโดสีขาวและสีน้ำเงิน นั่งคุกเข่าล้อมวงกันเป็สี่เหลี่ยมจัตุรัสอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่จุดศูนย์กลางของลานฝึกอย่างใจจดใจจ่อ
ตรงกลางเบาะนั้น มีคนสองคนกำลังต่อสู้ประลองฝีมือ (Randori) กันอยู่อย่างดุเดือด
ทั้งสองคนสวมชุดยูโด (Judogi) และคาดสายรัดเอวสีดำ (Black Belt) ซึ่งบ่งบอกถึงระดับฝีมือที่อยู่ในขั้นสูง ฝ่ายหนึ่งเป็ชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสัน กล้ามเนื้อแน่นขนัด บ่งบอกถึงการฝึกซ้อมมาอย่างยาวนาน ในขณะที่อีกฝ่ายเป็ 'ผู้หญิง' รูปร่างสมส่วน เพรียวบางแต่แฝงไปด้วยความแข็งแรงแบบนักกีฬา (Athletic Build) ผมสั้นประบ่าที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อสะบัดพริ้วไปตามจังหวะการเคลื่อนไหว
แม้ฝ่ายชายจะมีสรีระที่ใหญ่โตกว่าและมีพละกำลังมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทว่า ไม่ว่าเขาจะพยายามพุ่งเข้าจับคอเสื้อ ขัดขา หรือออกแรงดึงกระชากด้วยความรุนแรงสักเพียงใด... ฝ่ายหญิงกลับสามารถ 'อ่าน' การเคลื่อนไหวของเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เธอใช้ความพลิ้วไหว การจัดระเบียบร่างกาย และการถ่ายเทน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบ ทำการแก้ท่า (Counter) และสลายแรงปะทะของฝ่ายชายได้อย่างหมดจด ราวกับสายน้ำที่ไหลหลบก้อนหิน
ตึง!!
เสียงแผ่นหลังของฝ่ายชายกระแทกเข้ากับเบาะทาทามิดังสนั่น เมื่อผู้หญิงคนนั้นใช้เพียงแค่จังหวะการบิดสะโพกและตวัดขาเกี่ยว สอดแทรกเข้าไปในจุดศูนย์ถ่วงของอีกฝ่าย แล้วทุ่มเขากระเด็นลอยข้ามไหล่ลงไปนอนหงายผึ่งได้อย่างง่ายดาย
"เห็นไหม? จังหวะเมื่อกี้ นายก้าวเท้าขวาลึกเกินไปจนเสียสมดุล แถมยังเผลอทิ้งน้ำหนักตัวมาข้างหน้ามากเกินไปตอนที่จับคอเสื้อฉัน..."
เสียงห้าวๆ ทว่าทรงพลังของผู้หญิงคนนั้นดังก้องไปทั่วลานฝึก เธอไม่ได้แค่เอาชนะ แต่ทุกครั้งที่เธอรับมือและทุ่มเขาลงได้ เธอจะเอ่ยปากสั่งสอน ชี้แนะถึงจุดบกพร่อง และบอกสิ่งที่เขาต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขอย่างละเอียด บ่งบอกถึงความเป็ 'มาดอนน่าแห่งโรงฝึก' และครูฝึกที่ได้รับการยอมรับจากทุกคนอย่างแท้จริง
ฝ่ายชายที่นอนหอบหายใจอยู่บนพื้นพยักหน้ารับคำสอนด้วยความเคารพ ก่อนจะยันตัวลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วเตรียมตัวจะพุ่งเข้าจู่โจมอีกรอบ
ทว่า ในจังหวะที่ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะตั้งการ์ดรับ ั์ตาคมกริบของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างของคนสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาหยุดยืนดูอยู่ที่ริมโถงทางเดิน
ทันทีที่เห็นใบหน้าของเพียงฟ้า ริมฝีปากของครูฝึกสาวก็คลี่ยิ้มกว้างออกมา ั์ตาของเธอทอประกายความประหลาดใจระคนดีใจ เธอร้องทักขึ้นมาเสียงดังลั่นโดยไม่สนว่ากำลังอยู่ในระหว่างการประลอง
"อ้าว! มาแล้วเหรอ!"
เมื่อเป้าหมายหลักมาถึง ครูฝึกสาวก็หมดความสนใจในตัวคู่ซ้อมทันที เธอหันกลับมาหาผู้ชายสายดำตรงหน้า ก่อนจะประกาศปิดเกมอย่างรวดเร็ว
"เอาล่ะ... งั้นฉันจะ 'จัดการ' ปิดเกมเลยก็แล้วกันนะ!"
สิ้นคำประกาศ ร่างเพรียวบางก็พุ่งสวนเข้าไปหาฝ่ายชายด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็เท่าตัว! เธอดึงคอเสื้อของเขาให้เสียหลัก หมุนตัวกลับหลังหันจนแผ่นหลังแนบชิดกับหน้าอกของเขา ย่อเข่าลงต่ำเพื่อมุดเข้าใต้จุดศูนย์ถ่วง ก่อนจะออกแรงดึงแขนและดีดสะโพกขึ้นสุดแรง!
ปัง!!!
ร่างใหญ่โตของนักกีฬายูโดชายลอยคว้างกลางอากาศ ก่อนจะถูกทุ่มฟาดลงพื้นเบาะอย่างรุนแรงและหมดจดงดงาม เป็ท่า อิปปง เซโออินาเกะ (Ippon Seoi Nage) หรือการทุ่มข้ามไหล่ที่สมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ
ฝ่ายชายนอนจุกอยู่บนพื้น หมดสภาพที่จะลุกขึ้นมาสู้ต่อได้อย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางเสียงปรบมือดังเกรียวกราวของเหล่านักเรียนที่นั่งชมอยู่รอบๆ
ครูฝึกสาวจัดแจงผูกสายรัดเอวสีดำของตนเองให้แน่นกระชับ ก่อนจะหันไปสั่งการกับเหล่านักเรียนที่นั่งล้อมวงอยู่ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"ทุกคน สังเกตและจดจำการเคลื่อนไหวในจังหวะสุดท้ายนี้เอาไว้ให้ดีนะ! การประเมินน้ำหนักและแรงส่งของคู่ต่อสู้คือหัวใจสำคัญ อย่าใช้แค่แรงกาย แต่จงใช้ 'สมอง' คิดวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของศัตรูอยู่ตลอดเวลา... เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน แยกย้ายกันไปจับคู่ซ้อมทบทวนท่าได้!"
"อูซ!! (Osu!)" นักเรียนทุกคนขานรับอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะลุกขึ้นโค้งคำนับและแยกย้ายกันไปฝึกซ้อมตามคำสั่ง
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ครูฝึกสาวเ้าของใบหน้าสวยเฉี่ยวแบบเท่ๆ (Cool Beauty) ก็ก้าวเท้าย่ำลงบนเบาะทาทามิ เดินตรงดิ่งเข้ามาหาเพียงฟ้าและธีร์ที่ยืนรออยู่ ร่างกายของเธอชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อที่ขับเน้นให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่แบนราบผ่านรอยแยกของชุดยูโด เธอมีบุคลิกห้าวๆ คล้ายทอมบอย แต่กลับแผ่ซ่านเสน่ห์ดึงดูดใจที่ทำให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงหลายคนต้องเหลียวมอง
"โย่ว!"
ครูฝึกสาวทักทายด้วยน้ำเสียงห้าวๆ เป็กันเอง ยกมือขึ้นแตะหน้าผากแทนการตะเบ๊ะ "ไปรับตัว 'ที่รัก' กลับมา เป็ไงบ้างล่ะ?"
พูดจบ ั์ตาที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณการระแวดระวังภัย (The Observer) ของเธอก็ตวัดหันมาจับจ้องที่ร่างสูงใหญ่ของ 'ผู้ชาย' ที่เดินเคียงคู่มากับเพื่อนสนิททันที
ดวงตาของเธอหรี่แคบลงราวกับเครื่องสแกนเนอร์ที่กำลังประเมินภัยคุกคาม เธอไม่ได้มองแค่ความหล่อเหลาบนใบหน้า แต่สายตาของเธอกวาดมองั้แ่่ไหล่ที่กว้างผายของเขา อกที่ผึ่งผาย ลักษณะการวางเท้า ท่าทางการยืนที่ทิ้งน้ำหนักอย่างสมดุลพร้อมที่จะพุ่งตัวหรือหลบหลีกได้ในเสี้ยววินาที ไปจนถึงจังหวะการหายใจที่ราบเรียบสม่ำเสมอ...
แค่เพียงแวบเดียว สัญชาตญาณของครูฝึกพิเศษที่เคยทำงานร่วมกับบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับชาติ ก็ร้องเตือนว่า... ผู้ชายที่ยืนทำหน้าตายอยู่ตรงหน้านี้ ไม่ใช่ไอ้หนุ่มเพลย์บอยเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ และไม่ใช่พวกคุณชายสำอางที่เก่งแต่ปากอย่างแน่นอน... หมอนี่มัน 'ของจริง'
"นี่เหรอ..." ครูฝึกสาวคลี่ยิ้มมุมปาก เอ่ยถามขึ้นมาลอยๆ "คนที่เธอไปลงทุนไปหิ้วตัวกลับมาจากตะวันออกกลางน่ะ?"
เธอเดินวนรอบตัวธีร์หนึ่งรอบอย่างพิจารณา ก่อนจะมาหยุดยืนเผชิญหน้ากับเขา ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ
"อืม... หน่วยก้านไม่เลวนี่" เธอพยักหน้ายอมรับอย่างตรงไปตรงมา "โครงสร้างร่างกายสมบูรณ์แบบมาก ถึงหน้าตาจะดู... 'ตายด้าน' และนิ่งไปหน่อยก็เถอะนะ"
เธอหันไปยักคิ้วให้เพียงฟ้า "แต่ว่านะ ฟ้า... แค่คำว่า 'หน้าตาดี' กับหุ่นล่ำๆ อย่างเดียวน่ะ มันยังไม่พอที่จะพิสูจน์ตัวเองหรอกนะ... เพราะเธอเองก็รู้ดีว่า ไอ้พวกมหาเศรษฐี หรือพวกทายาทธุรกิจที่มาคอยตามจีบ ตามเทียวไล้เทียวขื่อเธออยู่ทุกวันนี้น่ะ... แต่ละคนมันก็ล้วนแต่หน้าตาดี มีชาติตระกูล และโปรไฟล์หรูหรากันทั้งนั้นแหละ!"
คำพูดขวานผ่าซากที่พุ่งเป้าไปที่การเปรียบเทียบและการประเมินคุณค่าอย่างตรงไปตรงมา ทำเอาเพียงฟ้าที่ยืนฟังอยู่ต้องถอนหายใจยาว หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะเอ่ยปากปรามเพื่อนสนิทที่ชักจะพูดจาล้ำเส้นั้แ่ครั้งแรกที่เจอกัน
"หยก..." เพียงฟ้ากดเสียงต่ำลงเล็กน้อย เป็การตักเตือนกลายๆ ไม่ให้เพื่อนสาวทำตัวเสียมารยาทกับคู่หมั้นของเธอไปมากกว่านี้
ทว่า หยกนภา ผู้มีนิสัยขวานผ่าซากและตรงไปตรงมาเป็ทุนเดิม หาได้ใส่ใจต่อคำเตือนทางสายตาของนางพญาเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวผู้เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นและพลังงานที่ล้นเหลือ ทำเพียงแค่หัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะชะโงกหน้าเข้าไปใกล้เพื่อนสนิท แล้วกระซิบถามด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สามคน แต่กลับเป็คำถามที่ตรงประเด็นและทะลุกลางปล้องที่สุด
"แล้วสรุปว่า... เมื่อคืนนี้ เธอได้ 'จัดการ' รวบหัวรวบหางเขาเรียบร้อยแล้วหรือยังล่ะ?" หยกขยิบตาให้อย่างรู้กัน "ของดีแบบนี้ ปล่อยให้รอดมือไปเสียดายแย่เลยนะ"
คำถามที่แสนจะโจ่งแจ้งและไร้ความยางอายของเพื่อนสนิท ทำเอาเพียงฟ้าถึงกับชะงัก ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มมาอย่างพิถีพิถันซับสีเืขึ้นมาเล็กน้อย หญิงสาวรีบตวัดสายตาไปมองคนหน้าตายที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งบัดนี้กำลังตีหน้านิ่ง ราวกับไม่ได้ยินบทสนทนาอันน่ากระอักกระอ่วนนั้น
เพียงฟ้าพรูลมหายใจออกมายาวๆ ด้วยความเหนื่อยอกเหนื่อยใจ ก่อนจะเอ่ยดุเพื่อนสาวตัวแสบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
"นี่มันใช่เื่ที่ควรจะเอามาพูดเล่นในสถานที่แบบนี้ไหม หยก?" เพียงฟ้าส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะตัดสินใจตัดบทและทำหน้าที่แนะนำตัวบุคคลทั้งสองให้รู้จักกันอย่างเป็ทางการ เพื่อไม่ให้เพื่อนของเธอพาออกทะเลไปไกลกว่านี้
"เอาล่ะ... เลิกเล่นได้แล้ว" เพียงฟ้าผายมือไปยังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่เคียงข้าง "หยก... นี่คือ 'ธีร์' เป็หลานชายแท้ๆ ของคุณปู่สิรินทร์... และเป็ 'คู่หมั้น' ของฉันอย่างเป็ทางการ"
ธีร์ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาท ั์ตาคมกริบดุจหมาป่าทอดมองครูฝึกสาวตรงหน้าอย่างประเมินเช่นเดียวกัน "ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
เพียงฟ้าหันกลับมาทางหมาป่าหนุ่ม แล้วผายมือไปทางผู้หญิงห้าวในชุดยูโดสีขาว "ส่วนนี่... คือ 'หยกนภา' เรียกสั้นๆ ว่า หยก ก็ได้ค่ะ เธอเป็เพื่อนสนิทที่สุดของฟ้าเอง... ความจริงแล้ว กลุ่มของเรายังมีเพื่อนสนิทอีกคนนึงนะคะ ชื่อว่าโรส แต่ดูเหมือนว่า่นี้ยัยนั่นจะงานยุ่งจนปลีกตัวมาไม่ได้เลย... แต่ฟ้ามั่นใจค่ะ ว่าเดี๋ยวในงานเลี้ยงต้อนรับของคุณที่จะถึงนี้ คุณจะต้องได้เจอและได้ทำความรู้จักกับเธออย่างแน่นอนค่ะ"
ทันทีที่ได้ยินชื่อเพื่อนสนิทอีกคน หยกก็เบ้ปากเล็กน้อยพร้อมกับบ่นอุบอิบ "ยัยโรสน่ะเหรอ... ยัยนั่นก็มัวแต่งานยุ่ง ถ่ายแบบ เดินแฟชั่นโชว์ โปรโมทแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองตลอดศกนั่นแหละ นานๆ ทีถึงจะโผล่หัวมาให้พวกเราเห็นหน้าสักหน"
เพียงฟ้าได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากและเอ่ยแซวเพื่อนสาวห้าวกลับไปบ้าง "แหม... ใครเขาจะไปเหมือนกับคุณเธอล่ะคะ วันๆ ว่างเป็ไม่ได้ ต้องขลุกตัว หมกตัวอยู่แต่ในสำนักฝึกยูโดจนเหงื่อท่วมตัวแบบนี้ตลอด... จะได้ออกไปเห็นแสงตะวันข้างนอกบ้าง ก็เฉพาะตอนที่มีงานจ้างให้ไปเป็ผู้กำกับคิวบู๊ หรือจัดคิวแอ็กชันให้กับพวกกองถ่ายซีรีส์เท่านั้นแหละ"
หยกทำเป็ลอยหน้าลอยตาไม่สนใจคำแซวของนางพญาสาว ั์ตาที่เฉียบคมและเต็มไปด้วยสัญชาตญาณนักสู้ของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่ตัวของธีร์ไม่วางตา ความสนใจของเธอพุ่งเป้าไปที่ประสบการณ์และขีดความสามารถของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างเต็มเปี่ยม
"นี่... ฉันได้ข่าวมาจากยัยฟ้า ว่านายเคยไปเป็ 'ทหารรับจ้าง' อยู่ที่ตะวันออกกลางมาเหรอ?" หยกเอ่ยถามขึ้นมาตรงๆ
ธีร์ไม่ได้แสดงความประหลาดใจที่เพื่อนของเพียงฟ้าล่วงรู้ถึงอดีตของเขา ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ เป็การยืนยันสถานะ "ครับ"
สิ้นคำตอบรับนั้น หยกก็ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวของหมาป่าหนุ่มอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว! หญิงสาวเอื้อมมือที่หยาบกร้านจากการจับคอเสื้อคู่ต่อสู้มานับไม่ถ้วน คว้าหมับเข้าที่ท่อนแขนแกร่งของธีร์อย่างเต็มแรง!
ปลายนิ้วของครูฝึกสาวออกแรงบีบและเฟ้นลงบนกล้ามเนื้อไบเซปส์ (Biceps) และไตรเซปส์ (Triceps) ที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีดำเนื้อผ้าดีอย่างไม่ออมแรง ััที่เธอได้รับคือความแข็งแกร่ง หนาแน่น และยืดหยุ่นราวกับเส้นเอ็นของสัตว์ป่า มันไม่ใช่กล้ามเนื้อที่บวมพองจากการเพาะกาย แต่มันคือกล้ามเนื้อที่ถูกบีบอัดและหล่อหลอมมาจากการใช้งานจริงในสถานการณ์เสี่ยงเป็เสี่ยงตาย
การกระทำที่จาบจ้วงและกะทันหันนั้น หากเป็ศัตรูหรือคนแปลกหน้า ธีร์คงจะสวนกลับด้วยการหักข้อมือ หรือจับทุ่มคว่ำหน้าไปแล้ว ทว่า เมื่อเขารับรู้ได้ว่าัันี้ไม่ได้แฝงไปด้วยจิตสังหาร และผู้หญิงคนนี้ก็เป็ถึงเพื่อนสนิทของเพียงฟ้า ชายหนุ่มจึงทำเพียงแค่ยืนนิ่งๆ ปล่อยให้เธอสำรวจร่างกายของเขาตามอำเภอใจ
"ว้าว..." หยกผิวปากเบาๆ ด้วยความทึ่ง ั์ตาวาวโรจน์ไปด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด "กล้ามเนื้อแน่นปึ้กและสมบูรณ์แบบมากเลยนะเนี่ย... ััได้เลยว่าผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำมาอย่างหนักหน่วงสุดๆ... ชักจะอยาก 'ลอง' ของจริงขึ้นมาซะแล้วสิ!"
พูดจบ ครูฝึกสาวก็ปล่อยมือจากท่อนแขนของเขา หญิงสาวก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ยืดตัวขึ้นตั้งตรง ก่อนจะยกมือขวาขึ้นมาแล้วชู 'นิ้วโป้ง' ชี้กลับหลัง ข้ามไหล่ของตนเองพุ่งตรงไปยังพื้นที่ว่างบริเวณกึ่งกลางของลานเบาะทาทามิ
"ว่าไง ทหารรับจ้าง...?" หยกเหยียดยิ้มกว้าง ท้าทายด้วยน้ำเสียงห้าวหาญ "เรามา 'ลอง' ประลองฝีมือกันดูสักหน่อยไหมล่ะ?"
คำท้าดวลที่ถูกส่งมาอย่างจะแจ้ง ทำเอาธีร์ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว หรือหวั่นเกรงต่อฝีมือของครูฝึกสาวยูโดสายดำตรงหน้า แต่เขาแค่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เื่ที่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ที่อดีตทหารแนวหน้าทะลวงฟันอย่างเขา จะต้องมาลงไม้ลงมือ หรือออกแรงต่อสู้กับเพื่อนสนิทของคู่หมั้นตัวเองในสถานที่แบบนี้
ธีร์หันหน้าไปมองทางเพียงฟ้า ั์ตาคมกริบสื่อคำถามอย่างชัดเจนว่า 'คุณจะเอายังไง? จะให้ผมทำตัวบ้าจี้ตามเพื่อนของคุณจริงๆ เหรอ?'
เพียงฟ้าสบตาเขา หญิงสาวยืนกอดอก ทรวดทรงองค์เอวที่ถูกขับเน้นด้วยเดรสรัดรูปดูสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีสดค่อยๆ คลี่ยิ้มออกกว้าง... เป็รอยยิ้มของนางพญาที่พร้อมจะนั่งชมการนองเืเพื่อความบันเทิงส่วนตัว
"เอาสิคะ ธีร์..." เพียงฟ้าพยักหน้าอนุญาต พร้อมกับเอ่ยยุยงส่งเสริมอย่างเต็มกำลัง "จัดหนักจัดเต็มได้เลยค่ะ... ช่วยกรุณา 'กำราบ' ยัยนี่ให้อยู่หมัดทีเถอะค่ะ! เอาให้ลงไปนอนกองกับพื้นเลยยิ่งดี... เห็นชอบอวดเก่งนัก แข็งแกร่งนัก จะได้รู้ซะบ้างว่าเหนือฟ้ายิ่งมีฟ้า!"
เมื่อได้ยินคำประกาศไฟเขียวจากคู่หมั้นของเขา หยกก็ถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะแกล้งทำเป็โวยวายเสียงหลงออกมาด้วยความหมั่นไส้
"อ้าวเฮ้ย! อะไรกันเนี่ย ยัยฟ้า!" หยกชี้หน้าเพื่อนสนิทอย่างไม่จริงจังนัก "ใจร้ายเกินไปแล้วนะยะ! นี่พอเธอได้คู่หมั้นเป็ตัวเป็ตนปุ๊บ เธอก็พร้อมจะใจร้าย หันมาแทงข้างหลังเพื่อนสนิทอย่างฉันเลยงั้นเหรอฮะ! นี่เพื่อนนะเว้ย!"
เพียงฟ้ายังคงรักษากิริยาท่าทางอันสูงส่ง หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "ฉันไม่ได้ใจร้ายสักหน่อยนี่คะ... ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเป็ 'เธอ' เองไม่ใช่เหรอ ที่คันไม้คันมือ อยากจะลองสู้กับเขานักน่ะ... ฉันก็แค่ใจดี อนุญาตให้เขาสู้กับเธอได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเกรงใจว่าเธอเป็เพื่อนฉันก็เท่านั้นเอง... แฟร์ๆ ดีออกนี่คะ"
"หึ! แฟร์ก็แฟร์!" หยกหัวเราะร่วนในลำคอ ยอมรับคำท้าและเงื่อนไขนั้นอย่างเต็มอกเต็มใจ "ถ้าอย่างนั้น... ก็ไปกันเถอะ ทหารรับจ้าง!"
พูดจบ หยกนภาก็ไม่รอช้า หญิงสาวหมุนตัวกลับ แล้วเดินนำหน้าก้าวเดินฉับๆ ตรงดิ่งไปหยุดยืนรออยู่ที่บริเวณกึ่งกลางของลานเบาะทาทามิด้วยท่าทีที่มีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า และเต็มเปี่ยมไปด้วยจิติญญาแห่งการต่อสู้
ธีร์ยืนมองแผ่นหลังของครูฝึกสาวที่กำลังยืนยืดเส้นยืดสายรอเขาอยู่กลางลานฝึก ชายหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะหันมามองคู่หมั้นสาวของตนเองอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความสงสัยจากใจจริง
"ฟ้าครับ... เธอเพิ่งจะต่อสู้และฝึกซ้อมกับผู้ชายคนเมื่อกี้นี้เสร็จไปหมาดๆ ไม่ใช่เหรอครับ?" ธีร์ขมวดคิ้ว "แรงของเธอไม่ตก หรือไม่รู้สึกเหนื่อยบ้างเลยหรือไงกัน?"
เพียงฟ้ายักไหล่เบาๆ ท่าทางของเธอดูผ่อนคลายและคุ้นชินกับพฤติกรรมสุดโต่งของเพื่อนคนนี้เป็อย่างดี "หยกก็เป็แบบนี้แหละค่ะ ธีร์... ในบรรดากลุ่มเพื่อนของเราสามคน เธอคือที่คนที่มีพลังงาน มีชีวิตชีวา และบ้าพลังมากที่สุดเสมอ... การได้ออกแรงต่อสู้กับคนที่เก่งกว่า หรือการได้เจอความท้าทายใหม่ๆ มันเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่ทำให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นน่ะค่ะ"
เมื่อเ้าของที่อนุญาตและสนับสนุนอย่างเต็มที่ ธีร์ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธ หรือบ่ายเบี่ยงอีกต่อไป อดีตทหารรับจ้างเดนตาย ผู้ซึ่งคุ้นชินกับกลิ่นคาวเืและการลอบสังหารมากกว่าการประลองกีฬาตามกฎกติกา ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
ชายหนุ่มก้มลงถอดรองเท้าผ้าใบสีดำทรงสปอร์ตของตนเองออก วางมันไว้ที่ริมทางเดินอย่างเป็ระเบียบ ก่อนจะก้าวเท้าเปล่าย่ำลงบนเบาะทาทามิสีเขียวที่อ่อนนุ่ม
ร่างสูงใหญ่และเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของธีร์ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำที่ถูกพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงข้อศอก ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง มุ่งตรงไปยังศูนย์กลางของสังเวียน ก่อนจะหยุดยืนประจันหน้ากับครูฝึกสาวยูโดสายดำ
ในเวลานี้ บรรยากาศภายในสำนักฝึกยูโดที่เคยดังเซ็งแซ่ไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงการฝึกซ้อม พลันเงียบกริบลงราวกับป่าช้า!
นักเรียนและครูฝึกทุกคนต่างพากันหยุดชะงักการกระทำของตนเองโดยอัตโนมัติ ทุกคนทิ้งคู่ซ้อม แล้วพร้อมใจกันหันหน้ามามองดูเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นกลางลานฝึกเป็ตาเดียว สายตานับสิบๆ คู่จับจ้องไปที่ชายหนุ่มแปลกหน้า ผู้ซึ่งหาญกล้าก้าวขึ้นมาท้าทายอำนาจของ 'มาดอนน่าแห่งโรงฝึก' ผู้ไร้พ่าย
หยกรอจนกระทั่งธีร์เดินมาหยุดยืนอยู่ในระยะประชิด หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างที่มุมปาก ั์ตาของเธอเป็ประกายวาบวับราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ได้เจอเหยื่ออันโอชะ
"ขอถามอะไรหน่อยสิ พ่อทหารรับจ้าง..." หยกเอ่ยถามเสียงห้าว ตั้งท่าเตรียมพร้อม "นาย... เคยฝึกวิชา 'ยูโด' (Judo) มาก่อนบ้างไหม?"
ธีร์นิ่งไปชั่วอึดใจ ในหัวของเขาประมวลผลถึงหลักสูตรการต่อสู้มือเปล่าที่เขาเคยร่ำเรียนมาในกองทัพ ซึ่งแม้ว่าหลักสูตรหลักของเขาจะเป็ CQC แบบทหาร และ Krav Maga แบบดิบเถื่อน แต่พื้นฐานของการทุ่ม การล็อก และการจัดระเบียบร่างกาย มันก็มีรากฐานและทักษะบางส่วนที่คาบเกี่ยวและดัดแปลงมาจากยูโดเช่นเดียวกัน
ชายหนุ่มจึงตอบรับด้วยความสัตย์จริง "ก็... เคยผ่านๆ มาบ้างครับ"
"เยี่ยม!" หยกหัวเราะหึๆ อย่างพอใจ "ถ้าอย่างนั้น... การประลองในวันนี้ มันก็ไม่น่าจะยาก หรือเป็เื่ที่เสียเปรียบเกินไปสำหรับนายสินะ... งั้นเรามาเริ่มสนุกกันเลยดีกว่า!"
สิ้นเสียงประกาศกร้าว ร่างเพรียวบางที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อและพลังงานอันล้นเหลือของหยกนภา ก็พุ่งทะยานเข้าหาธีร์ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ!
ฟุ่บ!!
ความเร็วของการออกตัวนั้นเหนือล้ำกว่าตอนที่เธอซ้อมกับผู้ชายสายดำคนเมื่อครู่นี้อย่างเทียบไม่ติด! มันคือความเร็วที่เกิดจากการะเิพลังกล้ามเนื้อขาอย่างสมบูรณ์แบบ มือทั้งสองข้างของครูฝึกสาวพุ่งทะยานเข้ามาหมายจะจับยึดคอเสื้อ (Lapel) และปลายแขนเสื้อ (Sleeve) ของธีร์ เพื่อยึดครองจุดศูนย์ถ่วงและเตรียมออกแรงทุ่ม
วินาทีที่ร่างของเธอพุ่งเข้ามาประชิด ธีร์ถึงกับต้องเบิกตาขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง! เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางตรงหน้า จะมีความเร็วและแรงปะทะที่รุนแรงเฉียบขาดได้ถึงขนาดนี้!
แต่ทว่า... สัญชาตญาณของการเป็ 'แนวหน้าทะลวงฟัน' (Point Man) แห่งวูลฟ์แฟง ผู้ซึ่งเคยหลบหลีกคมะุและคมมีดมาแล้วนับไม่ถ้วน มันฝังรากลึกอยู่ในไขสันหลังและกล้ามเนื้อทุกมัดของเขา
ปฏิกิริยาตอบสนองของธีร์ทำงานเร็วกว่าสมองสั่งการ!
ในเสี้ยววินาทีที่มือของหยกกำลังจะััโดนคอเสื้อ ธีร์ก็เบี่ยงท่อนบนของตนเองหลบวิถีการจับอย่างฉิวเฉียด ชายหนุ่มลดจุดศูนย์ถ่วงลงต่ำ อาศัยจังหวะที่หยกโถมน้ำหนักพุ่งเข้ามา ใช้ท่อนแขนแกร่งสอดเข้าใต้รักแร้ของหญิงสาว ก่อนจะบิดสะโพกและออกแรงงัดร่างของเธอให้ลอยขึ้นจากพื้น เพื่อหวังจะใช้แรงส่งของเธอเอง เป็ตัวทุ่มเธอกลับลงไปบนเบาะ!
แต่มาดอนน่าแห่งโรงฝึกก็ไม่ได้มีชื่อเสียงมาเพราะโชคช่วย!
ทันทีที่หยกรับรู้ได้ว่าร่างกายของตนเองกำลังถูกงัดให้ลอยขึ้น และกำลังจะสูญเสียการควบคุม เธอกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
กลางอากาศนั้นเอง... หญิงสาวบิดลำตัวอย่างยืดหยุ่นราวกับแมวป่า สลัดหลุดจากการควบคุมศูนย์ถ่วงของธีร์ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เธอใช้มือยันลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่มเป็จุดค้ำยัน ก่อนจะตีลังกากลับหลัง พลิกตัวลงมายืนหยัดบนเบาะทาทามิด้วยขาทั้งสองข้างได้อย่างมั่นคงและสง่างาม!
ตึก!
เสียงฝีเท้าของหยกกระทบลงบนเบาะอย่างนุ่มนวล หญิงสาวสไลด์ตัวถอยห่างออกไปรักษาระยะห่างประมาณสองก้าว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหมาป่าหนุ่ม รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและพึงพอใจขั้นสุด ฉายชัดอยู่บนใบหน้าสวยเฉี่ยว
"ร้ายกาจไม่เบานี่..."
หยกเอ่ยชมจากใจจริง หอบหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นเต้น "ปฏิกิริยาตอบสนองเฉียบขาดมาก... ดูท่าทางแล้ว นายคงจะ 'ไม่มีการออมมือ' ให้กับผู้หญิงเลยสินะ พ่อทหารรับจ้าง!"