บทที่ 19 เรียกข้าว่าท่านพ่ออัครมหาเสนาบดี
ณ ตำหนักเจียวฝาง
เพื่อเป็การขอบคุณที่เซียวเหอกล้าออกตัวพูดแทน ฮองเฮาหลวี่จึงตั้งใจจัดงานเลี้ยงเพื่อแสดงความขอบคุณแก่อีกฝ่าย
เดิมทีหลิวอิ๋งไม่อยากมาเลย เซียวเหอช่างทำตัวเหมือนสุนัขจับหนู ชอบยุ่งเื่ชาวบ้านเสียจริง เดิมทีเขากำลังจะได้ไปอยู่ที่ดินศักดินาอยู่แล้วแท้ ๆ แต่กลับถูกอัครมหาเสนาบดีแห่งต้าฮั่นทำลายเื่ดี ๆ เสียได้!
"อาอิ๋ง ยังไม่รีบลุกขึ้นขอบคุณอัครมหาเสนาบดีอีกหรือ?" ฮองเฮาหลวี่เห็นหลิวอิ๋งนั่งอย่างไร้กิริยา เหมือนกับพวกคนเ้าชู้เฒ่าบางคน ในใจจึงเกิดความโกรธขึ้นมา
ในฐานะกุลสตรี ฮองเฮาหลวี่จึงอบรมหลิวอิ๋งมาั้แ่เด็กว่า จะต้องรู้จักกาลเทศะ และรู้ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร
นับั้แ่ตกม้าตอนออกล่าสัตว์ หลิวอิ๋งก็กลายเป็คนท่าทางไม่เอาถ่านเช่นนี้ ในวังถึงกับมีข่าวลือว่ารัชทายาทหัวกระแทกจนสมองเสีย แต่กลับดูเหมือนฝ่าามากขึ้น!
"องค์รัชทายาท ท่านั่งไม่สงบ แล้วจะปกครองใต้หล้าให้สงบได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?" เซียวเหอทนดูไม่ได้ จึงสั่งสอนรัชทายาท
ในสายตาของฮองเฮาหลวี่ นี่ถือเป็เื่ดีอย่างยิ่ง สามผู้กล้าแห่งต้นราชวงศ์ฮั่นไม่มีใครที่เป็คนธรรมดาเลยสักคน
จางเหลียงมุ่งสู่การบำเพ็ญเพียรไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก เน้นการปรากฏตัวดั่งัที่เห็นหัวแต่ไม่เห็นหาง
เซียวเหอแม้จะยุ่งกับราชการบ้านเมือง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะสนใจใครไปทั่ว เพียงเพราะเื่ถั่วงอกเท่านั้น จึงทำให้เขามองหลิวอิ๋งในแง่ดีขึ้นมาบ้าง
เหล่าอัครมหาเสนาบดีผู้ทรงคุณธรรมของต้าฮั่นล้วนมีปณิธานที่จะช่วยเหลือราษฎรทั่วใต้หล้า
หานซิ่นน่ะหรือ? ั้แ่มาถึงเมืองฉางอันก็เริ่มใช้ชีวิตแบบปล่อยวางอย่างสมบูรณ์
"อัครมหาเสนาบดีสั่งสอนได้ถูกต้องแล้ว ข้าจะกวดขันรัชทายาทให้มากขึ้นอีก" ฮองเฮาหลวี่รีบก้าวไปข้างหน้าเพื่อทำความเคารพ
ยามนี้ฐานะของหลิวอิ๋งในตำแหน่งรัชทายาทยังไม่มั่นคง นางในฐานะผู้กุมอำนาจของตระกูลหลวี่ จำเป็ต้องดึงตัวขั้วอำนาจต่าง ๆ มาเป็พวก
โดยเฉพาะหัวหน้าขุนนางอย่างอัครมหาเสนาบดีเซียว หากเขายืนหยัดอยู่เคียงข้างหลิวอิ๋ง ตำแหน่งรัชทายาทย่อมอยู่ในกำมืออย่างแน่นอน
"อัครมหาเสนาบดี ข้ามีเื่หนึ่งที่ไม่เข้าใจขอรับ!" หลิวอิ๋งเป็ฝ่ายเอ่ยถามขึ้นมา
ฮองเฮาหลวี่ส่งสายตาปลื้มปีติไปให้ เ้าเด็กนี่ในที่สุดก็คิดได้เสียที รู้จักโอนอ่อนตามน้ำเพื่อทำความสนิทสนมกับเซียวเหอแล้ว!
ฮองเฮาหลวี่ไม่เกี่ยงหรอกว่ารัชทายาทจะมีอาจารย์มากเกินไป อย่างมากก็แค่ไปหาหลิวปัง แล้วถือโอกาสแต่งตั้งเซียวเหอเป็ราชครูรัชทายาทไปเลย!
"รัชทายาทมีเื่อันใดหรือ? ขอเพียงข้ารู้ ข้าย่อมตอบทุกคำถามอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ"
"พูดง่าย ๆ เลยนะขอรับ! ระหว่างเสด็จพ่อของข้าที่รู้จักกาลเทศะ กับเซี่ยงอวี่ที่มีความรู้และมารยาท ใครจะเหนือกว่ากันขอรับ?"
ทันทีที่หลิวอิ๋งพูดจบ รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวเหอก็หายวับไปทันที แม้แต่ฮองเฮาหลวี่ก็มีสีหน้าเ็าด้วยความโกรธจนฟันสั่น!
เ้าลูกทรพีคนนี้ น่าตีนัก!
เซียวเหอฉลาดถึงเพียงนี้ มีหรือจะฟังไม่ออกว่าหลิวอิ๋งหมายถึงอะไร? เห็นได้ชัดว่าเซี่ยงอวี่ผู้เกิดในตระกูลขุนนางของแคว้นฉู่มีคุณสมบัติส่วนตัวสูงกว่า และรู้จักกาลเทศะมากกว่า
แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์คือเซี่ยงอวี่ผู้มีมารยาท กลับพ่ายแพ้ให้กับหลิวปังอันธพาลข้างถนน ซึ่งตรงกับคำพูดของเซียวเหอที่ว่า ท่านั่งไม่สงบ แล้วจะปกครองใต้หล้าให้สงบได้อย่างไร
"อัครมหาเสนาบดีขอรับ จริง ๆ แล้วท่านควรเรียนรู้จากจูกัดเหลียง*[1] นะขอรับ อย่าได้เข้ามาแทรกแซงการเติบโตของรัชทายาทมากเกินไปเลยขอรับ!"
"จูกัดเหลียง? เขาคือใครกันพ่ะย่ะค่ะ?" เซียวเหอถึงกับงง
หลิวอิ๋งเองก็รู้สึกว่าปากพาซวย ท่านัหลับยังไม่เกิดเลยโว้ย!
"แค่ก ๆ ... ท่านผู้นี้ก็เป็อัครมหาเสนาบดีเช่นกัน เพื่อบ้านเมืองและแผ่นดิน ถึงกับทุ่มเทแรงกายแรงใจจนตัวตาย!"
"แต่เขามีข้อดีอย่างหนึ่ง คือไม่เคยยุ่งเื่ชาวบ้าน โดยเฉพาะการแทรกแซงเื่ส่วนตัวของรัชทายาทขอรับ!"
เพื่อให้เซียวเหอเข้าใจความหมายของตน หลิวอิ๋งจึงเล่าเื่การไปเชิญสามครั้งที่กระท่อมหญ้า และเื่การฝากฝังบุตรชายที่เมืองไป่ตี้ ให้อัครมหาเสนาบดีแห่งต้าฮั่นฟังจนหมดเปลือก
"หลิวเสวียนเต๋อ*[2] ผู้นั้น ถึงกับมีสง่าราศีเหมือนฝ่าาเลยทีเดียว!"
เซียวเหอรำพึงด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า "ท่านจูกัดเหลียงผู้นั้น ช่างเป็ผู้มีความสามารถยิ่งนัก!"
"กระหม่อมเข้าใจความหมายของรัชทายาทแล้วขอรับ กระหม่อมยินดีที่จะเจริญรอยตามจูกัดเหลียง ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อต้าฮั่นจนตัวตายพ่ะย่ะค่ะ!"
หลิวอิ๋งหน้าเขียวทันที ความตั้งใจของเขาคือบอกให้อีกฝ่ายเลิกยุ่งเื่ของเขา!
ดูอย่างหลิวซ่านสิ กินดื่มเที่ยวเล่นเชี่ยวชาญทุกอย่าง สุดท้ายถึงกับมีความสุขจนลืมแผ่นดินสู่!
แล้วดูรัชทายาทแห่งต้าฮั่นในตอนนี้สิ แม้แต่เงินไม่กี่อีแปะยังต้องหลอกล่อเอาจากพวกนางกำนัล แบบนี้เรียกว่าใช้ชีวิตอย่างสำราญที่ไหนกัน?
"อัครมหาเสนาบดี ท่านเข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไรนะขอรับ?" หลิวอิ๋งเริ่มกังวล กลัวว่าเซียวเหอจะเข้าใจผิด จนทำลายแผนการไปใช้ชีวิตสำราญที่ดินศักดินาของเขา
"ยามนี้ฝ่าาพระชนมายุสูงขึ้นแล้ว ั้แ่เริ่มยกทัพต่อต้านฉินและกำจัดฉู่ ก็ทรงได้รับาเ็หลายครั้ง"
"หากวันหนึ่ง ฝ่าาเสด็จสู่์ กระหม่อมยินดีจะเจริญรอยตามจูกัดเหลียง คอยช่วยเหลือรัชทายาทเพื่อให้บ้านเมืองมั่นคงและรุ่งเรืองพ่ะย่ะค่ะ!"
ท่าน… หลิวอิ๋งโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าเซียวเหอโดยที่นึกคำพูดไม่ออกชั่วขณะ
"กระหม่อมเพิ่งเข้าใจว่ารัชทายาททรงคาดหวังในตัวกระหม่อมถึงเพียงนี้!" เซียวเหอยิ้มแล้วกล่าวว่า "รัชทายาทสามารถมอบถั่วงอกให้แก่ราษฎรได้ นับว่าเป็นายผู้มีเมตตาธรรมยิ่งนัก!"
"วันที่โต้เถียงกับแม่ลูกพระสนมชีก็มีเหตุผลรองรับจนน่าเลื่อมใส! กระหม่อมยอมรับว่า ก่อนหน้านี้กระหม่อมตาไร้แววเองพ่ะย่ะค่ะ!"
เมื่อได้ยินว่าเซียวเหอมีใจอยากเข้าหา ถึงขั้นยินดีจะเป็จูกัดเหลียงให้กับหลิวอิ๋ง ทำให้หลวี่จื้อดีใจจนเนื้อเต้น! "อาอิ๋ง ยังไม่รีบคุกเข่าอีกหรือ?"
"หา?" หลิวอิ๋งงุนงง ไม่รู้ว่าเสด็จแม่จะทำอะไร
"เสด็จแม่ ข้ามีอาจารย์แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ!"
"ข้ารู้ดี เ้าคุกเข่าลงเดี๋ยวนี้ อย่าให้ข้าต้องพูดเป็รอบที่สอง!" ฮองเฮาหลวี่หยิบพื้นรองเท้าขึ้นมา หลิวอิ๋งจึงต้องจำใจยอมก้มหน้าคุกเข่าลงกับพื้นทันที
"อัครมหาเสนาบดี ลูกของข้าผู้นี้โชคร้ายมาั้แ่เด็ก ไม่เหมือนกับอ๋องจ้าวในตอนนี้ ที่เกิดมาก็เป็เชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์"
ฮองเฮาหลวี่กล่าวด้วยน้ำตานองหน้า ทำให้หลิวอิ๋งร้องในใจว่าช่างเป็การแสดงที่ยอดเยี่ยม น้ำตาของผู้หญิงนี่ไหลออกมาได้ง่ายจริง ๆ
เซียวเหอถอนหายใจ "ฮองเฮาไม่ต้องถึงเพียงนั้นหรอกพ่ะย่ะค่ะ... ฝ่าาเองก็มีเหตุจำเป็!"
"ยามที่รัชทายาทยังทรงพระเยาว์ เป็่เวลาที่พระองค์ต้องกรำศึกทั่วใต้หล้า แม้จะทรงอยากอยู่เคียงข้างรัชทายาทแต่เกรงว่าคงปลีกตัวมาไม่ได้"
หลิวปังให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก แต่เมื่อเขากลายเป็ฮ่องเต้ พอหันกลับมาอีกทีก็พบว่าหลิวอิ๋งเติบโตขึ้นแล้ว เมื่อมองดูลูกชายที่ทั้งแปลกหน้าและคุ้นเคยคนนี้ หลิวปังจึงไม่ค่อยรู้วิธีแสดงความรักแบบบิดา
ในทางกลับกัน วัยเด็กของหลิวหรูอี้มีบิดาอยู่เคียงข้างเสมอ ยามนี้ระยะห่างจากตำแหน่งองค์รัชทายาทจึงเหลือเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
"เซี่ยงอวี่สามารถเป็ใหญ่ในใต้หล้าได้ เพราะมีฟ่านเจิงคอยช่วยเหลือ แต่เ้าเมืองเซี่ยงกลับไม่ฟังคำของฟ่านเจิง”
“ลูกชายของข้าแม้จะดูไม่เอาถ่านไปบ้าง แต่เขาสามารถปฏิบัติต่ออัครมหาเสนาบดีได้ดั่งบิดา!"
"อาอิ๋ง ยังไม่รีบคุกเข่าคำนับท่านพ่อรองของเ้าอีก!"
เชี่ย! หลิวอิ๋งได้ยินดังนั้น ในใจก็เหมือนมีม้าหมื่นตัววิ่งผ่าน เขาเลื่อมใสในความสามารถของเสด็จแม่หลวี่จื้อที่รู้จักฉวยโอกาสได้เก่งกาจเหลือเกิน!
เซียวเหอเพิ่งจะแสดงความปรารถนาดีออกมานิดเดียว นางก็รีบคว้าโอกาสนั้นทันที ทำให้เขามีพ่อเพิ่มขึ้นมาอีกคน!
"เซี่ยงอวี่มีเพียงท่านพ่อรองฟ่านเจิงคนเดียว แต่กลับใช้ประโยชน์ไม่ได้!"
"ลูกของข้าไม่เพียงมีท่านพ่อรองเซียวเหอ แต่ยังมีอาจารย์หานซิ่นอีกด้วย คำว่าวันหนึ่งเป็อาจารย์ ชั่วชีวิตเป็บิดา เ้าจะทำให้ทั้งสองท่านนี้ผิดหวังไม่ได้เด็ดขาด!"
ฮองเฮาหลวี่ในฐานะภรรยาของหลิวปังกำลังกลุ้มใจว่าจะดึงตัวหานซิ่นและเซียวเหอมาเป็พวกได้อย่างไร ใครจะรู้ว่าหลิวอิ๋งจะกลายเป็สะพานเชื่อมที่ดีที่สุด!
อีกอย่างเซียวเหอและหานซิ่นเป็เพื่อนสนิทกัน หากไม่ใช่เพราะเซียวเหอตามตื้อหานซิ่นภายใต้แสงจันทร์ อีกฝ่ายคงยังคงจมอยู่กับความผิดหวังจนถึงตอนนี้
"สูงส่ง สูงส่งจริง ๆ!"
หลิวอิ๋งยกนิ้วโป้งให้ "คำพูดเดียวของเสด็จแม่ ทำให้ข้ามีพ่อเพิ่มขึ้นมาสองคนในพริบตาเลยพ่ะย่ะค่ะ! อัครมหาเสนาบดีก็ไม่ต่างจากอาจารย์ ยามนี้ข้าที่เป็คนหนุ่มยังตัวคนเดียว กลับต้องเลี้ยงดูคนแก่ถึงห้าคน!"
ฮองเฮาหลวี่ขมวดคิ้วมุ่น "คนแก่ห้าคนอะไรกัน?"
หลิวอิ๋งกัดฟันตอบ "ท่านกับเสด็จพ่อ ท่านพ่อรองกับท่านแม่รอง และแน่นอนว่ารวมถึงอาจารย์ที่ไม่เคยทำให้สบายใจของข้าด้วยพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวเหอตบมือด้วยความยินดี เดิมทีเขาคิดว่ารัชทายาทจะคัดค้าน ใครจะรู้ว่าเ้าเด็กนี่จะกตัญญูถึงเพียงนี้ ถึงขั้นคิดเื่การเลี้ยงดูยามเกษียณของพวกเขาแล้ว!
"รัชทายาทเป็ผู้มีความกตัญญูยิ่งนัก ช่างเป็เื่ดีเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ!"
เซียวเหอรีบพยุงลูกชายคนใหม่ขึ้นมา "องค์รัชทายาท เรียกท่านพ่อรองมันฟังดูไม่รื่นหู ต่อไปเรียกข้าว่าท่านพ่ออัครมหาเสนาบดีเถอะพ่ะย่ะค่ะ!"
หลิวอิ๋งกินข้าวเพียงมื้อเดียว มีพ่อเพิ่มขึ้นมาสองคน ช่างเป็เื่ที่อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาเสียจริง
[1] จูกัดเหลียง หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ "ขงเบ้ง" ยอดกุนซือและอัครมหาเสนาบดีแห่งจ๊กก๊กในยุคสามก๊ก ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็สัญลักษณ์แห่งสติปัญญาอันล้ำเลิศและความจงรักภักดี
[2] หลิวเสวียนเต๋อ หรือ เล่าปี่ (เสวียนเต๋อ คือชื่อรองของเล่าปี่) ปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งรัฐจ๊กก๊กในยุคสามก๊ก และเป็เ้านายของจูกัดเหลียง เป็ผู้นำที่โดดเด่นในด้านความเมตตากรุณาและการผูกใจคน