ระหว่างที่กำลังพูดเธอก็ส่งสายตาเว้าวอนน่าสงสารไปทางต่งเสี่ยวเสี่ยว
เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าสีหน้าแบบนั้นยิ่งทำให้ใบหน้าที่อมทุกข์ของเธอดูน่าขนลุกและขัดตามากขึ้น
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอยหลังไปอีกสองก้าวรักษาระยะห่างจากฉินฮุ่ยเจียว
ฉินฮุ่ยเจียวเห็นท่าทางที่พยายามจะหลีกเลี่ยงเธอของต่งเสี่ยวเสี่ยวแล้วก็กำหมัดแน่น ในใจยิ่งรู้สึกเคียดแค้นมากขึ้นไปอีก
นี่หล่อนรังเกียจฉันอย่างนั้นเหรอ?
แต่ในเมื่อตอนนี้ต้องการความช่วยเหลือฉินฮุ่ยเจียวจึงต้องฝืนกล้ำกลืนความโกรธในใจเธอมองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยดวงตาคลอเบ้า น้ำเสียงฟังดูน่าสงสาร
“เสี่ยวเสี่ยว ฉันสำนึกผิดแล้วอย่างที่ใครๆ เขาว่ากันว่า ‘รู้ผิดแล้วแก้ไข ย่อมเป็นสิ่งดี’ถึงยังไงฉันก็เป็นพี่สาวของฉินซู่ พวกเราก็มีสายเลือดเดียวกันจะตัดยังไงก็ตัดกันไม่ขาดหรอก!
ก่อนหน้านี้ฉันผิดเอง ฉันมีอคติกับเธอฉันมันแย่ ฉันมันไม่ใช่คน!”
ว่าแล้วเธอก็ยื่นมือออกมาตบหน้าตัวเองหลายที
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาสีหน้าเธอไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“พี่อยากจะพูดอะไรกันแน่คะ?”
“ฉันอยาก...อยากกลับไปอยู่บ้านกับพวกเธอเหมือนเดิม! ถ้าเธอยอมให้ฉันกลับไปฉันยอมทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น เห็นแก่ฉันที่เป็นพี่สาวเถอะนะ ขอร้องล่ะเธออย่าใจร้ายกับฉันนักเลย ฉันจะพยายามแก้นิสัยเสียๆ ของตัวเองให้ได้ฉันขอร้องล่ะ!”
นิสัยเสียแบบนี้คงแก้ไม่ได้แล้วล่ะ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่มีทางเชื่อคำพูดของฉินฮุ่ยเจียวเด็ดขาด
“ไม่ได้!”
“ดีงั้นฉันจะรีบไปเก็บของเข้ามาอยู่ด้วยเลย”
พอได้ยินต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดฉินฮุ่ยเจียวก็รีบร้อนจะกลับไปเก็บของ แต่เมื่อตั้งสติได้เธอก็หันกลับมามองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยสีหน้าตกตะลึง แล้วถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“เสี่ยวเสี่ยว เธอว่าอะไรนะ?”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำหน้าบึ้งตึงพูดย้ำคำพูดเดิมอีกครั้ง
“ฉันบอกว่าไม่ได้! ถ้าฉันยังมีลมหายใจฉันก็ไม่มีวันยอมให้พี่เข้ามาอยู่เด็ดขาด เว้นแต่สามีฉันจะใจอ่อน ยอมให้พี่เข้ามา”
ถ้าฉินซู่เอ่ยปากอนุญาตต่งเสี่ยวเสี่ยวก็จะเก็บกระเป๋าย้ายออกไปทันที
บางทีเธออาจจะเป็นคนใจแคบเลยไม่สามารถปล่อยผ่านแม้แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ไปได้
คนอย่างฉินฮุ่ยเจียว ต่อให้เป็นพี่สาวแท้ๆของสามี เธอก็รับไม่ได้
นิสัยที่สั่งสมมาหลายปีจะให้เปลี่ยนในชั่วข้ามคืน มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?
ฉินฮุ่ยเจียวจ้องมองต่งเสี่ยวเสี่ยวอย่างไม่เชื่อสายตาความโกรธพุ่งขึ้นมาจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
“เธอยังต้องการอะไรจากฉันอีก? เธอไล่ต้อนฉันจนมุม ก็เพราะเธออยากให้ฉันมาขอโทษไม่ใช่เหรอตอนนี้ฉันก็ขอโทษแล้ว จะให้ฉันที่เป็นพี่สาวกราบเท้าเธอเลยรึไง?”
ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้รัฐบาลเปลี่ยนนโยบายเลิกเลี้ยงดูคนว่างงาน ไม่ต้องไปทำงานแลกแต้มแล้วผู้หญิงที่ไม่มีทั้งความรู้และความสามารถอย่างเธอจะเอาตัวรอดด้วยตัวเองได้ยังไงกัน
เธอคงไม่มีวันมาขอความช่วยเหลือจากต่งเสี่ยวเสี่ยวเด็ดขาดแต่เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ
“เรื่องของพี่สิ! หลีกไป อย่ามาขวางทาง”
พูดจบ ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็สะพายกระเป๋าแล้วเดินอ้อมไปอีกทาง
เมื่อไปถึงที่จอดเกวียนเกวียนก็ออกเดินทางไปยังตลาดในเมืองแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงไม่ได้ขึ้นเกวียนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
เธอจึงคิดที่จะซื้อจักรยานสักคันจะได้สะดวกมากขึ้นเวลาเดินทางเข้าไปในเมือง
พอคิดแบบนั้น เธอจึงหันหลังกลับบ้านพอเข้าบ้านมาก็ได้ยินเสียงของฉินฮุ่ยเจียวดังขึ้น
ประตูรั้วบ้านแง้มอยู่ต่งเสี่ยวเสี่ยวจับลูกบิดประตู เธอไม่ได้รีบร้อนเข้าไปแต่ยืนฟังอยู่ตรงหน้าประตูแทน
“อาซู่นายจะปล่อยให้พี่ต้องลำบากแบบนี้จริงๆ เหรอเมื่อกี้ฉันไปขอความช่วยเหลือจากยัยต่งเสี่ยวเสี่ยวมาแล้วแต่ยัยนั่นไม่ยอมให้ฉันเข้าบ้าน ฉันตบหน้าตัวเองก็แล้ว ขอโทษก็แล้วฉันรู้ว่าตัวเองทำผิดไปแล้ว นั่นก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง ฉันก็เป็นพี่สาวแท้ๆของนายนะ นายจะทนเห็นฉันต้องเร่ร่อน อดตายอยู่ข้างนอกได้รึไง!”
ฉินฮุ่ยเจียวยังคงพูดพร่ำไม่หยุดเธอเอาแต่พูดเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา
ฉินซู่กำลังสอนเลขให้ฉินไห่หยางและลูกคนอื่นๆอยู่ในลานบ้าน เขามองพี่สาวที่บ่นไม่หยุดด้วยสีหน้าขุ่นเคืองใจพลางนวดหว่างคิ้วอย่างกลัดกลุ้ม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“พี่ เรื่องนี้ผมตัดสินใจเองไม่ได้หรอกถึงเราจะมีสายเลือดเดียวกัน แต่ฉันก็ไม่อยากจะมีปัญหากับเมียเพราะพี่หรอกนะ!เพราะคนที่ฉันจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยไปจนแก่เฒ่าคือเมียฉันการที่พี่จะกลับเข้ามาอยู่ในบ้าน นั่นก็ต้องแล้วแต่เมียฉันเพราะตอนนี้เมียฉันเป็นใหญ่ในบ้าน!”
ฉินซู่พูดเพียงไม่กี่คำก็แสดงจุดยืนของตนเองอย่างชัดเจน
ถึงแม้จะรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้างแต่การที่พี่สาวต้องพึ่งพาพวกเขาอยู่เสมอ เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ควร
หนึ่ง คือภรรยาและพี่สาวของเขามีเรื่องไม่ลงรอยกัน สอง คือ พี่สาวของเขาจิตใจไม่ซื่อสัตย์เขากลัวว่าวันหลังเธอจะก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก
อีกอย่างเขาก็จัดการเรื่องที่อยู่ของพี่สาวเรียบร้อยแล้วการที่พี่อยากกลับมาอยู่ด้วยก็คงเป็นเพราะบ้านหลังนั้นคงจะเล็กและพวกเขาสองคนเองก็หาเงินได้ไม่น้อย พี่จะได้ทำตัวขี้เกียจยังไงก็ได้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยืนอยู่หน้าประตูเธอชื่นชมสามีของตัวเองอยู่ในใจเงียบๆ เขาทำได้ดีมาก
สีหน้าของฉินฮุ่ยเจียวบิดเบี้ยวไปหมดเธอชี้หน้าหลินเจียเจียที่กำลังดูแลฉินไห่เยว่อยู่ข้างๆ ด้วยความโกรธ
“ทำไมถึงยกโทษให้ฉันไม่ได้? พวกนายรับคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาอยู่ด้วยได้ แต่กลับทำเย็นชากับพี่สาวแท้ๆ!นายมันเห็นแก่ตัว โดนยัยจิ้งจอกเสี่ยวเสี่ยวหลอกจนหลงผิดไปหมดแล้ว”
ตามที่โบราณว่าไว้‘ถ้าจะช่วยคนให้ดูที่เหตุผลไม่ใช่ช่วยเหลือเพราะเป็นญาติสนิทมิตรสหายกัน’
น้องชายแท้ๆ ของเธอตอนนี้พอมีเมียก็ลืมพี่สาวไปแล้ว
“มันคนละเรื่องกัน!”
สีหน้าของฉินซู่ยังคงเรียบเฉย
“พี่เป็นคนยังไง พี่ก็ต้องรู้ตัวเองดี!พี่รีบออกไปจากที่นี่เถอะ แล้วก็อย่าหวังว่าจะกลับมาอยู่กับพวกเราอีกเลยไปใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี พยายามเข้าหน่อยก็ไม่อดตายหรอกไม่อย่างนั้นเดี๋ยวฉันจะพาพี่ออกไปเอง”
ฉินฮุ่ยเจียวโกรธจนหน้าเขียวตัวสั่นเทาไปหมด
“นายถึงกับเห็นคนนอกดีกว่าญาติตัวเองเลยเหรอ?ดี...ดีจริงๆ!”
ฉินซู่เลือกที่จะไม่สนใจ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงไปยังฉินฮุ่ยเจียว
ฉินฮุ่ยเจียวถอยหลังไปสองก้าว“ไม่ต้อง ฉันมีขา ฉันกลับเองได้!”
พูดจบก็หันหลังเดินออกไปด้วยความขุ่นเคืองใจ
เธอบังเอิญเจอเข้ากับต่งเสี่ยวเสี่ยวที่ยืนอยู่หน้าประตู
ฉินฮุ่ยเจียวโกรธจนลมออกหู แค่นเสียงออกมา
“ชิ!”
แล้วเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวสะพายกระเป๋าเดินเข้าไปในลานบ้านฉินซู่มองเธอที่ออกจากบ้านไปแล้ว แต่ก็กลับเข้ามาอีกด้วยความประหลาดใจ
“ทำไมเธอถึงกลับมาแล้วล่ะ? ไหนบอกว่าจะไปซื้อของที่ตลาดไม่ใช่เหรอ?”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรินน้ำชา ดื่มจนหมดแก้วแล้วพูดอย่างจนปัญญา
“อย่าพูดถึงเลย!เมื่อกี้ฉันโดนพี่สาวขวางทาง มัวแต่เสียเวลาอยู่นานเลยพลาดเกวียนป่านนี้เกวียนคงไปถึงตลาดแล้วละมั้ง ฉันเลยว่าจะซื้อจักรยานสักคัน จะได้สะดวกหน่อย”
เธอจะได้ไม่ต้องคอยนั่งเกวียนทุกวันแถมยังเดินทางสะดวกอีกด้วย
ฉินซู่ตอบตกลงทันที
“ได้ เดี๋ยวตอนบ่ายฉันไปซื้อมาให้!”
โชคดีที่เขายังมีคูปองซื้อจักรยานอยู่ยังไงซะตอนบ่ายเขาก็ต้องออกไปข้างนอกอยู่แล้ว
ในเมื่อไม่มีรถต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงตั้งใจจะนอนเล่นอยู่บ้านทั้งวันตอนบ่ายค่อยไปรายงานตัวที่สถานีอนามัยหมอหลี่ ถ้าไม่มีอะไรให้ทำเธอก็จะกลับมานอนพักผ่อนต่อ
ยุ่งมานานขนาดนี้ ก็ควรพักผ่อนให้เต็มที่
“อืม!” ฉินซู่พยักหน้ารับคำเขามองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยสีหน้าจริงจัง “เรื่องของพี่สาวฉันเธออย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะ”